ลอยตัวค่าครองชีพคนไทยทั้งประเทศเพราะใช้เงินหมดลังแล้ว

กระทู้คำถาม
ทีเด็ด "บิ๊กตู่" ยัดไส้ลอยตัวค่าครองชีพคนไทยทั้งประเทศ
https://www.posttoday.com/finance-stock/news/679021

10 มาตรการช่วยเหลือคนไทย ของบิ๊กตู่ เป็นสัญญาณร้ายของการปล่อยลอยตัวค่าครองชีพคนไทยทั้งแผ่นดิน เนื่องจากรัฐบาลเงินหมดถัง
วิกฤตโควิด และวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตของคนทั้งโลก รวมถึงประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทย ต้องยอมรับว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ รัฐบาลบิ๊กตู่ อยู่ในอาการเมาหมัดวิกฤตซ้อนวิกฤตดังกล่าว จนออกจากมุมไม่ได้คิดอะไรไม่ค่อยออกที่จะออกมาช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในรอบหลาย 10 ปี

การประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) บิ๊กตู่แถลง 10 มาตรการจานด่วน ช่วยลดผลกระทบ ซึ่งต้องยอมรับว่า มาตรการส่วนใหญ่เป็นมาตรการเก่าในขวดเก่ากล่องเก่า ไม่ได้มีอะไรใหม่ และหลายมาตรการเหมือนเป็นมาตรการช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชน แต่ที่จริงไส้ในจริงเป็นมาตรการลอยตัวค่าครองชีพประชาชนทั้งประเทศ เพราะรัฐบาลถึงไม่แตกแต่ไม่เงินเหลือในถังแล้ว

3 ใน 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่เห็นได้ชัดว่า มีการยัดไส้จะเป็นแปลงร่างเป็นมาตรการลอยตัวค่าครองชีพประชนมากกว่า มาตรการช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

อันดันแรก การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร วันนี้ชัดเจนแล้วว่า จะตรึงไว้ถึงวันที่ 30 เม.ย. 2565 เท่านั้น หลังจากนั้นวันที่ 1 พ.ค. 2565 รัฐบาลจะลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล โดยใน 2 เดือนแรกรัฐบาลจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งในส่วนที่เกิน 30 บาท ครึ่งหนึ่ง แต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 การลอยตัวค่าน้ำมันดีเซลเต็มรูปแบบตามราคาตลาด

หากเราเอาราคาน้ำมันดีเซลวันที่ 24 มี.ค. 2565 ที่ราคาน้ำมันดิบจะวิ่งอยู่ 105-115 เหรียญต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในไทยจะอยู่ที่ประมาณ 38-40 บาท วันนี้รัฐบาลตรึงราคาขายที่ 29.94 บาทต่อลิตร แต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในบ้านเราจะอยู่ที่ลิตรละ 34-35 บาททันที โดยรัฐบาลช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง แต่วันที่ 1 ก.ค. 2565 ประชาชนจะต้องจ่ายค่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 38 หรือ 40 บาท ทันที

ราคาน้ำมันขีดเส้นใต้ราคาตลาดโลกวันนี้ไว้ได้เลย หากราคาน้ำมันตลาดโลกสูงกว่านี้ ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศก็จะสูงกว่านี้ หากราคาน้ำมันตลาดโลกลด ราคาน้ำมันดีเซลจะลดลง โดยการที่ราคาน้ำมันดีเซลแบบลอยตัวที่รัฐบาลไม่ช่วยเหลือเลย จะลงมาลิตรละ 30 บาทเหมือนทุกวันนี้ได้ ราคาน้ำมันโลกต้องอยู่ต่ำกว่า 90 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นไปได้แต่เป็นไปได้ยาก

อันดับสอง ราคาก๊าซถังละ 15 กิโลกรัม วันนี้ราคาจริงอยู่ที่ถังละ 463 บาท แต่รัฐบาลขายอยู่ที่ 318 บาท โดยจะมีการปรับขึ้น 3 เดือนรวด ตั้งแต่เดือน เม.ย. ขึ้นเป็นถังละ 333 บาท เดือนพ.ค. ขึ้นเป็น 348 บาท และเดือนมิ.ย. ขึ้นเป็น 463 บาท หลังจากนั้นต้องลุ้นอีกว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นต่อหรือไม่ เพราะรัฐบาลยังต้องอุดหนุนอีกถึงละ 100 บาท เมื่อคิดราคากีาซที่ ณ ปัจจุบัน

อันดับสาม เรื่องค่าไฟฟ้า เดือน พ.ค. รัฐบาลจะปรับค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาไฟฟ้าอยู่ที่หน่วยละ 4 บาท โดยรัฐบาลยังต้องเข้าเนื้ออีกหน่วยละ 1 บาท ทำให้เป็นไปได้ว่าการปรับค่าเอฟทีรอบต่อไป

แค่ 3 มาตรการค่าครองชีพที่มีการยัดไส้ปรับเพิ่มขึ้นราคา ทำให้ค่าครองชีพของคนไทยจะแพงขึ้นขนานใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่า โควิดผ่านมา 2 ปี รัฐบาลใช้เงินอุดหนุนคนไทยเรื่องพลังงาน ไปแล้ว 1.6 แสนล้านบาท และมาตรการพยุงค่าน้ำมันค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซ ที่จะทำในช่วงเดือน 3 เดือน เม.ย.-มิ.ย. นี้ ต้องใช้เงินอีก 4.6 หมื่นล้านบาท รวมเข่งแล้วเป็นเงินทะลุ 2 แสนล้านบาท ล้วงมาจนทุกกระเป๋าจนหมด
สำหรับมาตรการอื่นที่เหลืออีก 7 มาตรการ ต้องบอกว่า เป็นมาตรการเก่าช่วยคนไม่ได้มาก ยังเริ่มดำเนินการไม่ได้ ต้องรอผ่านความเห็นชอบรายละเอียดจาก ครม. ไม่ว่า จะเป็นอุดหนุนค่าก๊าซ 3 เดือน เดือนละ 100 บาท ให้หายเร่แพงลอยจำนวน 5.5 พันคน

มาตรการช่วยค่าน้ำมันเบนซินให้พี่วิน 1.75 แสนคน เป็นเวลา 3 เดือน เดือนละ 250 บาท

หรือจะเป็นการคงค่าก๊าซ NGV ให้ประชาชน 19.95 บาทต่อกิโลกรัม ให้แท๊กซี่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม การลดเงินจ่ายเงินประกันสังคมให้นายจ้างลูกจ้าง ล้วนเป็นมาตรการเก่าไม่ได้ช่วยค่าครองชีพประชาชนอะไรได้มาก

มาถึงจุดนี้รัฐบาลบิ๊กตู่ต้องยอมรับ 10 มาตรการจ่านด่วนที่ปรุงยังไม่เสร็จสุกๆ ดิบๆ เป็นมาตรการช่วยพยุงค่าครองชีพส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นมาตรการที่ปล่อยลอยตัวค่าครองชีพของประชาชนเสียมากกว่า เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน ไม่กล้ากู้เงินเพิ่ม เพราะกลัวการเมืองเล่นงาน ทำให้ประชาชนกลายรับเคราะห์ไปแบบช่วยไม่ได้ เหมือนที่ทีมเศรษฐกิจนายกบางคนบอกว่า "ตอนนี้ต้องช่วยตัวเอง หวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้"
แล้วอย่างนี้ บิ๊กตู่จะเก็บทีมเศรษฐกิจแบบนี้ไว้ช่วยประชาชนต่อไปได้อย่างไร

เพราะทุกครั้งที่เห็นทีมเศรษฐกิจบิ๊กตู่มานั่งเรียงหน้าแถลงมาตรการช่วยเหลือแทนที่ประชาชนจะมีความหวัง แต่กลายเป็นเวทีรัฐบาลขอความเห็นใจจากประชาชน และยังมีทีมเศรษฐกิจมองโลกสวยว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ โดยการปล่อยลอยตัวค่าครองชีพของประชนเป็นแผงเป็นห่วงว่าว ยิ่งเห็นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลออกมาแจงอะไรแล้วไม่มีหวังแล้วหัวใจยังหดหู่ว่า จะรอดอดตายจากวิกฤตซ้อนวิกฤตภายใต้การนำของรัฐบาลบิ๊กตู่ และทีมเศรษฐกิจของบิ๊กตู่ที่ชอบมองโลกเป็นทุ่งดอกไม้อยู่ตลอดเวลา จนประชาชนเขาเอื้อมระอาจุดอดพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กรมหน้ารับกรรมการบริหารของรัฐบาลที่ดูเหมือนเป็นการช่วยแต่เป็นการซ้ำเติมเสียมากกว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่