หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" ร้านกุยช่ายเจ้าเก่าแก่แห่งตลาดพลูก่อตั้งความอร่อยระดับตำนานมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๖
กระทู้รีวิว
อาหารจีน
อาหารไทย
อาหารคาว
อาหารจานเดียว
ร้านอาหาร
ถ้านึกถึงตลาดพลูอย่างแรกที่ทุกคนพูดเหมือนกันหมดก็คือแหล่งรวมของอร่อยระดับตำนานหลายร้านและวันนี้เราจะพามาทานขนมกุยช่ายอันเลื่องชื่อและมีประวัติศาสตร์มายาวนาน เพราะเป็นเจ้าเก่าในย่านนี้ก็คือ "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" ตั้งแต่รุ่นอาม่าเข็นรถขายอยู่หน้าวัดกันตทารารามหรือวัดใหม่จีนกันตรงซอยเทอดไท 23 จนตอนนี้กลายมาเป็นตึกแถวขนาดใหญ่มีพื้นที่ให้นั่งทานสบายๆรวมระยะเวลาเกือบ 50 ปี จุดเด่นของทางร้านคือเป็นสูตรโบราณแป้งบางไส้เยอะรสชาติกลมกล่อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด นำไปนึ่งหรือทอดเสิร์ฟให้กินสดใหม่ร้อนๆจนกลายเป็นเมนูเด็ดที่ผู้คนในย่านตลาดพลูเลื่องลือเรื่องความอร่อยกันจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีอาหารประจำวัน/เครื่องดื่ม/ขนมหวานสไตล์จีนโบราณเปลี่ยนไปทุก 7 วันไม่ซ้ำกันให้ลูกค้าไม่เบื่อ วิธีการเดินทางหากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวปักหมุดมาที่ร้านข้างหน้ามีลานจอดขนาดใหญ่ให้บริการ ถ้ามาด้วยบริการขนส่งสาธารณะลง BTS สถานีตลาดพลูแล้ว เดินเท้าหรือเรียกรถเข้ามาอีกประมาณ 800 เมตรก็จะพบกับป้าย "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" สีน้ำเงินเขียนด้วยตัวอักษรสีขาวขนาดใหญ่มองเห็นเด่นชัดตรงประตูหน้าทางเข้าโครงการ T-biz home แบบไม่มีอะไรมาขวางกั้นแบบนี้แสดงว่ามาถูกแล้วครับผม
เรามาถึงช่วงบ่ายตอนที่ลูกค้ามีน้อยเลยขอเดินสำรวจตามมุมต่างๆภายในกันก่อน เริ่มจากหน้าประตูทางเข้าวางชั้นขายขนมขบเคี้ยวแบบไทย/ตู้ไอศครีมของ ETE/ตู้แช่แข็งขนมกุยช่ายสำหรับเอาไปเป็นของฝากให้นึ่งหรือทอดกินเองต่อที่บ้าน/ป้ายเมนูแนะนำประจำวันเขียนด้วยมือและจุดลงทะเบียนไทยชนะพร้อมเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าไปในร้าน ด้านซ้ายมือเป็นเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยขนมกุยช่ายไส้ต่างๆเรียงในตู้กระจกใสปิดสนิทป้องกันแมลงดูสะอาดพร้อมกระทะแบนสีดำขนาดใหญ่เอาไว้ทอดและตู้นึ่งใส่ซาลาเปาหมั่นโถวเอาไว้ ติดกันมีตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ที่ด้านในมีขนมหวาน-เครื่องดื่มและน้ำสมุนไพรต่างๆให้หยิบได้ด้วยตัวเอง สำหรับคนรีบมากเป็นพิเศษสามารถออเดอร์กับน้องพนักงานเดินเลือกของที่อยากได้จากจุดนี้หรือจะซื้อไปทาน-ฝากคนที่บ้านต่อก็สะดวกรวดเร็วดีครับ
ด้านขวามือเป็นโซนโต๊ะเก้าอี้ทำจากชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งและหินอ่อนแผ่นสีขาวขนาดใหญ่ดูแข็งแรงทนทานเหมือนได้นั่งทานข้าวที่บ้าน เปิดแอร์พร้อมพัดลมเย็นสบายดีแต่ไม่มีกระจกกั้นด้านหน้าร้านจึงไม่ค่อยรู้สึกชุ่มฉ่ำปอดสักเท่าไหร่ ภายตกแต่งร้านด้วยสีแดงสดสลับน้ำเงินผนังติดกระจกขนาดใหญ่และเพดานสูงจึงทำให้รู้สึกกว้างถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 1 ช่วงตึกเท่านั้น บนกำแพงวาดรูปศิลปะพู่กัน-ติดสติกเกอร์ลายจีนสีสดใสและด้านในสุดเป็นชั้นวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่เจ้าของร้านนับถือดูง่ายๆ เพิ่มความอบอุ่นด้วยโคมไฟทำจากไม้ไผ่สานโทนสีเหลือง-ส้มชวนให้นั่งนานโดยแต่ละโต๊ะมีฉากกั้นพลาสติกเอาไว้ให้เลื่อนขยับไป-มาตามจำนวนคนได้ด้วยตัวเอง ตามมาด้วยประวัติของทางร้านที่เขียนรายละเอียดต่างๆพอจับใจความได้ว่า เป็นต้นตำรับกุยช่ายตลาดพลูก่อตั้งโดยอาม่ากุ้ยไน้เริ่มต้นเมื่อปี 2516 เป็นโรงงานผลิตพร้อมเปิดหน้าร้านเป็นรถเข็นเล็กๆอยู่หน้าวัดกันตทารารามหรือวัดใหม่จีนกันริมคลองบางน้ำชนเจ้าแรกจนสมัยนั้นใครก็เรียกว่ากุยช่ายหน้าวัด สูตรความอร่อยต่างๆก็ถูกส่งต่อมาเรื่อยเป็น "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" แปลว่าของว่างที่กินแล้วอิ่ม จุดเด่นนั่นคือขนมกุยฉ่ายที่มีรอยจีบทำมือไส้เยอะและสะอาดถูกหลักอนามัยจึงอยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนับถึงตอนนี้ก็ 49 ปีแล้วพร้อมรูปถ่ายเก่าสมัยนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นของจริงแท้แน่นอนครับ
มาถึงก็นั่งที่โต๊ะน้องพนักงานก็ยกเล่มเมนูออกมาให้เป็นหน้าปกแข็งกระดาษหนาเย็บสันแข็งแรงคุณภาพดีมากๆ หน้าแรกเป็นประวัติร้านที่เราได้สรุปไปแล้วและเมนูเด็ดอย่าง "ขนมกุยช่าย" เห็นการตกแต่งร้านสวยงามขนาดนี้ขายราคาเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 10 บาท แพงสุดเป็นกุยช่ายแก้ผ้าทอดกรอบ-กุยช่ายใบโพธิ์ชิ้นยักษ์ราคาแค่ชิ้นละ 25 บาท มีให้เลือก 4 ไส้ได้แก่ 1. ไส้ผักหรือกุยช่ายสับที่เราคุ้นเคย 2. ไส้เผือกซึ่งขายดีมากๆ 3. ไส้หน่อไม้ และ 4 ไส้มันแกว ที่แปลกหน่อยก็จะเป็นเผือกเปลือยชิ้นละ 15 บาท และบางรายการไม่ได้ขายตลอดแต่ต้องโทรจองล่วงหน้า 1-2 วันซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เราได้จัดการเอาไว้แล้ว นอกจากกุยช่ายแล้วยังมีรายการอาหารประจำวัน (ร้านนี้ปิดทุกๆวันจันทร์) เริ่มจากวันอังคารมีก๋วยเตี๋ยวหลอด-วันพุธก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ-วันพฤหัสบดีข้าวซี่โครงหมูอบ-วันศุกร์มีก๋วยเตี๋ยวน้ำใสแต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นขายทุกวันใส่ลูกชิ้นแคะ/ลูกชิ้นหมู/เกี๊ยวหมู/เกี๊ยวกุ้ง/หมูแดงและเลือกเส้นได้ว่าจะเอาเล็ก/ใหญ่/หมี่ขาวหรือบะหมี่ ส่วนวันเสาร์พิเศษสุดคือมีข้าวคลุกกะปิราคาจานละ 60 บาท-วันอาทิตย์ขายเหมือนวันศุกร์ทุกอย่างเมนูละ 50 บาทเกือบทุกรายการตั้งแต่ต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีอาหารตามสั่งที่ขายทุกวันทั้งข้าวผัด/พริกแกง/กะเพราราคาเริ่มต้นที่ 50-80 บาทเลือกได้ทั้งหมู/ไก่/กุ้ง/ปลา/ปลาหมึก/หมูกรอบทั้งราดข้าวและเป็นกับครับ
หน้าต่อไปก็ยังคงเป็นอาหารตามสั่งที่ขายทุกวันทั้งกะเพราเต้าหู้/แกงจืดเต้าหู้-หมูสับ/ข้าวไข่เจียว/หมูกระเทียมพริกไทยทั้งแบบราดข้าวและกับข้าวราคา 50-70 บาท ถ้าต้องการข้าวเปล่า-ไข่ดาวคิดรายการละ 10 บาท หน้าต่อไปเป็นของทานเล่นต่างๆมีทั้งหอยจ๊อ/เต้าหู้ทอด/แฮกึ๋น/เกี๊ยวทอดกรอบและเกี๊ยวซ่าราคา 30-60 บาท หมั่นโถวนึ่งผสมฟักทอง/มันม่วง/น้ำตาลอ้อยลูกละ 17 บาท หมูเส้นทอดกระปุกใหญ่ 210 บาท ลูกชิ้นแคะลูกชิ้นหมูลวกจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดจานละ 45 บาท บ๊ะจ่างลูกละ 45 บาท ซาลาเปาไส้หมูสับหมูแดงลูกละ 19 บาท หมูยอทอด 50 บาท ขนมจีบรวมจานละ 45 บาท สุดท้ายเป็นหมวดขนมหวานเสิร์ฟร้อนกับเย็นสไตล์จีนรวมกว่า 8 เมนูราคาถ้วยละ 20-50 บาท เครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า/น้ำสมุนไพร/น้ำเต้าหู้/น้ำอัดลมขวดละ 10-25 บาท ใครที่ชอบชาจีนที่ร้านขายเป็นชุดให้ชงเองแบบโบราณราคา 69-99 บาทมีให้เลือกถึง 6 ใบชาจีนชื่อดัง ส่วนเมนูเด็ดที่ร้านแนะนำอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สั่งสินค้าอยู่แล้วสามารถสั่งได้แบบด่วนๆ โดยรวมถือว่ามีเมนูอาหารให้เลือกเยอะมากๆมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อแน่นอนครับ
จานแรกสั่งมาเป็น "เผือกเปลือย" แบบทอดราคาชิ้นละ 15 บาท เป็นเผือกขูดเส้นปรุงรสให้เค็มกลมกล่อมเผ็ดร้อนพริกไทยขาวกรุบกรอบถั่วลิสงผสมแป้งเล็กน้อยนำไปนึ่งให้เป็นก้อน ก่อนเสิร์ฟแค่นำไปทอดในกระทะให้มีความเกรียมอมน้ำตาลเล็กน้อยตรงเปลือกแต่ด้านในนุ่มละเอียดหอมมันเผือกคุณภาพดีอัดแน่นเกินราคาสุดๆ ส่วนกุยช่ายที่เราโทรมาจองเป็น "กุยช่ายกลมแดง (อี้ทวง)" 4 ไส้ไว้ก่อนเพราะกลัวหมดแต่วันนี้โชคดีที่ยังเหลือครบทุกไส้อยู่เลยสั่งมาเพิ่มเป็น "กุยช่าย" สูตรแป้งสีขาวปกติราคาชิ้นละ 10 บาทเท่ากันทั้ง 2 สีและไส้เหมือนกันทุกอย่าง เบื้องต้นที่เราได้อ่านในบทความประวัติการก่อตั้งร้านจุดเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือรอยจีบวงกลมเด่นชัดสวยงาม แป้งบางโปร่งใสจนสามารถเห็นไส้ด้านในได้อย่างคร่าวๆโดยไม่ต้องเสียเวลาทำสัญลักษณ์เพื่อแบ่งแยกให้ชัดเจนเหมือนร้านอื่นๆ อ้างอิงจากเจ้าของร้านที่เคยไปออกในรายการทีวีคือใช้เฉพาะแป้งมันกับแป้งข้าวเจ้าตามอัตราส่วนลับนวดและสัมผัสมือจึงจะรู้ว่าได้ที่ก่อนจะนำมาห่อไส้แน่นจุใจ ส่วนแต่ละชิ้นจะรสชาติเป็นอย่างไรนั้นผ่าดูด้านในแล้วชิมไปพร้อมกันเลยครับ
ชิ้นที่ 1 เป็น "กุยช่ายไส้ผัก" สูตรของที่ร้านนี้พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกต้นกระเทียมไม่มีกลิ่นฉุน/เหม็นเขียวเอามาคลุกกับเกลือและบีบน้ำส่วนเกินออกบางส่วนและปรุงรสให้เค็มหวานกลมกล่อมผัดในน้ำมันพอสุกเพื่อคงความกรุบกรอบ-ชุ่มฉ่ำตามธรรมชาติของของผักกุยช่ายเอาไว้เล็กน้อย ห่อเข้ากับแป้งสีขาวบางพิเศษสัมผัสนุ่มนวลเนียนสู้ฟันนิดๆคล้ายโมจิชวนไหลลื่นลงคอชวนฝันสุดๆ ชิ้นที่ 2 คือ "กุยช่ายไส้หน่อไม้" ทางร้านใช้แบบสดคุณภาพดีเคี้ยวกรุบกรอบอมหวานหั่นเป็นเต๋าเล็กๆผัดกับกุ้งฝอย ปรุงรสชาติให้เค็มกลมกล่อม-เผ็ดร้อนด้วยพริกไทยขาวจัดจ้านโดนใจ
ชิ้นที่ 3 ก็คือ "กุยช่ายไส้มันแกว" นำหัวมันแกวมาขูดเป็นเส้นๆ-บีบน้ำส่วนเกินออกผัดกับกุ้งแห้งฝอยกระเทียมสดและพริกไทยขาวเพิ่มความเผ็ดร้อนและได้ความฉ่ำหวานธรรมชาติจากหัวมันแกว ชิ้นที่ 4 ก็คือ "กุยช่ายไส้เผือก" รสชาติเหมือนเผือกเปลือยทุกอย่างแค่ไม่ผสมเมล็ดถั่วลิสงลงไปเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบกับแป้งให้จับตัวเป็นก้อนๆปริมาณอัดแน่นทุกไส้เคี้ยวเต็มคำเหมือนกันหมดแต่เท่าที่สังเกตคือเผือกมักจะหมดก่อนเพราะเรามาถึงก็เหลือ 2 ชิ้นสุดท้ายในตู้แล้ว เนื่องจากทางร้านปั้นจำนวนจำกัดต่อวันถ้าอยากกินให้ครบทุกๆไส้ต้องรีบมาแต่เช้าสักหน่อยนะครับ
******* เกิน 10,000 ตัวอักษร ขออนุญาตเขียนรีวิวต่อในช่อง Comment แทนนะครับ *******
ชื่อสินค้า:
ป๋าป้า เตี้ยมซิม
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
รีวิว"มะยอดผัก ราดหน้าราชวัตร"ร้านต้นตำรับเมนูราดหน้า-ผัดซีอิ๊วสูตรเด็ดอายุกว่า 65 ปี ในย่านราชวัตร~
ร้านที่เราจะมารีวิวในวันนี้เป็นการรำลึกความหลังครั้งวัยวัยเยาว์ เพราะเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนผมอยู่โรงเรียนประจำแถวดุสิต ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ผู้ปกครองก็จะมารับพา
Food Addicts
รีวิว"นายแกละก๋วยเตี๋ยวหมูใบตำลึง"(ประสพลาภ) ร้านตำนานความอร่อยกว่า 60 ปีเจ้าเก่าแก่ในย่านบางขุนนนท์
ครั้งที่แล้วเรามาหาร้านกาแฟนั่งชิลล์ๆแถวถนนชัยพฤกษ์-บางขุนนนท์แค่ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับร้านดังเจ้าเก่าแก่ในย่านนี้ที่มีลูกค้าเดินเข้าออกกันไม่ขาดสายนั่นก
Food Addicts
รีวิว Mama Restaurant ร้านอาหาร-ขนมหวานตำรับอินเดียแท้สั่งสมประสบการณ์กว่า 20 ปี อยู่ริมคลองโอ่งอ่าง
หลังจากเข้าไปอยู่ในกลุ่ม "อาหารอินเดียไปเรื่อย" ได้สักระยะนึงก็เหมือนเป็นการเปิดโลกและทำให้รู้จักร้านใหม่น่าลองมากมายตั้งแต่ระดับภัตตาคารขึ้นห้างไปจนถ
Food Addicts
รีวิว "จักรเพ็ชร" ก๋วยเตี๋ยวโกเบน้ำซุปสูตรตุ๋นยาจีนและบุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อวากิว เริ่มต้นเพียงคนละ 299 ฿
ถ้าพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวตุ๋นรสชาติอร่อยเด็ดมีชื่อเสียงระดับตำนานแล้วล่ะก็เจ้าที่ผุดขึ้นมาในความคิดเป็นอันดับแรกสำหรับใครหลายๆคนก่อนเลยก็คือ "จักรเพ็
Food Addicts
รีวิว"สวนอาหารซุ้มไผ่"เมนูไทยรสจัดจ้านราคาถูกพร้อมดนตรีสดในบรรยากาศสุดชิลล์ ภายในซอยจรัญฯ13 (บางแวก)
ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งทีก็เลยพาครอบครัวมาหาร้านอร่อยๆทานกันไม่ไกลจากบ้าน เลื่อนมือถือไปเรื่อยๆจนมาพบกับ "สวนอาหารซุ้มไผ่" อยู่ภายในซอยจริญสนิทวงศ
Food Addicts
ป้าสูงวัย: มาค่ะ ป้าจะพาไปมูที่ฮ่องกงให้ปังๆ พร้อมทั้งรีวิวโรงแรมระดับ 4 ดาวยอดนิยมของคนไทย
สวัสดีค่ะ วันนี้ป้าจะมารีวิวทริปพาน้องชายคนรองไปไหว้พระ สลับกับแก้บนที่ฮ่องกงกว่า 4 ครั้งในรอบ 1 ปี พร้อมทั้งรีวิวโรงแรมระดับ 4 ดาวยอกนิยมของคนไทยในฮ่องกงได้ดูก
ป้าแองจี้
ใกล้เทศกาล "บ๊ะจ่าง" อีกแล้ว
"บ๊ะจ่าง" (肉粽) เหมือนเพิ่งไปไหว้อากงอาม่าที่สุสานมาไม่นาน อีกเดือนเศษ ๆ ก็จะถึงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างกันอีกแล้วค่ะ โหง่วหว่วยโจ่ยะ (5 ค่ำ เดือน 5) ปีนี้ตรง
good moments
ราดหน้าไข่ข้น และติ่มซำ ร้านเชฟดังแอบมีผิดหวัง
มีร้านติ่มซำของเชฟ ละดับมิชลินมาเปิดร้านติ่มซำ ไม่ไกลบ้านมาก เลยลองพากันไปกินกับน้อง เรื่องราคาก็ไม่ถูก ไม่แพง จับต้องได้ กับชื่อเสียงเชฟ คหสต. เรื่องการบริการพ
กัมบอล
<<< Memories pink >>>::::::::ตักบาตรข้าวเหนียว เดินเที่ยวตลาดเช้า ชมตาดกวางสีน้ำตกที่สวยที่สุดในหลวงพระบาง::::::::
หลังจากที่เดินทางมาถึงหลวงพระบางเมื่อวันวาน เช้าวันนี้เราจะไปชมพิธีตักบาตรข้าวเหนียว เสร็จแล้วไปชมวิถีชาวบ้านที่ตลาดเช้า ต่อด้วยการไปชมน้ำตกตาดกวางสีในช่วงบ่าย
Memories pink
เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร
เรียนลูกค้าที่น่ารัก ทางร้านขอปรับ ‘ขึ้น’ ราคาอาหาร วันนี้ (4 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะตามร้านขายอาหารสำเร
Magpies
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารจีน
อาหารไทย
อาหารคาว
อาหารจานเดียว
ร้านอาหาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 1
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" ร้านกุยช่ายเจ้าเก่าแก่แห่งตลาดพลูก่อตั้งความอร่อยระดับตำนานมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๖
เรามาถึงช่วงบ่ายตอนที่ลูกค้ามีน้อยเลยขอเดินสำรวจตามมุมต่างๆภายในกันก่อน เริ่มจากหน้าประตูทางเข้าวางชั้นขายขนมขบเคี้ยวแบบไทย/ตู้ไอศครีมของ ETE/ตู้แช่แข็งขนมกุยช่ายสำหรับเอาไปเป็นของฝากให้นึ่งหรือทอดกินเองต่อที่บ้าน/ป้ายเมนูแนะนำประจำวันเขียนด้วยมือและจุดลงทะเบียนไทยชนะพร้อมเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าไปในร้าน ด้านซ้ายมือเป็นเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยขนมกุยช่ายไส้ต่างๆเรียงในตู้กระจกใสปิดสนิทป้องกันแมลงดูสะอาดพร้อมกระทะแบนสีดำขนาดใหญ่เอาไว้ทอดและตู้นึ่งใส่ซาลาเปาหมั่นโถวเอาไว้ ติดกันมีตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ที่ด้านในมีขนมหวาน-เครื่องดื่มและน้ำสมุนไพรต่างๆให้หยิบได้ด้วยตัวเอง สำหรับคนรีบมากเป็นพิเศษสามารถออเดอร์กับน้องพนักงานเดินเลือกของที่อยากได้จากจุดนี้หรือจะซื้อไปทาน-ฝากคนที่บ้านต่อก็สะดวกรวดเร็วดีครับ
ด้านขวามือเป็นโซนโต๊ะเก้าอี้ทำจากชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งและหินอ่อนแผ่นสีขาวขนาดใหญ่ดูแข็งแรงทนทานเหมือนได้นั่งทานข้าวที่บ้าน เปิดแอร์พร้อมพัดลมเย็นสบายดีแต่ไม่มีกระจกกั้นด้านหน้าร้านจึงไม่ค่อยรู้สึกชุ่มฉ่ำปอดสักเท่าไหร่ ภายตกแต่งร้านด้วยสีแดงสดสลับน้ำเงินผนังติดกระจกขนาดใหญ่และเพดานสูงจึงทำให้รู้สึกกว้างถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 1 ช่วงตึกเท่านั้น บนกำแพงวาดรูปศิลปะพู่กัน-ติดสติกเกอร์ลายจีนสีสดใสและด้านในสุดเป็นชั้นวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่เจ้าของร้านนับถือดูง่ายๆ เพิ่มความอบอุ่นด้วยโคมไฟทำจากไม้ไผ่สานโทนสีเหลือง-ส้มชวนให้นั่งนานโดยแต่ละโต๊ะมีฉากกั้นพลาสติกเอาไว้ให้เลื่อนขยับไป-มาตามจำนวนคนได้ด้วยตัวเอง ตามมาด้วยประวัติของทางร้านที่เขียนรายละเอียดต่างๆพอจับใจความได้ว่า เป็นต้นตำรับกุยช่ายตลาดพลูก่อตั้งโดยอาม่ากุ้ยไน้เริ่มต้นเมื่อปี 2516 เป็นโรงงานผลิตพร้อมเปิดหน้าร้านเป็นรถเข็นเล็กๆอยู่หน้าวัดกันตทารารามหรือวัดใหม่จีนกันริมคลองบางน้ำชนเจ้าแรกจนสมัยนั้นใครก็เรียกว่ากุยช่ายหน้าวัด สูตรความอร่อยต่างๆก็ถูกส่งต่อมาเรื่อยเป็น "ป๋าป้า เตี้ยมซิม" แปลว่าของว่างที่กินแล้วอิ่ม จุดเด่นนั่นคือขนมกุยฉ่ายที่มีรอยจีบทำมือไส้เยอะและสะอาดถูกหลักอนามัยจึงอยู่มาได้จนถึงปัจจุบันนับถึงตอนนี้ก็ 49 ปีแล้วพร้อมรูปถ่ายเก่าสมัยนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นของจริงแท้แน่นอนครับ
มาถึงก็นั่งที่โต๊ะน้องพนักงานก็ยกเล่มเมนูออกมาให้เป็นหน้าปกแข็งกระดาษหนาเย็บสันแข็งแรงคุณภาพดีมากๆ หน้าแรกเป็นประวัติร้านที่เราได้สรุปไปแล้วและเมนูเด็ดอย่าง "ขนมกุยช่าย" เห็นการตกแต่งร้านสวยงามขนาดนี้ขายราคาเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 10 บาท แพงสุดเป็นกุยช่ายแก้ผ้าทอดกรอบ-กุยช่ายใบโพธิ์ชิ้นยักษ์ราคาแค่ชิ้นละ 25 บาท มีให้เลือก 4 ไส้ได้แก่ 1. ไส้ผักหรือกุยช่ายสับที่เราคุ้นเคย 2. ไส้เผือกซึ่งขายดีมากๆ 3. ไส้หน่อไม้ และ 4 ไส้มันแกว ที่แปลกหน่อยก็จะเป็นเผือกเปลือยชิ้นละ 15 บาท และบางรายการไม่ได้ขายตลอดแต่ต้องโทรจองล่วงหน้า 1-2 วันซึ่งแน่นอนว่าวันนี้เราได้จัดการเอาไว้แล้ว นอกจากกุยช่ายแล้วยังมีรายการอาหารประจำวัน (ร้านนี้ปิดทุกๆวันจันทร์) เริ่มจากวันอังคารมีก๋วยเตี๋ยวหลอด-วันพุธก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ-วันพฤหัสบดีข้าวซี่โครงหมูอบ-วันศุกร์มีก๋วยเตี๋ยวน้ำใสแต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นขายทุกวันใส่ลูกชิ้นแคะ/ลูกชิ้นหมู/เกี๊ยวหมู/เกี๊ยวกุ้ง/หมูแดงและเลือกเส้นได้ว่าจะเอาเล็ก/ใหญ่/หมี่ขาวหรือบะหมี่ ส่วนวันเสาร์พิเศษสุดคือมีข้าวคลุกกะปิราคาจานละ 60 บาท-วันอาทิตย์ขายเหมือนวันศุกร์ทุกอย่างเมนูละ 50 บาทเกือบทุกรายการตั้งแต่ต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีอาหารตามสั่งที่ขายทุกวันทั้งข้าวผัด/พริกแกง/กะเพราราคาเริ่มต้นที่ 50-80 บาทเลือกได้ทั้งหมู/ไก่/กุ้ง/ปลา/ปลาหมึก/หมูกรอบทั้งราดข้าวและเป็นกับครับ
หน้าต่อไปก็ยังคงเป็นอาหารตามสั่งที่ขายทุกวันทั้งกะเพราเต้าหู้/แกงจืดเต้าหู้-หมูสับ/ข้าวไข่เจียว/หมูกระเทียมพริกไทยทั้งแบบราดข้าวและกับข้าวราคา 50-70 บาท ถ้าต้องการข้าวเปล่า-ไข่ดาวคิดรายการละ 10 บาท หน้าต่อไปเป็นของทานเล่นต่างๆมีทั้งหอยจ๊อ/เต้าหู้ทอด/แฮกึ๋น/เกี๊ยวทอดกรอบและเกี๊ยวซ่าราคา 30-60 บาท หมั่นโถวนึ่งผสมฟักทอง/มันม่วง/น้ำตาลอ้อยลูกละ 17 บาท หมูเส้นทอดกระปุกใหญ่ 210 บาท ลูกชิ้นแคะลูกชิ้นหมูลวกจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดจานละ 45 บาท บ๊ะจ่างลูกละ 45 บาท ซาลาเปาไส้หมูสับหมูแดงลูกละ 19 บาท หมูยอทอด 50 บาท ขนมจีบรวมจานละ 45 บาท สุดท้ายเป็นหมวดขนมหวานเสิร์ฟร้อนกับเย็นสไตล์จีนรวมกว่า 8 เมนูราคาถ้วยละ 20-50 บาท เครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า/น้ำสมุนไพร/น้ำเต้าหู้/น้ำอัดลมขวดละ 10-25 บาท ใครที่ชอบชาจีนที่ร้านขายเป็นชุดให้ชงเองแบบโบราณราคา 69-99 บาทมีให้เลือกถึง 6 ใบชาจีนชื่อดัง ส่วนเมนูเด็ดที่ร้านแนะนำอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สั่งสินค้าอยู่แล้วสามารถสั่งได้แบบด่วนๆ โดยรวมถือว่ามีเมนูอาหารให้เลือกเยอะมากๆมากี่ครั้งก็ไม่เบื่อแน่นอนครับ
จานแรกสั่งมาเป็น "เผือกเปลือย" แบบทอดราคาชิ้นละ 15 บาท เป็นเผือกขูดเส้นปรุงรสให้เค็มกลมกล่อมเผ็ดร้อนพริกไทยขาวกรุบกรอบถั่วลิสงผสมแป้งเล็กน้อยนำไปนึ่งให้เป็นก้อน ก่อนเสิร์ฟแค่นำไปทอดในกระทะให้มีความเกรียมอมน้ำตาลเล็กน้อยตรงเปลือกแต่ด้านในนุ่มละเอียดหอมมันเผือกคุณภาพดีอัดแน่นเกินราคาสุดๆ ส่วนกุยช่ายที่เราโทรมาจองเป็น "กุยช่ายกลมแดง (อี้ทวง)" 4 ไส้ไว้ก่อนเพราะกลัวหมดแต่วันนี้โชคดีที่ยังเหลือครบทุกไส้อยู่เลยสั่งมาเพิ่มเป็น "กุยช่าย" สูตรแป้งสีขาวปกติราคาชิ้นละ 10 บาทเท่ากันทั้ง 2 สีและไส้เหมือนกันทุกอย่าง เบื้องต้นที่เราได้อ่านในบทความประวัติการก่อตั้งร้านจุดเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือรอยจีบวงกลมเด่นชัดสวยงาม แป้งบางโปร่งใสจนสามารถเห็นไส้ด้านในได้อย่างคร่าวๆโดยไม่ต้องเสียเวลาทำสัญลักษณ์เพื่อแบ่งแยกให้ชัดเจนเหมือนร้านอื่นๆ อ้างอิงจากเจ้าของร้านที่เคยไปออกในรายการทีวีคือใช้เฉพาะแป้งมันกับแป้งข้าวเจ้าตามอัตราส่วนลับนวดและสัมผัสมือจึงจะรู้ว่าได้ที่ก่อนจะนำมาห่อไส้แน่นจุใจ ส่วนแต่ละชิ้นจะรสชาติเป็นอย่างไรนั้นผ่าดูด้านในแล้วชิมไปพร้อมกันเลยครับ
ชิ้นที่ 1 เป็น "กุยช่ายไส้ผัก" สูตรของที่ร้านนี้พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกต้นกระเทียมไม่มีกลิ่นฉุน/เหม็นเขียวเอามาคลุกกับเกลือและบีบน้ำส่วนเกินออกบางส่วนและปรุงรสให้เค็มหวานกลมกล่อมผัดในน้ำมันพอสุกเพื่อคงความกรุบกรอบ-ชุ่มฉ่ำตามธรรมชาติของของผักกุยช่ายเอาไว้เล็กน้อย ห่อเข้ากับแป้งสีขาวบางพิเศษสัมผัสนุ่มนวลเนียนสู้ฟันนิดๆคล้ายโมจิชวนไหลลื่นลงคอชวนฝันสุดๆ ชิ้นที่ 2 คือ "กุยช่ายไส้หน่อไม้" ทางร้านใช้แบบสดคุณภาพดีเคี้ยวกรุบกรอบอมหวานหั่นเป็นเต๋าเล็กๆผัดกับกุ้งฝอย ปรุงรสชาติให้เค็มกลมกล่อม-เผ็ดร้อนด้วยพริกไทยขาวจัดจ้านโดนใจ
ชิ้นที่ 3 ก็คือ "กุยช่ายไส้มันแกว" นำหัวมันแกวมาขูดเป็นเส้นๆ-บีบน้ำส่วนเกินออกผัดกับกุ้งแห้งฝอยกระเทียมสดและพริกไทยขาวเพิ่มความเผ็ดร้อนและได้ความฉ่ำหวานธรรมชาติจากหัวมันแกว ชิ้นที่ 4 ก็คือ "กุยช่ายไส้เผือก" รสชาติเหมือนเผือกเปลือยทุกอย่างแค่ไม่ผสมเมล็ดถั่วลิสงลงไปเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบกับแป้งให้จับตัวเป็นก้อนๆปริมาณอัดแน่นทุกไส้เคี้ยวเต็มคำเหมือนกันหมดแต่เท่าที่สังเกตคือเผือกมักจะหมดก่อนเพราะเรามาถึงก็เหลือ 2 ชิ้นสุดท้ายในตู้แล้ว เนื่องจากทางร้านปั้นจำนวนจำกัดต่อวันถ้าอยากกินให้ครบทุกๆไส้ต้องรีบมาแต่เช้าสักหน่อยนะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น