เรื่องเล่าที่ 14 : บ้านริมน้ำ : ระดับความหลอน 3.5 กะโหลก
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ขอแทนชื่อผู้เล่าว่า เทียนหอม
บ้านของเทียนหอมอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับสะพานพระรามแปด วิวหลังบ้านเป็นอะไรที่เทียนหอมชื่นชอบมากที่สุด ตอนเด็กๆ เทียนหอมมักจะเดินไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำหลังบ้านเพื่อดูแม่น้ำตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
แสงพระอาทิตย์ยามเย็นส่องสะท้อนให้น้ำในแม่น้ำดูระยิบระยับบวกกับแสงไฟจากสะพานพระรามแปด รวมๆ แล้วเป็นวิวหลังบ้านที่หลายๆ คนอาจอิจฉา แต่คนที่อาศัยอยู่บ้านริมน้ำจะรู้กันดีว่าเบื้องหลังวิวแสนสวยนี้ ยังมีความสยองเจือปนมาอีกด้วย
คืนที่กลับมาจากต่างประเทศ เทียนหอมฝันเห็นท่าน้ำหลังบ้านตัวเอง รอบๆ มืดสนิท เทียนหอมยืนอยู่บนท่ามองดูน้ำในแม่น้ำอย่างเหม่อลอย ทุกอย่างดูเงียบสงบจนฝันนี้เหมือนแค่ความฝันธรรมดาทั่วๆ ไป
จนกระทั่ง...
‘ช่วยด้วย!!!’ มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมา น้ำเสียงเย็นยะเยือกฟังแล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เสียงนั้นร้องขอให้ช่วย ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเทียนหอมสังเกตเห็นว่าที่แม่น้ำ มีอะไรบางอย่างกำลังลอยเข้ามาใกล้ๆ กับบันไดท่าน้ำ
เทียนหอมเลยตัดสินใจเดินเข้าดูใกล้ๆ จนเห็นว่าสิ่งที่ลอยมาใกล้กับบันไดท่าน้ำบ้านตัวเองเป็นหัวของคน! โผล่ขึ้นมาจากน้ำ แรกๆ หัวนั้นหันหลังให้กับเทียนหอม แต่พอเทียนหอมเตรียมจะหันหลังหนี หัวนั้นก็หันหน้ามาจ้องตากับเทียนหอมพร้อมกับพูดว่า ช่วยด้วย!
เทียนหอมสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เป็นเช้าของอีกวันแล้ว ที่ห้องนอนของเทียนหอมนั้นสามารถมองเห็นไปยังท่าน้ำได้ เทียนหอมนึกถึงฝันที่ตนเห็นเมื่อครู่ก่อนจะเหม่อมองไปยังท่าน้ำตรงจุดเดียวกับที่เห็นในฝัน
นับว่ายังโชคดีที่ในฝันเทียนหอมเห็นภาพหัวคนไม่ค่อยชัด ไม่รู้ว่าหน้าตาหรือลักษณะเป็นยังไง แต่ความรู้สึกบอกแค่เพียงว่านี่คือหัวของคนๆ นึง ไม่อย่างนั้นเทียนหอมคงหลอนกว่านี้แน่ เพราะภาพในฝันคงจะติดตา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก คุณแม่ของเทียนหอมก็มาเรียกไปกินข้าวเช้า
เพราะเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเทียนหอมเลยยุ่งทั้งวันจนลืมเรื่องที่ตัวเองเพิ่งฝันไปเสียสนิท หลังจัดการอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยแล้วเวลาก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน เทียนหอมเหลือบมองไปนอกหน้าต่าง มองดูท่าน้ำเงียบๆ ก่อนจะหันไปถามคุณแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ข้างๆ ว่า “แม่ ทำไมไม่เห็นมีใครไปที่ท่าน้ำเลยอ่ะ” ปกติแล้วท่าน้ำมักจะมีคุณพ่อหรือคุณแม่ไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำตลอด แต่เทียนหอมสังเกตเห็นว่าตั้งแต่ตนเองกลับมา ยังไม่เห็นมีใครไปที่ท่าน้ำหลังบ้านเลย
“เราก็เห็นว่าช่วงนี้ทุกคนยุ่งกันหมด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำล่ะ” คุณแม่หันไปมองที่ท่าน้ำก่อนจะเสริมอีกประโยคว่า “อีกอย่างพ่อเขาก็เพิ่งจะซ่อมท่าไปหยกๆ พวกเศษไม้ เศษตะปูยังไม่ได้เก็บ เราเองก็อย่าเพิ่งไปที่ท่าละ เดี๋ยวเผลอเหยียบเข้าไปจะเจ็บตัวเปล่าๆ” เทียนหอมพูดคุยกับคุณแม่ต่ออีกสักพักก็แยกย้ายกันไปนอน
ในคืนนี้เทียนหอมฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เทียนหอมไม่ได้ยืนอยู่ที่ท่า แต่ยืนดูผ่านหน้าต่างภายในบ้านแทน แม้จะอยู่ไกลจากท่าน้ำและบรรยากาศในฝันยังเป็นตอนกลางคืนที่มืดสนิท แต่เทียนหอมกลับเห็นชัดเจนว่ามีอะไรผลุบๆ โผล่ๆ อยู่แถวบันไดท่า ตอนที่ตั้งใจว่าจะออกไปดู เทียนหอมก็ได้ยินเสียงร้องขอให้ช่วยเสียงเดิมกระซิบอยู่ข้างหูว่า ‘ช่วยหนูด้วย’
เทียนหอมตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รีบยกมือขึ้นมากุมหูข้างที่ถูกกระซิบในฝันด้วยความหวาดระแวง สายตาก็มองผ่านไปยังท่าน้ำ ไม่รู้ทำไมวันนี้เทียนหอมรู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆ ท่าน้ำบ้านตัวเองดูแปลกไป อาจจะเพราะเพิ่งฝันไม่ดี เลยอาจทำให้เทียนหอมคิดไปเองก็ได้
หลังตั้งสติได้ ก็เป็นเวลาตีห้ากว่า เทียนหอมจำได้ว่าเวลานี้ของทุกวันคุณแม่ชอบไปรอตักบาตรอยู่หน้าบ้าน เทียนหอมเลยรีบลุกไปเปลี่ยนชุดเพื่อตามไปตักบาตรด้วย หลังตักบาตรอะไรเสร็จ เทียนหอมก็เล่าเรื่องที่ตัวเองฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองติดๆ กันให้คุณแม่ฟัง
คุณแม่บอกแค่ว่าเทียนหอมคิดมากไปเอง ไม่มีอะไรหรอก ทั้งยังพูดปลอบใจว่าเทียนหอมก็แค่ฝันไปเท่านั้นเอง เมื่อวานนี้คุณแม่ให้คนไปทำความสะอาดที่ท่าน้ำก็ไม่เห็นมีใครเจออะไร
นั่นเลยทำให้เทียนหอมเริ่มคลายใจ และเริ่มคิดว่าตนคงจะคิดมากไปเองจริงๆ ก่อนนอนคืนนี้เพราะกลัวจะฝันแบบเดิม เทียนหอมเลยนั่งดูซีรีย์เกาหลีแนวคอมเมดี้เป็นเพื่อนคุณแม่ ด้วยหวังว่าความสนุกและตลกของซีรีย์จะทำให้ตนไม่ต้องคิดมากเกี่ยวกับความฝันครั้งก่อนๆ จนเก็บมาฝันเห็นอีก ทั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนเทียนหอมก็ยังตั้งใจสวดมนต์ไหว้พระกันไว้อีกชั้น ทำไปขนาดนี้ แน่นอนว่าเทียนหอมรู้สึกสบายใจมากจนหลับสนิทแทบจะในทันที
แต่... แทนที่จะฝันถึงพระเอกซีรีย์เกาหลีที่เพิ่งดูไปกับคุณแม่ เทียนหอมกลับฝันถึงท่าน้ำบ้านตัวเองอีกแล้ว...
โดยครั้งนี้เทียนหอมยืนอยู่บนท่าน้ำ ติดๆ กับบันไดทางลงไปแม่น้ำเลย! เทียนหอมหวาดกลัวมากและพยายามที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดิน น้ำในแม่น้ำก็ไหวเบาๆ พร้อมกับมีอะไรบางอย่างลอยตามมา อะไรบางอย่างที่ว่านั้นก็คือ...หัวคนที่เทียนหอมเคยฝันเห็นในคืนแรก!!
ซึ่งในฝันครั้งนี้เทียนหอมเห็นหัวคนชัดมาก ใบหน้าดำคล้ำที่มีเส้นผมปกปิดแค่บางส่วนนั้นบวมอืดจนดวงตาทั้งสองข้างถลนออกมา ลิ้นบวมเป่งจุกอยู่ที่ริมฝีปากที่เริ่มเน่าเปื่อยจนเริ่มมีเนื้อหนังบางส่วนหลุดออกมา ดูไม่ออกเลยว่าใบหน้ายามปกติเป็นยังไง เทียนหอมกลัวจนทรุดลงไปนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง ใจอยากจะลุกแล้ววิ่งหนี แต่ก็ไม่มีแรง ทำได้แค่มองตามหัวคนที่ค่อยๆ ลอยคอเข้ามาใกล้ๆ บันได ดวงตาที่ถลนออกมาทั้งสองข้างนั้นจ้องมาที่เทียนหอมก่อนร่างที่ขึ้นอืดจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากน้ำ สภาพของร่างกายเองก็ไม่ต่างอะไรกับส่วนหัว เพราะผิวหนังเน่าเปื่อยหลุดลอกออกมาเป็นจุดๆ สีผิวบางที่ก็ซีดเผือด บางที่ก็ดำคล้ำเป็นจ้ำๆ ร่างนั้นขึ้นบันไดมาก็เอาหน้ามาชิดกับหน้าของเทียนหอมบอกกับพูดว่า “ต้องช่วยกู!”
เทียนหอมสะดุ้งตื่นสุดตัวด้วยความกลัวพร้อมกับแหกปากร้องอย่างตกใจจนคนในบ้านพากันตื่นและรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง หลังได้รับการปลอบโยนจากคุณแม่เป็นเวลานาน เทียนหอมก็คลายความตกใจและหวาดกลัวลง คิดไปคิดมา เทียนหอมก็รู้สึกโกรธผีที่มาโผล่ในฝัน มาร้องขอให้ช่วยแท้ๆ กลับไม่มาในสภาพดีๆ ดันมาในสภาพที่ใครเห็นใครก็วิ่งหนี บวกกับความค้างคาใจมานาน พอแดดออก เทียนหอมก็ลากคุณพ่อและคุณแม่ไปดูที่ท่าน้ำเป็นเพื่อน
ฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองมาสามวันติด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอะไรก็ตาม ยังไงวันนี้เทียนหอมก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของตัวเอง แต่ทันทีที่เทียนหอมและคุณพ่อคุณแม่เดินไปถึงที่ท่าน้ำ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนคุณแม่ทนไม่ไหว วิ่งกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาผ้าปิดจมูกกับสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดไปเดินไป
ยิ่งเดินไปใกล้ท่าน้ำ กลิ่นก็ยิ่งแรง จนคุณแม่ทนไม่ไหว ขอยืนดูอยู่ไกลๆ ทิ้งให้เทียนหอมและคุณพ่อหาที่มาของกลิ่นเหม็นนี้กันสองคน บริเวณบันไดของท่าไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรจนเทียนหอมรู้สึกแปลกใจ ภาพจำจากในฝันทำให้เทียนหอมอดรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้ เพราะจุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่เห็นหัวคนลอยขึ้นมา ตอนที่จะเดินไปดูตรงจุดอื่น เทียนหอมได้ยินเสียงแมลงหลายๆ ตัวกำลังบินตอมอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ๆ
เป็นกอผักตบชวากองใหญ่ ก่อผักกระเพื่อมขึ้นลงตามกระแสน้ำในแม่น้ำ เทียนหอมจ้องไปที่ก่อผักตบชวาอย่างสงสัย ก่อนจะสังเหตุเห็นฝูงแมลงวันกำลังบินตอมอะไรบางอย่างในนั้น เทียนหอมเรียกให้คุณพ่อมาช่วยดู ตอนที่คุณพ่อใช้ไม้เขี่ยกอผักตบชวาออกไป ก็มีอะไรโผล่ขึ้นมาจากน้ำ พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนเทียนหอมแทบอ้วก พอหันกลับไปดูอีกที ทั้งเทียนหอมทั้งคุณพ่อต่างก็ร้องตกใจลั่น เพราะสิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำนั้น มันคือศพของคน!! และสิ่งที่ทำให้เทียนหอมรู้สึกขนลุกที่สุดคือ ศพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นเหมือนกับศพที่เห็นในฝันเปี๊ยบ!!!
หลังจัดการเรียกกู้ภัยมากู้ร่างและให้ปากคำกับทางตำรวจแล้ว ทั้งบ้านก็พากันไปทำบุญชุดใหญ่ ทั้งยังเชิญพระมาทำบุญที่บ้านโดยเฉพาะที่ท่าน้ำเป็นพิเศษ ซึ่งกว่าเทียนหอมจะกล้าไปที่ท่าน้ำได้อีกก็ใช้เวลานานเอามากๆ เทียนหอมไม่เคยคิดเลยว่า เรื่องเล่าที่คุณป้าแม่บ้านเล่าให้ฟังบ่อยๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
ตั้งแต่เมื่อก่อนแถวสะพานพระรามแปดนี้มักจะมีคนมากระโดดฆ่าตัวตายกันบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำๆ คนแถวนี้มักจะรู้กันดี วันดีคืนดีคนที่มาตกปลาแถวนั้นก็ตกได้ชิ้นส่วนของศพก็มี ร้ายหน่อยก็ตกได้เป็นศพทั้งร่าง หรือแม้กระทั่งบางบ้านก็จะมีศพที่ขึ้นอืดแล้วถูกกระแสน้ำพัดไปติดตามท่าน้ำเหมือนที่เทียนหอมเจอก็มี
- จ บ -
ในความคิดของทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ควรให้กี่กะโหลกดีคะ เรื่องนี้เพื่อนเราให้ 3.5 กะโหลกเหมือนเดิมค่ะ
นิยายชุด : ผลัดกันเล่า by motamad
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ขอแทนชื่อผู้เล่าว่า เทียนหอม
บ้านของเทียนหอมอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับสะพานพระรามแปด วิวหลังบ้านเป็นอะไรที่เทียนหอมชื่นชอบมากที่สุด ตอนเด็กๆ เทียนหอมมักจะเดินไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำหลังบ้านเพื่อดูแม่น้ำตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
แสงพระอาทิตย์ยามเย็นส่องสะท้อนให้น้ำในแม่น้ำดูระยิบระยับบวกกับแสงไฟจากสะพานพระรามแปด รวมๆ แล้วเป็นวิวหลังบ้านที่หลายๆ คนอาจอิจฉา แต่คนที่อาศัยอยู่บ้านริมน้ำจะรู้กันดีว่าเบื้องหลังวิวแสนสวยนี้ ยังมีความสยองเจือปนมาอีกด้วย
คืนที่กลับมาจากต่างประเทศ เทียนหอมฝันเห็นท่าน้ำหลังบ้านตัวเอง รอบๆ มืดสนิท เทียนหอมยืนอยู่บนท่ามองดูน้ำในแม่น้ำอย่างเหม่อลอย ทุกอย่างดูเงียบสงบจนฝันนี้เหมือนแค่ความฝันธรรมดาทั่วๆ ไป
จนกระทั่ง...
‘ช่วยด้วย!!!’ มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นมา น้ำเสียงเย็นยะเยือกฟังแล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เสียงนั้นร้องขอให้ช่วย ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเทียนหอมสังเกตเห็นว่าที่แม่น้ำ มีอะไรบางอย่างกำลังลอยเข้ามาใกล้ๆ กับบันไดท่าน้ำ
เทียนหอมเลยตัดสินใจเดินเข้าดูใกล้ๆ จนเห็นว่าสิ่งที่ลอยมาใกล้กับบันไดท่าน้ำบ้านตัวเองเป็นหัวของคน! โผล่ขึ้นมาจากน้ำ แรกๆ หัวนั้นหันหลังให้กับเทียนหอม แต่พอเทียนหอมเตรียมจะหันหลังหนี หัวนั้นก็หันหน้ามาจ้องตากับเทียนหอมพร้อมกับพูดว่า ช่วยด้วย!
เทียนหอมสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็เป็นเช้าของอีกวันแล้ว ที่ห้องนอนของเทียนหอมนั้นสามารถมองเห็นไปยังท่าน้ำได้ เทียนหอมนึกถึงฝันที่ตนเห็นเมื่อครู่ก่อนจะเหม่อมองไปยังท่าน้ำตรงจุดเดียวกับที่เห็นในฝัน
นับว่ายังโชคดีที่ในฝันเทียนหอมเห็นภาพหัวคนไม่ค่อยชัด ไม่รู้ว่าหน้าตาหรือลักษณะเป็นยังไง แต่ความรู้สึกบอกแค่เพียงว่านี่คือหัวของคนๆ นึง ไม่อย่างนั้นเทียนหอมคงหลอนกว่านี้แน่ เพราะภาพในฝันคงจะติดตา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก คุณแม่ของเทียนหอมก็มาเรียกไปกินข้าวเช้า
เพราะเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเทียนหอมเลยยุ่งทั้งวันจนลืมเรื่องที่ตัวเองเพิ่งฝันไปเสียสนิท หลังจัดการอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยแล้วเวลาก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน เทียนหอมเหลือบมองไปนอกหน้าต่าง มองดูท่าน้ำเงียบๆ ก่อนจะหันไปถามคุณแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ข้างๆ ว่า “แม่ ทำไมไม่เห็นมีใครไปที่ท่าน้ำเลยอ่ะ” ปกติแล้วท่าน้ำมักจะมีคุณพ่อหรือคุณแม่ไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำตลอด แต่เทียนหอมสังเกตเห็นว่าตั้งแต่ตนเองกลับมา ยังไม่เห็นมีใครไปที่ท่าน้ำหลังบ้านเลย
“เราก็เห็นว่าช่วงนี้ทุกคนยุ่งกันหมด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปนั่งเล่นที่ท่าน้ำล่ะ” คุณแม่หันไปมองที่ท่าน้ำก่อนจะเสริมอีกประโยคว่า “อีกอย่างพ่อเขาก็เพิ่งจะซ่อมท่าไปหยกๆ พวกเศษไม้ เศษตะปูยังไม่ได้เก็บ เราเองก็อย่าเพิ่งไปที่ท่าละ เดี๋ยวเผลอเหยียบเข้าไปจะเจ็บตัวเปล่าๆ” เทียนหอมพูดคุยกับคุณแม่ต่ออีกสักพักก็แยกย้ายกันไปนอน
ในคืนนี้เทียนหอมฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เทียนหอมไม่ได้ยืนอยู่ที่ท่า แต่ยืนดูผ่านหน้าต่างภายในบ้านแทน แม้จะอยู่ไกลจากท่าน้ำและบรรยากาศในฝันยังเป็นตอนกลางคืนที่มืดสนิท แต่เทียนหอมกลับเห็นชัดเจนว่ามีอะไรผลุบๆ โผล่ๆ อยู่แถวบันไดท่า ตอนที่ตั้งใจว่าจะออกไปดู เทียนหอมก็ได้ยินเสียงร้องขอให้ช่วยเสียงเดิมกระซิบอยู่ข้างหูว่า ‘ช่วยหนูด้วย’
เทียนหอมตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รีบยกมือขึ้นมากุมหูข้างที่ถูกกระซิบในฝันด้วยความหวาดระแวง สายตาก็มองผ่านไปยังท่าน้ำ ไม่รู้ทำไมวันนี้เทียนหอมรู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆ ท่าน้ำบ้านตัวเองดูแปลกไป อาจจะเพราะเพิ่งฝันไม่ดี เลยอาจทำให้เทียนหอมคิดไปเองก็ได้
หลังตั้งสติได้ ก็เป็นเวลาตีห้ากว่า เทียนหอมจำได้ว่าเวลานี้ของทุกวันคุณแม่ชอบไปรอตักบาตรอยู่หน้าบ้าน เทียนหอมเลยรีบลุกไปเปลี่ยนชุดเพื่อตามไปตักบาตรด้วย หลังตักบาตรอะไรเสร็จ เทียนหอมก็เล่าเรื่องที่ตัวเองฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองติดๆ กันให้คุณแม่ฟัง
คุณแม่บอกแค่ว่าเทียนหอมคิดมากไปเอง ไม่มีอะไรหรอก ทั้งยังพูดปลอบใจว่าเทียนหอมก็แค่ฝันไปเท่านั้นเอง เมื่อวานนี้คุณแม่ให้คนไปทำความสะอาดที่ท่าน้ำก็ไม่เห็นมีใครเจออะไร
นั่นเลยทำให้เทียนหอมเริ่มคลายใจ และเริ่มคิดว่าตนคงจะคิดมากไปเองจริงๆ ก่อนนอนคืนนี้เพราะกลัวจะฝันแบบเดิม เทียนหอมเลยนั่งดูซีรีย์เกาหลีแนวคอมเมดี้เป็นเพื่อนคุณแม่ ด้วยหวังว่าความสนุกและตลกของซีรีย์จะทำให้ตนไม่ต้องคิดมากเกี่ยวกับความฝันครั้งก่อนๆ จนเก็บมาฝันเห็นอีก ทั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนเทียนหอมก็ยังตั้งใจสวดมนต์ไหว้พระกันไว้อีกชั้น ทำไปขนาดนี้ แน่นอนว่าเทียนหอมรู้สึกสบายใจมากจนหลับสนิทแทบจะในทันที
แต่... แทนที่จะฝันถึงพระเอกซีรีย์เกาหลีที่เพิ่งดูไปกับคุณแม่ เทียนหอมกลับฝันถึงท่าน้ำบ้านตัวเองอีกแล้ว...
โดยครั้งนี้เทียนหอมยืนอยู่บนท่าน้ำ ติดๆ กับบันไดทางลงไปแม่น้ำเลย! เทียนหอมหวาดกลัวมากและพยายามที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้าน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดิน น้ำในแม่น้ำก็ไหวเบาๆ พร้อมกับมีอะไรบางอย่างลอยตามมา อะไรบางอย่างที่ว่านั้นก็คือ...หัวคนที่เทียนหอมเคยฝันเห็นในคืนแรก!!
ซึ่งในฝันครั้งนี้เทียนหอมเห็นหัวคนชัดมาก ใบหน้าดำคล้ำที่มีเส้นผมปกปิดแค่บางส่วนนั้นบวมอืดจนดวงตาทั้งสองข้างถลนออกมา ลิ้นบวมเป่งจุกอยู่ที่ริมฝีปากที่เริ่มเน่าเปื่อยจนเริ่มมีเนื้อหนังบางส่วนหลุดออกมา ดูไม่ออกเลยว่าใบหน้ายามปกติเป็นยังไง เทียนหอมกลัวจนทรุดลงไปนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง ใจอยากจะลุกแล้ววิ่งหนี แต่ก็ไม่มีแรง ทำได้แค่มองตามหัวคนที่ค่อยๆ ลอยคอเข้ามาใกล้ๆ บันได ดวงตาที่ถลนออกมาทั้งสองข้างนั้นจ้องมาที่เทียนหอมก่อนร่างที่ขึ้นอืดจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากน้ำ สภาพของร่างกายเองก็ไม่ต่างอะไรกับส่วนหัว เพราะผิวหนังเน่าเปื่อยหลุดลอกออกมาเป็นจุดๆ สีผิวบางที่ก็ซีดเผือด บางที่ก็ดำคล้ำเป็นจ้ำๆ ร่างนั้นขึ้นบันไดมาก็เอาหน้ามาชิดกับหน้าของเทียนหอมบอกกับพูดว่า “ต้องช่วยกู!”
เทียนหอมสะดุ้งตื่นสุดตัวด้วยความกลัวพร้อมกับแหกปากร้องอย่างตกใจจนคนในบ้านพากันตื่นและรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง หลังได้รับการปลอบโยนจากคุณแม่เป็นเวลานาน เทียนหอมก็คลายความตกใจและหวาดกลัวลง คิดไปคิดมา เทียนหอมก็รู้สึกโกรธผีที่มาโผล่ในฝัน มาร้องขอให้ช่วยแท้ๆ กลับไม่มาในสภาพดีๆ ดันมาในสภาพที่ใครเห็นใครก็วิ่งหนี บวกกับความค้างคาใจมานาน พอแดดออก เทียนหอมก็ลากคุณพ่อและคุณแม่ไปดูที่ท่าน้ำเป็นเพื่อน
ฝันเห็นท่าน้ำบ้านตัวเองมาสามวันติด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอะไรก็ตาม ยังไงวันนี้เทียนหอมก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาตัวเองให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของตัวเอง แต่ทันทีที่เทียนหอมและคุณพ่อคุณแม่เดินไปถึงที่ท่าน้ำ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนคุณแม่ทนไม่ไหว วิ่งกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาผ้าปิดจมูกกับสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดไปเดินไป
ยิ่งเดินไปใกล้ท่าน้ำ กลิ่นก็ยิ่งแรง จนคุณแม่ทนไม่ไหว ขอยืนดูอยู่ไกลๆ ทิ้งให้เทียนหอมและคุณพ่อหาที่มาของกลิ่นเหม็นนี้กันสองคน บริเวณบันไดของท่าไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรจนเทียนหอมรู้สึกแปลกใจ ภาพจำจากในฝันทำให้เทียนหอมอดรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้ เพราะจุดนี้เป็นจุดเดียวกับที่เห็นหัวคนลอยขึ้นมา ตอนที่จะเดินไปดูตรงจุดอื่น เทียนหอมได้ยินเสียงแมลงหลายๆ ตัวกำลังบินตอมอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ๆ
เป็นกอผักตบชวากองใหญ่ ก่อผักกระเพื่อมขึ้นลงตามกระแสน้ำในแม่น้ำ เทียนหอมจ้องไปที่ก่อผักตบชวาอย่างสงสัย ก่อนจะสังเหตุเห็นฝูงแมลงวันกำลังบินตอมอะไรบางอย่างในนั้น เทียนหอมเรียกให้คุณพ่อมาช่วยดู ตอนที่คุณพ่อใช้ไม้เขี่ยกอผักตบชวาออกไป ก็มีอะไรโผล่ขึ้นมาจากน้ำ พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนเทียนหอมแทบอ้วก พอหันกลับไปดูอีกที ทั้งเทียนหอมทั้งคุณพ่อต่างก็ร้องตกใจลั่น เพราะสิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำนั้น มันคือศพของคน!! และสิ่งที่ทำให้เทียนหอมรู้สึกขนลุกที่สุดคือ ศพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นเหมือนกับศพที่เห็นในฝันเปี๊ยบ!!!
หลังจัดการเรียกกู้ภัยมากู้ร่างและให้ปากคำกับทางตำรวจแล้ว ทั้งบ้านก็พากันไปทำบุญชุดใหญ่ ทั้งยังเชิญพระมาทำบุญที่บ้านโดยเฉพาะที่ท่าน้ำเป็นพิเศษ ซึ่งกว่าเทียนหอมจะกล้าไปที่ท่าน้ำได้อีกก็ใช้เวลานานเอามากๆ เทียนหอมไม่เคยคิดเลยว่า เรื่องเล่าที่คุณป้าแม่บ้านเล่าให้ฟังบ่อยๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
ตั้งแต่เมื่อก่อนแถวสะพานพระรามแปดนี้มักจะมีคนมากระโดดฆ่าตัวตายกันบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำๆ คนแถวนี้มักจะรู้กันดี วันดีคืนดีคนที่มาตกปลาแถวนั้นก็ตกได้ชิ้นส่วนของศพก็มี ร้ายหน่อยก็ตกได้เป็นศพทั้งร่าง หรือแม้กระทั่งบางบ้านก็จะมีศพที่ขึ้นอืดแล้วถูกกระแสน้ำพัดไปติดตามท่าน้ำเหมือนที่เทียนหอมเจอก็มี
- จ บ -
ในความคิดของทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ควรให้กี่กะโหลกดีคะ เรื่องนี้เพื่อนเราให้ 3.5 กะโหลกเหมือนเดิมค่ะ