อันนี้เป็นประสบการณ์ที่เราเจอมาเองและอยากบอกกับหลายๆคนที่เป็นเหมือนเรา แทนตัวเองว่า A ละกัน
เราเป็นพี่คนโต มีน้องสาว 2 คน เวลาน้องมีปัญหาเราก็จะคอยแก้ปัญหา เตือนน้องอยู่ตลอด โดยเฉพาะน้องคนกลาง เพราะเค้ามักจะทะเลาะกับแม่บ่อยเช่นแบบ แม่ถามแล้วเค้าไม่ตอบก็เกิดการทะเลาะได้แล้ว เราก็ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่บ่อยๆ แล้วมีช่วงนึงที่น้องมีปัญหาที่โรงเรียนเราก็คอยสอนน้องด้านการใช้ชีวิต จนว่าทุกอย่างมันดีขึ้น แล้วกลายเป็นว่าน้องคนกลางติดเรามาก เวลามีปัญหาก็จะมาถามเรา ขอความเห็น เราก็อธิบายชี้แนะไป เวลาเศร้าเราก็ปลอบทุกครั้ง น้องคนเล็กก็เหมือนกัน แล้วอยู่มาวันนึง น้องสาวคนกลางเค้าทะเลาะกับแม่ เราก็ไปคุยกับน้อง ปรับความเข้าใจ เหมือนทุกอย่างมันดีขึ้นนะ จนน้องเราพูดประโยคนึงขึ้นมาว่า เค้าคอยปรึกษาเรามาตลอดมีคนคอยรับฟังคอยปลอบเฮฮาด้วย เข้าใจความรู้สึก แต่เค้าไม่เคยปลอบเราเลย… เค้าบอกว่าเราไม่เคยเล่าปัญหาของเราให้เค้าฟังเลย จนเค้ารู้สึกว่าเค้าไม่มีประโยชน์รึเปล่า เราที่ได้ยินประโยคนั้นก็นิ่งไปเลย ช๊อคไปเลยอะ ตอนนั้นเราเพิ่งรู้ตัวเอง ว่าเราไม่เคยเล่าปัญหาของเราให้ใครฟังเลย เวลามีปัญหาก็แก้ปัญหาเอง เวลาเศร้าก็เก็บไว้ในใจ บางที่ก็ร้องคนเดียว จนลืมนึกเลยว่า มีคนที่คอยรับฟังเราอยู่ ตอนนั้นที่น้องเราพูดออกมา มันทำเราน้ำตาไหลเลย คนที่มีปัญหาไม่ใช่น้องเรา แต่เป็นตัวเราเองที่ไม่เปิดใจให้ใครเข้ามารับฟัง เราคิดเสมอว่า เราเป็นพี่คนโต จะต้องดูแลน้องให้ดี เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกด้าน เป็นที่พึ่งให้น้องได้ ต้องดูแลตัวเองได้ เวลาพ่อกับแม่ถามว่า ให้ช่วยอะไรมั้ย เราก็มักจะตอบว่า ไม่เป็นไรค่ะ A ทำได้ พูดมาเรื่อยๆจนชิน จนกระทั่งตอนที่น้องพูดนั่นแหละ หลังจากวันนั้นเรากลับไปคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนรู้ว่าเรามีกำแพงที่สูงมาก เกินกว่าคนอื่นจะทำลาย สุดท้ายเราเลือกที่จะเปิดใจให้คนอื่นดู เวลามีอะไรที่ยากเกินความสามารถ เราก็ปรึกษาพ่อกับแม่ แล้วก็น้อง สิ่งที่เรารู้คือ มันรู้สึกดีมากที่ไม่ได้เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เราอยากบอกกับทุกคนเลยไม่ว่าจะเป็นพี่หรือน้อง อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เราอาจจะคิดว่า เราทำหน้าที่เราดีที่สุดแล้ว แต่ว่า คนที่ได้รับความช่วยเหลือเค้าก็อยากช่วยเราเหมือนกัน อย่าปิดกั้นตัวเอง ลองเปิดใจดู แล้วจะรู้ว่า มันไม่แย่เลย ตอนนี้เรารู้สึกดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก น้องเราก็ไม่ทะเลาะกับแม่เลย หลังจากที่พูดความในใจออกไป ตอนนี้เรารู้แค่ว่าเรามีความสุขมาก 😊
มาเล่าประสบการณ์ค่ะ
เราเป็นพี่คนโต มีน้องสาว 2 คน เวลาน้องมีปัญหาเราก็จะคอยแก้ปัญหา เตือนน้องอยู่ตลอด โดยเฉพาะน้องคนกลาง เพราะเค้ามักจะทะเลาะกับแม่บ่อยเช่นแบบ แม่ถามแล้วเค้าไม่ตอบก็เกิดการทะเลาะได้แล้ว เราก็ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่บ่อยๆ แล้วมีช่วงนึงที่น้องมีปัญหาที่โรงเรียนเราก็คอยสอนน้องด้านการใช้ชีวิต จนว่าทุกอย่างมันดีขึ้น แล้วกลายเป็นว่าน้องคนกลางติดเรามาก เวลามีปัญหาก็จะมาถามเรา ขอความเห็น เราก็อธิบายชี้แนะไป เวลาเศร้าเราก็ปลอบทุกครั้ง น้องคนเล็กก็เหมือนกัน แล้วอยู่มาวันนึง น้องสาวคนกลางเค้าทะเลาะกับแม่ เราก็ไปคุยกับน้อง ปรับความเข้าใจ เหมือนทุกอย่างมันดีขึ้นนะ จนน้องเราพูดประโยคนึงขึ้นมาว่า เค้าคอยปรึกษาเรามาตลอดมีคนคอยรับฟังคอยปลอบเฮฮาด้วย เข้าใจความรู้สึก แต่เค้าไม่เคยปลอบเราเลย… เค้าบอกว่าเราไม่เคยเล่าปัญหาของเราให้เค้าฟังเลย จนเค้ารู้สึกว่าเค้าไม่มีประโยชน์รึเปล่า เราที่ได้ยินประโยคนั้นก็นิ่งไปเลย ช๊อคไปเลยอะ ตอนนั้นเราเพิ่งรู้ตัวเอง ว่าเราไม่เคยเล่าปัญหาของเราให้ใครฟังเลย เวลามีปัญหาก็แก้ปัญหาเอง เวลาเศร้าก็เก็บไว้ในใจ บางที่ก็ร้องคนเดียว จนลืมนึกเลยว่า มีคนที่คอยรับฟังเราอยู่ ตอนนั้นที่น้องเราพูดออกมา มันทำเราน้ำตาไหลเลย คนที่มีปัญหาไม่ใช่น้องเรา แต่เป็นตัวเราเองที่ไม่เปิดใจให้ใครเข้ามารับฟัง เราคิดเสมอว่า เราเป็นพี่คนโต จะต้องดูแลน้องให้ดี เป็นตัวอย่างที่ดีในทุกด้าน เป็นที่พึ่งให้น้องได้ ต้องดูแลตัวเองได้ เวลาพ่อกับแม่ถามว่า ให้ช่วยอะไรมั้ย เราก็มักจะตอบว่า ไม่เป็นไรค่ะ A ทำได้ พูดมาเรื่อยๆจนชิน จนกระทั่งตอนที่น้องพูดนั่นแหละ หลังจากวันนั้นเรากลับไปคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนรู้ว่าเรามีกำแพงที่สูงมาก เกินกว่าคนอื่นจะทำลาย สุดท้ายเราเลือกที่จะเปิดใจให้คนอื่นดู เวลามีอะไรที่ยากเกินความสามารถ เราก็ปรึกษาพ่อกับแม่ แล้วก็น้อง สิ่งที่เรารู้คือ มันรู้สึกดีมากที่ไม่ได้เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เราอยากบอกกับทุกคนเลยไม่ว่าจะเป็นพี่หรือน้อง อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เราอาจจะคิดว่า เราทำหน้าที่เราดีที่สุดแล้ว แต่ว่า คนที่ได้รับความช่วยเหลือเค้าก็อยากช่วยเราเหมือนกัน อย่าปิดกั้นตัวเอง ลองเปิดใจดู แล้วจะรู้ว่า มันไม่แย่เลย ตอนนี้เรารู้สึกดีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก น้องเราก็ไม่ทะเลาะกับแม่เลย หลังจากที่พูดความในใจออกไป ตอนนี้เรารู้แค่ว่าเรามีความสุขมาก 😊