โควิดยังขาขึ้น! พบติดเชื้อใหม่ 22,073 ราย เสียชีวิต 69 ราย เอทีเคอีก 31,890 ราย
https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_3222797
โควิดยังขาขึ้น! พบติดเชื้อใหม่ 22,073 ราย เสียชีวิต 69 ราย เอทีเคอีก 31,890 ราย
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวม 22,073 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 21,981 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 92 ราย
ผู้ป่วยสะสม 865,438 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 24,747 ราย หายป่วยสะสม 675,356 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 221,585 ราย เสียชีวิต 69 ราย
ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากผลแอนติเจน เทสต์ คิท (เอทีเค) อีก 31,890 ราย อาการหนักใช้ท่อช่วยหายใจ 404 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,200 ราย โดยจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต บุรีรัมย์ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา
เอกชนผวาน้ำมันส่อทะลุลิตรละ 50 บ. จี้รบ.รณรงค์ประหยัดพลังงานด่วน!
matichon.co.th/economy/news_3222904
นาย
เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวกับ “มติชนออนไลน์” ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ตรึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ตลอดจนการเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ อย่างประเทศยุโรประบุจะไม่ซื้อน้ำมันรัสเซีย ล่าสุดสหรัฐอเมริกายังออกมาระบุเช่นกันว่าจะไม่ซื้อน้ำมันรัสเซีย เพราะโดยส.ส.ฝ่ายค้านโวยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ยังซื้อน้ำมันจากรัสเซียวันละ 6-7 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียออกมาสวนกลับว่า ถ้าทางยุโรปบอยคอตไม่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย จะเห็นราคาน้ำมัน 300 เหรียญ สถานการณ์เหล่านี้เบื้องต้นอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับพุ่งไปถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากราคาพุ่งไประดับดังกล่าวแน่นอนว่า จะได้เห็นราคาน้ำมันในไทย 2 ลิตร 100 บาท คือ ราคามากกว่าลิตรละ 50 บาทแน่นอน เพราะราคาน้ำมันดิบที่ขึ้นทุก 1 เหรียญฯจะทำให้ราคาขายปลีกในไทยขยับขึ้น 25 สตางค์ โดยเฉพาะกลุ่มเบนซิน เพราะดีเซลรัฐบาลน่าจะยังอุดหนุนอยู่
“เชื่อว่ารัฐบาลจะดูแลราคาดีเซล โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันชดเชย ใช้วิธีการกู้เงินมาโปะกองทุนน้ำมันที่ติดลบอยู่เกือบ 20,000 ล้านบาทในขณะนี้ และอาจต้องลดภาษีสรรพสามิตดีเซลเพิ่ม จากกรอบ 5.99 บาท ตอนนี้ลดไปแล้ว 3 บาท เป็นไปได้ต้องลดที่เหลือลงอีก เพื่อไม่ให้ราคาเกินลิตรละ 30 บาทตามที่รัฐรับปากสมาคมขนส่งไว้” นาย
เกรียงไกรกล่าว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาสงคราม และราคาน้ำมันเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ และแนวโน้มราคาน้ำมันยังพุ่งไม่หยุดจากสถานการณ์ตรึงเครียดที่ส่อแววยืดเยื้อ ไทยเป็นประเทศ Import net น้ำมันต้องนำเข้าเกือบ 90% ของปริมาณการใช้ แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถทำได้ทันที รัฐบาลรณรงค์การประหยัดการใช้น้ำมันอย่างจริงจังครับ เอกชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยด่วน
ส่วนระยะกลางและยาว ควรปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศใหม่ ให้เกิดความสมดุล โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันที่เกิดผลกระทบรุนแรงในปัจจุบัน
วงในข่าวกรองมอสโกแฉ รัสเซีย รุกรานยูเครน ชัยชนะแทบเป็นไปไม่ได้
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6930219
วันที่ 8 มี.ค.
ฟ็อกซ์นิวส์ เผยแพร่รายละเอียดใน จดหมายที่อ้างว่าเขียนโดยนักวิเคราะห์ข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งทำงานอยู่ในหน่วยความมั่นคงกลาง (เอฟเอสบี – FSB) หน่วยข่าวกรองของ รัสเซีย เกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของกองกำลังทหาร รัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ว่าเกิดอุปสรรคและความท้าทายอย่างคาดไม่ถึง ทำให้การคว้าชัยชนะแทบเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากการบาดเจ็บล้มตายยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรุนแรง
จดหมายความยาวมากกว่า 2,000 คำ โดยผู้เปิดโปงความจริงใน FSB ระบุว่า จำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในการรุกรานยูเครนอาจมี 10,000 นาย ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการประมาณการของยูเครน และสวนทางกับตัวเลข 498 นาย ที่รายงานโดยรัฐบาลรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รายงานระบุว่า รัสเซียไม่มีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ถูกต้องแม่นยำ หลังขาดการติดต่อกับหน่วยทหารภายในยูเครน และ FSB ถูกตำหนิว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลรัสเซียในการป้องกันกองกำลังป้องกันยูเครน ขณะที่ FSB ไม่ได้รับคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับการรุกรานยูเครนตามคำสั่งของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน ส่วนรัสเซียยังไม่พร้อมรับมือกับผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรทั่วโลกที่ตอนนี้รัสเซียกำลังเผชิญ ขณะที่สกุลเงินรูเบิลยังดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
“ไม่มีใครรู้ว่าจะมีสงครามเช่นนี้ จึงไม่มีใครเตรียมรับมือกับมาตรคว่ำบาตรเช่นนี้ ไม่มีตัวเลือกชัยชนะที่เป็นไปได้แค่นั้นเอง” รายงานระบุ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถูกกดดันในการปรับแต่งรายงานการบรรยายตามที่คณะผู้นำรัสเซียต้องการ
“เราถูกกดดันเพิ่มขึ้นเพื่อปรับแต่งรายงานเป็นไปตามข้อกำหนดของฝ่ายบริหาร – ครั้งหนึ่งฉันเคยพูดถึงประเด็นนี้แล้ว ที่ปรึกษาทางการเมือง นักการเมือง และบริวาร อิทธิพลของทีมงาน ทั้งหมดนี้ก่อเกิดความสับสน” ผู้เขียนระบุ
“ตอนนี้ต่อให้ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ถูกสังหาร ถูกจับเข้าคุก จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และตอนนี้แม้แต่ผู้ภักดีต่อเรายังต่อต้าน เพราะเป็นการวางแผนมาจากเบื้องบน เพราะเราได้รับแจ้งว่าไม่มีตัวเลือกเช่นนั้น เว้นแต่เราจะถูกโจมตี และแม้จะมีแรงต่อต้านระดับต่ำสุดจากชาวยูเครน เรายังต้องการกำลังทหารมากกว่า 500,000 นาย ไม่รวมคนงานจัดหาและคนงานโลจิสติกส์” ผู้เขียนอ้าง
จดหมายยังเปรียบเทียบความล้มเหลวของรัสเซียในการพิชิตยูเครน กับความผิดพลาดที่ก่อโดยนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เขียนระบุว่า ยังต้องจับตาว่าคณะผู้นำรัสเซียจะเริ่มขัดแย้งกับยุโรปเพื่อพยายามลดมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่
“ตอนนี้ฉันไม่ได้ตัดประเด็นออกว่า เราจะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่แท้จริงเช่น (อดีตผู้นำนาซีเยอรมนี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในปี 2482 จากนั้น สัญลักษณ์ Z (ซี – สนับสนุนรัสเซีย) ของเราจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับรัสเซียเหมือนเครื่องหมายสวัสติกะ (ของนาซีเยอรมนี) หรือไม่” ผู้เขียนระบุ
ผู้เขียนกล่าวถึงคำถามที่ว่าปูตินจะเริ่มโจมตีด้วยนิวเคลียร์กับตะวันตกหรือไม่ว่า ใช่ แต่ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร แต่เพื่อข่มขู่คนอื่น และเสริมว่า เอสวีอาร์ (SVR) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียกำลังขุดคุ้ยเพื่อหาหลักฐานว่า ยูเครนแอบสร้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ เพื่อพิสูจน์การโจมตีดังกล่าว
“ฉันไม่เชื่อว่าปูตินจะกดปุ่มสีแดงเพื่อทำลายโลกทั้งใบ” ผู้เขียนจดหมายระบุ
เนื้อหาในจดหมายข้างต้น มีการเผยแพร่โดย
วลาดีมีร์ โอเซชกิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มกูลากูดอตเน็ต บนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้าน
คริสโต โกรเซฟ ผู้ทำงานให้ เบลลิงแคต กลุ่มวารสารศาสตร์เชิงสืบสวนซึ่งมีสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า นำจดหมายให้คนของ FSB 2 คนดู คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปัจจุบัน อีกคนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ ทั้งสองไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยว่า ผู้เขียนเป็นเพื่อนร่วมงานใน FSB
แม้ว่า
โกรเซฟจะสงสัยสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของจดหมาย แต่กล่าวว่า จดหมายบรรยายแตกต่างออกไปเหมือนมาจากแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ และต้องใช้เวลานานกว่าวิธีการอื่นๆ ที่คนตั้งใจปลอมแปลงจะเลือกใช้
อย่างไรก็ตาม รีเบกา คอฟฟ์เลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐ และผู้เขียนหนังสือ Putin’s Playbook: Russia’s Secret Plan to Defeat America (คู่มือของปูติน: แผนลับของรัสเซียเพื่อเอาชนะอเมริกา) กล่าวว่า จดหมายดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม
จดหมายฉบับนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามบิดเบือนข้อมูลจากยูเครน โดยอ้างรายละเอียดหลายประการในจดหมายที่ดูจะน่าสงสัย
“ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังทำสงครามข้อมูลซึ่งกันและกัน มันยาวมากและรวมทุกอย่างด้วยกัน หากเขาเป็นเจ้าหน้าที่ FSB จริงๆท่ามกลางความขัดแย้งนี้ ใครจะมีเวลาเขียนโพสต์ยาวๆ”
เธออ้างการอ้างอิงของผู้เขียนถึง
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า
ฮิตเลอร์เป็นเรื่องเล่าของชาวตะวันตก รัสเซียเกลียด
ฮิตเลอร์จริง แต่ไม่น่าจะเทียบ
ปูตินกับ
ฮิตเลอร์ได้
JJNY : ติดเชื้อ22,073 เสียชีวิต69│เอกชนผวาน้ำมันส่อทะลุลิตรละ50บ.│วงในข่าวกรองแฉรัสเซีย│“ชลน่าน”รับพท.เห็นต่างแค่หมายเลข
https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_3222797
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวม 22,073 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 21,981 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 92 ราย
ผู้ป่วยสะสม 865,438 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 24,747 ราย หายป่วยสะสม 675,356 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 221,585 ราย เสียชีวิต 69 ราย
ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากผลแอนติเจน เทสต์ คิท (เอทีเค) อีก 31,890 ราย อาการหนักใช้ท่อช่วยหายใจ 404 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 1,200 ราย โดยจังหวัดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด กรุงเทพฯ ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา ภูเก็ต บุรีรัมย์ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา
เอกชนผวาน้ำมันส่อทะลุลิตรละ 50 บ. จี้รบ.รณรงค์ประหยัดพลังงานด่วน!
matichon.co.th/economy/news_3222904
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวกับ “มติชนออนไลน์” ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ตรึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน ตลอดจนการเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ อย่างประเทศยุโรประบุจะไม่ซื้อน้ำมันรัสเซีย ล่าสุดสหรัฐอเมริกายังออกมาระบุเช่นกันว่าจะไม่ซื้อน้ำมันรัสเซีย เพราะโดยส.ส.ฝ่ายค้านโวยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ยังซื้อน้ำมันจากรัสเซียวันละ 6-7 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่รัสเซียออกมาสวนกลับว่า ถ้าทางยุโรปบอยคอตไม่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย จะเห็นราคาน้ำมัน 300 เหรียญ สถานการณ์เหล่านี้เบื้องต้นอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับพุ่งไปถึง 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากราคาพุ่งไประดับดังกล่าวแน่นอนว่า จะได้เห็นราคาน้ำมันในไทย 2 ลิตร 100 บาท คือ ราคามากกว่าลิตรละ 50 บาทแน่นอน เพราะราคาน้ำมันดิบที่ขึ้นทุก 1 เหรียญฯจะทำให้ราคาขายปลีกในไทยขยับขึ้น 25 สตางค์ โดยเฉพาะกลุ่มเบนซิน เพราะดีเซลรัฐบาลน่าจะยังอุดหนุนอยู่
“เชื่อว่ารัฐบาลจะดูแลราคาดีเซล โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันชดเชย ใช้วิธีการกู้เงินมาโปะกองทุนน้ำมันที่ติดลบอยู่เกือบ 20,000 ล้านบาทในขณะนี้ และอาจต้องลดภาษีสรรพสามิตดีเซลเพิ่ม จากกรอบ 5.99 บาท ตอนนี้ลดไปแล้ว 3 บาท เป็นไปได้ต้องลดที่เหลือลงอีก เพื่อไม่ให้ราคาเกินลิตรละ 30 บาทตามที่รัฐรับปากสมาคมขนส่งไว้” นายเกรียงไกรกล่าว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาสงคราม และราคาน้ำมันเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ และแนวโน้มราคาน้ำมันยังพุ่งไม่หยุดจากสถานการณ์ตรึงเครียดที่ส่อแววยืดเยื้อ ไทยเป็นประเทศ Import net น้ำมันต้องนำเข้าเกือบ 90% ของปริมาณการใช้ แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถทำได้ทันที รัฐบาลรณรงค์การประหยัดการใช้น้ำมันอย่างจริงจังครับ เอกชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยด่วน
ส่วนระยะกลางและยาว ควรปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศใหม่ ให้เกิดความสมดุล โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันที่เกิดผลกระทบรุนแรงในปัจจุบัน
วงในข่าวกรองมอสโกแฉ รัสเซีย รุกรานยูเครน ชัยชนะแทบเป็นไปไม่ได้
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6930219
วันที่ 8 มี.ค. ฟ็อกซ์นิวส์ เผยแพร่รายละเอียดใน จดหมายที่อ้างว่าเขียนโดยนักวิเคราะห์ข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งทำงานอยู่ในหน่วยความมั่นคงกลาง (เอฟเอสบี – FSB) หน่วยข่าวกรองของ รัสเซีย เกี่ยวกับการรุกรานยูเครนของกองกำลังทหาร รัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ว่าเกิดอุปสรรคและความท้าทายอย่างคาดไม่ถึง ทำให้การคว้าชัยชนะแทบเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากการบาดเจ็บล้มตายยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรุนแรง
จดหมายความยาวมากกว่า 2,000 คำ โดยผู้เปิดโปงความจริงใน FSB ระบุว่า จำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตในการรุกรานยูเครนอาจมี 10,000 นาย ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการประมาณการของยูเครน และสวนทางกับตัวเลข 498 นาย ที่รายงานโดยรัฐบาลรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รายงานระบุว่า รัสเซียไม่มีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ถูกต้องแม่นยำ หลังขาดการติดต่อกับหน่วยทหารภายในยูเครน และ FSB ถูกตำหนิว่าเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลรัสเซียในการป้องกันกองกำลังป้องกันยูเครน ขณะที่ FSB ไม่ได้รับคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับการรุกรานยูเครนตามคำสั่งของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน ส่วนรัสเซียยังไม่พร้อมรับมือกับผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรทั่วโลกที่ตอนนี้รัสเซียกำลังเผชิญ ขณะที่สกุลเงินรูเบิลยังดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
“ไม่มีใครรู้ว่าจะมีสงครามเช่นนี้ จึงไม่มีใครเตรียมรับมือกับมาตรคว่ำบาตรเช่นนี้ ไม่มีตัวเลือกชัยชนะที่เป็นไปได้แค่นั้นเอง” รายงานระบุ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถูกกดดันในการปรับแต่งรายงานการบรรยายตามที่คณะผู้นำรัสเซียต้องการ
“เราถูกกดดันเพิ่มขึ้นเพื่อปรับแต่งรายงานเป็นไปตามข้อกำหนดของฝ่ายบริหาร – ครั้งหนึ่งฉันเคยพูดถึงประเด็นนี้แล้ว ที่ปรึกษาทางการเมือง นักการเมือง และบริวาร อิทธิพลของทีมงาน ทั้งหมดนี้ก่อเกิดความสับสน” ผู้เขียนระบุ
“ตอนนี้ต่อให้ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ถูกสังหาร ถูกจับเข้าคุก จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และตอนนี้แม้แต่ผู้ภักดีต่อเรายังต่อต้าน เพราะเป็นการวางแผนมาจากเบื้องบน เพราะเราได้รับแจ้งว่าไม่มีตัวเลือกเช่นนั้น เว้นแต่เราจะถูกโจมตี และแม้จะมีแรงต่อต้านระดับต่ำสุดจากชาวยูเครน เรายังต้องการกำลังทหารมากกว่า 500,000 นาย ไม่รวมคนงานจัดหาและคนงานโลจิสติกส์” ผู้เขียนอ้าง
จดหมายยังเปรียบเทียบความล้มเหลวของรัสเซียในการพิชิตยูเครน กับความผิดพลาดที่ก่อโดยนาซีเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เขียนระบุว่า ยังต้องจับตาว่าคณะผู้นำรัสเซียจะเริ่มขัดแย้งกับยุโรปเพื่อพยายามลดมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่
“ตอนนี้ฉันไม่ได้ตัดประเด็นออกว่า เราจะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่แท้จริงเช่น (อดีตผู้นำนาซีเยอรมนี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในปี 2482 จากนั้น สัญลักษณ์ Z (ซี – สนับสนุนรัสเซีย) ของเราจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับรัสเซียเหมือนเครื่องหมายสวัสติกะ (ของนาซีเยอรมนี) หรือไม่” ผู้เขียนระบุ
ผู้เขียนกล่าวถึงคำถามที่ว่าปูตินจะเริ่มโจมตีด้วยนิวเคลียร์กับตะวันตกหรือไม่ว่า ใช่ แต่ไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร แต่เพื่อข่มขู่คนอื่น และเสริมว่า เอสวีอาร์ (SVR) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียกำลังขุดคุ้ยเพื่อหาหลักฐานว่า ยูเครนแอบสร้างอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ เพื่อพิสูจน์การโจมตีดังกล่าว
“ฉันไม่เชื่อว่าปูตินจะกดปุ่มสีแดงเพื่อทำลายโลกทั้งใบ” ผู้เขียนจดหมายระบุ
เนื้อหาในจดหมายข้างต้น มีการเผยแพร่โดย วลาดีมีร์ โอเซชกิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มกูลากูดอตเน็ต บนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้าน คริสโต โกรเซฟ ผู้ทำงานให้ เบลลิงแคต กลุ่มวารสารศาสตร์เชิงสืบสวนซึ่งมีสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า นำจดหมายให้คนของ FSB 2 คนดู คนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปัจจุบัน อีกคนเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ ทั้งสองไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยว่า ผู้เขียนเป็นเพื่อนร่วมงานใน FSB
แม้ว่าโกรเซฟจะสงสัยสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของจดหมาย แต่กล่าวว่า จดหมายบรรยายแตกต่างออกไปเหมือนมาจากแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ และต้องใช้เวลานานกว่าวิธีการอื่นๆ ที่คนตั้งใจปลอมแปลงจะเลือกใช้
อย่างไรก็ตาม รีเบกา คอฟฟ์เลอร์ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐ และผู้เขียนหนังสือ Putin’s Playbook: Russia’s Secret Plan to Defeat America (คู่มือของปูติน: แผนลับของรัสเซียเพื่อเอาชนะอเมริกา) กล่าวว่า จดหมายดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม
จดหมายฉบับนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามบิดเบือนข้อมูลจากยูเครน โดยอ้างรายละเอียดหลายประการในจดหมายที่ดูจะน่าสงสัย
“ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังทำสงครามข้อมูลซึ่งกันและกัน มันยาวมากและรวมทุกอย่างด้วยกัน หากเขาเป็นเจ้าหน้าที่ FSB จริงๆท่ามกลางความขัดแย้งนี้ ใครจะมีเวลาเขียนโพสต์ยาวๆ”
เธออ้างการอ้างอิงของผู้เขียนถึงอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า ฮิตเลอร์เป็นเรื่องเล่าของชาวตะวันตก รัสเซียเกลียดฮิตเลอร์จริง แต่ไม่น่าจะเทียบปูตินกับฮิตเลอร์ได้