อ่านหนุกๆ แต่ซึ้งมาก
เรื่องสั้นแปล.....
เรื่อง.. 用冥纸买包...
"ใช้เงินกงเต็กซื้อซาลาเปา"
" อาม่า"คนนี้.. มักมาซื้อซาลาเปาที่ร้านด้วยเงินกงเต๊ก เถ้าแก่ไม่เพียงรับใว้ แถมยังทอนเงินจริงให้อาม่าทุกครั้งด้วย สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นคือ ในถนนเส้นนี้ ร้านค้าทุกร้านต่างทำเช่นนี้หมด ! .........
หลังเที่ยง ลูกค้าในร้าน ซาลาเปาค่อยลดน้อยลง "ส่งปอ"เริ่มว่าง จึงเดินออกมานั่งหน้าร้าน แต่ก็ชำเลืองมองไปที่ด้านหลังเป็นระยะๆ "วันนี้" ลูกชายนัดใว้ว่าตอนบ่ายจะให้พ่อไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้ เนื่องจากยังคอยลูกค้าสำคัญคนหนึ่ง,....
"เหล่าซ้ง" มาช่วยผมหน่อย เสียงเรียกจาก "เสียวลี่" ที่มาส่งแป้งสาลี(ทำซาลาเปา)... "ส่งปอ" ขยับเก้าอี้นั่งออกแล้วเข้าไปช่วยยกกระสอบแป้ง แล้วพูดว่า "เสียวลี่"ทำไมวันนี้มาส่งแป้งได้เร็วกว่าทุกวันละ เมื่อกี๊เพิ่งโทรสั่งไปแป๊บเดียวเอง ... "เสียวลี่"มองค้อน"ส่งปอ" ควับใหญ่ "ก็ไหนคุณบอกว่า" วันนี้จะรีบไปประชุมผู้ปกครองลูกที่โรงเรียนมิใช่หรือ ? นี่ถ้าผมมาช้า คุณคงเฉ่งผมตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว พูดจบ"เสียวลี่"จงใจยกถุงแป้งใส่ "ส่งปอ"ทำให้แป้งฟู้งใส่"ส่งปอ"จนขาวไปทั้งตัว....
"ไอ้หยา" ลื่อทำแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไงวะ ไม่กลัวข้าเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นเหรอ ? "เสียวลี่"รีบร้องว่า "มิกล้า"...."มิกล้า" ผู้น้อยรู้ผิดแล้ว ใต้เท้าอภัยให้ข้าน้อยเถิด"เอางี้แล้วกัน" เพื่อไถ่โทษ เดี๋ยวข้าน้อยลงแป้งเสร็จ ขอขับรถส่งใต้เท้าไปโรงเรียนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ ....
เออ... ให้อภัยก็ได้ แต่เอ็งรอข้าหน่อยนะ "เสียวลี่"กอดอกแล้วถามว่า "อ้าว"ยังไงกันแน่ ? ทีเมื่อกี้ยังเร่งอยู่หยกๆ ว่าจะรีบไปประชุมที่โรงเรียน ทำไมตอนนี้กลับใจเย็นขึ้นมาละ ? ข้ากำลังรอลูกค้าที่ค่อนข้างสำคัญคนหนึ่งอยู่"ส่งปอ"พูดไม่ทันจบ "เสียวลี่"เหลือบไปเห็นลูกค้าพิเศษคนหนึ่งเดินมาแต่ไกล " เสียวลี่" ถึงกับอดยิ้มไม่ได้ แล้วพูดว่า"แหม"เถ้าแก่เรา ขายน้อยไปสักหลายลูกกำไรจะหดหายไปสักเท่าไหร่เชียว ?......
"ส่งปอ"ดูเวลาจากมือถือ แล้วพูดว่า "เอ็งไม่เข้าใจหรอก" แต่เดี๋ยวเอ็งก็จะเข้าใจเอง เพราะเขาคือ "อาม่า"ที่ซื้อของด้วยแบ็งค์"กงเต๊ก".... พูดจบ... " ส่งปอ"แอบดูสีหน้าที่แปลกใจของ"เสียวลี่"มุมปากก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย......
"ขณะนั้น" ลมหนาวที่เย็นยะเยือกได้พัดเข้ามาตามถนน "เสียวลี่"ดึงเสื้อหนาวใส่ให้กระชับขึ้น บนถนนมี"แม่เฒ่า" คนหนึ่งถีอไม้เท้า เดินช้าๆมาที่ร้านซาลาเปา ระหว่างที่เดิน สายตาของ"แม่เฒ่า" ก็เหลือบสำรวจมองร้านค้ามาตลอดทาง "ส่งปอ"รีบวิ่งไปประคอง"แม่เฒ่า" เข้ามาที่ร้านของตนทันที ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดถามว่า : "เหล่าอาอี๊" วันนี้"อาอี๊"จะซื้อ "ใส้เนื้อหมู , ใส้เนื้อแพะ , กับใส้ถั่วงอก, อย่างละลูกใช่มั้ยครับ? "แม่เฒ่า" ไอเค็กๆผงกหัวแล้วพูดว่า "อาหงี"ระหว่างนี้ดูเหมือนท้องใส้ไม่ค่อยดี ซื้อไปให้ก็กินไม่หมด ฉันเลยต้องช่วยกินจนหมด จะได้ไม่เสียของ ....
" ปากแม้จะต่อว่าลูกชาย , แต่สายตา"แม่เฒ่า" กลับเต็มไปด้วยความรักและเมตตาของคนเป็นแม่ "ส่งปอ"ตอบว่า... ถ้าอย่างนั้น ต้องระวังหน่อยนะ ของเหลืออย่าลืมใส่ตู้เย็นใว้ล่ะ.... ถึงตอนนี้ "เหล่าไถ่(แม่เฒ่า)ได้ล้วงเงินในกระเป๋า หยิบแบ้งค์กงเต็กราคา20หยวน ส่งให้ "ส่งปอ" แปลกที่"ส่งปอ" กลับรับเงินกงเต๊กมาอย่างปรกติทุกอย่าง หลังจากนั้น ก็ทอนเงินจริงกลับให้"แม่เฒ่า 15หยวน ... "เสียวลี่" ยืนดูเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความแปลกประหลาดใจ จนขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ.....
" พอแม่เฒ่า"เดินจากไป "เสียวลี่" ต้องดึงแขนเสื้อ"ส่งปอ" แล้วถามเสียงแผ่วเบาว่า"เหล่าซ้ง" ที่แท้เรื่องเป็นไงกันแน่ ? ทำไมแบ้งค์กงเต็กคุณก็รับ อย่าบอกนะว่าคุณไปเปิดสาขาที่..ที่..ที่ .. นั่นอีกสาขาหนึ่งนะ? ..."ส่งปอ"ล้วงบุหรี่ออกมา2มวน ส่งให้"เสียวลี่1มวนแล้วพูดว่า "ข้าจะเล่านิทานให้เอ็งฟังเรื่องหนึ่ง" มันเกี่ยวกับ โรงเรียนอนุบาลฝั่งตรงข้ามนี้เอง เขาชี้นิ้วไปที่โรงเรียนฝั่งตรงข้าม จุดบุหรี่อัดเข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วเล่าว่า......
" เมื่อหลายปีก่อน" เกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ"เตียหงี"ตอนนั้น เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาไม่นาน เขาอาศัยอยู่ในชุมชนท้ายซอยนี้เอง ตอนเกิดเรื่องเขากำลังซื้อซาลาเปาข้าอยู่ พอเห็นไฟไหม้โรงเรียน เขาวิ่งเข้าไปช่วยเด็กอนุบาลตัวเล็กๆออกมาได้ 8 คน แต่เขาต้องเสียชีวิตในกองไฟครั้งนั้น ...
" ส่งปอ"ใช้นิ้วเคาะหน้าผากตัวเอง เหมือนกับจะพยายามลืมเรื่องนี้ ไม่อยากรื้อฟี้นมันขึ้นมาอีก ครู่หนึ่งจึงชี้ไปที่หน้าประตูโรงเรียน แล้วพูดว่า"เห็นป้ายหิน"ที่สลักชื่อตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนั้นมั้ย ? มันเป็นป้ายที่สลักใว้ ระลึกถึงความกล้าหาญของ "เตียหงี"ทุกปีที่โรงเรียนรับเด็กอนุบาลรุ่นใหม่ เหลาซือต้องเล่าความกล้าหาญของคนในป้ายนี้ , ให้เด็กฟังจนขึ้นใจ.....
"เสียวลี่"ถามว่า..... เตียหงีคือลูกชายของ"แม่เฒ่า"คนเมื่อกี้นี้ ไช่มั้ย ? "ส่งปอ"ผงกหัวแล้วพูดว่า เด็กนักเรียนอนุบาล ส่วนใหญ่เป็นเด็กในละแวกนี้ ผู้ปกครองเด็กๆทุกคน , ต่างซาบซึ้งกับวีรกรรมของ"เตียหงี" พอลูกชายตาย "เหล่าอาอี๊"ก็เสียใจจนสติไม่ค่อยปรกติ คุ้มดีคุ้มร้าย มีบ่อยๆที่ใช้เงินกงเต็กจากงานศพของลูกชายออกมาซื้อของ ร้านค้าในถนนเส้นนี้ต่างก็เคยได้รับเงินกงเต็กจากนางกันทั่วหน้า แต่ทุกร้านต่างไม่เคยปริปากพูดต่อว่านาง แถมยังทอนเงินจริงให้จนครบมูลค่าในแบ้งค์ให้นางอีก เพราะเห็นแก่ลูกชาย"เตียหงี"ที่มีบุญคุณกับเด็กๆ8คน เป็นวีรบุรุษที่ยอมพลีชีพเพื่อลูกหลานในตำบลนี้ ทุกคนต่างคิดว่า เพื่อแม่ของวีรบุรุษท่านนี้ ต่างสมควรช่วยเหลือแม่เฒ่าบ้าง ......
"ส่งปอ"มัวเล่าเรื่องนี้จนเกือบลืมเรื่องประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน จึงรีบปิดประตูร้านไปบ่นไปว่า "บ้าเอ๊ย"สงสัยจะไปไม่ทันแล้ว .. ขณะนั้น ทั้ง2คน ก็ได้ยินเสียงโวยวายจากร้านค้าใกล้ๆ ที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่เมื่อเช้านีเอง เห็นเถ้าแก่ที่ย้ายมาเปิดร้านที่นี่กำลังไล่ตะเพิด "แม่เฒ่า"ออกจากร้าน "ส่งปอ"เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปหา...... เถ้าแก่ร้านใหม่รีบจับแขน"ส่งปอ"แล้วพูดว่า "อาเฮีย ", ลื่อมาก็ดีแล้ว ช่วยตัดสินให้หน่อย ผมเพิ่งเปิดร้านเป็นวันแรก "แม่เฒ่า" คนนี้ก็เอาแบ้งค์กงเต็กมาซื้อของๆผม อาเฮียคิดว่า "แม่เฒ่า"คนนี้ ใช่มาหาเรื่องผมหรือไม่ ? ......
"ส่งปอ" กระพริบตาให้เถ้าแก่ใหม่ "แล้วพูดว่า " ไม่นี่... เงินนี้เป็นเงินจริง ใช้ได้ตามปรกตินี่ พูดพลางล้วงเงินในกระเป๋า20หยวนแอบส่งให้เถ้าแก่ใหม่ เป็นค่าน้ำ2ขวดไป ... แล้วพูดเบาๆกับเถ้าแก่ใหม่ว่า เงินนี้ผมจ่ายแทน"แม่เฒ่า"ก็แล้วกัน เรื่องเมื่อกี้นี้ อาเฮียอย่าใส่ใจเลยนะ คิดว่าเห็นแก่หน้าผมแล้วกัน พูดจบ "ส่งปอ"รีบบอก"เหล่าอาอี๊" ให้กลับบ้านทันที .....
หลังจาก"เหล่าๆไถ่"เดินจากไปแล้ว "ส่งปอ"ก็เล่าเรื่องราวของ"อาหงี" ให้เถ้าแก่ที่มาเปิดร้านใหม่ฟังอีกรอบ "เถ้าแก่" ใหม่ ฟังจบแล้วเกิดความรู้สึกละอายใจมาก พูดกับ"ส่งปอ"ว่า ครั้งต่อไปผมก็จะทำเหมือนทุกคน คือรับเงินกงเต็ก และทอนเงินจริงให้ "ส่งปอ" รีบกล่าวขอบคุณทันที "เถ้าแก่ใหม่"รีบพูดว่า อาเฮียอย่าเกรงใจเลย ลูก"เหล่าอาอี๊"เป็นวีรบุรุษ ที่ต้องประสพชตากรรม เราช่วยดูแลคุณแม่เขา ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว......
เรื่องมาถึงจุดนี้ "เสียวลี่" และ"ส่งปอ"ก็ได้แต่ยิ้มให้แก่กัน.....
แปล และเรียบเรียง โดย
เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎 1/8/2017
Cr. SUPIN UNGRGUANGSRI
ซาลาเปา
เรื่องสั้นแปล.....
เรื่อง.. 用冥纸买包...
"ใช้เงินกงเต็กซื้อซาลาเปา"
" อาม่า"คนนี้.. มักมาซื้อซาลาเปาที่ร้านด้วยเงินกงเต๊ก เถ้าแก่ไม่เพียงรับใว้ แถมยังทอนเงินจริงให้อาม่าทุกครั้งด้วย สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นคือ ในถนนเส้นนี้ ร้านค้าทุกร้านต่างทำเช่นนี้หมด ! .........
หลังเที่ยง ลูกค้าในร้าน ซาลาเปาค่อยลดน้อยลง "ส่งปอ"เริ่มว่าง จึงเดินออกมานั่งหน้าร้าน แต่ก็ชำเลืองมองไปที่ด้านหลังเป็นระยะๆ "วันนี้" ลูกชายนัดใว้ว่าตอนบ่ายจะให้พ่อไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้ เนื่องจากยังคอยลูกค้าสำคัญคนหนึ่ง,....
"เหล่าซ้ง" มาช่วยผมหน่อย เสียงเรียกจาก "เสียวลี่" ที่มาส่งแป้งสาลี(ทำซาลาเปา)... "ส่งปอ" ขยับเก้าอี้นั่งออกแล้วเข้าไปช่วยยกกระสอบแป้ง แล้วพูดว่า "เสียวลี่"ทำไมวันนี้มาส่งแป้งได้เร็วกว่าทุกวันละ เมื่อกี๊เพิ่งโทรสั่งไปแป๊บเดียวเอง ... "เสียวลี่"มองค้อน"ส่งปอ" ควับใหญ่ "ก็ไหนคุณบอกว่า" วันนี้จะรีบไปประชุมผู้ปกครองลูกที่โรงเรียนมิใช่หรือ ? นี่ถ้าผมมาช้า คุณคงเฉ่งผมตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว พูดจบ"เสียวลี่"จงใจยกถุงแป้งใส่ "ส่งปอ"ทำให้แป้งฟู้งใส่"ส่งปอ"จนขาวไปทั้งตัว....
"ไอ้หยา" ลื่อทำแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไงวะ ไม่กลัวข้าเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นเหรอ ? "เสียวลี่"รีบร้องว่า "มิกล้า"...."มิกล้า" ผู้น้อยรู้ผิดแล้ว ใต้เท้าอภัยให้ข้าน้อยเถิด"เอางี้แล้วกัน" เพื่อไถ่โทษ เดี๋ยวข้าน้อยลงแป้งเสร็จ ขอขับรถส่งใต้เท้าไปโรงเรียนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ ....
เออ... ให้อภัยก็ได้ แต่เอ็งรอข้าหน่อยนะ "เสียวลี่"กอดอกแล้วถามว่า "อ้าว"ยังไงกันแน่ ? ทีเมื่อกี้ยังเร่งอยู่หยกๆ ว่าจะรีบไปประชุมที่โรงเรียน ทำไมตอนนี้กลับใจเย็นขึ้นมาละ ? ข้ากำลังรอลูกค้าที่ค่อนข้างสำคัญคนหนึ่งอยู่"ส่งปอ"พูดไม่ทันจบ "เสียวลี่"เหลือบไปเห็นลูกค้าพิเศษคนหนึ่งเดินมาแต่ไกล " เสียวลี่" ถึงกับอดยิ้มไม่ได้ แล้วพูดว่า"แหม"เถ้าแก่เรา ขายน้อยไปสักหลายลูกกำไรจะหดหายไปสักเท่าไหร่เชียว ?......
"ส่งปอ"ดูเวลาจากมือถือ แล้วพูดว่า "เอ็งไม่เข้าใจหรอก" แต่เดี๋ยวเอ็งก็จะเข้าใจเอง เพราะเขาคือ "อาม่า"ที่ซื้อของด้วยแบ็งค์"กงเต๊ก".... พูดจบ... " ส่งปอ"แอบดูสีหน้าที่แปลกใจของ"เสียวลี่"มุมปากก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย......
"ขณะนั้น" ลมหนาวที่เย็นยะเยือกได้พัดเข้ามาตามถนน "เสียวลี่"ดึงเสื้อหนาวใส่ให้กระชับขึ้น บนถนนมี"แม่เฒ่า" คนหนึ่งถีอไม้เท้า เดินช้าๆมาที่ร้านซาลาเปา ระหว่างที่เดิน สายตาของ"แม่เฒ่า" ก็เหลือบสำรวจมองร้านค้ามาตลอดทาง "ส่งปอ"รีบวิ่งไปประคอง"แม่เฒ่า" เข้ามาที่ร้านของตนทันที ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดถามว่า : "เหล่าอาอี๊" วันนี้"อาอี๊"จะซื้อ "ใส้เนื้อหมู , ใส้เนื้อแพะ , กับใส้ถั่วงอก, อย่างละลูกใช่มั้ยครับ? "แม่เฒ่า" ไอเค็กๆผงกหัวแล้วพูดว่า "อาหงี"ระหว่างนี้ดูเหมือนท้องใส้ไม่ค่อยดี ซื้อไปให้ก็กินไม่หมด ฉันเลยต้องช่วยกินจนหมด จะได้ไม่เสียของ ....
" ปากแม้จะต่อว่าลูกชาย , แต่สายตา"แม่เฒ่า" กลับเต็มไปด้วยความรักและเมตตาของคนเป็นแม่ "ส่งปอ"ตอบว่า... ถ้าอย่างนั้น ต้องระวังหน่อยนะ ของเหลืออย่าลืมใส่ตู้เย็นใว้ล่ะ.... ถึงตอนนี้ "เหล่าไถ่(แม่เฒ่า)ได้ล้วงเงินในกระเป๋า หยิบแบ้งค์กงเต็กราคา20หยวน ส่งให้ "ส่งปอ" แปลกที่"ส่งปอ" กลับรับเงินกงเต๊กมาอย่างปรกติทุกอย่าง หลังจากนั้น ก็ทอนเงินจริงกลับให้"แม่เฒ่า 15หยวน ... "เสียวลี่" ยืนดูเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความแปลกประหลาดใจ จนขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ.....
" พอแม่เฒ่า"เดินจากไป "เสียวลี่" ต้องดึงแขนเสื้อ"ส่งปอ" แล้วถามเสียงแผ่วเบาว่า"เหล่าซ้ง" ที่แท้เรื่องเป็นไงกันแน่ ? ทำไมแบ้งค์กงเต็กคุณก็รับ อย่าบอกนะว่าคุณไปเปิดสาขาที่..ที่..ที่ .. นั่นอีกสาขาหนึ่งนะ? ..."ส่งปอ"ล้วงบุหรี่ออกมา2มวน ส่งให้"เสียวลี่1มวนแล้วพูดว่า "ข้าจะเล่านิทานให้เอ็งฟังเรื่องหนึ่ง" มันเกี่ยวกับ โรงเรียนอนุบาลฝั่งตรงข้ามนี้เอง เขาชี้นิ้วไปที่โรงเรียนฝั่งตรงข้าม จุดบุหรี่อัดเข้าปอดเฮือกใหญ่ แล้วเล่าว่า......
" เมื่อหลายปีก่อน" เกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ"เตียหงี"ตอนนั้น เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาไม่นาน เขาอาศัยอยู่ในชุมชนท้ายซอยนี้เอง ตอนเกิดเรื่องเขากำลังซื้อซาลาเปาข้าอยู่ พอเห็นไฟไหม้โรงเรียน เขาวิ่งเข้าไปช่วยเด็กอนุบาลตัวเล็กๆออกมาได้ 8 คน แต่เขาต้องเสียชีวิตในกองไฟครั้งนั้น ...
" ส่งปอ"ใช้นิ้วเคาะหน้าผากตัวเอง เหมือนกับจะพยายามลืมเรื่องนี้ ไม่อยากรื้อฟี้นมันขึ้นมาอีก ครู่หนึ่งจึงชี้ไปที่หน้าประตูโรงเรียน แล้วพูดว่า"เห็นป้ายหิน"ที่สลักชื่อตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนั้นมั้ย ? มันเป็นป้ายที่สลักใว้ ระลึกถึงความกล้าหาญของ "เตียหงี"ทุกปีที่โรงเรียนรับเด็กอนุบาลรุ่นใหม่ เหลาซือต้องเล่าความกล้าหาญของคนในป้ายนี้ , ให้เด็กฟังจนขึ้นใจ.....
"เสียวลี่"ถามว่า..... เตียหงีคือลูกชายของ"แม่เฒ่า"คนเมื่อกี้นี้ ไช่มั้ย ? "ส่งปอ"ผงกหัวแล้วพูดว่า เด็กนักเรียนอนุบาล ส่วนใหญ่เป็นเด็กในละแวกนี้ ผู้ปกครองเด็กๆทุกคน , ต่างซาบซึ้งกับวีรกรรมของ"เตียหงี" พอลูกชายตาย "เหล่าอาอี๊"ก็เสียใจจนสติไม่ค่อยปรกติ คุ้มดีคุ้มร้าย มีบ่อยๆที่ใช้เงินกงเต็กจากงานศพของลูกชายออกมาซื้อของ ร้านค้าในถนนเส้นนี้ต่างก็เคยได้รับเงินกงเต็กจากนางกันทั่วหน้า แต่ทุกร้านต่างไม่เคยปริปากพูดต่อว่านาง แถมยังทอนเงินจริงให้จนครบมูลค่าในแบ้งค์ให้นางอีก เพราะเห็นแก่ลูกชาย"เตียหงี"ที่มีบุญคุณกับเด็กๆ8คน เป็นวีรบุรุษที่ยอมพลีชีพเพื่อลูกหลานในตำบลนี้ ทุกคนต่างคิดว่า เพื่อแม่ของวีรบุรุษท่านนี้ ต่างสมควรช่วยเหลือแม่เฒ่าบ้าง ......
"ส่งปอ"มัวเล่าเรื่องนี้จนเกือบลืมเรื่องประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน จึงรีบปิดประตูร้านไปบ่นไปว่า "บ้าเอ๊ย"สงสัยจะไปไม่ทันแล้ว .. ขณะนั้น ทั้ง2คน ก็ได้ยินเสียงโวยวายจากร้านค้าใกล้ๆ ที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่เมื่อเช้านีเอง เห็นเถ้าแก่ที่ย้ายมาเปิดร้านที่นี่กำลังไล่ตะเพิด "แม่เฒ่า"ออกจากร้าน "ส่งปอ"เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปหา...... เถ้าแก่ร้านใหม่รีบจับแขน"ส่งปอ"แล้วพูดว่า "อาเฮีย ", ลื่อมาก็ดีแล้ว ช่วยตัดสินให้หน่อย ผมเพิ่งเปิดร้านเป็นวันแรก "แม่เฒ่า" คนนี้ก็เอาแบ้งค์กงเต็กมาซื้อของๆผม อาเฮียคิดว่า "แม่เฒ่า"คนนี้ ใช่มาหาเรื่องผมหรือไม่ ? ......
"ส่งปอ" กระพริบตาให้เถ้าแก่ใหม่ "แล้วพูดว่า " ไม่นี่... เงินนี้เป็นเงินจริง ใช้ได้ตามปรกตินี่ พูดพลางล้วงเงินในกระเป๋า20หยวนแอบส่งให้เถ้าแก่ใหม่ เป็นค่าน้ำ2ขวดไป ... แล้วพูดเบาๆกับเถ้าแก่ใหม่ว่า เงินนี้ผมจ่ายแทน"แม่เฒ่า"ก็แล้วกัน เรื่องเมื่อกี้นี้ อาเฮียอย่าใส่ใจเลยนะ คิดว่าเห็นแก่หน้าผมแล้วกัน พูดจบ "ส่งปอ"รีบบอก"เหล่าอาอี๊" ให้กลับบ้านทันที .....
หลังจาก"เหล่าๆไถ่"เดินจากไปแล้ว "ส่งปอ"ก็เล่าเรื่องราวของ"อาหงี" ให้เถ้าแก่ที่มาเปิดร้านใหม่ฟังอีกรอบ "เถ้าแก่" ใหม่ ฟังจบแล้วเกิดความรู้สึกละอายใจมาก พูดกับ"ส่งปอ"ว่า ครั้งต่อไปผมก็จะทำเหมือนทุกคน คือรับเงินกงเต็ก และทอนเงินจริงให้ "ส่งปอ" รีบกล่าวขอบคุณทันที "เถ้าแก่ใหม่"รีบพูดว่า อาเฮียอย่าเกรงใจเลย ลูก"เหล่าอาอี๊"เป็นวีรบุรุษ ที่ต้องประสพชตากรรม เราช่วยดูแลคุณแม่เขา ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว......
เรื่องมาถึงจุดนี้ "เสียวลี่" และ"ส่งปอ"ก็ได้แต่ยิ้มให้แก่กัน.....
แปล และเรียบเรียง โดย
เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
黄振炎 1/8/2017
Cr. SUPIN UNGRGUANGSRI