ซาลาเปา

กระทู้สนทนา
อ่านหนุกๆ​ แต่ซึ้งมาก
เรื่องสั้นแปล.....
     เรื่อง.. 用冥纸买包... 
      "ใช้เงินกงเต็กซื้อซาลาเปา"
   " อาม่า"คนนี้.. มักมาซื้อซาลาเปาที่ร้านด้วยเงินกงเต๊ก   เถ้าแก่ไม่เพียงรับใว้ แถมยังทอนเงินจริงให้อาม่าทุกครั้งด้วย   สิ่งที่ประหลาดกว่านั้นคือ ในถนนเส้นนี้   ร้านค้าทุกร้านต่างทำเช่นนี้หมด ! .........
     หลังเที่ยง  ลูกค้าในร้าน ซาลาเปาค่อยลดน้อยลง  "ส่งปอ"เริ่มว่าง จึงเดินออกมานั่งหน้าร้าน  แต่ก็ชำเลืองมองไปที่ด้านหลังเป็นระยะๆ  "วันนี้" ลูกชายนัดใว้ว่าตอนบ่ายจะให้พ่อไปประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน  แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้   เนื่องจากยังคอยลูกค้าสำคัญคนหนึ่ง,....
 "เหล่าซ้ง"  มาช่วยผมหน่อย เสียงเรียกจาก "เสียวลี่" ที่มาส่งแป้งสาลี(ทำซาลาเปา)...  "ส่งปอ" ขยับเก้าอี้นั่งออกแล้วเข้าไปช่วยยกกระสอบแป้ง  แล้วพูดว่า "เสียวลี่"ทำไมวันนี้มาส่งแป้งได้เร็วกว่าทุกวันละ  เมื่อกี๊เพิ่งโทรสั่งไปแป๊บเดียวเอง  ...   "เสียวลี่"มองค้อน"ส่งปอ" ควับใหญ่ "ก็ไหนคุณบอกว่า" วันนี้จะรีบไปประชุมผู้ปกครองลูกที่โรงเรียนมิใช่หรือ ? นี่ถ้าผมมาช้า  คุณคงเฉ่งผมตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว  พูดจบ"เสียวลี่"จงใจยกถุงแป้งใส่ "ส่งปอ"ทำให้แป้งฟู้งใส่"ส่งปอ"จนขาวไปทั้งตัว....
   "ไอ้หยา" ลื่อทำแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไงวะ ไม่กลัวข้าเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นเหรอ ?  "เสียวลี่"รีบร้องว่า  "มิกล้า"...."มิกล้า"  ผู้น้อยรู้ผิดแล้ว  ใต้เท้าอภัยให้ข้าน้อยเถิด"เอางี้แล้วกัน" เพื่อไถ่โทษ  เดี๋ยวข้าน้อยลงแป้งเสร็จ  ขอขับรถส่งใต้เท้าไปโรงเรียนแล้วกัน ฮ่าๆๆๆ ....
  เออ... ให้อภัยก็ได้ แต่เอ็งรอข้าหน่อยนะ "เสียวลี่"กอดอกแล้วถามว่า "อ้าว"ยังไงกันแน่ ? ทีเมื่อกี้ยังเร่งอยู่หยกๆ  ว่าจะรีบไปประชุมที่โรงเรียน  ทำไมตอนนี้กลับใจเย็นขึ้นมาละ ? ข้ากำลังรอลูกค้าที่ค่อนข้างสำคัญคนหนึ่งอยู่"ส่งปอ"พูดไม่ทันจบ  "เสียวลี่"เหลือบไปเห็นลูกค้าพิเศษคนหนึ่งเดินมาแต่ไกล " เสียวลี่" ถึงกับอดยิ้มไม่ได้  แล้วพูดว่า"แหม"เถ้าแก่เรา  ขายน้อยไปสักหลายลูกกำไรจะหดหายไปสักเท่าไหร่เชียว ?......
  "ส่งปอ"ดูเวลาจากมือถือ แล้วพูดว่า "เอ็งไม่เข้าใจหรอก"  แต่เดี๋ยวเอ็งก็จะเข้าใจเอง  เพราะเขาคือ "อาม่า"ที่ซื้อของด้วยแบ็งค์"กงเต๊ก".... พูดจบ... " ส่งปอ"แอบดูสีหน้าที่แปลกใจของ"เสียวลี่"มุมปากก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย......
  "ขณะนั้น" ลมหนาวที่เย็นยะเยือกได้พัดเข้ามาตามถนน  "เสียวลี่"ดึงเสื้อหนาวใส่ให้กระชับขึ้น  บนถนนมี"แม่เฒ่า" คนหนึ่งถีอไม้เท้า เดินช้าๆมาที่ร้านซาลาเปา ระหว่างที่เดิน  สายตาของ"แม่เฒ่า" ก็เหลือบสำรวจมองร้านค้ามาตลอดทาง   "ส่งปอ"รีบวิ่งไปประคอง"แม่เฒ่า" เข้ามาที่ร้านของตนทันที  ใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดถามว่า  : "เหล่าอาอี๊" วันนี้"อาอี๊"จะซื้อ "ใส้เนื้อหมู , ใส้เนื้อแพะ , กับใส้ถั่วงอก, อย่างละลูกใช่มั้ยครับ?   "แม่เฒ่า" ไอเค็กๆผงกหัวแล้วพูดว่า "อาหงี"ระหว่างนี้ดูเหมือนท้องใส้ไม่ค่อยดี  ซื้อไปให้ก็กินไม่หมด  ฉันเลยต้องช่วยกินจนหมด จะได้ไม่เสียของ ....
  " ปากแม้จะต่อว่าลูกชาย ,  แต่สายตา"แม่เฒ่า" กลับเต็มไปด้วยความรักและเมตตาของคนเป็นแม่ "ส่งปอ"ตอบว่า... ถ้าอย่างนั้น ต้องระวังหน่อยนะ  ของเหลืออย่าลืมใส่ตู้เย็นใว้ล่ะ....   ถึงตอนนี้ "เหล่าไถ่(แม่เฒ่า)ได้ล้วงเงินในกระเป๋า หยิบแบ้งค์กงเต็กราคา20หยวน ส่งให้ "ส่งปอ"  แปลกที่"ส่งปอ" กลับรับเงินกงเต๊กมาอย่างปรกติทุกอย่าง  หลังจากนั้น ก็ทอนเงินจริงกลับให้"แม่เฒ่า 15หยวน ...  "เสียวลี่" ยืนดูเรื่องที่เกิดขึ้น ด้วยความแปลกประหลาดใจ จนขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ.....  
  " พอแม่เฒ่า"เดินจากไป "เสียวลี่" ต้องดึงแขนเสื้อ"ส่งปอ" แล้วถามเสียงแผ่วเบาว่า"เหล่าซ้ง"  ที่แท้เรื่องเป็นไงกันแน่ ?  ทำไมแบ้งค์กงเต็กคุณก็รับ  อย่าบอกนะว่าคุณไปเปิดสาขาที่..ที่..ที่ .. นั่นอีกสาขาหนึ่งนะ?   ..."ส่งปอ"ล้วงบุหรี่ออกมา2มวน  ส่งให้"เสียวลี่1มวนแล้วพูดว่า  "ข้าจะเล่านิทานให้เอ็งฟังเรื่องหนึ่ง"  มันเกี่ยวกับ โรงเรียนอนุบาลฝั่งตรงข้ามนี้เอง  เขาชี้นิ้วไปที่โรงเรียนฝั่งตรงข้าม จุดบุหรี่อัดเข้าปอดเฮือกใหญ่   แล้วเล่าว่า......
" เมื่อหลายปีก่อน" เกิดไฟไหม้ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ"เตียหงี"ตอนนั้น เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาไม่นาน  เขาอาศัยอยู่ในชุมชนท้ายซอยนี้เอง   ตอนเกิดเรื่องเขากำลังซื้อซาลาเปาข้าอยู่  พอเห็นไฟไหม้โรงเรียน  เขาวิ่งเข้าไปช่วยเด็กอนุบาลตัวเล็กๆออกมาได้ 8 คน  แต่เขาต้องเสียชีวิตในกองไฟครั้งนั้น ...
  " ส่งปอ"ใช้นิ้วเคาะหน้าผากตัวเอง เหมือนกับจะพยายามลืมเรื่องนี้ ไม่อยากรื้อฟี้นมันขึ้นมาอีก  ครู่หนึ่งจึงชี้ไปที่หน้าประตูโรงเรียน   แล้วพูดว่า"เห็นป้ายหิน"ที่สลักชื่อตั้งอยู่หน้าโรงเรียนนั้นมั้ย ?    มันเป็นป้ายที่สลักใว้ ระลึกถึงความกล้าหาญของ "เตียหงี"ทุกปีที่โรงเรียนรับเด็กอนุบาลรุ่นใหม่ เหลาซือต้องเล่าความกล้าหาญของคนในป้ายนี้ ,  ให้เด็กฟังจนขึ้นใจ.....
"เสียวลี่"ถามว่า..... เตียหงีคือลูกชายของ"แม่เฒ่า"คนเมื่อกี้นี้ ไช่มั้ย ?  "ส่งปอ"ผงกหัวแล้วพูดว่า  เด็กนักเรียนอนุบาล ส่วนใหญ่เป็นเด็กในละแวกนี้​  ผู้ปกครองเด็กๆทุกคน ,  ต่างซาบซึ้งกับวีรกรรมของ"เตียหงี" พอลูกชายตาย "เหล่าอาอี๊"ก็เสียใจจนสติไม่ค่อยปรกติ   คุ้มดีคุ้มร้าย  มีบ่อยๆที่ใช้เงินกงเต็กจากงานศพของลูกชายออกมาซื้อของ    ร้านค้าในถนนเส้นนี้ต่างก็เคยได้รับเงินกงเต็กจากนางกันทั่วหน้า   แต่ทุกร้านต่างไม่เคยปริปากพูดต่อว่านาง  แถมยังทอนเงินจริงให้จนครบมูลค่าในแบ้งค์ให้นางอีก  เพราะเห็นแก่ลูกชาย"เตียหงี"ที่มีบุญคุณกับเด็กๆ8คน  เป็นวีรบุรุษที่ยอมพลีชีพเพื่อลูกหลานในตำบลนี้  ทุกคนต่างคิดว่า เพื่อแม่ของวีรบุรุษท่านนี้  ต่างสมควรช่วยเหลือแม่เฒ่าบ้าง ......
 "ส่งปอ"มัวเล่าเรื่องนี้จนเกือบลืมเรื่องประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน จึงรีบปิดประตูร้านไปบ่นไปว่า "บ้าเอ๊ย"สงสัยจะไปไม่ทันแล้ว ..   ขณะนั้น ทั้ง2คน ก็ได้ยินเสียงโวยวายจากร้านค้าใกล้ๆ ที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่เมื่อเช้านีเอง  เห็นเถ้าแก่ที่ย้ายมาเปิดร้านที่นี่กำลังไล่ตะเพิด "แม่เฒ่า"ออกจากร้าน "ส่งปอ"เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปหา...... เถ้าแก่ร้านใหม่รีบจับแขน"ส่งปอ"แล้วพูดว่า  "อาเฮีย ", ลื่อมาก็ดีแล้ว  ช่วยตัดสินให้หน่อย  ผมเพิ่งเปิดร้านเป็นวันแรก  "แม่เฒ่า" คนนี้ก็เอาแบ้งค์กงเต็กมาซื้อของๆผม  อาเฮียคิดว่า "แม่เฒ่า"คนนี้ ใช่มาหาเรื่องผมหรือไม่ ? ......
  "ส่งปอ" กระพริบตาให้เถ้าแก่ใหม่ "แล้วพูดว่า " ไม่นี่... เงินนี้เป็นเงินจริง ใช้ได้ตามปรกตินี่ พูดพลางล้วงเงินในกระเป๋า​20หยวนแอบส่งให้เถ้าแก่ใหม่  เป็นค่าน้ำ2ขวดไป ...  แล้วพูดเบาๆกับเถ้าแก่ใหม่ว่า  เงินนี้ผมจ่ายแทน"แม่เฒ่า"ก็แล้วกัน เรื่องเมื่อกี้นี้  อาเฮียอย่าใส่ใจเลยนะ  คิดว่าเห็นแก่หน้าผมแล้วกัน  พูดจบ "ส่งปอ"รีบบอก"เหล่าอาอี๊"  ให้กลับบ้านทันที .....
  หลังจาก"เหล่าๆไถ่"เดินจากไปแล้ว "ส่งปอ"ก็เล่าเรื่องราวของ​"อาหงี" ให้เถ้าแก่ที่มาเปิดร้านใหม่ฟังอีกรอบ "เถ้าแก่" ใหม่ ฟังจบแล้วเกิดความรู้สึกละอายใจมาก   พูดกับ"ส่งปอ"ว่า ครั้งต่อไปผมก็จะทำเหมือนทุกคน คือรับเงินกงเต็ก และทอนเงินจริงให้ "ส่งปอ" รีบกล่าวขอบคุณทันที   "เถ้าแก่ใหม่"รีบพูดว่า อาเฮียอย่าเกรงใจเลย​   ลูก"เหล่าอาอี๊"เป็นวีรบุรุษ ที่ต้องประสพชตากรรม  เราช่วยดูแลคุณแม่เขา  ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว......
  เรื่องมาถึงจุดนี้ "เสียวลี่" และ​"ส่งปอ"ก็ได้แต่ยิ้มให้แก่กัน.....
 แปล  และเรียบเรียง โดย 
        เจงเอี่ยม แซ่อึ้ง
   黄振炎     1/8/2017
Cr.​ SUPIN UNGRGUANGSRI
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่