น้องอายุ14เรียนอยู่มัธยมสองจะขึ้นมัธยมสามค่ะ น้องมักจะมีปัญหาเรื่องครอบครัวก็คือพ่อกับแม่มักจะทะเลาะกันประจำเลย ทำให้เครียดกันทั้งสองฝ่าย คุณพ่อก็ติดเหล้าวันๆกินแต่เหล้าแต่ก็มีทำงานบ้าง ส่วนคุณแม่ก็ทำงานกลับบ้านมาก็ตอนเย็นและพวกเขามักจะมีปากเสียงกันตลอดเลย ( คุณพ่อนิสัยเงียบๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่เวลาเมาก็พูดมากและด่าไปเรื่อยเลย , คุณแม่เป็นคนที่ขี้โวยวาย อะไรนิดๆหน่อยๆก็ขึ้นเสียงและเอาแต่ใจตัวเองมาก )
ทางบ้านก็ฐานะไม่ค่อยดีนัก มีคุณยายเป็นเสาหลักของบ้านอยู่คนเดียว ในบางทีตัวเราเองก็เหนื่อยแทนเลย อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นบ้าง ทางบ้านของเรามีปัญหากันหลายเรื่องเลย ตัวน้องเองน้องเป็นโรคเครียดและซึมเศร้าระยะแรกๆ ( ไม่แน่ใจว่าเป็นมั้ยเคยเข้าพบแพทย์แล้ว ไม่ค่อยได้ยินที่คุณหมอพูดเลยไม่แน่ใจ ) บางทีน้องก็อยากจะจบตัวเองเผื่อจะแบ่งเบาภาระหน้าที่หรือค่าใช้จ่ายลงบ้าง ทั้งค่าเทอม ค่าใช้จ่าย ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของต่างๆภายในบ้าน มันเยอะไปหมดเลย แถมน้องก็ค่าเทอมไม่ใช่น้อยๆเลย หมื่นอัพตลอด
พ่อแม่ค่อนข้างกดดันอยู่นิดหน่อย คุณพ่อกดดันไม่ใช่เรื่องเรียนแต่เป็นเรื่องกีต้าร์ คุณพ่อเวลาเมามักจะชอบมาพูดมาพาไปเล่นด้วยหรือร้องเพลงด้วย คุณพ่อเป็นคนอารมณ์ศิลปินมากๆแต่ทำไมถึงติดเหล้าได้ก็ไม่รู้ เขาเคยโดนเพื่อนๆในหมู่บ้านพูดใส่ว่า ' ลูกสาวไม่ได้กีต้าร์เลย ไม่เหมือนพ่อ ' ที่รู้เพราะตอนคุณพ่อเมา คุณพ่อพูดออกมา เราก็พอรู้สาเหตุว่าทำไมถึงให้เราเป็นกีต้าร์ขนาดนั้น
ส่วนคุณแม่ค่อนข้างกดดันเรื่องเรียนเพราะเขาอยากให้เราทำอาชีพดีๆอย่างหมอหรือข้าราชการสาธารณสุขของจังหวัด เหตุผลเพราะมีเงินเดือนใช้ตลอดชีพแม้แต่เกษียญก็ยังคงได้เงินต่ออีก ทั้งๆที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเราไม่เก่งวิทหรือคณิตสักนิดเลย แต่เราได้ทางภาษาพอฟังออกเขียนได้แต่พูดไม่ค่อยเก่ง
ทางบ้านจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างทำน้ำหก คุณแม่ก็จะมาบ่นเราว่า ' น่าเบื่อ ทำอะไรให้มันดีๆหน่อย ' ในบางทีเราก็สงสัย เราทำหกเราก็เช็ดเองนะ ทำไมถึงบอกแบบนั้น เรายอมรับว่าเราไม่ค่อยช่วยงานบ้านเลย เหตุผลเพราะเราไม่ถูกกับครอบครัวมากๆ มองหน้ากันไม่ติด ทุกๆวันเราไม่เคยเงยหน้ามองคนในครอบครัวเลยสักคนนอกจากคุณยาย เราสนิทกับคุณยายเพียงคนเดียวส่วนคนอื่นๆมักจะชอบมาด่ามาว่าเรา เราก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมแต่คงเพราะพวกเขาเหนื่อยเลยมาด่ามาว่ามาบ่นแบบนั้น ถึงเอาเรื่องทั้งหมดบอกคุณยาย พวกเขาก็จะบอกคำนึงออกมา ' ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ' มันทำให้เรารู้สึกไม่โอเคมากๆ เหมือนเป็นเด็กขี้โกหกคนนึงที่กำลังเรียกร้องความสนใจ
เราแอบคิดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเรารึเปล่าพวกเขาเลยมาทำแบบนั้นกับเรา เราไม่ค่อยเข้าใจ ในบางทีพอรู้ว่าเป็นห่วงแต่เราไม่ต้องการให้ห่วงอีกแล้ว ตอนเด็กๆเราโดนมาเหมือนกันจากคุณแม่ คุณแม่ที่แสนดีที่เคยเอาเท้าถีบเราให้ลงไปในคลองเพื่อว่ายน้ำให้เขาดู
ตอนนั้นเราเด็กมากๆและเราทะเลาะกับคุณแม่มาแล้วหลังจากนั้นคุณแม่ก็ชวนเราไปเล่นน้ำที่คลองเพราะน้ำมันใสมากๆน่าเล่นมากๆ เราก็คิดในใจคุณแม่คงหายโกรธเราแล้วเลยตอบตกลงไปพอถึงที่เราก็มองว่ามันยังไม่มีคนมาเล่นเลยก็เลยหาแม่ว่ากลับบ้านก่อนเดี๋ยวตอนเขาออกมาเล่นกันค่อยออกมาใหม่ แต่คุณแม่กลับบอกว่า เล่นนี่แหละ เล่นๆไปตอนเย็นไม่พาออกมาแล้ว เราก็รู้สึกกลัวเพราะเราเล่นคนเดียวถึงน้ำมันจะไม่ลึกและใสมากๆ เราก็กลัวกับจิตนาการไปไกลว่าข้างใต้มันจะมีอะไรโพล่มามั้ย เราก็ขอแม่อีกรอบแต่แม่ก็ยังคำเดิมและเริ่มขึ้นคำหยาบใส่เรา เราก็เอาตัวนั่งลงไปครึ่งตัวก่อน นั่งลงไปเราก็หันไปขออีกที แม่ก็โมโหแล้วขึ้นเสียงใส่อยู่หลายคำ จนเขาโมโหเริ่มใช้กำลังกับเรา ทั้งเอามือผลักเราเอาเท้าถีบเราลงไปในคลองแล้วก็บอกว่า ' ถ้าไม่ว่ายไปว่ายมาให้ก*ดู มึ*ไม่ต้องกลับ ' เราในตอนนั้นรู้สึกอยากกลับบ้านมากๆ เหมือนไม่ปลอดภัยเลยสักนิด แม่ก็บังคับจนเรายอมทำแล้วก็ได้กล้บบ้านสักที ในใจเราก็คิดอีกแค่ทำตามแค่นี้จะไปยากอะไร แต่อีกมุมก็คือความกลัว มันน่ากลัวมากจริงๆแต่ก็ต้องทำตาม
อีกคน คนนี้คือลุงของเราเป็นพี่ชายของคุณแม่ คนนี้เราไม่ค่อยชอบมากๆสิ่งที่เขาทำก็คือมาพูดจากวนเรายั่วโมโหเราและชอบมาเปิดประตูแง้มๆให้เราหันไปมองแล้วเขาก็จะหัวเราะชอบใจ เราไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร เขาพูดกวนใส่เราหลายเรื่องแถมยังตบปากเราทั้งๆที่เขาเป็คนเริ่มก่อน เราก็โต้กลับบ้าง แล้วก็บอกเราปากดีปากจัด เราในตอนนั้นหลังจากเขาไปแล้วก็ต้องขึ้นห้องไปนอนร้องไห้ และทนร้อนอยู่ห้องข้างบน ( บ้านเราเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ ) ตอนเย็นค่อยลงมากินข้าวและอาบน้ำขึ้นห้องนอน มันมีอีกแต่เราจำไม่ค่อยได้แล้ว ความทรงจำมันเริ่มหายไปทีละนิด แต่สิ่งที่เราจำได้แม่นคือคุณพ่อ
คุณพ่อในวันนั้นเมากลับบ้านมาและมากินข้าวอยู่ข้างนอกเราก็ลงมากินข้าวข้างล่างตามปกติ แล้วอยู่ๆเขาก็เดินเข้ามาชี้แขนเราแล้วบอก ' แขนเนี่ย กรีดไปเลย กรีดให้ตายไปเลย ' เราตอนนั้นได้ยินแล้วก็ตกใจว่าทำไมมีคำคำนั้นออกมาได้กัน เรากินข้าวไปเขาก็มายืนด่าไป เราก็ต้องรีบกินรีบขึ้นห้องไป แล้วแม่ก็บอก ' รีบกินสิ รำคาญพ่อ รีบกินแล้วเข้าไป ' ตอนนั้นเรารู้เหตุผลว่าทำไม เพราะถ้าเราอยู่พ่อก็จะพูดไม่หยุดแต่ถ้าเราไม่อยู่พ่อก็จะไปแต่ก็ยังด่าอยู่ คุณแม่เลยไล่เราไปคงเพราะรำคาญคุณพ่อมากๆ แล้วพ่อก็ขึ้นเสียงมา ' ก* สอนลูก ' ในหัวคือคิดอย่างเดียวว่านั่นคือคำสอนจริงๆหรอ? จนเราขึ้นห้องไปและนอนคิดวนไปมาแล้วก็ร้องไห้ออกมานิดหน่อยแล้วพยายามลืมตาไม่นอนเอาไว้ ไม่รู้ทำไปทำไมแต่มันรู้สึกมีความสุขดี
ครอบครัวมีปัญหา ?
ทางบ้านก็ฐานะไม่ค่อยดีนัก มีคุณยายเป็นเสาหลักของบ้านอยู่คนเดียว ในบางทีตัวเราเองก็เหนื่อยแทนเลย อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นบ้าง ทางบ้านของเรามีปัญหากันหลายเรื่องเลย ตัวน้องเองน้องเป็นโรคเครียดและซึมเศร้าระยะแรกๆ ( ไม่แน่ใจว่าเป็นมั้ยเคยเข้าพบแพทย์แล้ว ไม่ค่อยได้ยินที่คุณหมอพูดเลยไม่แน่ใจ ) บางทีน้องก็อยากจะจบตัวเองเผื่อจะแบ่งเบาภาระหน้าที่หรือค่าใช้จ่ายลงบ้าง ทั้งค่าเทอม ค่าใช้จ่าย ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของต่างๆภายในบ้าน มันเยอะไปหมดเลย แถมน้องก็ค่าเทอมไม่ใช่น้อยๆเลย หมื่นอัพตลอด
พ่อแม่ค่อนข้างกดดันอยู่นิดหน่อย คุณพ่อกดดันไม่ใช่เรื่องเรียนแต่เป็นเรื่องกีต้าร์ คุณพ่อเวลาเมามักจะชอบมาพูดมาพาไปเล่นด้วยหรือร้องเพลงด้วย คุณพ่อเป็นคนอารมณ์ศิลปินมากๆแต่ทำไมถึงติดเหล้าได้ก็ไม่รู้ เขาเคยโดนเพื่อนๆในหมู่บ้านพูดใส่ว่า ' ลูกสาวไม่ได้กีต้าร์เลย ไม่เหมือนพ่อ ' ที่รู้เพราะตอนคุณพ่อเมา คุณพ่อพูดออกมา เราก็พอรู้สาเหตุว่าทำไมถึงให้เราเป็นกีต้าร์ขนาดนั้น
ส่วนคุณแม่ค่อนข้างกดดันเรื่องเรียนเพราะเขาอยากให้เราทำอาชีพดีๆอย่างหมอหรือข้าราชการสาธารณสุขของจังหวัด เหตุผลเพราะมีเงินเดือนใช้ตลอดชีพแม้แต่เกษียญก็ยังคงได้เงินต่ออีก ทั้งๆที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าเราไม่เก่งวิทหรือคณิตสักนิดเลย แต่เราได้ทางภาษาพอฟังออกเขียนได้แต่พูดไม่ค่อยเก่ง
ทางบ้านจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างทำน้ำหก คุณแม่ก็จะมาบ่นเราว่า ' น่าเบื่อ ทำอะไรให้มันดีๆหน่อย ' ในบางทีเราก็สงสัย เราทำหกเราก็เช็ดเองนะ ทำไมถึงบอกแบบนั้น เรายอมรับว่าเราไม่ค่อยช่วยงานบ้านเลย เหตุผลเพราะเราไม่ถูกกับครอบครัวมากๆ มองหน้ากันไม่ติด ทุกๆวันเราไม่เคยเงยหน้ามองคนในครอบครัวเลยสักคนนอกจากคุณยาย เราสนิทกับคุณยายเพียงคนเดียวส่วนคนอื่นๆมักจะชอบมาด่ามาว่าเรา เราก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมแต่คงเพราะพวกเขาเหนื่อยเลยมาด่ามาว่ามาบ่นแบบนั้น ถึงเอาเรื่องทั้งหมดบอกคุณยาย พวกเขาก็จะบอกคำนึงออกมา ' ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ' มันทำให้เรารู้สึกไม่โอเคมากๆ เหมือนเป็นเด็กขี้โกหกคนนึงที่กำลังเรียกร้องความสนใจ
เราแอบคิดว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเรารึเปล่าพวกเขาเลยมาทำแบบนั้นกับเรา เราไม่ค่อยเข้าใจ ในบางทีพอรู้ว่าเป็นห่วงแต่เราไม่ต้องการให้ห่วงอีกแล้ว ตอนเด็กๆเราโดนมาเหมือนกันจากคุณแม่ คุณแม่ที่แสนดีที่เคยเอาเท้าถีบเราให้ลงไปในคลองเพื่อว่ายน้ำให้เขาดู
ตอนนั้นเราเด็กมากๆและเราทะเลาะกับคุณแม่มาแล้วหลังจากนั้นคุณแม่ก็ชวนเราไปเล่นน้ำที่คลองเพราะน้ำมันใสมากๆน่าเล่นมากๆ เราก็คิดในใจคุณแม่คงหายโกรธเราแล้วเลยตอบตกลงไปพอถึงที่เราก็มองว่ามันยังไม่มีคนมาเล่นเลยก็เลยหาแม่ว่ากลับบ้านก่อนเดี๋ยวตอนเขาออกมาเล่นกันค่อยออกมาใหม่ แต่คุณแม่กลับบอกว่า เล่นนี่แหละ เล่นๆไปตอนเย็นไม่พาออกมาแล้ว เราก็รู้สึกกลัวเพราะเราเล่นคนเดียวถึงน้ำมันจะไม่ลึกและใสมากๆ เราก็กลัวกับจิตนาการไปไกลว่าข้างใต้มันจะมีอะไรโพล่มามั้ย เราก็ขอแม่อีกรอบแต่แม่ก็ยังคำเดิมและเริ่มขึ้นคำหยาบใส่เรา เราก็เอาตัวนั่งลงไปครึ่งตัวก่อน นั่งลงไปเราก็หันไปขออีกที แม่ก็โมโหแล้วขึ้นเสียงใส่อยู่หลายคำ จนเขาโมโหเริ่มใช้กำลังกับเรา ทั้งเอามือผลักเราเอาเท้าถีบเราลงไปในคลองแล้วก็บอกว่า ' ถ้าไม่ว่ายไปว่ายมาให้ก*ดู มึ*ไม่ต้องกลับ ' เราในตอนนั้นรู้สึกอยากกลับบ้านมากๆ เหมือนไม่ปลอดภัยเลยสักนิด แม่ก็บังคับจนเรายอมทำแล้วก็ได้กล้บบ้านสักที ในใจเราก็คิดอีกแค่ทำตามแค่นี้จะไปยากอะไร แต่อีกมุมก็คือความกลัว มันน่ากลัวมากจริงๆแต่ก็ต้องทำตาม
อีกคน คนนี้คือลุงของเราเป็นพี่ชายของคุณแม่ คนนี้เราไม่ค่อยชอบมากๆสิ่งที่เขาทำก็คือมาพูดจากวนเรายั่วโมโหเราและชอบมาเปิดประตูแง้มๆให้เราหันไปมองแล้วเขาก็จะหัวเราะชอบใจ เราไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร เขาพูดกวนใส่เราหลายเรื่องแถมยังตบปากเราทั้งๆที่เขาเป็คนเริ่มก่อน เราก็โต้กลับบ้าง แล้วก็บอกเราปากดีปากจัด เราในตอนนั้นหลังจากเขาไปแล้วก็ต้องขึ้นห้องไปนอนร้องไห้ และทนร้อนอยู่ห้องข้างบน ( บ้านเราเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ ) ตอนเย็นค่อยลงมากินข้าวและอาบน้ำขึ้นห้องนอน มันมีอีกแต่เราจำไม่ค่อยได้แล้ว ความทรงจำมันเริ่มหายไปทีละนิด แต่สิ่งที่เราจำได้แม่นคือคุณพ่อ
คุณพ่อในวันนั้นเมากลับบ้านมาและมากินข้าวอยู่ข้างนอกเราก็ลงมากินข้าวข้างล่างตามปกติ แล้วอยู่ๆเขาก็เดินเข้ามาชี้แขนเราแล้วบอก ' แขนเนี่ย กรีดไปเลย กรีดให้ตายไปเลย ' เราตอนนั้นได้ยินแล้วก็ตกใจว่าทำไมมีคำคำนั้นออกมาได้กัน เรากินข้าวไปเขาก็มายืนด่าไป เราก็ต้องรีบกินรีบขึ้นห้องไป แล้วแม่ก็บอก ' รีบกินสิ รำคาญพ่อ รีบกินแล้วเข้าไป ' ตอนนั้นเรารู้เหตุผลว่าทำไม เพราะถ้าเราอยู่พ่อก็จะพูดไม่หยุดแต่ถ้าเราไม่อยู่พ่อก็จะไปแต่ก็ยังด่าอยู่ คุณแม่เลยไล่เราไปคงเพราะรำคาญคุณพ่อมากๆ แล้วพ่อก็ขึ้นเสียงมา ' ก* สอนลูก ' ในหัวคือคิดอย่างเดียวว่านั่นคือคำสอนจริงๆหรอ? จนเราขึ้นห้องไปและนอนคิดวนไปมาแล้วก็ร้องไห้ออกมานิดหน่อยแล้วพยายามลืมตาไม่นอนเอาไว้ ไม่รู้ทำไปทำไมแต่มันรู้สึกมีความสุขดี