JJNY : 4in1 ‘จิรายุ’ชงแก้ยุบพรรค│ยูเครน-รัสเซีย สะเทือนน้ำมัน│สรท.ห่วงสู้รบรัสเซีย│ชาวยูเครนรวมตัวหน้าสถานทูตรัสเซีย

‘จิรายุ’ ชงแก้แนวทางยุบพรรค ตัดพ้อ พท.โดนมัดมือมัดแขน ยุบมา 2 ทีแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_3203053
 
 
“จิรายุ” ชงแก้แนวทางยุบพรรค เขียนให้ชัด ตัดพ้อ พท.ถูกมัดมือมัดแขนโดนยุบมา 2 ครั้งแล้ว
 
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่. …) พ.ศ. … จำนวน 6 ฉบับ โดยเป็นการพิจารณาต่อเนื่องวันที่ 2 ซึ่งการประชุมวันแรก ผู้เสนอร่างได้นำเสนอเหตุผลและหลักการทั้ง 6 ฉบับ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความคิดเห็นไปบางส่วนแล้วนั้น
 
จากนั้นเวลา 14.15 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า มีความพยายามพูดถึงบุคคลภายนอกว่า ครอบงำพรรคการเมือง แต่ทำไมเราไม่โยงไปถึงนักธุรกิจที่มากความรู้ นักการเมืองที่มากประสบการณ์ หรือไม่ว่าจะเป็นใครที่มีความรู้ เขาจะให้ความเห็นไม่ได้เลยหรือ การกำหนดเรื่องการยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ต้องระบุให้ชัดเจนว่าห้ามใคร นาย ก. นาย ข. นาย ค. ระบุแบบนี้ไปเลย เพราะบางครั้งเราอยากได้คำปรึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ ท่านจะรังเกียจเฉพาะพรรคพท.ได้อย่างไร ซึ่งการให้คำปรึกษา แต่พรรคยังเป็นอิสระในการตัดสินใจ ดังนั้น ตรงนี้ต้องแก้ให้ชัด เพราะที่ผ่านมาการยุบพรรคเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ทำให้สังคมแบ่งเป็นสองฝ่ายไม่เกิดความสามัคคี  พรรคพท.เราเป็นพรรคที่ถูกยุบมาแล้ว 2 ครั้ง เป็นพรรคที่ต่ำต้อยถูกกระทำมัดมือ มัดแขนมาตลอด วันนี้การเสนอแก้เรื่องยุบพรรค เพื่อให้ท่านเห็นหัวประชาชนบ้าง ซึ่งการแก้ไขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคสมัยของไม่ดีก็ต้องแก้ไข
 

 
วิกฤติยูเครน-รัสเซีย สะเทือนราคาน้ำมันขึ้นยกแผงอีก 40-60 สต.
https://www.dailynews.co.th/news/801206/
 
ฉุดไม่อยู่! วิกฤติสงครามยูเครน-รัสเซีย ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ขึ้นเบนซิน-โซฮอล์ 40 สต. ดีเซลขึ้น 60 สต. มีผล 26 ก.พ.
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พีทีที สเตชั่น และบางจากคอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด ปรับขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร มีผล 26 ก.พ.65 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
 
โดยราคาขายปลีกจะเป็น ดังนี้ เบนซิน ลิตรบะ 43.96 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 36.55 บาท, อี 20 ลิตรละ 35.44 บาท, แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.28 บาท, อี 85 ลิตรละ 28.74 บาท, ดีเซล บี 7 ลิตรละ 29.14 บาท, ดีเซล บี 10 ลิตรละ 29.14 บาท, ดีเซล บี 20 ลิตรละ 29.14 บาท, ดีเซลพรีเมียม บี 7 ลิตรละ 35.16 บาท โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร
 

 
สรท. ห่วงสู้รบรัสเซียยืดเยื้อ ฉุดส่งออกไตรมาส 2 วูบ 5 พันล้านเหรียญ  ยานพาหนะ กลุ่มเสี่ยง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6910195
 
สรท.ห่วง สู้รบรัสเซียยืดเยื้อ ฉุดส่งออกไตรมาส 2 วูบ 5 พันล้านเหรียญ ยานพาหนะ -เครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มเสี่ยง
 
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า สรท. ติดตามและประเมินผลกระทบจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และมาตรการตอบโต้ด้านการค้าและการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่าอาจมีผลกระทบต่อทั้งวงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนภาคการผลิต ทั้งจากราคาพลังงานและราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น อาทิ เหล็ก ธัญพืช เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อจากคู่ค้าลดลงบางส่วน
 
อย่างไรก็ตาม สรท. ประเมินว่าหากสถานการณ์การสู้รบไม่ยืดเยื้อบานปลายหรือขยายวงกว้างไปมากกว่า พื้นที่ใน 2 ประเทศนี้ การส่งออกของไทยน่าจะยังเติบโตได้ที่ 5 %โดยคาดว่าสถานการณ์ส่งออกในไตรมาสแรกจะสามารถเติบโตได้ที่ร้อยละ 8 เนื่องจากมีการยืนยันคำสั่งซื้อไว้แล้วล่วงหน้า แต่หากสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อการส่งออกในไตรมาสสอง โดยอาจมีคำสั่งซื้อลดลงประมาณ 4-5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ อาทิ ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องปรับอากาศ)
 
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปรัสเซียในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 0.38 ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 1,028 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่มูลค่าการส่งออกไทยไปยูเครนในปี 2564 มีสัดส่วนอยู่ที่ 0.05% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังทั่วโลก หรือประมาณ 134.76 ล้านเหรียญสหรัฐ และ สรท. คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ในกรอบ 100-105 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
 
นายชัยชาญ กล่าวอีกว่า สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ข้อ ประกอบด้วย 

1.เพื่อรับมือต่อความผันผวนของตลาดเงินทั่วโลก สรท.ขอให้ช่วยรักษาเสถรียภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในกรอบ 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ 
 
2. เพื่อรับมือต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทุน
  
สรท. ขอให้รัฐพิจารณาอนุญาตการปรับขึ้นราคาสินค้าได้ตามสัดส่วนราคาต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงอย่างแท้จริงทั่วโลก เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่