"ขอขอบคุณเพจ ป ปืนอย่างสูงครับ"
https://www.facebook.com/Porpeunbybaster/
เดิมที่ Ronnie G. Barrett เขาเริ่มต้นด้วยอาชีพช่างภาพในปี 1972 แรงบันดาลใจของเขาเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1982 เขาได้ถ่ายภาพเรือลาดตระเวนในแม่น้ำ Stones River ภาพนั้นชนะการประกวด โดยเรือลาดตระเวนในภาพมีปืนกลแบบ M2 .50 BMG แบบแท่นคู่ติดตั้งบนเรือ เขาเฝ้าคิดถึงมันและกลายเป็นความหลงใหลและแรงบันดาลใจในที่สุด ในเวลานั้นไม่มีปืนขนาด .50 ขายทั่วไปในท้องตลาด เขาจึงเริ่มร่างแบบของเขาแล้วนำมันไปที่โรงงานผลิตชิ้นส่วน แต่ได้รับคำตอบปฏิเสธและคำสบประมาทว่า”คงมีใครที่เก่งกว่าเขาออกแบบมันไว้แล้วล่ะรอนนี่. แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาลดละความพยายามลงเลย ในไม่กี่วันต่อมาเขาได้รับคำตอบรับจาก Bob Mitchell ซึ่งเป็นช่างผลิตเครื่องมืองานเครื่องมือกล (ช่างกล) อยู่ในเมืองSmyrna, รัฐ Tennessee ซึ่งจะช่วยเขาในด้านงานเครื่องมือกล และ ได้รับความช่วยเหลือ เกี่ยวกับงานโลหะแผ่นจาก Harry Watson.ซึ่งเป็นลูกจ้างในร้านรับทำงานโลหะแผ่น

การทำชิ้นส่วน ต่างๆทำด้วยเครื่องกัด เครื่องกลึง ขนาดเล็กในโรงรถของเขา บางครั้งก็ใช้เวลาทั้งคืน ผ่านไป 3 เดือนเศษจึงได้ต้นแบบคือ Shoulder-fired Barrett rifle จากต้นแบบนี้เขาจึงเริ่มพัฒนารูปแบบของปืนให้ดียิ่งขึ้น โดยเรียนรู้จากปืนต้นแบบที่ได้ทำมา ซึ่งเขาได้นำต้นแบบที่สองไปแสดงที่งาน Gun show เมืองHouston, รัฐTexas ในงานมีผู้สนใจ 3 คนมาขอรอนนี่ สร้างปืนตามต้นแบบนี้ให้แก่พวกเขา ด้วยงบที่จำกัดแต่นั้นก็หยุดเขาไม่ได้ แทนที่เขาจะทำ 3กระบอกเขากลับทำมันถึง 30 กระบอก เขาวาดภาพปืนเพื่อใช้โฆษณาในนิตยสาร Shotgun News และปืนทั้งหมดของเขาก็ขายออกหมดในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เขาได้รับการติดต่อจาก หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ฯ หรือ CIA ในการสั่งผลิตปืนจำนวนหนึ่งสำหรับใช้ใน อัฟกานีสถาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ CIA นำไปใช้ในสงครามอัฟกานีสถาน-โซเวียต ( 1979-1989)
ในปี 1982 Ronnie G. Barrett ได้ก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธปืน ในเมือง Christiana รัฐTennessee สหรัฐอเมริกา คือ Barrett Firearms Manufacturing โดย มีจุดประสงค์หลักคือการออกแบบและผลิตปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .50 BMG (12.7×99mm NATO) ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด Ronnie G. Barrett ใช้เงินของเขาเอง(ไม่ได้ระดุมทุน)
ซึ่งผลิตภัทร์แรกของ Barrett Firearms Manufacturing คือ Barrett M82 ในปีแรกที่ก่อตั้งธุรกิจนั้นเอง ทั้งแต่งบในการออกแบบทำปืนต้นแบบ จนถึงสายการผลิตต่างๆ
Barrett M82 เป็น ระบบปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติซุ่มยิงต่อต้านสิ่งอุปกรณ์ หรือSemi-automatic anti-materiel sniper system ซึ่งมีความสามารถในการยิงทำลายเป้าหมาย ต่างๆเช่น ยานยนต์ ,ยานหุ้มเกราะ,เรดาห์,อากาศยาน(ระดับต่ำ หรือ จอด บนลานจอด ) ระบบอาวุธขนาดเล็ก-กลาง ,หรือแม้กระทั้งปืนใหญ่ และมีการใช้งานในการยิงเป้าหมายบุกคล (anti-personnel system) จากระยะไกล
ในระบบบริหารกลไกแบบ Recoil-operated ที่อาศัยแรงปฏิกิริยาหรือรีคอยล์จากการยิง โดยลำกล้องของปืนจะถอยเป็นระยะทาง สั้นๆ แบบ short recoil-operated เพื่อถอยไปผลักโครงลูกเลื่อนเพื่อให้ลูกเลื่อนเปิดกลอน ระบบลูกเลื่อน เป็นแบบหมุนตัวขัดกลอน ( Rotating bolt) มีปีกขัดกลอน 3 ปีก
ระบบลั่นไกแบบเข็มพุ่งกระแทก หรือ striker firing pin มีคันห้ามไกแบบ 2ทาง ในตำแหน่งหัวแม่มือ ซองกระสุนบรรจุ 10 นัด
ในระบบของปืนจะมาพร้อมกับกล้องเล็งแบบ Leupold 10x magnification scope ซึ่งติดตั้งบนโครงปืนโดยมีรางติดอุปกณ์แบบ Picatinny-type(MIL-STD-1913 rail ) สำหรับติดตั้ง มีระบบศูนย์เปิดจะเป็นแบบพลิก Flip-up iron sight ตั้งระยะตั้งแต่ 100-1,500 เมตร ปืนการันตีการยิงถูกเป้าหมายในนัดแรกที่เป็นบุกคล ในระยะ 1,000 เมตร
การพัฒนารุ่นต่อมาคือ
Barrett M82 A1

มีการเพิ่มที่จับใต้พานท้ายปืนสำหรับมือข้างที่ไม่ถนัด มีหูหิ้วปืน และใช้ปลอกกันสะบัด ขนาดใหญ่ (Large muzzle brake) พัฒนาในปี 1986 สามารถใช้ร่วมกับขาหยั่ง(3ขา) M3 และ M122 infantry tripods ได้ ลูกค้ารายแรกคือ Swedish Army ซึ่งสั่งซื้อไป 100 กระบอก
Barrett M82A1M
หน้าตาคล้ายคลึงกับ M 107 ต่างกันตรงที่ศูนย์หน้าและศูนย์หลังแบบพับได้ติดตั้งตายตัวกับโครงปืน
Barrett M82A2
มีการปรับปรุงให้เป็นแบบ bullpup layout ในปี 1987
M107
Barrett M82A1 ได้รับการปรับปรุง บรรจุเข้าสู่กองทัพบกสหรัฐฯ 2002 โดยมีชื่อว่า “Long Range Sniper Rifle, Caliber .50, M107”. ภายใต้โครงการ Anti-Materiel Sniper Rifle Congressional Program,หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า “M107” มีชื่อเล่นว่า "Light Fifty" เดิมทีโครงการ XM107 นั้นกองทัพมีข้อพิจารณาปืนแบบ ลูกเลื่อน ขนาด .50 BMG นั้นคือ Barrett M95 แต่ก็มาเปลี่ยนใจในภายหลังเพราะต้องการใช้อำนาจในการยิงของปืนให้สูงที่สุด ระบบในการบริหารกลไกจะเป็นตัวดูดซับแรงซึ่งเกิดจากการยิงได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงปลอกกันการสะบัด (muzzle brake) ใช้รางติดอุปกรณ์ยาวตั้งแต่กลางโครงปืนส่วนบนจนถึงสุดโครงปืนส่วนหน้า
M 107 ใช้กล้องเล็งแบบ Leupold 4.5–14×50 Mark 4 scope. มีที่จับใต้พานท้ายปืน มีช่องเสียบขาตั้งแบบ Monopod หูหิ้วแบบถอดได้
Barrett M82A3



เป็นการพัฒนา M82A1M. สำหรับ US Marine Corps ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า “Special Applications Scoped Rifle”
ความสำเร็จของ Ronnie G. Barrett เป็นหนึ่งใน 7 ของนักออกแบบอาวุธสหรัฐฯ ในรอบ 100 ปี ที่อาวุธของพวกเขาได้รับการรับรองจาก กองทัพสหรัฐซึ่งได้แก่
John M. Browning,
John C. Garand,
Eugene Stoner,
John Taliaferro Thompson,
Melvin Maynard Johnson JR,
Eugene Reising.
และเขา Ronnie G. Barrett
นับเป็นนักออกแบบคนหนึ่งในโลกที่ประสบความสำเร็จมีการนำไปประจำการในหน่วยงานรัฐหลายประเทศทั่วโลก โดยที่เขาไม่ได้มีพื้นฐานการออกแบบปืนมาก่อนเลยเริ่มต้นจาก 0 และความทะเยอทะยาน อย่างแท้จริง โดยปัจจุบันBarrett ก่อตั้งมาแล้ว 40 ปี
.ในส่วนของกองทัพไทยเท่าที่ทราบมี หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ มี Barrett M82A ใช้งาน นาวิกโยธิน กองทัพเรือ มี Barrett M95 / Barrett M98B (.338 Lapua Magnum) ใช้งาน


หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ.ที่นี้ครับ และขอบคุณที่ติดตาม
Cr.
https://barrett.net/company/
http://www.military-today.com/firearms/barrett_m82.htm
https://en.wikipedia.org/wiki/Barrett_M82
https://en.wikipedia.org/wiki/Barrett_Firearms_Manufacturing
#Barrett_M82 #M107 #M82A3 #ป_ปืน
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 1228 Barrett M82 สู่ M107
https://www.facebook.com/Porpeunbybaster/
เดิมที่ Ronnie G. Barrett เขาเริ่มต้นด้วยอาชีพช่างภาพในปี 1972 แรงบันดาลใจของเขาเกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1982 เขาได้ถ่ายภาพเรือลาดตระเวนในแม่น้ำ Stones River ภาพนั้นชนะการประกวด โดยเรือลาดตระเวนในภาพมีปืนกลแบบ M2 .50 BMG แบบแท่นคู่ติดตั้งบนเรือ เขาเฝ้าคิดถึงมันและกลายเป็นความหลงใหลและแรงบันดาลใจในที่สุด ในเวลานั้นไม่มีปืนขนาด .50 ขายทั่วไปในท้องตลาด เขาจึงเริ่มร่างแบบของเขาแล้วนำมันไปที่โรงงานผลิตชิ้นส่วน แต่ได้รับคำตอบปฏิเสธและคำสบประมาทว่า”คงมีใครที่เก่งกว่าเขาออกแบบมันไว้แล้วล่ะรอนนี่. แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาลดละความพยายามลงเลย ในไม่กี่วันต่อมาเขาได้รับคำตอบรับจาก Bob Mitchell ซึ่งเป็นช่างผลิตเครื่องมืองานเครื่องมือกล (ช่างกล) อยู่ในเมืองSmyrna, รัฐ Tennessee ซึ่งจะช่วยเขาในด้านงานเครื่องมือกล และ ได้รับความช่วยเหลือ เกี่ยวกับงานโลหะแผ่นจาก Harry Watson.ซึ่งเป็นลูกจ้างในร้านรับทำงานโลหะแผ่น
การทำชิ้นส่วน ต่างๆทำด้วยเครื่องกัด เครื่องกลึง ขนาดเล็กในโรงรถของเขา บางครั้งก็ใช้เวลาทั้งคืน ผ่านไป 3 เดือนเศษจึงได้ต้นแบบคือ Shoulder-fired Barrett rifle จากต้นแบบนี้เขาจึงเริ่มพัฒนารูปแบบของปืนให้ดียิ่งขึ้น โดยเรียนรู้จากปืนต้นแบบที่ได้ทำมา ซึ่งเขาได้นำต้นแบบที่สองไปแสดงที่งาน Gun show เมืองHouston, รัฐTexas ในงานมีผู้สนใจ 3 คนมาขอรอนนี่ สร้างปืนตามต้นแบบนี้ให้แก่พวกเขา ด้วยงบที่จำกัดแต่นั้นก็หยุดเขาไม่ได้ แทนที่เขาจะทำ 3กระบอกเขากลับทำมันถึง 30 กระบอก เขาวาดภาพปืนเพื่อใช้โฆษณาในนิตยสาร Shotgun News และปืนทั้งหมดของเขาก็ขายออกหมดในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เขาได้รับการติดต่อจาก หน่วยข่าวกรองสหรัฐ ฯ หรือ CIA ในการสั่งผลิตปืนจำนวนหนึ่งสำหรับใช้ใน อัฟกานีสถาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ CIA นำไปใช้ในสงครามอัฟกานีสถาน-โซเวียต ( 1979-1989)
ในปี 1982 Ronnie G. Barrett ได้ก่อตั้งธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธปืน ในเมือง Christiana รัฐTennessee สหรัฐอเมริกา คือ Barrett Firearms Manufacturing โดย มีจุดประสงค์หลักคือการออกแบบและผลิตปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .50 BMG (12.7×99mm NATO) ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด Ronnie G. Barrett ใช้เงินของเขาเอง(ไม่ได้ระดุมทุน)
ซึ่งผลิตภัทร์แรกของ Barrett Firearms Manufacturing คือ Barrett M82 ในปีแรกที่ก่อตั้งธุรกิจนั้นเอง ทั้งแต่งบในการออกแบบทำปืนต้นแบบ จนถึงสายการผลิตต่างๆ
Barrett M82 เป็น ระบบปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติซุ่มยิงต่อต้านสิ่งอุปกรณ์ หรือSemi-automatic anti-materiel sniper system ซึ่งมีความสามารถในการยิงทำลายเป้าหมาย ต่างๆเช่น ยานยนต์ ,ยานหุ้มเกราะ,เรดาห์,อากาศยาน(ระดับต่ำ หรือ จอด บนลานจอด ) ระบบอาวุธขนาดเล็ก-กลาง ,หรือแม้กระทั้งปืนใหญ่ และมีการใช้งานในการยิงเป้าหมายบุกคล (anti-personnel system) จากระยะไกล
ในระบบบริหารกลไกแบบ Recoil-operated ที่อาศัยแรงปฏิกิริยาหรือรีคอยล์จากการยิง โดยลำกล้องของปืนจะถอยเป็นระยะทาง สั้นๆ แบบ short recoil-operated เพื่อถอยไปผลักโครงลูกเลื่อนเพื่อให้ลูกเลื่อนเปิดกลอน ระบบลูกเลื่อน เป็นแบบหมุนตัวขัดกลอน ( Rotating bolt) มีปีกขัดกลอน 3 ปีก
ระบบลั่นไกแบบเข็มพุ่งกระแทก หรือ striker firing pin มีคันห้ามไกแบบ 2ทาง ในตำแหน่งหัวแม่มือ ซองกระสุนบรรจุ 10 นัด
ในระบบของปืนจะมาพร้อมกับกล้องเล็งแบบ Leupold 10x magnification scope ซึ่งติดตั้งบนโครงปืนโดยมีรางติดอุปกณ์แบบ Picatinny-type(MIL-STD-1913 rail ) สำหรับติดตั้ง มีระบบศูนย์เปิดจะเป็นแบบพลิก Flip-up iron sight ตั้งระยะตั้งแต่ 100-1,500 เมตร ปืนการันตีการยิงถูกเป้าหมายในนัดแรกที่เป็นบุกคล ในระยะ 1,000 เมตร
การพัฒนารุ่นต่อมาคือ
Barrett M82 A1
มีการเพิ่มที่จับใต้พานท้ายปืนสำหรับมือข้างที่ไม่ถนัด มีหูหิ้วปืน และใช้ปลอกกันสะบัด ขนาดใหญ่ (Large muzzle brake) พัฒนาในปี 1986 สามารถใช้ร่วมกับขาหยั่ง(3ขา) M3 และ M122 infantry tripods ได้ ลูกค้ารายแรกคือ Swedish Army ซึ่งสั่งซื้อไป 100 กระบอก
Barrett M82A1M
หน้าตาคล้ายคลึงกับ M 107 ต่างกันตรงที่ศูนย์หน้าและศูนย์หลังแบบพับได้ติดตั้งตายตัวกับโครงปืน
Barrett M82A2
มีการปรับปรุงให้เป็นแบบ bullpup layout ในปี 1987
M107
Barrett M82A1 ได้รับการปรับปรุง บรรจุเข้าสู่กองทัพบกสหรัฐฯ 2002 โดยมีชื่อว่า “Long Range Sniper Rifle, Caliber .50, M107”. ภายใต้โครงการ Anti-Materiel Sniper Rifle Congressional Program,หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า “M107” มีชื่อเล่นว่า "Light Fifty" เดิมทีโครงการ XM107 นั้นกองทัพมีข้อพิจารณาปืนแบบ ลูกเลื่อน ขนาด .50 BMG นั้นคือ Barrett M95 แต่ก็มาเปลี่ยนใจในภายหลังเพราะต้องการใช้อำนาจในการยิงของปืนให้สูงที่สุด ระบบในการบริหารกลไกจะเป็นตัวดูดซับแรงซึ่งเกิดจากการยิงได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงปลอกกันการสะบัด (muzzle brake) ใช้รางติดอุปกรณ์ยาวตั้งแต่กลางโครงปืนส่วนบนจนถึงสุดโครงปืนส่วนหน้า
M 107 ใช้กล้องเล็งแบบ Leupold 4.5–14×50 Mark 4 scope. มีที่จับใต้พานท้ายปืน มีช่องเสียบขาตั้งแบบ Monopod หูหิ้วแบบถอดได้
Barrett M82A3
เป็นการพัฒนา M82A1M. สำหรับ US Marine Corps ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า “Special Applications Scoped Rifle”
ความสำเร็จของ Ronnie G. Barrett เป็นหนึ่งใน 7 ของนักออกแบบอาวุธสหรัฐฯ ในรอบ 100 ปี ที่อาวุธของพวกเขาได้รับการรับรองจาก กองทัพสหรัฐซึ่งได้แก่
John M. Browning,
John C. Garand,
Eugene Stoner,
John Taliaferro Thompson,
Melvin Maynard Johnson JR,
Eugene Reising.
และเขา Ronnie G. Barrett
นับเป็นนักออกแบบคนหนึ่งในโลกที่ประสบความสำเร็จมีการนำไปประจำการในหน่วยงานรัฐหลายประเทศทั่วโลก โดยที่เขาไม่ได้มีพื้นฐานการออกแบบปืนมาก่อนเลยเริ่มต้นจาก 0 และความทะเยอทะยาน อย่างแท้จริง โดยปัจจุบันBarrett ก่อตั้งมาแล้ว 40 ปี
.ในส่วนของกองทัพไทยเท่าที่ทราบมี หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ มี Barrett M82A ใช้งาน นาวิกโยธิน กองทัพเรือ มี Barrett M95 / Barrett M98B (.338 Lapua Magnum) ใช้งาน
หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ.ที่นี้ครับ และขอบคุณที่ติดตาม
Cr.
https://barrett.net/company/
http://www.military-today.com/firearms/barrett_m82.htm
https://en.wikipedia.org/wiki/Barrett_M82
https://en.wikipedia.org/wiki/Barrett_Firearms_Manufacturing
#Barrett_M82 #M107 #M82A3 #ป_ปืน