แชร์ประสบการณ์การทำบ้านเช่า ตลอดระยะเวลา 8 ปีค่ะ

กระทู้นี้ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์ในการทำบ้านเช่านะคะ

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เราถูกใจที่อยู่แปลงหนึ่งค่ะ เราตัดสินใจกู้ซื้อมาเพื่อทำบ้านเช่า เป็นที่ดินพร้อมบ้านหลังเล็ก ๆ 1 หลัง
เจ้าของเดิมปล่อยเช่าเดือนละ 1,500 ค่ะ
เราซื้อต่อมาด้วยราคา 1,280,000 บาทพร้อมโอน
จากนั้นจึงทำการปรับปรุงและลงบ้านเพิ่ม อีก 3 หลัง รวมต้นทุนปรับปรุงบ้าน ทำรั้ว ขอน้ำ+ไฟ 1,960,000 บาท
ปล่อยเช่าเดือนละ 2,500 บาท ต่อเดือน 4 หลังค่ะ รวมรายได้ 10,000 บาท ต่อเดือน
โดย 4 หลังนี้ แบ่งออกเป็น ของตัวเอง 2 หลัง และหุ้นส่วน 2 หลัง หุ้นส่วนลงแค่บ้าน ไม่มีต้นทุนเรื่องที่ดินค่ะ
ค่าใช้จ่ายที่เราต้องผ่อนต่อเดือน 9,300 บาทค่ะ
รายรับของเราบ้าน 2 หลัง 5,000 บาท
จะเห็นได้ว่า เราต้องจ่ายเงินส่วนต่าง 4,300 บาทต่อเดือนค่ะ 
**ใครที่กู้ลงทุนทำบ้านเช่าน่าจะเริ่มเห็นแล้วค่ะ ว่าค่าเช่าไม่พอค่าผ่อนค่ะ
ใช่ค่ะ...เรายังกัดฟันผ่อนต่อไป โดยควักเงินเดือนตัวเองจ่ายทุกเดือน เพราะมีความคาดหวังว่า
เอาวะซักวันเราต้องขึ้นค่าเช่าตามค่าครองชีพได้สิ เศรษฐกิจดีขึ้น ค่าเช่าก็ต้องขึ้นสิ
โดยแผนการปรับค่าเช่าเรา คิดไว้ว่า อ่ะ...ปีละ 200/หลัง ละกัน เราต้องไปรอด

หลังจากที่สร้างบ้านเช่าเสร็จไม่นาน.....หายนะรอบแรกเริ่มมาค่ะ
บ้านเช่าละแวกนั้นผุดขึ้นอีก 3 แห่ง  ตัวเลือกก็จะมากขึ้น หอใหม่ใครๆ ก็เห่อ ดึงดูดคนเช่าบ้านออกไปค้าาาาา
ทีนี้แผนที่จะขึ้นค่าเช่าก็หายวับไปกับตา  ลองขึ้นดูสิ คนเช่าได้ออกกันรัวรัวแน่ๆ

นั่งปวดหัวกับการปรับแผนการทำธุรกิจ เริ่ม survey ตลาดของคนอื่น เทียบของตัวเองมีจุดแข็งจุดด้อยยังไง
โชคดีที่ของเรา เป็นบ้านเช่าแยกหลัง ไม่ติดกัน มีที่จอดรถ บ้านไม่แออัด โปร่งโล่งสบาย ที่สำคัญมีที่ดินเหลือให้คนเช่าบ้านปลูกผักได้
คนเช่าละแวกนั้นส่วนมากเป็นผู้รับเหมาอยู่กันเป็นครอบครัวค่ะ  ต้องการค่าเช่าไม่สูง และชอบปลูกผักกินเพื่อลดรายจ่ายค่ะ
ห้องเช่าที่เพิ่มขึ้นใหม่ ห้องกว้าง แต่เป็นลักษณะห้องแถว ห้องติดกัน ไม่เป็นส่วนตัว ค่อนข้างแออัดค่ะ

เอาละ...เมื่อเห็นจุดแข็ง จุดอ่อนของคนอื่น เวลารับลูกค้าก็โฆษณาได้แล้วค่ะ  มีกล้องวงจรปิด มีไฟส่วนกลางเปิดตลอดคืน อ่ะแถมเข้าไป
กลัวลูกค้าไม่เข้ามาเช่า

หายนะรอบ 2 เริ่มเข้ามาค่ะ  มีผู้เช่าที่ลักลอบหนีเข้าเมืองมาแอบพักกับผู้ที่มาขอเช่าค่ะ
อันนี้ใครทำบ้านเช่าโปรดระวังนะคะ หมั่นตรวจสอบให้ดีค่ะ  ก็แจ้งให้ออกกันไป
ลักษณะของเค้าก็คือ จะอยู่รวมกันหลายๆ คนเพื่อลดค่าเช่าค่ะ ไม่มีบัตรอะไรทั้งนั้น เสี่ยงมากค่ะ
ก็เชิญให้ออกกันไป  รับคนเช่าใหม่มา
** ใครรับต่างชาติ อย่าลืมแจ้ง ตม. ด้วยนะคะ

หายนะรอบ 3 มาอีกค่ะ โควิด 
ช่วงโควิด ส่งผลให้ลูกค้าหายากมากค่ะ คนเช่าเก่าออก คนเช่าใหม่ไม่เข้า บ้านว่าง 6 เดือนค้าาาา
ตอนมีคนเช่าก็ควักเนื้อตัวเองจ่ายอยู่ละ  ตอนนี้เหรอคะ...เลือดไหลไม่หยุดค่ะ

เงินเดือนเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังละค่ะ....กัดก้อนเกลือกินกันต่อไป
ได้คนเช่าเพิ่มมาหลังหนึ่ง จ่ายค่าเช่าตรงเวลาตลอด  แต่...OMG ลูกของคนเช่าบ้านเอามาเป็นที่มั่วสุมกันค้าาาา
สร้างความเดือดดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน เชิญออกกันไปค่ะ  ไม่พอทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ด้วยค่ะ 
**ใครที่จะทำบ้านเช่าแล้วให้เลี้ยงสัตว์ได้โปรดระวังค่ะ โชคดีที่น้องข้างบ้านรักสัตว์ เค้าเลยรับเลี้ยงไปค่ะ

หุ้นส่วนตัดสินใจลดราคาค่าเช่าลงค่ะ  เอิ่มมม ปกติราคาก็ไม่แพงอยู่แล้ววว ลดลงอีก จะเหลืออะไรล่ะเนี่ย
การลดราคาได้ผลค่ะ ส่งผลให้คนมาเช่าบ้านรัวรัว เต็มหมดทุกหลังค่ะ
ลดค่าเช่าลง 2 หลัง ของหุ้นส่วน
ส่วนของเราใช้โปร อยู่ครบ 1 ปี ฟรี 1 เดือนค่ะ ดึงดูดลูกค้ากันไป
ซึ่งเราก็ยังจ่ายค่าส่วนต่างเรื่องค่าเช่าต่อไป ยังมองไม่เห็นหนทางอันมืดมน
ได้แต่รอว่า ถ้าได้ขายคงสามารถที่จะปิดหนี้ได้

บุญเก่ายังมี มีคนสนใจที่แปลงนี้เพื่อเอาไว้ทำธุรกิจ (ประกาศมาตั้งนาน เพิ่งจะมาขายได้นี่แหละค่ะ ตอนจะมาก็ 2 รายติดเลยทีเดียวค่ะ)
รายแรกมาก่อน ทำสัญญาก่อน รายนี้กู้ธนาคารค่ะ ธนาคารเข้าประมาณ 2 ที่ค่ะ ได้ราคาประเมินสูงกว่าราคาขาย 22% ตรงนี้คนซื้อยิ้มเลยทีเดียวค่ะ
รายที่สอง  ขอซื้อเงินสดค่ะ พร้อมวางมัดจำ พร้อมจ่ายทันที
เอาล่ะสิ เงินสดก็อยากได้  ถ้าปฏิเสธรายแรกไป ก็สงสารน้องเค้า
ที่บ้านเรียกประชุมกันละค่ะ ว่าจะเอายังไงดี สรุปขายให้รายแรก เพราะสงสารน้องเค้าล้วน ๆ 

ขั้นตอนการซื้อขายที่ดินนะคะ (อันนี้เขียนเผื่อไว้ เป็นความรู้สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะซื้อขายที่ดินนะคะ)
1. หลังจากทำสัญญาซื้อขายเสร็จแล้ว วางมัดจำ ผู้ซื้อเค้าจะทำการยื่นธนาคาร
2. ธนาคารเข้าประเมินที่ดินค่ะ จะยื่นกี่แบงค์ก็เปิดให้ธนาคารถ่ายภาพไปค่ะ ธนาคารเค้าก็ถ่ายรูป วัดที่ดิน ขับรถดูสภาพที่ดิน ดูราคาซื้อขายโดยรอบแถวนั้นค่ะ  (ค่าประเมินคนซื้อจ่ายนะคะ เราไม่ต้องจ่ายนะ)
3. รอค่ะ ประมาณ 1 เดือน หลังจากธนาคารเข้าประเมิน คนซื้อจะเริ่มแจ้งราคาที่ธนาคารประเมินได้ค่ะ ตรงนี้คนซื้อเค้าจะรู้ละว่า เค้าต้องเตรียมเงินสำรองเท่าไหร่
4. เราควรคุยกับคนซื้อนะคะ ว่าถ้าประเมินไม่เต็มเค้าจะเอาอยู่มั๊ย  เค้ามีเงินสำรองเท่าไหร่ (ปกติบ้านมือสองได้ประมาณ 80%) ที่สำคัญมีคนซื้อรายอื่นมา อย่าเพิ่งตัดโอกาสการขายตัวเองนะคะ รับลูกค้าไว้ก่อน เผื่อรายแรกไม่เอาค่ะ  ดิวกันไว้คร่าว ๆ เลยค่ะ
5. ค่าโอน ค่านายหน้า ค่าจดจำนอง ภาษี เคลียร์กันให้เรียบร้อยนะคะ (ค่าจดจำนอง ถ้าผู้ซื้อเอาเข้าธนาคาร ผู้ซื้อจ่ายเองนะคะ)
6. หลังจากธนาคารแจ้งราคาเรียบร้อย จะนัดโอนที่กรมที่ดินค่ะ ธนาคารจะสั่งจ่ายเช็คเป็นชื่อเราค่ะ (อันนี้แล้วแต่ธนาคารนะคะ ถ้าเป็น ธอส. จ่ายเช็คชื่อผู้กู้ค่ะ  แปลกดีเหมือนกัน  แต่ทางเราแจ้งผู้ซื้อแล้วว่า เช็คต้องออกเป็นชื่อผู้ขายนะคะ เช็คธนาคารนะคะ เช็คเงินสดไม่เอาเน้อ เสี่ยงเด้งค่ะ)
7. ไปที่กรมที่ดิน รอธนาคารมาค่ะ ก็ทำการซื้อขาย ขั้นตอนตรงนี้ ทางธนาคารกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะเริ่มดำเนินการค่ะ 
8. ระหว่างเซ็นต์เอกสาร เราจะเริ่มเห็นเช็คค่ะ ตรวจสอบเช็คให้เรียบร้อย ใช่ชื่อเรามั๊ย สะกดถูกหรือเปล่า ธนาคารไหน แนะนำเปิดบัญชีธนาคารนั้นรอไว้เลยค่ะ  โทรตรวจสอบเช็คให้เรียบร้อย  โทรไปที่สาขาออกเช็คค่ะ  ตรวจสอบชื่อ จำนวนเงินหน้าเช็คให้เรียบร้อยค่ะ  ปกติไม่ค่อยมีปัญหา ธนาคารมาเอง คนซื้อผ่านธนาคารค่อนข้างปลอดภัยค่ะ
9. เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จะให้เราไปจ่ายเงินค่าโอนค่ะ + ค่าจดจำนอง ก็จ่ายไป คนซื้อก็โอนค่าจดจำนองให้เราค่ะ
10. เงินส่วนต่างที่เหลือ 20% คนซื้อต้องโอนให้เราก่อนนะคะ (ไม่ได้เงินครบ อย่าเพิ่งเซนต์โอนที่ดินนะคะ)
11. โอนเสร็จ ได้รับเช็ค เอาเช็คเข้าบัญชีค่ะ  ก็ผ่านไปด้วยดี รับเงินครบ
12. เคลียร์เรื่องบ้านเช่า แนะนำเจ้าของคนใหม่ โอนประปา ไฟฟ้า กันให้เรียบร้อย ส่งมอบบ้าน กุญแจบ้าน
13. เสร็จแล้วค่ะ เคลียร์หนี้สิน

ได้กำไรจากส่วนต่างการขายบ้านนิดหน่อยค่ะ  เอาน่ะ...ได้กำไรก็ดีกว่าขาดทุน
สิ่งที่ได้มากกว่ากำไรคือประสบการณ์การทำธุรกิจค่ะ
ปิดหนี้จากการทำธุรกิจเรียบร้อย คืนเงินทุนหุ้นส่วน
เตรียมพร้อมการทำธุรกิจครั้งใหม่ต่อไป

หวังว่าประสบการณ์ในการทำธุรกิจบ้านเช่าของเราจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านมากเลยค่ะ

ปัญหายิบย่อยอย่างอื่นมีค่ะ
1. คนเช่าบ้านจ่ายไม่ตรงเวลา ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีไม่หนีไม่จ่าย เชิญออกจ้า
2. คนเช่าขอให้ปรับปรุงบ้านโน่นนี่นั่น ค่าเช่าแสนต่ำ อยากได้บ้านเริ่ดหรู อันนี้ก็ต้องคุยกันไป อยากได้หรู ก็คงต้องจ่ายแพงกว่านี้ ไม่ใช่ไม่ง้อลูกค้า แต่เอาแบบหรูๆ แล้วจะจ่ายเท่านี้ ให้ไม่ได้จริงๆ 
3. ท่อตัน โน่นนี่นั่น แม้แต่ช้อนก็เอาทิ้งบ่อ OMG  เอานี้คอนโทรลยากเหมือนกันค่ะ อยู่ที่นิสัยคนล้วนๆ
4. ส่งเสียงดัง ก็เตือนกันไป เตือนไม่ไหวก็เชิญออก
5. มีคนดิสเครดิต ที่นี่มีผี โน่นนี่นั่น เอิ่มมม อันนี้..ห้ามปากคนยากจริง ๆ คนปากเน่าก็ปล่อยเค้าเน่าไปค่ะ แนะนำแต่งบ้านสวยๆ บ้านสะอาด โล่งโปร่งสบาย ราคามิตรภาพ ยังไงคนก็เข้าค่ะ คนมันอิจฉา ก็ปล่อยอิจฉาไปค่ะ

ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่