สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ติดที่ "เงิน" ครับ ประเทศนี้คนไม่ค่อยเสียภาษีกัน แต่อยากได้อะไรดี ๆ ไปหมด
แบบประมาณซื้อมาม่าซองหนึ่งแล้วแหกปากว่า ภาษีกู ๆ ๆ จะเอานั่น เอานี่ เอาโน่น ให้ได้ดังใจ
แบบประมาณซื้อมาม่าซองหนึ่งแล้วแหกปากว่า ภาษีกู ๆ ๆ จะเอานั่น เอานี่ เอาโน่น ให้ได้ดังใจ
สมาชิกหมายเลข 7428508 ขำกลิ้ง, ขึ้นเขาลงห้วย ไม่ม้วยมรณา ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6741748 ถูกใจ, Eye of Dahlia ขำกลิ้ง, ถูกเลี้ยงมาด้วยหน้าเเข้ง ถูกใจ, Agent Molder ถูกใจ, Hansen71 ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2636256 ขำกลิ้ง, แล้วแต่อ้วน ถูกใจรวมถึงอีก 45 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 14
1. ถ้าเป็นระบบสายไฟแรงสูง พื้นที่ใต้ฟุตบาต ของประเทศไทย ไม่พอวางบ่อ เพราะขนาดบ่อต้องมีความกว้าง 2-3 เมตร งานก่อสร้างต้องลงมาสร้างที่ถนน ปิดถนนทีละ 1.5-2 เลน ทำงานได้เฉพาะช่วงกลางคืนเพราะไม่งั้นรถติดหนัก กลางวันก็เอาฝาปูนมาปิดไว้ (วิ่งผ่านที ถ้าเบรคไม่ทันไส้แทบแตก) งานก็ทำได้ไม่เร็วนัก

2. เงินลงทุน เอาสายไฟลงใต้ดิน ราคาเปรียบเทียบกับการตั้งเสาเดินสายอากาศ ราคาเอาสายไฟลงใต้ดินแพงกว่า 10 เท่า ++ ขึ้นไป หรือคิดง่ายๆ ว่า เงินเอาสายไฟลงดิน 10 กม. เอาไปสร้างสายไฟแบบปกติได้ 100 กม.++ จึงทำให้พื้นที่ ที่ถูกกำหนดให้เอาสายไฟลงดินในแต่ละปีถูกจำกัดด้วยวงเงินเหมือนกัน
3. โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่ใช้ทุกวันนี้ กำหนดโดยนโยบายของกระทรวงพลังงาน บังคับใช้ผ่านคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่เป็นผู้กำหนดราคาค่าไฟ และค่า FT ในขณะที่งบประมาณการลงุทนของการไฟฟ้า ไม่ได้ใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน ไม่ได้ใช้เงินจากภาษี แต่ใช้เงินจากเงินรายได้ของตัวเอง + เงินกู้ ซึ่งรายได้จากค่าไฟก็พอให้การไฟฟ้าเลี้ยงตัวเองและจ่ายหนี้เงินกู้ได้ โดยไม่ต้องไปของบจากรัฐบาล ซึ่งที่มันพอก็เพราะโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าทุกวันนี้ เงินลงทุน ทุกบาท ทุกสตางค์ ของการไฟฟ้า จะถูกผลักเข้าไปคำนวณในโครงสร้างค่าไฟ ถ้าลงทุนสูงไป ค่าไฟก็จะแพงขึ้น ซึ่งแน่นอนครับ การขึ้นราคาค่าไฟ มันเป็นเรื่องที่เดือดร้อน และไม่เป็นผลดีในทางการเมืองสำหรับฝั่งรัฐบาลเช่นเดียวกัน ดังนั้น ภาคนโยบายก็ล้วนแล้วแต่พยายาม รักษาระดับค่าไฟไม่ให้แพงขึ้น หรือถ้าขึ้นก็ให้น้อยที่สุด เมื่อมารวมกับปัจจัยตามข้อ 2 มันก็เลยสะท้อนกลับมาที่แผนการลงทุนเอาสายไฟลงดิน มันก็โดนจำกัดจำเขี่ย ด้วยทั้งเรื่องเงินลงทุน กับ การรักษาระดับราคาค่าไฟ นั่นแหละครับ
4. ส่วนเรื่องพวกสายสื่อสาร พวกนี้ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากนักหรอกครับ ถ้าการไฟฟ้าที่เป็นเจ้าของเสายืนยันว่าจะเอาเสาออก พวกนี้ก็ต้องยอมหมดนั่นแหละ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาจะเป็นตอนที่การไฟฟ้า จะเอาเสาออก แล้วพวกสายสื่อสาร ไม่ยอมมาเอาสายออกตามนัดเพราะตัวเองยังเดินระบบเสร็จไม่ทันซะมากกว่า ก็อาจจะทำให้งานช้าบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้หลักการใหญ่ๆ มันเดินไม่ได้ครับ

2. เงินลงทุน เอาสายไฟลงใต้ดิน ราคาเปรียบเทียบกับการตั้งเสาเดินสายอากาศ ราคาเอาสายไฟลงใต้ดินแพงกว่า 10 เท่า ++ ขึ้นไป หรือคิดง่ายๆ ว่า เงินเอาสายไฟลงดิน 10 กม. เอาไปสร้างสายไฟแบบปกติได้ 100 กม.++ จึงทำให้พื้นที่ ที่ถูกกำหนดให้เอาสายไฟลงดินในแต่ละปีถูกจำกัดด้วยวงเงินเหมือนกัน
3. โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่ใช้ทุกวันนี้ กำหนดโดยนโยบายของกระทรวงพลังงาน บังคับใช้ผ่านคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่เป็นผู้กำหนดราคาค่าไฟ และค่า FT ในขณะที่งบประมาณการลงุทนของการไฟฟ้า ไม่ได้ใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดิน ไม่ได้ใช้เงินจากภาษี แต่ใช้เงินจากเงินรายได้ของตัวเอง + เงินกู้ ซึ่งรายได้จากค่าไฟก็พอให้การไฟฟ้าเลี้ยงตัวเองและจ่ายหนี้เงินกู้ได้ โดยไม่ต้องไปของบจากรัฐบาล ซึ่งที่มันพอก็เพราะโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าทุกวันนี้ เงินลงทุน ทุกบาท ทุกสตางค์ ของการไฟฟ้า จะถูกผลักเข้าไปคำนวณในโครงสร้างค่าไฟ ถ้าลงทุนสูงไป ค่าไฟก็จะแพงขึ้น ซึ่งแน่นอนครับ การขึ้นราคาค่าไฟ มันเป็นเรื่องที่เดือดร้อน และไม่เป็นผลดีในทางการเมืองสำหรับฝั่งรัฐบาลเช่นเดียวกัน ดังนั้น ภาคนโยบายก็ล้วนแล้วแต่พยายาม รักษาระดับค่าไฟไม่ให้แพงขึ้น หรือถ้าขึ้นก็ให้น้อยที่สุด เมื่อมารวมกับปัจจัยตามข้อ 2 มันก็เลยสะท้อนกลับมาที่แผนการลงทุนเอาสายไฟลงดิน มันก็โดนจำกัดจำเขี่ย ด้วยทั้งเรื่องเงินลงทุน กับ การรักษาระดับราคาค่าไฟ นั่นแหละครับ
4. ส่วนเรื่องพวกสายสื่อสาร พวกนี้ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากนักหรอกครับ ถ้าการไฟฟ้าที่เป็นเจ้าของเสายืนยันว่าจะเอาเสาออก พวกนี้ก็ต้องยอมหมดนั่นแหละ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาจะเป็นตอนที่การไฟฟ้า จะเอาเสาออก แล้วพวกสายสื่อสาร ไม่ยอมมาเอาสายออกตามนัดเพราะตัวเองยังเดินระบบเสร็จไม่ทันซะมากกว่า ก็อาจจะทำให้งานช้าบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้หลักการใหญ่ๆ มันเดินไม่ได้ครับ
KanichiKoong ถูกใจ, mignonne ถูกใจ, BlueMonkey ถูกใจ, ขึ้นเขาลงห้วย ไม่ม้วยมรณา ถูกใจ, noom_p ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6010125 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6460018 ถูกใจ, DIVERSITY ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจ, หนูเอ๋อ ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 5
ปัญหาหลักคือเงินครับ แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้วก็เอาลงดินได้แค่ส่วนที่อยู่ในเมือง นอกเมืองก็ต้องปักเสาเดินสายไปเหมือนเดิมเพราะลงทุนหมดไม่ไหว (ยกเว้นประเทศเล็ก)
อีกประเด็นคือเรื่องอำนาจรับผิดชอบที่ทับซ้อนกัน ถ้าอยากให้จัดการได้เร็วๆต้องให้มีผู้นำที่มีอำนาจครอบคลุมทั้งหมดมาสั่งครับ แบบกรณีมาตรา 44 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีนั่นแหละถึงจะเหมาะกับประเทศไทย
อีกประเด็นคือเรื่องอำนาจรับผิดชอบที่ทับซ้อนกัน ถ้าอยากให้จัดการได้เร็วๆต้องให้มีผู้นำที่มีอำนาจครอบคลุมทั้งหมดมาสั่งครับ แบบกรณีมาตรา 44 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีนั่นแหละถึงจะเหมาะกับประเทศไทย
สมาชิกหมายเลข 6741748 ถูกใจ, DIVERSITY ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6223401 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6010125 ถูกใจ, bigBirdS ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6759572 ถูกใจ, KamaQuest ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4241374 ถูกใจ, Capt Aod ถูกใจ, Pilotto ถูกใจรวมถึงอีก 5 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
การเอาสายไฟฟ้า และสายโทรศัพท์ลงดินนี่มันติดที่อะไรเหรอครับ ทำไมดำเนินการได้ช้าจัง
เสาไฟฟ้าเป็นอีก 1 อุปสรรคในการเดินครับ
ผมเห็นโครงการเอาสายลงดิน มีมานานมากแล้ว อยากรู้ว่าตอนนี้ติดที่อะไรครับ หรือรัฐบาลม่ติด ไปติดที่พวกบริษัทมือถือไม่ยอมเอาลงครับ
รบกวนสอบถามผู้รู้ครับ
ขอบคุณครับ