ภิกษุทั้งหลาย ! กิจที่พวกเธอต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปอีกเป็นลำดับนั้น คืออะไร ?
คือการสำเหนียกตนเองให้ได้ว่า เราจักตามประกอบในธรรมเป็นเครื่องตื่น :
เราจักชำระจิตให้หมดจดสิ้นเชิงจากอาวรณียธรรม (คือกิเลสที่กั้นจิต) ด้วยการ
เดินจงกรม ด้วยการนั่ง ตลอดวันยังค่ำ ไปจนสิ้นยามแรกแห่งราตรี, ครั้น
ยามกลางแห่งราตรี เราจักนอนอย่างราชสีห์ (คือ) ตะแคงข้างขวา เท้าเหลื่อมเท้า
มีสติสัมปชัญญะในการลุกขึ้น, ครั้นยามสุดท้ายแห่งราตรี เราลุกขึ้นแล้ว
จักชำระจิตให้หมดจดสิ้นเชิงจากอาวรณียธรรม ด้วยการเดินจงกรม และด้วย
การนั่งอีก ;
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอพึงสำเหนียกอย่างนี้แล.
มู. ม. ๑๒/๕๐๐/๔๖๗.
ผู้ตื่นจนกิเลสทำอะไรไม่ได้
คือการสำเหนียกตนเองให้ได้ว่า เราจักตามประกอบในธรรมเป็นเครื่องตื่น :
เราจักชำระจิตให้หมดจดสิ้นเชิงจากอาวรณียธรรม (คือกิเลสที่กั้นจิต) ด้วยการ
เดินจงกรม ด้วยการนั่ง ตลอดวันยังค่ำ ไปจนสิ้นยามแรกแห่งราตรี, ครั้น
ยามกลางแห่งราตรี เราจักนอนอย่างราชสีห์ (คือ) ตะแคงข้างขวา เท้าเหลื่อมเท้า
มีสติสัมปชัญญะในการลุกขึ้น, ครั้นยามสุดท้ายแห่งราตรี เราลุกขึ้นแล้ว
จักชำระจิตให้หมดจดสิ้นเชิงจากอาวรณียธรรม ด้วยการเดินจงกรม และด้วย
การนั่งอีก ;
ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอพึงสำเหนียกอย่างนี้แล.