JJNY : หมูย่างตรังตรุษจีนกระทบหนัก│ประมงเรือเล็กระยอง อ่วม│ชัชชาติสำรวจเคหะร่มเกล้า│We Watch พบจำนวนผู้มีสิทธิ์ไม่ตรง

ธุรกิจหมูย่างตรังตรุษจีนกระทบหนักเม็ดเงินหายหลายล้าน
https://ch3plus.com/news/category/276783
 
นายสัมพันธ์ ยิ้ว ยิ้ม อายุ 50 ปี เจ้าของร้านหมูย่างโกสุ่ย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนห้วยยอด เขตเทศบาลนครตรัง หมูย่างเมืองตรัง ซึ่งเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตรัง ที่ใครมาเมืองตรังจะต้องรับประทาน ระบุว่า กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากปัญหาหมูเป็นที่มีราคาแพง และขาดแคลน จากปัญหาการเกิดโรคระบาดในหมู เมื่อประมาณเดือนกันยายน-ธันวาคมปีที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าหมูสำคัญของจังหวัด และในจังหวัดตรังเอง ทำให้หมูหายไปจากระบบจำนวนมาก ทั้งพ่อแม่พันธุ์ ลูกหมู และหมูขุน จนผู้ประกอบการหมูย่างส่วนใหญ่สู้ราคาต้นทุนไม่ไหว ต้องหยุดย่างไปแล้วหลายราย เพราะยอดขายหน้าร้าน และยอดสั่งซื้อแต่ละวันก็มีน้อย จากเดิมแต่ละราย ย่างและขายวันละ 3-4 ตัว เหลือวันละ 1 ตัว
โดยเฉพาะหมูเป็นไซต์ขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 30-40 กิโลกรัม ที่นำมาย่างแล้วจะเหลือน้ำหนักประมาณ 14-15 กิโลกรัม ซึ่งเป็นที่นิยมของคนที่จะนำไปไหว้เจ้า ได้ขาดแคลนมาหลายเดือนแล้ว ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่มีการสั่งห้ามมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ข้ามจังหวัด เนื่องจากปัญหาเรื่องโรคระบาด จึงยิ่งทำให้หมูเป็นมีราคาแพงและขาดแคลน จึงกระทบออเดอร์หมูย่างในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้อย่างมาก จากเดิมผู้ประกอบการแต่ละรายจะรับออเดอร์หมูย่าง
ประมาณ 50-80 ตัว แต่ปีนี้แทบจะไม่มีใครรับเลย เพราะว่าไม่มีหมูเป็นไซต์ขนาดเล็กตามที่ต้องการ และแม้จะปรับขึ้นราคาขายหมูย่าง จากเดิมกิโลกรัมละ 420-450 บาท มาเป็นกิโลกรัมละ 500-550 บาทแล้ว ก็ยังแทบจะไม่ได้กำไรเลย ทำให้ผู้ประกอบการหมูย่างหลายเจ้าต้องหยุดย่าง ส่งผลให้เม็ดเงินจากธุรกิจนี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หายไปรายละหลายแสนบาทเลยทีเดียว หรือรวมทั้งหมดหลายล้านบาท
 
ทางด้านประชาชน ซึ่งพบว่าเดินทางมาซื้อหมูย่างสำหรับไหว้เจ้า ก็บอกว่า ในปีนี้ไม่สั่งหมูย่างทั้งตัว หรือหลายตัวเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่จะหันมาซื้อเป็นหมูย่างเป็นชิ้นๆ จากหน้าร้านแทน เพื่อส่งไปให้ญาติพี่น้องที่กรุงเทพฯ และใช้ไหว้เจ้าที่บ้านแทน เพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่าย รอให้หมูย่างมีราคาถูกลงกว่านี้ ค่อยกลับมากินกันตามปกติ


 
ประมงเรือเล็กระยอง อ่วม น้ำมันดิบรั่วกระทบรายได้ คนไม่กล้าซื้ออาหารทะเล หวั่นปนเปื้อน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6861352

ประมงเรือเล็กระยอง อ่วมหนัก น้ำมันดิบรั่วกระทบรายได้ คนไม่กล้าซื้ออาหารทะเล หวั่นปนเปื้อน ชี้สารเคมีสลายคราบน้ำมัน เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมใต้ทะเล
 
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 30 ม.ค.2565 ที่หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายสำออย รัตนวิจิตร นายกสมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง พร้อมด้วยสมาชิก ได้เดินทางมาร่วมสังเกตสถานการณ์ จุดที่คราบน้ำมันลอยเข้ามาเกยชายหาด หลังเกิดเหตุ น้ำมันดิบรั่วไหล กลางทะเล ที่มาบตาพุด จากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบ ของบริษัทสตาร์ปิโตรเลี่ยม รีไฟน์นิ่ง จำกัด มหาชน (SPRC) เมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 25 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา
 
นายสำออย กล่าวว่า ตนในฐานะนายกสมาคม เป็นตัวแทนเพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดตามมาหลังจากน้ำมันรั่ว ต้องการให้ทางบริษัท SPRC เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับจำนวนน้ำมันดิบที่รั่วไหลออกมา เพราะชาวประมงทราบดีว่า มีจำนวนมากกว่าการรั่วครั้งก่อนแน่นอน การใช่สารเคมีนับแสนลิตรฉีดสลายคราบน้ำมัน เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลอย่างแน่นอน สัตว์ทะเลหนีหายหมด
 
นายสำออย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่ว ชาวประมงเรือเล็กเกือบทั้งหมดต้องหยุดออกหาปลา เพราะปลาลดจำนวนลง ที่สำคัญคือไม่สามารถขายสัตว์ทะเลที่จับมาได้ เพราะผู้บริโภคกลัวคราบน้ำมันปนเปื้อน ปัญหาหนักคือเรื่องรายได้ของชาวประมง การกอบกู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้กลับมาปกติเหมือนเดิม
  
นายสำออย กล่าวอีกว่า ต้องการให้ทางบริษัทSPRC เปิดการรับข้อเสนอของขาวประมง หากยังไม่มีการเปิดรับข้อเสนอหรือไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ก็จะมีการยื่นเรื่องสนอต่อ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง และ ทางสมาคมฯจะทำการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป
  
ด้านนางอัมพร แซ่เหลา อายุ 40 ปี เจ้าของร้านอาหารเจ้แมวซีฟู้ด ริมหาดแม่รำพึง กล่าวว่า ร้านตนเองอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของน้ำมันเกยหาด ก่อนที่คราบน้ำมันจะเข้ามา ร้านค้าทุกร้านได้เตรียมลงอาหารสดไว้ทุกร้าน ที่ร้านตนเองลงอาหารไปกว่า 3 หมื่นบาท แต่มีการประกาศปิดหาด ตกใจมาก แล้วจะขายใคร ขาดทุนยับ ของสดที่สั่งมาไม่รู้จะทำอย่างไร ขอความชัดเจนจากจังหวัดในเรื่องการประกาศข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงเรื่องการเยียวยาจะมีการช่วยเหลืออย่างไร
 

  
‘ชัชชาติ’สำรวจเคหะร่มเกล้าเสนอเพิ่มศูนย์สุขภาพ-ปรับปรุงสองแถว ร่วมสภากาแฟวินจยย.
https://www.dailynews.co.th/news/715474/

ชัชชาติพร้อมทีมงานอาสาเมือง เพื่อนชัชชาติ ลงพื้นที่สำรวจเคหะร่มเกล้า เสนอเพิ่มศูนย์สุขภาพ-ปรับปรุงสองแถว เสริมรถดับเพลิงเล็ก พร้อมร่วมสภากาแฟวินจยย.ถกปัญหาเป็นนโยบายเขตลาดกระบัง
 
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง นัดหมายออกกำลังกายภายในสวน 60 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง จากนั้นเดินเท้าสำรวจพื้นที่บริเวณชุมชนเคหะร่มเกล้า ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 45 และสถานีดับเพลิงและกู้ภัย ร่มเกล้า ร่วมกับ ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา และ อาสาเมือง เพื่อนชัชชาติ พบปัญหาด้านสาธารณสุขและการคมนาคมเชื่อมต่อที่ยังไม่เข้าถึงชุมชน รวมทั้งปัญหาด้านการระบายน้ำ พื้นที่สาธารณะ และความเสี่ยงจากเหตุไฟไหม้
 
นายชัชชาติ กล่าวว่า ชุมชนเคหะร่มเกล้ามีประชาชนมากกว่า 100,000 คน แต่พบว่า โรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่มีเพียง 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลลาดกระบัง ตั้งอยู่ไกลจากชุมชนถึง 12 กม. จึงเสนอให้เพิ่มศักยภาพศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 45 ร่มเกล้า รวมทั้งกระจายศูนย์สาธารณสุข ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน พร้อมเสนอเพิ่มสำนักงานย่อย เขตลาดกระบัง เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงของประชาชน
 
ด้านคมนาคมขนส่ง พบมีรถโดยสารประจำทางให้บริการเพียงไม่กี่เส้นทาง จึงเสนอให้สอบถามความต้องการของชุมชนด้านการขนส่งสาธารณะ และปรับปรุงของระบบขนส่งที่มีอยู่เดิม เช่น รถสองแถว ด้านความปลอดภัย พบว่า มีความเสี่ยงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ เนื่องจากถนนในชุมชนแคบ จึงเสนอให้จัดหารถดับเพลิงขนาดเล็กที่สามารถเข้าช่วยเหลือชุมชนได้ทันที ส่วนกรณีความเสี่ยงน้ำท่วม ก็ย้ำว่า กทม. ต้องเข้ามาดูแลระบบระบายน้ำที่ชำรุดเสียหาย และจุดเสี่ยงต่างๆ
 
ด้านพื้นที่สาธารณะ พบว่า สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่การเคหะแห่งชาติมอบพื้นที่ให้ กทม. ดูแล มองว่าเป็นสวนที่มีคุณภาพและได้รับความนิยม อย่างไรก็ตาม จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า ยังมีพื้นที่โล่งว่างของการเคหะแห่งชาติที่ยังพัฒนาร่วมกับ กทม. เป็นพื้นที่สาธารณะได้เพิ่มเติม เช่น สนามหญ้าขนาดใหญ่ ที่มีศักยภาพเป็นพื้นที่ของเด็กและเยาวชน
 
หลังจากนั้น นายชัชชาติ ได้เข้าเยี่ยม สภากาแฟ เพื่อนชัชชาติ ที่วินรถจักรยานยนต์ตลาดสดเกรียงไกร และพูดคุยกับผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างว่า สภากาแฟวินมอเตอร์ไซค์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่พบปะพูดคุยสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เพื่อร่วมพัฒนานโยบายรายเขตจากภาคประชาชน เบื้องต้น ปัญหาในเขตลาดกระบังจากการรายงานของอาสาเพื่อนชัชชาติ พบว่า มีปัญหาน้ำท่วมกว่า 10 จุด ปัญหามลพิษทางอากาศจากการเผาพื้นที่นา ปัญหาขาดแคลนสถานพยาบาลขนาดใหญ่ และปัญหาการจัดเก็บขยะ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่