เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

เที่ยวเชียงราย ทริปแรกของปี65 ไม่ได้ดั่งใจฝัน (ไว้ต้องซ้ำ)

วันที่ 19-25 มกราคม 2565  ค่ำไหนนอนนั่น จองไว้คืนวันที 20 คืนเดียว  อันนี้ทำไว้คร่าวๆ (ฝีมือหลานสาว เจ้าตัวอยากไปด้วย แต่ติดเรียน เพิ่งเห็นว่าสะกดชื่อจังหวัดผิด ขอโทษด้วย)


เดินทางกัน 4 คน กับรถฟอร์จูนเนอร์  (ที่เหมือนจะใส่ของได้สบายๆ แต่ผิดคาด)  เจ้าของรถบอกว่ารถช้านนั่งได้สบายๆ หกคน(แต่เราห้ามเจ้าของรถชวนคนเพิ่มค่ะ  คงจะเดากันถูก แต่ละคนสมบัติเยอะมาก +กอไก่สิบตัว)

วันที่1  วันพุธที่ 19 ไปบ้านน้าที่บางบัวทอง  เปิดท้ายรถปั๊ป โอโหห คุณน้าช้านนน กระเป๋าใบใหญ่ไม่ว่าค่ะ แต่ กล่องเล็กกล่องน้อยแถมตระกร้าอีก แค่ตอนขาไปก็เกือบเต็มล่ะค่ะ สามคนใช้กระเป๋าเดินทางใบ 24"  กับใบเล็กอีกคนละสอง  เราใช้ใบเล็กสองใบ  จัดของเสร็จออกเดินทาง แปดโมงค่ะ ตั้งgoogle map ไปไร่ชาที่จะค้างคืนวันที่ 20ค่ะ  ตอนแรกนึกว่าคงจะค้างแค่ที่อุตรดิษถ์ หรือไม่ก็แพร่  แต่ก็ขับไปเรื่อยๆมีเวลาก่อนมืด (เลี่ยงขับรถกลางคืน) ถึงพะเยาก่อนหกโมงได้โรงแรม (ราคาห้องละหกร้อย พร้อมอาหารเช้า)  ฝนตกซู่ใหญ่พอดี ขึ้นห้องเตรียมออกไปหาอะไรกินนอกโรงแรมแต่ฝนยังไม่หยุด เลยสั่งอาหารของโรงแรมไปกินที่ห้อง  กับข้าวสองอย่าง ข้าวสองจาน สามร้อยกว่าบาทค่ะ อาหารอร่อย กินกันไม่เยอะเนอะมื้อเย็น 


วันที่2 วันพฤหัสที่ 20  ออกจากโรงแรมกันตอนแปดโมงเช้า มาถึงพะเยา เราก็ต้องไปกว๊านพะเยา (เมื่อคืนขับผ่าน ยังไม่ได้แวะถ่ายรูป)

จากกว๊านพะเยา ไปต่อค่ะวัดร่องขุ่น   เราไม่ได้เข้าไปด้านในนะคะ ให้พวกน้าน้ากับน้องไปถ่ายรูปกัน  (เราใส่กระโปรงสั้น มีผ้าให้ยิม แต่ความขี้เกียจของเราบวกกับไม่ใช่สายวัดด้วย เราเลยรอด้านนอกค่ะ) 

ตอนถ่ายรูปอยู่ด้านนอก แดดดีค่ะ แต่สักพักฝนตกหนักมาก วิ่งหลบไปที่รถ กะว่าฝนซาจะไปต่อที่สิงห์ปาร์ค แต่ฝนหยุดค่ะ แดดออก ก็เลยไปถ่ายรูปกันต่อ เราก็เดินดูของด้านนอก รอไปค่ะ (แต่ละคนบอกไปแป๊ปเดียว แต่สายถ่ายรูปกันค่ะ เชื่อไม่ได้แป๊ปเดียว)
เดินกันเสร็จก็หาอะไรกินกันค่ะ ใกล้เที่ยงพอดี มีร้านผัดไท ฝั่งตรงข้ามวัด แต่ก็ไม่ได้กินผัดไท คิวยาวค่ะ สั่งข้าวซอยกันคนละชาม (ชามละห้าสิบบาท)
ข้าวซอยไก่ (เห็นแล้วหิวเลย)

ไปต่อสิงห์ปาร์คค่ะ

ไปแค่ถ่ายรูปแล้วก็ออกมา (เราทำเวลาในการถ่ายรูป  แล้วใช้เวลาในการไปรีสอร์ตเพิ่มขึ้นไม่ขับเร็วเรียกว่าช้าเลยไม่เหวี่ยงรถ อิอิ เดี๋ยวคนขับเมารถ เราไม่อยากไปถึงเย็นมาก)
ทางรีสอร์ตส่งแผนที่มาให้ว่าอย่าไปเส้นที่gps แนะนำ 
ระหว่างทางเจอสตอเบอรี่ก็ซื้อ ทั้งสตอเบอรี่สดกับสตอเบอรี่อบแห้ง  เจอส้มก็แวะซื้อส้มสี่โลร้อย ไปถึงที่พักก็เกือบสี่โมง เอาของเสร็จก็ไปเดินถ่ายรูปเล่น สั่งมื้อเย็นล่วงหน้า หมูกะทะ (ชุดเล็ก หกร้อย ไม่ได้ดูเมนูอย่างอื่น) บรรยากาศบนไร่ชาบนเขาอ่านเจอมาว่าให้กินหมูกะทะ สรุปกินหมูกะทะกับอากาศเย็นๆหนาวๆอร่อยค่ะ  หมดเกลี้ยงตอนแรกนึกว่าจะไม่อิ่ม อิ่มตื้อ ที่พักคืนนี้ห้องละพันห้าวิวไร่ชารวมอาหารเช้า (ตอนจองเตียงคู่เต็ม แต่ที่นอนดีมากค่ะ ใครขยับคนข้างๆก็ไม่รู้สึก เราแค่ขอผ้าห่มเพิ่มแยกกันใช้ แต่แอบบางผืนที่ให้เพิ่ม)

วิวจากห้องนอนตอนเช้าค่ะ 

อาหารเช้าเจ็ดโมง เราไปถึงก่อนเจ็ดโมงนิดนึง ยังไม่เปิดประตูเลย ระหว่างรอกินมื้อเช้าก็เลยเดินชมวิวไป กับอากาศเย็นๆ สดชื่น

วันที่3  วันศุกร์ที่ 21  ออกเดินทางตอนแปดโมง เอากุญแจไปคืน ขึ้นรถปุ๊ปฝนตกค่ะ ตกหนักด้วย นั่งรอบนรถกันไป สักพักก็เบาลงแล้วก็หยุด แผนการว่าจะไปไร่ชาฉุยฟง ต่อด้วยบ้านหอมหมื่นลี้ ข้ามหมดค่ะ ไปพระตำหนักดอยตุง หารูปมาได้แค่นี้(ที่ไม่มีพวกเราอยู่ในรูป)อ่ะ งงตัวเองอยู่เนี่ย ทำไมครั้งนี้รูปน้อยมาก 


ไม่ได้เข้าไปเดินด้านในกันนะคะ น้าบอกไม่เข้า  โปรแกรมเค้วงค่ะ ไม่รู้จะไปไหนต่อดี จากตอนแรกคิดว่าคงแวะหลายที่  ตั้งgoogle map ไปจุดชมวิว กม.12 ค่ะ ไปถึงไม่เห็นมีวิวให้ดูเลย

จากจุดนี้เราตั้ง mapไปสะพานไม้ไผ่ผาฮี๊ค่ะ ออกมาเราเลี้ยวซ้าย แล้วเราก็หลงทาง เพี้ยนสะอื้นวกไปวกมา  (ความขี้เกียจอีกแล้ว ไม่ได้ดูทางไว้ก่อนค่ะ อาศัยgoogle map อย่างเดียวเลย แล้วทางเป็นเขา มันก็วิ่งวนให้ ทำไมมันไกลขึ้นล่ะเนี่ย  เลยกลับรถค่ะ หาที่กลับไกลหน่อยเพราะอยู่บนเขาวิ่งไปโน่นหลายกิโลอยู่)  จอดรถแล้วก็เดินมาร้านนี้ มื้อเที่ยงที่นี่ค่ะ ระหว่างรออาหารก็มีหมอกมาหาค่ะ  

กินมื้อเที่ยงเสร็จ ก็เดินเล่นใกล้ๆ  ถามว่าสนใจค้างที่นี่ไหม ไม่มีใครสนใจเลยค่ะ  ถ่ายรูปป้ายผาฮี๊เสร็จก็ออกมาค่ะ ตั้งแผนที่ไปที่จุดชมวิวสามเหลี่ยมทองคำ  ระหว่างทางออกจากผาฮี๊ก็ผ่านทั้งสองที่ (ตอนแรกลืม)ฐานปฎิบัติการดอยช้างมูบ 


กับสวนรุกชาติแม่ฟ้าหลวง (ไม่ได้เข้าไปด้านใน)  เป็นสาว(เหลือน้อย)แต่ละคนที่ไม่มีใครสนใจไปเดินดูดอกไม้สวยๆ ด้านในเลย แถมขี้เกียจเดินอีก

ยังมีเวลาเหลือเยอะค่ะ แวะอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน  (ไม่เสียค่าเข้านะคะ คิดเอาเองว่าคงอยู่ระหว่างการเป็นอุทยานแห่งชาติ) จอดรถไว้ลานจอด  ซื้อตั๋วรถสองแถวไปกลับยี่สิบบาทค่ะ สองแถวจอดที่ปากทางให้นั่งรถต่อเข้าไปด้านใน เราเดินกันเข้าาไปในถ้ำไม่ลึกนะคะ ไม่ค่อยชอบถ้ำเท่าไร

ออกจากถ้ำมาก็รอรถกลับไปที่สองแถวจอดให้เราลงครั้งแรก แล้วก็ไปต่อที่ สระมรกต เราชอบน้ำค่ะ เพี้ยนขำหนักมากรูปเลยเยอะหน่อย น้ำใสแจ๋วเป็นกระจก สีสวยมาก มีทางเดินวนให้ผ่านป่าด้วยระยะทาง600เมตร แต่เราไม่ได้เดินเข้า เราเดินวนออก  ระหว่างถ่ายรูปก็มีน้องนักศึกษามีบริการถ่ายรูป ใส่กรอบขายนักท่องเที่ยว ตอนเดินออกมาด้านนอกน้องๆก็เอามาขาย รูปก็สวยอยู่ค่ะ ใส่กรอบสีทอง แต่เราไม่ได้ซื้อรูปเราเองนะคะ เอามาก็ไม่มีที่ตั้ง คงทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับ ยุให้น้าเราซื้อคนเดียวพอ มีคนขายรุ่นๆเดียวกับพวกเราน่าจะเป็นเจ้าของอุปกรณ์ (มํง) เรียกพวกเราคุณนาย (เราก็คุณนายเลยเหรอ) ช่วยชื้อหน่อยช่วยน้องๆนักศึกษาเป็นทุนการศึกษา พูดย้ำจนเราเดินหนีล่ะ อิอิ


วันนี้เป็นวันที่ขับรถวกไปวกมามาก ไปต่อค่ะ หาที่นอนระหว่างทางไปผาตั้ง คืนนี้นอนที่แม่สายค่ะ ตอนแรกว่าจะนอนในเมือง แต่เปลี่ยนใจขับออกมานอนด้านนอก (ไม่น่าเปลี่ยนใจเลย นอนในเมืองแผนเที่ยวของเราคงจะดีกว่านี้)  ขับผ่านรีสอร์ทค่ะ โทรถามมีห้องว่างก็เลยเข้าไปนอนค่ะ ห้องละหกร้อยถ้าเอาอาหารเช้าด้วยก็จะเป็นหกร้อยเก้าสิบเก้าค่ะ  เราเห็นว่าตอนเช้าไม่ต้องไปหาอะไรกินระหว่างทางก็เลยเพิ่มอาหารเช้าไปด้วย 
ถึงรีสอร์ตก็ห้าโมงกว่าล่ะ  อาหารหน้าตาสวยงาม อร่อย สั่งกับข้าวมาสามอย่างกินกันเกลี้ยง แต่ แต่ แต่ (กินพวกยำ น้ำพริก กับผักสด)

วันที่4 วันเสาร์ที่ 22  น้องเราท้องเสียตอนตีสี่ เราเริ่มเป็นตีห้า ผลัดกันเข้าออกห้องน้ำ หลายรอบ นอนหลับบ้างไม่หลับบ้าง พะอืดพะอม  เราก็คิดในใจว่าเป็นเพราะอาหารเย็นแน่ๆ  แต่ตอนเช้าตื่นมาถามน้าว่าท้องเสียไหม น้าเราไม่เป็น มีคนนึงแค่พะอืดพะอมแต่ไม่เยอะ เรากับน้องก็เอ้า ไม่ใช่อาหารเย็นก็คิดกันว่าเป็นอะไรได้บ้าง มีที่กินกันสองคนก็สตอเบอรี่อบแห้ง แต่ก็กินกันต้งแต่วันแรกที่ซื้อมาไม่เป็นอะไร ลงความเห็นกันว่าคงกินเยอะเกินไป 
เช้านั้นอาหารเช้าเราก็กินกันไม่ลง สั่งข้าวต้มหมูก็กินไม่ได้ ขอข้าวต้มเปล่าก็กินไปได้ช้อนเดียว เลยขอลองขนมปังปิ้ง กินได้คนละครึ่งแผ่น  น้าเราถามว่าเอายาไหมจะไปซื้อให้ เราก็ยังไม่อยากกิน ขอนอนต่อก่อน (นอนก็ไม่หลับ ที่นอนเป็นสปริง ยุบ) บอกน้าว่ารอก่อนเผื่อเข้าห้องน้ำถึงสิบโมงค่อยว่ากันต่อ คือถ้าที่นอนดี เราคงบอกนอนที่เดิม  พอสิบโมงเราถามน้องว่าไปไหวไหม น้องเราบอกว่าได้ เราก็โอเคไป ไปต่อ ขับรถไปน้าก็ถามไป ไหวไหม ไหวไหม 555เราก็ถ้าไม่ไหวก็จะบอก  จากเดิมที่ตั้งใจจะไปดอยผาตั้ง ก็เปลี่ยนตั้งgoogle mapไปเชียงของ
ระหว่างทางไปเราก็ให้แวะจุดชมวิวสามเหลี่ยมทองคำด้วย  

ระหว่างทางมาเชียงของ เห็นวิวเขาบางที่สวยๆ จะให้น้อง หรือน้าถ่ายรูปให้หน่อย หลับหมดค่ะสามคน อดได้วิวข้างทางไป  ถึงเชียงของบ่ายๆค่ะ  เริ่มหิวจากที่กินอะไรไม่ลง  เจอร้านขายก๋วยเตี๋ยวเลยจอดค่ะ น้าคนที่อาการพะอืดพะอมบอกไม่กิน กินไม่ลงขอนอนบนรถ  น้าอีกคน (ที่เป็นพี่น้าไปเที่ยวกับน้าคนที่สี่ กับน้าคนที่ห้า) ไม่อยากกินก๋วยเตี๋ยวก็เลยแยกกันกิน เราสั่งชามเดียวแบ่งคนละครึ่งกับน้องก็ยังกินไม่หมด  กินไปก็มองโน่นนี่ไป เจอป้ายโฆษณาโรงแรมฝั่งตรงข้ามเยิ้องๆร้านไป ว่ามีช่วงนี้มีลดราคา ห้องคืนละหกร้อย พอกินเสร็จเราก็ชวนน้องข้ามถนนไปดูกัน มีห้องว่างก็จ่ายเงินขอเช็คอินเลยได้ไหม (ยังไม่บ่ายสอง) เจ้าหน้าที่บอกว่าห้องยังทำอยู่ค่ะ แต่ก็ทำให้ก่อน ก็ไปนั่งรอหน้าห้องค่ะ รอไป (กดดันแม่บ้านหรือเปล่าไม่รู้) พอห้องเสร็จ น้องเราก็เข้าไปนอนเลย  ส่วนเราก็ไปซื้อยาดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นแย่เลย  ยืมจักรยานโรงแรมปั่นไปซื้อยาคาร์บอนสองแผงเลยให้น้องหนึ่งเราหนึ่ง ซื้อสปอนเซอร์อีกขวดไปแบ่งกันกิน (กลัวไม่อร่อย) กลับมาถึงห้องก็กินยาไปสามเม็ด ไม่นอนค่ะ รอเย็นหน่อยไปเซเว่นซื้อแซนวิสกิน แล้วก็ปั่นจักรยานเล่นริมโขง 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่