ครรภ์หลอนซ่อนวิญญาณ

กระทู้สนทนา

.

           คุณเคยโดนผีอำไหม แล้วคุณเชื่อหรือเปล่าว่าสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณมันคือ ‘อาการผีอำ’ เช่น ขยับร่างกายไม่ได้ พูดไม่ได้ หายใจไม่ออกบลา ๆ หรือ อาจจะเห็นผีตัวเป็น ๆ อันนี้น่าคิด แต่ถ้าคุณไม่เห็นตัวผีหรือวิญญาณล่ะ คุณคิดว่าเป็นอาการผีอำไหม หรือ มันเป็นเพียงการทำงานที่ผิดปกติของร่างกายเรา

               ฉันเองเชื่อว่าผีอำมีจริง แต่ฉันก็ไม่เคยโดนผีอำเลยสักครั้ง จึงนึกภาพไม่ออกว่าอาการมันเป็นแบบไหน บางเคสอาจจะเป็นเพียงการทำงานที่ผิดปกติของร่างกายเท่านั้น ไม่ใช่อาการผีอำใด ๆ ทั้งสิ้น ทึกทักเอาเองว่าผีอำ

                ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยโดนผีหลอกหรือผีอำเลยค่ะ จินตนาการไม่ออกเหมือนกัน เวลามีคนมาเล่าเรื่องผีอำให้ฟัง ฉันก็ทำท่าทางเข้าใจและกลัวไปกับเขาด้วย ทว่าฉันก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่า อาการประมาณไหน น่ากลัวมากน้อยแค่ไหน แต่ฉันเชื่อว่าโลกหลังความตายมีจริง ผีหรือวิญญาณมีจริง ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่เคยเจอเลย

                 จนมาถึงตอนที่ฉันกำลังตั้งท้องค่ะ ตั้งแต่ท้องเดือนแรกเลย ฉันกลับเจอเรื่องราวแปลก ๆ ทุกวัน อือ… พูดให้ทุกคนเข้าใจก่อนนะว่า ตอนที่ยังไม่ท้องค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตน่ะ ฉันไม่เคยเจอเรื่องราวลี้ลับอะไรสักครั้ง ผีอำ ผีหลอก ผีมาโผล่ให้เห็นจะจะก็ไม่เคยเจอเลย แต่พอฉันท้อง ฉันกลับเจอเรื่องแปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ค่ะ

                 เดือนแรกกับการมีลูกของฉัน มันมีความสุขมาก แต่งงานมาหลายปีแล้ว ปล่อยท้องเลยตั้งแต่ปีแรกพึ่งจะมาท้องเอาปีที่ห้าค่ะ ลูกคนแรกดีใจมาก ทว่ามันกลับไม่มีความสุขยามนอน เดือนแรกของการมีลูกฉันฝันทุกวันเลยค่ะ ฝันเห็นผี! ฝันเห็นใครก็ไม่รู้ เป็นผู้หญิง หล่อนน่ากลัวมากค่ะ ดูยังไงก็ไม่ใช่คนแน่นอน

               ฉันแอบคิดว่าสงสัยหล่อนอยากมาเกิดเป็นลูกของฉัน ‘ผีจะมาขอเกิดเป็นลูกของฉัน’ นี่คือสิ่งที่ฉันคิดค่ะ นำไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าไมมีอะไรหรอก ผีมาเกิดมากมาย ส่วนมากก็ผีทั้งนั้นแหละที่มาเกิดใหม่ แม่ปลอบใจฉันค่ะ ฉันจึงสบายใจขึ้นเพราะตลอดระยะเวลาอายุครรภ์หนึ่งเดือนของฉัน ฉันฝันเห็นหล่อนคนนี้ทุกวัน

                 พออายุครรภ์ของฉันเข้าเดือนที่สอง หล่อนคนนั้นหายไปค่ะ ฉันไม่ฝันเห็นหล่อนอีก แต่! มันกับเกิดเรื่องราวแปลก ๆ กับร่างกายของฉัน ที่คนมักเรียกว่า ‘ผีอำ’

                เดือนที่สองของการตั้งท้อง ฉันโดนผีอำทุกคืนค่ะ ไม่เว้นเลย! ไปทำบุญก็แล้ว รดน้ำมนต์ก็แล้ว ก็ยังโดนผีอำตลอด ฉันหลอนไปหมด ในใจบางครั้งแทบไม่อยากมีลูกแล้ว เพราะมันน่ากลัว! และ เหนื่อยมาก ๆ ค่ะ กว่าฉันจะหลุดพ้นจากอาการผีอำไปได้ มันสุดแสนจะทรมาน

               มันหายใจไม่ค่อยออก ปากพะงาบ ๆ เพราะพูดไม่ออก ขยับตัวไม่ได้ และ มองเห็นเงาราง ๆ มานั่งข้าง ๆ ฉัน ผีอำไม่ใช่การนั่งทับตัว หรือ บีบคออะไรนะคะ แต่ผีที่มาอำฉัน คือ เป็นเงาดำ ๆ ของใครบางคนมานั่งลงข้าง ๆ ตัวฉัน

                 นั่งหันหลังให้ฉัน ไม่มีปฏิกิริยาไหวติงอะไร แต่! ฉันกลับรับรู้ได้ว่าเหมือนเงานั้นกำลังพอใจ ชอบใจ ยิ้มกับสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ สักหนึ่งชั่วโมงเงาดำนั้นก็หายไปเสียดื้อ ๆ ค่ะ

                 ทุก ๆ คืนที่เจอฉันจะเรียกให้สามีช่วยเหลือไม่ได้เลย ทั้งที่สามีนอนอยู่ข้าง ๆ เขาไม่รับรู้เรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเลย เพราะฉันขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้ พอตอนเช้าฉันก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง สามีก็เพียงพาไปหาพระ ทำบุญ หาหมอธรรมเท่านั้น

               ทั้งพระและหมอธรรมช่วยอะไรไม่ได้ แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบาเท่านั้น ทั้งสองท่านบอกว่าฉันกับลูกจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ เขาไม่ทำอะไรหรอก แค่มาเฉย ๆ หมายถึงเงาดำ ๆ นั่นค่ะ

                  แต่ฉันกลัว! กลัวเหลือเกิน แทบไม่อยากนอนหลับตอนกลางคืน อ่อ! ในแต่ละคืนเงาดำนั้นจะมาต่างช่วงเวลากันนะคะ ไม่ได้มาตรงเวลาเป๊ะ ๆ ทุกคืนหรอก หนึ่งชั่วโมงเงาดำนั้นก็ไป เป็นแบบนี้มาทุก ๆ เดือนค่ะ

                ตั้งแต่ตั้งครรภ์เข้าเดือนที่สองจนมาถึงจุดที่พีกสุด ๆ คือ เดือนที่แปดของการตั้งครรภ์ของฉัน เป็นวันที่ฉันจดจำได้ดีไม่มีวันลืม คือ กลางดึกของคืนนั้น เหมือนฝันไปคะ ทว่าอีกความรู้สึกก็เหมือนไม่ได้ฝัน เพราะมันให้สัมผัสที่เหมือนจริง ๆ มากว่า ขณะนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน

                คืนนั้นฉันหายใจได้ปกติ ขยับได้ปกติ ด้วยความที่ท้องของฉันโตมาก ๆ แล้ว ขยับอะไรก็ลำบาก อุ้ยอ้ายไปหมด หันมองสามีที่นอนหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ แต่พอหันกลับมาอีกข้าง ฉันแทบช็อก! เพราะเห็นผู้หญิงมานั่งข้าง ๆ เตียงของฉัน ‘เหมือนเรื่องจริง! ฉันไม่ได้ฝันไปค่ะ’ มีผู้หญิงมานั่งข้าง ๆ ตัวของฉัน นั่งบนเตียงนอนของฉันเลย

                 ผู้หญิงที่ฉันฝันถึงตอนท้องเดือนแรก แต่ว่าคืนนี้หล่อนมานั่งลงขอบเตียงข้าง ๆ ตัวฉันเลย และ ฉันก็ขยับตัวได้ พูดได้ ทว่าเรียกสามีเท่าไหร่สามีก็ไม่ยอมตื่นค่ะ ฉันใช้มือตีและเขย่าตัวสามีเท่าไหร่เขาก็ไม่ตื่นสักที

               หรือจะเป็นฝัน! ไม่ใช่แน่ ๆ มันคือเรื่องจริง มันเหมือนเรื่องจริงมาก! ยิ่งฉันลนลานเท่าไหร่หล่อนก็ยิ่งหัวเราะสะใจ ยิ่งฉันกลัวและปลุกสามีเท่าไหร่ เหมือนหล่อนยิ่งสะใจและหัวเราะดังลั่นห้องนอนของฉันไม่หยุด

               หน้าตาของหล่อนฉันมองไม่ชัดค่ะ มันมืดไปหมด บวกกับสายตาที่สั้นของฉันด้วย ทว่ารู้ได้ว่าเป็นผู้หญิง ดูจากการแต่งตัวและผมที่ยาว สวมชุดปกติสมัยเรา ๆ ค่ะ เห็นแค่ท่อนบนเพราะหล่อนนั่ง แถมนั่งหันหน้ามามองฉันด้วย อ่อ ตอนเดือนแรกที่ฝันถึงหล่อน ๆ ก็สวมชุดนี้ค่ะ ฉันจึงรู้ว่าเป็นคน ๆ เดียวกัน

                พอทำอะไรไม่ได้ ปลุกสามีก็ไม่ยอมตื่น กรีดร้องเรียกพ่อกับแม่ก็ไม่มีใครได้ยิน หล่อนก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ เหมือนสะใจกับความกลัวของฉันค่ะ สติสตังของฉันกะเจิงไปหมด นึกอะไรได้ก็ทำหมดเพื่อเอาตัวรอด และ ลูกของฉันต้องรอด

                ฉันนึกได้ว่าต้องสวดมนต์ แล้วสวดบทอะไรล่ะ! ฉันลนลานไปหมด นึกได้ว่าผีกลัวบทสวดชินบัญชร แต่ฉันสวดไม่เป็น อิติปิโสสวดเป็นทว่าเพราะความกลัว ทำให้สวดผิด ๆ ถูก ๆ สลับวรรคตอนสับกันไปสับกันมา เออ… ต้องแผ่เมตตาให้มัน มันอยากได้บุญ มาขอส่วนบุญ! แผ่เมตตาก็ผิด ๆ ถูก ๆ ค่ะ

                คราวนี้หล่อนหัวเราะใหญ่เลย เสียงหัวเราะน่ากลัวบาดใจของฉันมาก ยอมรับว่าฉี่ราดรดที่นอนเลยค่ะ เพราะหล่อนไม่ยอมหายไปไหนเลย นั่งมองฉันหวาดกลัว นั่งหัวเราะฉัน แถมหล่อนยังเยาะเย้ยถากถางฉันว่า ‘ท่องไม่ได้ ท่องไม่จบ เดี๋ยวพาท่องเอาไหม ท่องให้ตายกูก็ไม่ไป’ หล่อนบอกกับฉันแบบนี้เลยค่ะ ตามด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันน่ากลัวมาก

                ประโยคสุดท้ายของหล่อน ‘ท่องให้ตายกูก็ไม่ไป’ จากที่ฉันกลัวจนฉี่ราด กลับเปลี่ยนเป็นแรงแค้น โกรธ อาฆาต อย่ายุแม่มานให้โกรธคุณเคยได้ยินประโยคไหม เพราะถ้าแม่มานได้แช่งใครแล้ว สมพรปากทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผี

               “มืงจะวัดกับกูใช่มั้ย! มืงเคยได้ยินคำนี้ไหม ว่าแม่มานแช่งใครสมพรปากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผีอย่างมืง ในเมื่อกูกับลูกก็จะตายห่าแล้ว กูขอสู้กับมืงให้มืงได้ตายรอบสองก็แล้วกัน!” ฉันพูดออกไปด้วยความเดือดดาล มือลูบท้องที่โตเต็มแก่พร้อมคลอดเต็มทีแล้ว “ลูกวันนี้เราจะจัดการอี่ผีนรกตนนี้กัน หากจะตายเราก็จะตายไปพร้อมกันแม่ลูกสองคน” ฉันพูดอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้ว

                ฉันลุกขึ้นจ้องหน้าหล่อน ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ “ก่อนกูกับลูกจะตาย กูขอสาบแช่งมืงไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด ตกนรกหมกไหม้ เก้าร้อยชาติเก้าพันชาติเก้าหมื่นชาติ…” ฉันสังเกตว่าหล่อนร้องไห้ค่ะ และ ฉันก็มารู้สึกตัวเพราะสามีเขย่าปลุก แล้วภาพของหล่อนก็หายไป ทุกอย่างในห้องสว่างจ้าเพราะสามีของฉันเปิดไฟห้องค่ะ ทั้งที่เมื่อครู่ทุกอย่างมืดไปหมด

                 ภายในห้องนอนตอนนี้มีพ่อแม่ของฉันด้วย  สามีของฉันบอกว่าได้ยินเสียงฉันละเมอ และ ก็นั่งพูดคนเดียวค่ะ จึงลุกเปิดไฟห้องปลุกเขย่าตัวเท่าไหร่ฉันก็ไม่ตื่น ไม่รู้สึกตัวเลย ปากก็ละเมอพูดอะไรไม่หยุด สามีของฉันจึงรีบวิ่งไปเคาะห้องเรียกพ่อกับแม่ฉันให้เข้ามาช่วย พอพ่อเข้ามาเห็นอาการของฉันก็รีบนำพระมาคล้องให้ฉัน ๆ ถึงได้รู้สึกตัวตื่นค่ะ

                ฉันถามสามีว่าฉันลุกนั่งละเมอตั้งแต่ตอนไหน สามีตอบว่า ตั้งแต่ฉันสวดอิติปิโส! สามีได้ยินเสียงสวดมนต์นั่นแหละก็เลยตื่น ทั้งที่ในฝันฉันจำได้ว่า ตอนที่ฉันสวดมนต์กับแผ่เมตตาฉันยังนอนอยู่เลย ลุกขึ้นนั่งตอนที่ฉันโมโหหล่อนต่างหาก ที่หล่อนพูดว่า ‘ท่องให้ตายกูก็ไม่ไป’ ค่ะ

                ฉันเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟัง ฉันไปหาพระไปทำบุญถวายสังฆทานเหมือนเดิม ไม่รู้จะหาทางออกแบบไหนจริง ๆ ค่ะ ทว่ารอบนี้ พระท่านบอกว่าหล่อนไปแล้ว! หล่อนไปแล้วจริง ๆ ฉันยังจำภาพที่หล่อนร้องไห้ได้ติดตาค่ะ ฉันไม่ได้ยกโทษให้หล่อนในขณะนั้นค่ะ เพราะฉันโกรธที่ทำไมหล่อนต้องมาทำกับฉันแบบนี้

                หลังจากคืนนั้นไม่มีอาการผีอำอีกเลยค่ะ แต่ยังฝัน! ฝันถึงหล่อนเหมือนเดิม เหมือนช่วงเดือนแรกที่ตั้งครรภ์ค่ะ จนมาถึงวันคลอด อ่อ ฉันลืมบอกไปว่า ฉันได้ลูกสาวนะคะ หึ! ช่างบังเอิญนัก! ฉันกับสามีกับญาติ ๆ หลงลูกสาวมาก ไม่คิดมากอะไรทั้งนั้นค่ะ และ ไม่คิดว่าเป็นหล่อนคนนั้นด้วย

                ทุกคนเชื่อไหมคะว่า หลังจากฉันคลอดลูกแล้ว คืนแรกเลยนะคะ! คืนแรกหลังคลอดลูกออกมาจากท้องของฉันแล้ว ฉันไม่ฝันถึงหล่อนคนนั้นอีกเลย จนทุกวันนี้ค่ะ ทุกวันนี้ยัยลูกสาวของฉันอายุได้หกขวบแล้ว ฉันไม่เคยฝันถึงหล่อนเลยแม้แต่วันเดียว ไม่เคยโดนผีอำอะไรอีกเลยแม้แต่คืนเดียว กลับมาหลับสบายอีกครั้ง เหมือนตอนที่ยังไม่มีลูกค่ะ

               ทุกคนว่าแปลกไหมคะ เกิดอะไรขึ้นในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ของฉัน หรือ มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ตอนนี้ฉันไม่กล้าท้องลูกคนที่สองเลยค่ะ ยอมรับตรง ๆ ว่ากลัวเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก

               ตอนนี้ฉันอโหสิกรรมให้หล่อนแล้วนะคะ ฉันขอถอนคำแช่งที่เคยแช่งหล่อนไปวันนั้น จะได้ไม่ต้องมาจองเวรจองกรรมกันอีก คุณแม่ท่านไหนเคยเจอเคสแบบนี้มาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ สวัสดีค่ะ….

จบ….
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่