มันเป็นแบบนั้นได้จริงไหมครับ ฟังจากประสบการณ์คนที่ฝึกนั่งสมาธิพอสมควรแล้วที่อย่างน้อยๆก็ถึงขั้นอุปจารสมาธิ
ท่านเล่าว่าแม้ช่วงไหนที่หยุดนั่งไปบ้าง ขาดช่วงไปนานพอควรเนื่องจากธุระส่วนตัวยุ่งยากไม่มีเวลานั่ง แต่ก็ยังพอได้ไปทำกุศลอื่นเรื่อยๆ
แต่ก็จะรู้สึกว่าอาการของสมาธิแบบแปลกๆมันจะเกิดขึ้นมาเอง แม้จะไม่ได้นั่งสมาธิเลยก็ตาม เช่น อาการหยั่งรู้ อาการสังหรณ์ อาการสัมผัสที่พิสดาร
ก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าผลจากการฝึกสมาธิเนี่ย มันมีโอกาสต่อยอดของมันเองโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า
คืออาจมีการเปลี่ยนแปลงวงจรทางจิตของระบบประสาท ให้มันรันสติจดจ่ออยู่กับสิ่งในสิ่งหนึ่งโดยที่ไม่รู้ตัว เท่ากับทำสมาธิไปโดยที่ไม่รู้ตัว
เช่นเคยกำหนดสติกับลมหายใจ เป็นจังหวะ สั้น ยาว ละเอียด หยาบ ในขณะไม่รู้สึกตัวก็จะยังเหลือ pattern การหายใจเหล่านั้นเกิดขึ้นเป็นพิเศษ
แม้ในขณะเร่งรีบ สถานการณ์บีบเค้น แต่ก็จะยังคงรักษาอารมณ์ไว้ได้เหนือกว่าคนธรรมดา เพราะสติและสมาธิทำงานอยู่โดยอัตโนมัติใช่ไหมครับ
คนที่ทำสมาธิเป็นประจำ แม้ช่วงที่หยุดฝึก สมาธิก็จะพัฒนาขึ้นได้เองโดยไม่รู้ตัว
ท่านเล่าว่าแม้ช่วงไหนที่หยุดนั่งไปบ้าง ขาดช่วงไปนานพอควรเนื่องจากธุระส่วนตัวยุ่งยากไม่มีเวลานั่ง แต่ก็ยังพอได้ไปทำกุศลอื่นเรื่อยๆ
แต่ก็จะรู้สึกว่าอาการของสมาธิแบบแปลกๆมันจะเกิดขึ้นมาเอง แม้จะไม่ได้นั่งสมาธิเลยก็ตาม เช่น อาการหยั่งรู้ อาการสังหรณ์ อาการสัมผัสที่พิสดาร
ก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าผลจากการฝึกสมาธิเนี่ย มันมีโอกาสต่อยอดของมันเองโดยที่ไม่รู้ตัวหรือเปล่า
คืออาจมีการเปลี่ยนแปลงวงจรทางจิตของระบบประสาท ให้มันรันสติจดจ่ออยู่กับสิ่งในสิ่งหนึ่งโดยที่ไม่รู้ตัว เท่ากับทำสมาธิไปโดยที่ไม่รู้ตัว
เช่นเคยกำหนดสติกับลมหายใจ เป็นจังหวะ สั้น ยาว ละเอียด หยาบ ในขณะไม่รู้สึกตัวก็จะยังเหลือ pattern การหายใจเหล่านั้นเกิดขึ้นเป็นพิเศษ
แม้ในขณะเร่งรีบ สถานการณ์บีบเค้น แต่ก็จะยังคงรักษาอารมณ์ไว้ได้เหนือกว่าคนธรรมดา เพราะสติและสมาธิทำงานอยู่โดยอัตโนมัติใช่ไหมครับ