JJNY : 5in1 “เพื่อไทย”อัดทีมศก.รบ.สอบตกยกทีม│ก้าวไกลจวกจุรินทร์│หมูปิ้งรับต้องลดเนื้อ│ไก่สดขึ้นราคา│โซเชียลตั้งคำถามทอ.

“เพื่อไทย” ชี้ รัฐบาลยิ่งแจกเงิน ยิ่งประจานบริหารประเทศล้มเหลว อัด ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลสอบตกยกทีม
https://ch3plus.com/news/category/274203
 
 
“เพื่อไทย” ชี้ รัฐบาลยิ่งแจกเงิน ยิ่งประจานบริหารประเทศล้มเหลว อัด ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลสอบตกยกทีม
 
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 151-152 หากรัฐบาลตั้งใจที่จะรับฟังเพื่อนำไปแก้ไข จะเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงการทำงานที่ผิดพลาดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาประเทศในทุกมิติ รวมทั้งสร้างปัญหาใหม่ ให้ประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม  กระทบกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
 
ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการอภิปรายตามมาตรา 151-152 พลเอกประยุทธ์  จะใช้วิธีการตอบตามโพยที่มีคนเขียนให้ตอบ หรือตอบไม่ตรงคำถาม เพราะตัวเองไม่รู้จริง ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะโยนความผิดให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือ พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เป็นการตอบคำถามแบบไม่รับผิดชอบ ทั้งนี้เพราะตลอดการบริหารที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ ไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย
 
นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์ สอบตกในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่เคยแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือยกระดับเศรษฐกิจให้ดีขึ้นในขณะที่ทีมงานเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง -พลังงาน-พาณิชย์ - อุตสาหกรรมและเกษตร ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ดังนั้นจึงสอบตกทั้งทีม
 
“หากพลเอกประยุทธ์ ไม่อวดฉลาดและฟังคำแนะนำของพรรคฝ่ายค้าน จะสามารถแก้ปัญหาได้ พรรคฝ่ายค้านเคยให้แนะนำว่าหากรัฐบาลทำให้ราคาข้าวมีราคาที่ดีขึ้นก็จะสามารถสร้างเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น เพราะเมื่อชาวนามีรายได้ที่ดี ก็จะมีการซื้อขายและมีการหมุนของเงินในหลายรอบ จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นตามไปด้วย ต่างจากการที่พลเอกประยุทธ์ แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยการแจกเงิน ยิ่งประจานว่าไร้ความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล” นายประเสริฐ กล่าว


โฆษกก้าวไกลจวกจุรินทร์ ควรสำเหนียกตัวเอง ไม่ใช่ดีใจปมมาม่าไม่ขึ้นราคา
https://www.sanook.com/news/8501950/
 
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขต 25 บางขุนเทียน วิจารณ์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ควรสำเหนียกว่า ไม่ควรดีใจที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ขึ้นราคา ท่ามกลางภาวะที่สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหลายรายการมีราคาสูงขึ้น
 
"พยุงราคามาม่าได้สำเร็จ ดีใจจนเนื้อเต้นขนาดนี้ ต้องปรบมือให้ด้วยไหมครับ ผมคิดว่า ควรสำเหนียกตัวเองก่อนว่า บริหารสถานการณ์ล้มเหลวบานปลายจนทุกอย่างแพงทั้งแผ่นดินขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ นายจุรินทร์ จะมาประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า กระทรวงพาณิชย์ทำสำเร็จตั้งหนึ่งอย่างในการช่วยลดภาระพี่น้องประชาชนด้วยการตรึงราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้แล้ว 
 
นี่หมายความว่า รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังโชว์วิสัยทัศน์แก้ไขสถานการณ์ที่เนื้อสัตว์ต่างๆแพงหูฉี่ว่า ประชาชนยังมีทางเลือกด้วยการเลือกกินมาม่าอย่างนั้นหรือ 
 
นอกจากไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา คุณจุรินทร์ยังตอกย้ำซ้ำเติมเหยียบย่ำความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย คนเป็นรัฐมนตรีที่ท้องไม่เคยหิว ชีวิตไม่เคยต้องทนต่อการไม่จับจ่ายเพราะข้าวของแพงจะเข้าใจหัวอกประชาชนได้อย่างไร สำหรับผมแล้วนี่คือวิสัยทัศน์ที่น่าอนาถมาก" นายณัฐชา กล่าว
 
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ผู้บริหารของบริษัทผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ มาม่า ยืนยันต่อกระทรวงว่าจะไม่ขึ้นราคาเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
 
วอนเปิดตาสักข้าง เผื่อเห็นปัญหาของประชาชน
 
โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า การที่สินค้าเกษตรหลายรายการมีราคาสูงขึ้นเป็นเพราะเกิดโรคระบาดในปศุสัตว์ ที่ทำให้สัตว์จำนวนมากหายไปจากระบบ แต่รัฐบาลกลับละเลย ไม่สนใจ และปกปิดปัญหา ขณะที่ความต้องการเนื้อสัตว์มีเท่าเดิมหรือสูงขึ้น ทำให้ขาดแคลน และอีกไม่นาน คนไทยเชื้อสายจีนต้องซื้อหมู เป็ด ไก่ เพื่อไหว้บรรพชน 
 
นายณัฐชา พูดอีกว่า สถานการณ์เช่นนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องบริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และหามาตรการต่างๆ แม้แต่การอ้อนของบกลางจากคณะรัฐมนตรี มาตรึงราคาให้ได้ ไม่ใช่มานั่งภาคภูมิใจว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อหนึ่งไม่ขึ้นราคา
 
"ฟังแล้วมันจุกจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับท่านดี ท่านทำเหมือนคนตาบอด มองไม่เห็นปัญหาประชาชนที่แท้จริง แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นผมกังวลว่าท่านจะใจบอดไปด้วย ซึ่งก็ไม่อยากว่าร้ายท่านขนาดนั้น ผมจึงขอแนะนำว่าท่านลองเปิดตาสักข้างหนึ่ง เผื่อท่านจะเห็นปัญหาประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤติผีซ้ำด้ำพลอยเช่นนี้"
 
นายณัฐชา กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ขึ้นราคา เเต่ก็ไม่ใช่อาหารในชีวิตประจำวัน ที่เอาไว้ประทังปากท้อง หรือเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของชีวิตประชาชนได้ จึงไม่ใช้บุญคุณอะไรที่ประชาชนต้องขอบคุณรัฐบาลกับเรื่องแบบนี้
 
ส.ส. กรุงเทพมหานคร รายนี้ พูดต่อไปว่า ประชาชนคนไทยควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ควรมีสิทธิเข้าถึงอาหารและโปรตีนในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ต้องก้มหน้ารับสภาพเพียงเพราะมีรัฐบาลที่ไร้ความสามารถแต่ก็ยังจะดื้อด้านบริหารประเทศอยู่



แม่ค้ารับหมูปิ้งรับ ต้องลดเนื้อลง เพื่อให้ขายได้ราคาเดิม บางร้านก็เลิกขาย
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6830589
 
ร้านหมูปิ้ง ในเมืองพัทยา ทยอยหยุดขายหลายร้าน ในขณะร้านที่เปิดอยู่ ยอมรับต้องลดปริมาณลง เพื่อให้ขายได้ราคาเดิม ถ้าหมูยังแพงไม่หยุด คงต้องขึ้นราคา
   
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงตั้งแต่ช่วงต้นปี ทั้ง เนื้อหมูสด และสินค้าอื่น ๆ ได้มีการขึ้นราคา ส่งผลให้เดือดร้อนทั้งผู้ค้า และผู้บริโภค แม่ค้าร้านขายหมูปิ้ง พัทยา ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ รวมไปถึงผู้บริโภคเองก็ต้องซื้อในราคาแพงขึ้น
 
น.ส.แก้วใจ อ่อนละมูล แม่ค้าขายหมูปิ้ง เปิดเผยว่า หลังจากที่เนื้อหมูแพงขึ้น ทำให้ต้องมีการลดปริมาณเนื้อหมูในแต่ละไม้ลง แต่ลูกค้าก็ยังคงมาซื้อเหมือนเดิม ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อเพราะอาจจะชอบในรสชาติหมูปิ้งที่ตนหมักเองทำเองทุกขั้นตอน อีกทั้งตนยังขายมานานกว่า 6 ปีแล้ว
 
ก่อนหน้านี้ตนขายได้วันละ 400-500 ไม้ ต่อวัน แต่ตอนนี้ขายได้เพียง 200-250 ไม้ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง และคนทำงาน แต่ตอนนี้นักเรียนส่วนใหญ่เรียนออนไลน์ทำให้ลูกค้าลดน้อยลงกว่าเดิมมาก หากราคาเนื้อหมูยังพุ่งสูงขึ้นก็อาจจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกไม้ละ 1 บาท เป็นไม้ละ 6 บาท
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ร้านขายหมูปิ้งในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบว่าร้านขายหมูปิ้งหลาย ๆ ร้านก็หยุดขายลงไป อาจเป็นเพราะราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้น ส่งผลต้องให้หยุดขาย
 


ชาวบ้านอ่วม ไก่สดขึ้นราคาทุกชนิด แม่ค้าฟ้อง รับมาแพง ขายตามที่กรมการค้ากำหนดไม่ได้
https://www.matichon.co.th/region/news_3129026
 
ชาวบ้านอ่วม ไก่สดขึ้นราคาทุกชนิด แม่ค้าเผยซื้อมาแพงขายตามกรมการค้าภายในกำหนดไม่ได้
 
เมื่อวันที่ 12 มกราคม นางสาวรัชนี ไชยเหมือน นักวิชาการพาณิชย์ ชํานาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค และ กอ.รมน.จ.มุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาจำหน่ายไก่สดและชิ้นส่วนไก่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารที่ตลาดสดพรเพชร ตลาดสดเทศบาลเมืองมุกดาหาร 1 และห้างแม็คโคร
 
สืบเนื่องจากกรมการค้าภายใน ได้มีหนังสือลงวันที่ 10 มกราคม 2565 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ขอความร่วมมือกำหนดราคาจำหน่ายไก่เนื้อตามที่กรมการค้าภายในได้มีมติในการกำหนดราคาจำหน่ายไก่มีชีวิตและเนื้อไก่สดเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภคในช่วงนี้เป็นเวลา 6 เดือนโดยกำหนดราคา ไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มราคากิโลกรัมละ 33.50 บาท ไก่สด น่องติดสะโพก น่อง และสะโพก จำหน่ายปลีกราคากิโลกรัมละ 60-65 บาท เนื้ออกไก่จำหน่ายปลีกราคากิโลกรัมละ 65-70 บาท
 
ผลการตรวจสอบปรากฏว่าราคาจำหน่ายปลีกไก่สดและชิ้นส่วนมีราคาสูงกว่าที่กรมการค้าภายในกำหนดราคาไว้ โดยไก่สด น่องติดสะโพก น่อง และสะโพก มีการจำหน่ายปลีกราคากิโลกรัมละ 67-100 บาท สูงกว่าราคาที่กรมการค้าภายในกำหนด 7-35 บาท ส่วน เนื้ออกไก่จำหน่ายปลีกราคากิโลกรัมละ 78-100 บาท สูงกว่าราคาที่กรมการค้าภายในกำหนด 13-30 บาท โดยสรุปแล้วราคาไก่สดและชิ้นส่วนมีการจำหน่ายปลีกในราคาที่สูงกว่าที่กรมการค้าภายในกำหนดทุกราย การโดยแม่ค้าในตลาดสดให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่สามารถที่จะจำหน่ายปลีกไก่สดและชิ้นส่วนในราคาตามที่กรมการค้าภายในกำหนดได้ เนื่องจากแม่ค้าในตลาดต่างก็ซื้อจากผู้ประกอบการค้าส่งในราคาที่สูงกว่าราคาของกรมการค้าภายใน ดังนั้น จึงไม่สามารถขายในราคาที่กรมการค้าภายในกำหนดได้เพราะถ้าขายไปก็ขาดทุน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำรายงานเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินการต่อไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่