มีความคิดต่างจากคำที่ว่า 'ครอบครัวคนจีน' ละทำให้ไม่สามรถอยู่ร่วมกับครอบครัวแฟนได้

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ ขอแทนตัวเองว่าพิมนะคะ ตอนนี้พิมอายุ25 ค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโตประสบปัญหากับความล้มเหลวในเรื่องความสัมพันธ์ครอบครัวค่ะ ตอนยังเล็กพ่อแม่แยกทางกัน พอเริ่มจำความได้(ย้ายมาอยู่กับแม่) ก็เริ่มมีปัญหากับพ่อเลี้ยง ช่วงมัธยมก็กลายเป็นเด็กมีปัญหาเต็มตัว (การเรียนดี มนุษย์สัมพันธ์คนรอบข้าง/สังคมดี) แต่กับครอบครัวไม่เอาอะไรเลย โตมากับคำพูดด่าทอของแม่ที่ฟังจนไม่รู้สึกเจ็บใจใดๆ เรียกร้องความสนใจให้เค้ารักในรูปแบบของการทำร้ายตัวเอง (อย่าหาทำนะคะ) สุดท้าย แม่ทิ้งค่ะ ย้ายไปอยู่บ้านใหม่เพราะเหตุจำเป็นโดยพ่อเลี้ยงไม่ต้องการให้เราไปอยู่ร่วม ด้วยเหตุผลที่ว่า เราโตแล้วมีมือมีตีนหาเงินเลี้ยงตัวเองได้แล้ว จบค่ะ เรื่องความสัมพันธ์ครอบครัวที่พอใครๆถามถึงก็ไม่รู้จะเล่ายังไงให้พอมีเค้าเรื่องราวดีๆอยู่ในนั้นบ้าง

เราชอบทำงานมากค่ะ ทำตั้งแต่ม.ปลาย จำได้ว่าที่ขยันทำงานเพราะอยากรีบโตไวๆจะได้ออกไปจากบ้านที่ไม่น่าอยู่แห่งนี้ พอช่วงมหาลัยก็ไม่อยากเรียนแล้วค่ะ คิดแต่อยากทำงาน หาเงินได้เยอะๆ แต่ท้ายที่สุดก็มาลงเอยที่เรียนไป ทำงานไป ตอนนี้ก็เรียนรามคำแหงมาได้ 6ปี ไม่จบสักทีค่ะ เพราะเราจับปลาสองมือไม่เอาดีสักอย่าง ด้วยต้องทำงานหาเงินมาใช้กินใช้จ่าย ไหนจะค่าเทอม ถึงรามคำแหงจะค่าเทอมไม่แพงมาก แต่ด้วยที่เราทำงานฟรีแลนซ์ อิสระ ทำให้บางเดือนก็แทบจะไม่พอใช้จ่าย ยิ่งโควิดรอบแรกๆนี่เรียกว่าตายทั้งเป็นสุดๆค่ะ

เอาล่ะค่ะเข้าเรื่องเลยนะคะ ขอโทษที่เกริ่นเรื่องราวชีวิตบางส่วนซะมากมาย ปัจจุบันเราก็ยังทำงานฟรีแลนซ์ ละเรียนรามไปด้วยค่ะ โดยเรามาอาศัยอยู่ในบ้านของแฟน ร่วมกับพ่อแม่แฟน ได้จะ2ปี ตั้งแต่เราแยกออกมาจากครอบครัวตัวเองนะคะ ก่อนอื่นเราต้องบอกว่าเรานั้นมีความคิดความฝันเหมือนคนทั่วๆไปเลยค่ะ คือการมีบ้าน มีครอบครัวของตัวเอง ได้ใช้ชีวิตแบบอิสระ เราได้มีการพูดคุยกับแฟนเรื่องนี้ตั้งแต่คบกับแฟนแรกๆก่อนที่จะเข้ามาอยู่บ้านพ่อแม่เค้า จนวันที่เราไม่มีที่ไป แฟนเราก็ยินดีให้เรามาพักอยู่บ้านพ่อแม่เค้ากัน3คน คือพ่อแม่แฟน และเรา ส่วนแฟนอยู่คอนโดใกล้ๆที่ทำงาน วันหยุดจะกลับมา1/2วันแล้วแต่วีค ซึ่งแรกๆปรับตัวยากมากๆ ด้วยเพราะเกร็งค่ะ ไม่มีแฟนอยู่แล้วมันทำตัวไม่ถูก5555 อีกอย่างเพราะเราไม่เคยโดนเอาใจใส่จากครอบครัวตัวเองมาก่อน พอย้ายมาอยู่ที่นี่เลยต้องปรับตัวเยอะกว่าปกติ พ่อแม่แฟนใจดีค่ะ เป็นครอบครัวคนจีนที่ไม่แท้นะคะ เค้าก็บอกว่ารักเราเหมือนลูกคนนึง ไม่ต้องคิดมาก ให้อยู่อย่างสบายใจ ช่วงแรกมันโอเคมากๆเลยค่ะ เหมือนกับเราเป็นจุดชนวนที่ทำให้แฟนกลับมาบ้านบ่อยๆด้วย แม่แฟนจะชอบมาก เพราะเค้าค่อนข้างรักลูกชายมากกว่าลูกสาว อยู่ไปอยู่มามันก็ชินค่ะ แต่นิสัยบางอย่างของเราก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เช่นการไม่กินข้าวตรงเวลา ละทำให้แม่แฟนต้องมาตามไปกินข้าวบ่อยๆ- -* เรื่องนี้รู้สึกเกรงใจมากค่ะ แต่เราก็ไม่ชอบกินข้าวครบ3มื้ออยู่ดีTOT จนกระทั่งแฟนลาออกจากที่ทำงานย้ายมาอยู่บ้านถาวรด้วยเหตุผลที่ว่าบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงที่เกินรับได้เนื่องจากโควิดส่วนนึง ทีนี้ล่ะค่ะ เหมือนเราไม่เป็นตัวชนวนความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกอีกต่อไป แม่แฟนเริ่มตำหนิเรามากขึ้น กล่าวหาในเรื่องที่ไม่จริงบ่อยขึ้น เราไม่ได้บอกว่าเราตำหนิไม่ได้นะคะ เราโดนตำหนิจนบิดเบี้ยวมาทั้งชีวิตทั้งเรื่องที่ไม่ผิดก็ตาม แต่มันทำให้เรารู้สึกตะหงิดใจเล็กๆว่าแม่เค้าจะทำแบบนั้นไปทำไม

แฟนเราพักยาวค่ะ 6เดือนเต็มๆ ไม่หางานด้วยส่วนนึง หางานยากเพราะโควิดระบาดหนักด้วยส่วนนึง ติดเกมส์เกมส์ไม่เอาไหนด้วยส่วนนึง เป็นการใช้ชีวิตร่วมกันที่รู้สึกเอียนจนอ้วกมากๆขึ้นค่ะ เราก็เอาแต่บ่นเค้านะว่าเมื่อไหร่จะทำอะไรบ้างสักที เราเบื่อกับการที่ต้องตื่นมาเห็นเค้าเล่นเกมส์ กินข้าว อาบน้ำ นอน แค่นี้จริงๆทุกวัน แต่ปัญหาที่ตู้มใหญ่มากคือ

อยู่ๆแม่แฟนก็ถามขึ้นมาว่า อนาคต แฟนเราจะแยกออกไปซื้อบ้านอยู่กันเองกับเรามั้ย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราบอกเกริ่นไปอ่ะค่ะว่าเราสองคนพูดคุยเรื่องนี้ละเห็นตรงกัน แฟนก็บอกว่าก็คงเป็นแบบนั้น โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม นี่แหละค่ะ!! คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทนไม่ไหวถึงขั้นมาระบายเขียนกระทู้เล่าให้ทุกคนฟัง

หลังจากแฟนตอบไปแบบนั้น แม่แฟนไม่คุยกับเรา ไม่คุยกับแฟนหลายวันติดๆ จนเรารู้สึกว่าไม่ใช่ละ มันต้องมีอะไรในกอไผ่ เราเลยถามแฟนไปว่าเธอไปทำอะไรให้ม๊าไม่พอใจรึเปล่า ซึ่งแฟนก็บอกที่เค้าคุยกับแม่เค้าให้เราฟัง เราเองก็เพิ่งมารู้ตอนที่แฟนบอก เลยบอกให้แฟนไปคุยกับม๊ามั้ย เค้าเข้าใจอะไรผิดรึป่าว เพราะเค้าไม่คุยกับเรา2คนเลย มันแปลก แฟนเราก็ไปคุย ซึ่งเป็นเรื่องนั้นจริงๆที่ทำให้แม่แฟนไม่คุยกับเราสองคน

ละต่อจากนี้ขอพิมพ์ประโยคที่แม่แฟนพูดกับแฟนเราที่ไปเคลียร์ปัญหากันนะคะ (ซึ่งแฟนก็มาเล่าให้เราฟังทีหลังอีกที)
ม๊าทำอะไรผิดหรอ ม๊าทำอะไรไม่ดี ไม่ถูกใจพิมมันหรอ พิมมันถึงอยากแยกม๊ากับลูกให้ออกจากกัน ทำไมพิมต้องมาขโมยลูกไปจากแม่เค้าด้วย จะทิ้งม๊าอยู่คนเดียวได้ยังไง พิมมันไม่รู้หรอว่าเราครอบครัวคนจีน(แน่ล่ะว่าเรารู้- -*) มีลูกชายต้องแต่งเข้า มันทำแบบนี้ไม่ถูกนะ อยู่ๆจะมาแยกแม่ลูกจากกัน มันไม่ได้

พอแฟนมาเล่าให้ฟัง สิ่งแรกที่อุทานด้วยความอึ้งแบบขั้นสุดคือ เห้อะไรวะเนี่ย มีแต่วอทๆๆๆๆๆ อะไรวะ เดี๋ยวววว!!! ทำไมแม่แฟนคิดกับเราแบบนั้นอ่ะ ไหนบอกว่าเห็นเราเป็นลูกคนนึงไง แต่ที่พูดออกมาคือเห็นว่าเป็นตัวอะไรสักอย่างที่จะมาแยกครอบครัวจากกัน มาทำลายความสัมพันธ์ของครอบครัวซะงั้น ละลองคิดดูคือเราอ่ะไม่สมหวังกับครอบครัวตัวเองมาละไง ละนี่คือความหวังให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่อ่ะ มีครอบครัวดีๆใหม่ แต่เค้าก็คิดกับเราแบบนี้ เราแบบโอโห รับไม่ได้ ยากเกินทำใจไหวเลยค่ะ ร้องไห้เสียใจมาก ทั้งที่ผ่านมาเราไม่เคยทำอะไรที่ผิดหรือไม่ควร เป็นคนว่านอนสอนง่ายมาตลอด เอ็นดูความรักที่เค้าบอกว่ารักเราเหมือนลูกคนนึงมาก ซึ่งเราก็ถามแฟนว่าตอบอะไป แฟนก็อธิบายค่ะ ว่าไม่ได้ทิ้งเค้านะ แค่จะไปซื้อบ้านอยู่ ใกล้กันๆดูแลตลอดอยู่แล้วไม่ได้ทิ้งไปไหน แม่แฟนตอบว่า อ้าวหรอ ใครจะไปรู้ว่าเป็นแบบนี้ คิดว่าจะทิ้ง จบการสนทนา

ค่ะ!!! จบจริงๆ แค่นั้นเลย จบแบบไม่จบ แม่แฟนเข้าใจละจบแล้ว คำถามคือ เราอ่ะ? เราผิดอะไร เราทำอะไรผิด เราถึงได้รับความรู้สึกจากใจที่คนๆนึงมีต่อเราแรงมากขนาดนี้ ที่บอกว่ารักเหมือนลูก โกหกหรอ? ละที่เข้าใจผิดจนต่อว่าละตัดสินเราแบบนั้น จะขอโทษเรามั้ย สรุปไม่มีอะไำรเกิดขึ้น แม่แฟนจบแค่นั้นจริงๆ ทิ้งให้เราอยู่กับความอิหยังวะ ต่อจากนี้คือไงอ่ะ เค้าคิดว่าเราเข้ามาแยกลูกแยกแม่อ่ะ เราจะอยู่ที่นี่ได้จริงหรอวะ ให้อยู่อย่าไงให้สบายใจอ่ะ? บอกที

ตั้งแต่นั้นมา เราไม่โอเคเลยค่ะ เรียกแฟนมาคุยอีกรอบ ว่าความเห็นเรื่องนี้ยังตรงกันอยู่ไหม เธอคิดต่างได้นะ แต่ต้องคิดต่างแบบตอนจบแล้วแฮปปี้ทั้งสองคน มันไม่ได้นะ แม่ของเธอเริ่มคิดเล็กคิดน้อยกับเราแล้ว สรุปแฟนเรายังเห็นตรงกัน เราก็โอเค นั้นลองไปกันต่อ คงไม่เป็นอะไรถ้าเราไม่คิดเรื่องนั้น แต่จนแล้วจนเล่าเหมือนฟ้าแกล้ง หลังจากนั้นแม่แฟนคิดเล็กคิดน้อยทุกเรื่อง ย้ำว่าทุกเรื่อง!!! อะไรที่แฟนทำให้เรา เช่น ไปกินข้าว ไปเที่ยว ปกติคนรักทั่วไป แม่แฟนก็จะแบบเอาละ ทำไมไม่พาแม่ไปเที่ยวบ้าง ไม่กินข้าวแม่เลย อยู่บนห้องแต่กับแฟน ไม่มาคุยกับแม่บ้าง บลาๆๆๆอีกหลายเรื่อง จนบีบบังคับให้เราทนไม่ไหว เรียกแฟนมาคุยว่า เราต้องย้ายออกไปอยู่กันเองนะ มันอยู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะแม่แฟนคิดทุกเรื่องเลย มันจะทำให้นับวันความชอบที่มีต่อกันน้อยลงๆ กลายเป็นว่าแม่แฟนไม่ชอบเราไปซะแล้ว จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทุกครั้งที่แม่แฟนเห็นหน้าเราก็จะพูดประโยคซ้ำๆ

"ที่บ้านนี้ครอบครัวคนจีน มีลูกชายก็ต้องแต่งเข้า ออกไม่ได้นะมันผิดธรรมเนียม"

จนเราแบบเออเหอ พอเถอะค่ะ หนูจำได้แม่นยิ่งกว่าเกร็งเลขหวยในฝันอีก เราก็เลยบอกแฟนว่าสำหรับเรา จะครอบครัวชาติไหนเราไม่สนนะ เราผิดอะไรอ่ะ แค่เราคิดว่าอยากมีพื้นที่อิสระในการใชีชีวิตประจำวันมันผิดมากหรอ เราก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองนะ จะให้เราอยู่บ้านนี้จนตายหรอ ถ้าเรามีลูกด้วยกัน ก็ต้องเลี้ยงลูกที่นี่หรอ ทำไมแม่เธอต้องเอาคำว่าครอบครัวคนจีนมาพูด ทำไมไม่ยอมนึกถึงความเป็นจริง ไม่ล้าหลัง เราก็ดราม่าไปร้อยแปดเรื่อง จนในที่สุดเรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาเงื่อนปมโตที่ทะเลาะกันไม่มีวันเข้าใจ เราสงสารแฟนที่เป็นตัวกลางของเรื่องนี้ แม่แฟนพูดจาไม่ดีกับเราให้แฟนฟัง ละแฟนยังต้องมาฟังเราบ่น ร้องไห้ว่าอยุ่ไม่ได้ ไม่อยากอยู่ทุกวัน จนบอกเลิกกันแล้วเป็นร้อยรอบ

ทางออกที่ดีละเราก็ยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนคือเราจะออกไป เราต้องออก ซึ่งแม่แฟนก็เหมือนกัน ครอบครัวคนจีนลูกชายต้องอยู่กับพ่อแม่เท่านั้น

ทุกคนคิดว่าทางออกของเรื่องนี้มันจบตรงไหนคะ เราไม่อยากให้เรากับแฟนเลิกกันเป็นทางออกแรกที่คิดได้ เราสองคนรักกันดี ปัญหาที่ทะเลาะกันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสองคน แต่สงบสารแฟนเหลือเกินที่เป็นคนกลาง เราเคยคิดว่าเราจะออกไปอยู่เองคนเดียว แต่ทำแบบนั้นมันก็สู้เราโสดสบายใจไปเลยดีกว่า เราก็บอกให้แฟนลองทบทวนดูใหม่ ละเราก็เป็นคนบอกแฟนเองว่า อย่าให้เราเป็นผู้เข้าแข่งขันของเรื่องนี้ มันไม่ได้นะ มันจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ว่าระหว่างแม่กับแฟน ลูกจะเลือกอะไรเด็ดขาด (เพราะเราเคยเจอแล้วค่ะกับแฟนคนก่อนหน้านี้ บอกตรงๆเจ็บนะคะ ไม่โทษใครโทษแต่ตัวเองว่าทำไมเราถึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้) เราไม่ต้องการให้แฟนเราเลือกทั้งนั้นค่ะ เพราะสุดท้ายแม่ก็คือแม่ จะเอาแม่กับแฟนมาเทียบกันไม่ได้ เรายอมจบดีกว่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆนะ

เราเหนื่อยจังเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่รับฟังนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์ที่แสดงความคิดเห็นล่วงหนเาด้วยค่ะ ถึงตอนนี้เราหาทางออกที่ดีที่สุดไม่เจอ แต่เราก็พยายามพาตัวเองไปจุดที่มีความสุขที่สุด เราอดทนรอสิ่งที่แฟนบอกว่า จะย้ายออกไปอยู่ด้วยกัน อดทนแล้วอดทนเล่า อดทนจนอดทนไม่ไหว ละก็ต้องกลับมาอดทนต่อ ละไม่ใช่ว่าเราไม่มีปัญญาออกไปเองนะคะ เราไปเองอยู่คนเดียวได้ แต่แฟนก็ไม่โอเค เพราะท้ายที่สุดปมก็ไม่คลายจริงๆ เหมือนเราหนีไปคนเดียว โดยไม่แก้ปัยหาก่อนเลย ซึ่งจริงๆตอนนี้เรากับแม่แฟนไม่ได้อะไรต่อกันมากนะคะ เราก็เคารพเค้าเพราะเค้าเป็นเจ้าบ้าน แค่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมเฉยๆ เพราะเราทำอะไร แม่แฟนก็เอาเราไปพูดกับแฟน อะไรไม่ถูกใจก็บอกแฟนหมด เราคิดนะว่าครอบครัวตัวเองก็แย่พอแล้ว ไม่อยากมาเจออะไรแบบนี้จริงๆ เราอยากถูกรักบ้างนะ เพราะถ้าวันนึงเรามีครอบครัวเอง เราก็อยากรักแบบบริสุทธิ์ใจเหมือนกัน เราไม่อยากรู้สึกว่าไปคบกับใครก็ทำให้ครอบครัวเค้าเหม็นหน้า แตกหัก เหมือนที่ผ่านมาจริงๆ

ละก็ถ้าคิดว่านั้นทำไมไม่ยอมอยู่บ้านแม่แฟนไปให้จบๆ คิดว่ามันจบจริงๆหรอคะ? ความคิดเล็กคิดน้อยของแม่แฟนจะมีกับเราต่อไปจนลูกบวชมั้ยคะ กังวลจนแบบ โอเค อยู่ร่วมกันไม่ได้จริงๆนะ ต่อให้อยู่ได้ สักวันนึงมันก็มีเหตุการณ์ประเภท เอาแม่ก่อนนะ แฟนทีหลัง  ระคายใจกันไปมาเปล่าๆ

น้องขอประสบการณ์คำแนะนำจากพี่ๆห้องนี้หน่อยค่ะ น้องเพิ่งอายุ25 เจออะไรแบบนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โตทีเดียว เพราะเราตัวคนเดียวแต่แรก ไม่มีที่พึ่งพาเลย มันทำให้เรากลัวต่อการรับมือในอนาคตจริงๆค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่