เมืองลับแล

กระทู้สนทนา

.

             ผมเคยได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าเมืองลับแลมานับไม่ถ้วน ทั้งดูในละคร ทั้งฟังจากปากคนอื่น ๆ ที่เล่าให้ฟัง คุณเชื่อว่าเมืองลับแลมีจริงไหมครับ ถ้าถามผมเหรอ อือ… ก็เชื่อนะแต่ว่าก็คงไม่ไปค้นหาความจริงอะไรหรอก จะมีหรือไม่มีอยู่จริงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผม

           สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ มีเพื่อนคนหนึ่งอยู่บุรีรัมย์ เขาชอบมาเล่าเรื่องเมืองลับแลที่ป่าแถวบ้านของเขาให้ฟังอยู่เสมอ เขาบอกว่าทุก ๆ วันพระใหญ่ ใครที่นาอยู่ใกล้ ๆ ป่าแห่งนั้น พอถึงห้าโมงเย็นจะได้กลิ่นของอาหารลอยคละคลุ้งมาตามลม

           เหมือนมีคนกำลังทำอาหารอยู่อย่างนั้น บ้างก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่เป็นประจำ จนทำให้ทุกวันพระใหญ่คนที่มีที่นาใกล้ ๆ ป่าแห่งนั้น จำต้องรีบกลับบ้านเสมอ มันบอกว่ามันไม่น่ากลัว แต่พอมันได้กลิ่นและได้ยินเสียงคนพูดคุยกันแล้ว มันก็ขนลุกพิลึก

           ตกกลางคืนบ้างก็ได้ยินเสียงดนตรี เหมือนกำลังมีงานอะไรสักอย่างในป่าแห่งนั้น ทว่ามันก็มักจะเกิดขึ้นทุก ๆ วันพระใหญ่เท่านั้น นอกนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เพื่อนผมมันบอกว่า คนละแวกนั้นก็ชินนะ ก็คงเป็นเมืองลับแลนั่นแหละ โลกของพวกเขาขนานกับโลกของพวกเรา

           เพื่อนเล่าให้ฟังอีกว่า มีวันหนึ่งเป็นวันพระใหญ่นี่แหละ ทุกคนในหมู่บ้านก็ไม่ได้หวาดระแวงหรือกลัวอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องได้กลิ่นของอาหาร ได้ยินเสียงเพลงที่ดังแว่วมาจากในป่า มันไม่น่ากลัวเลยครับ แต่แค่มันแปลกและน่าสงสัยว่าเป็นไปได้หรือที่มันจะเป็นเสียงจาก ‘เมืองลับแล’ แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ ก็ไม่มีใครอยากหาข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์อะไรทั้งนั้น เหมือน ๆ ผมล่ะครับ

           วันพระใหญ่คืนนี้ตะวันโพล้เพล้เป็นสีแดงส้ม ที่เรียกกันว่าผีตากผ้าอ้อม ผู้คนในหมู่บ้านเริ่มได้กลิ่นของอาหาร เหมือนมีคนกำลังทำกับข้าว ทำผัด ทำแกงอะไรสักอย่าง กลิ่นของมันชัดมาก ๆ และ ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน มันดังแว่วมาตามลม

           เสียงพูดคุยชัดกว่าทุกครั้ง มีเสียงเหมือนเครื่องดนตรีด้วย แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นดนตรีชนิดไหน รอบนี้เป็นรอบที่ฟังได้ชัดกว่าทุกรอบเลย เพื่อนผมเองมันก็ได้ยิน มันบอกว่ามันกำลังจะถาม แม่ของมันรีบเอามือปิดปากเอาไว้ ไม่ให้ถาม ตอนนั้นเพื่อนผมอยู่สักประมาณประถมครับ

           พ่อของมันทำจมูกฟิด ๆ ดมหาว่าเป็นกลิ่นของอะไร พอทราบแล้วว่าเป็นกลิ่นของกับข้าว พ่อของมันก็พามันกับแม่กลับบ้านทันทีเลยครับ ไม่กลัวแต่ไม่อยากอยู่ที่นาต่อแล้ว พร้อมทั้งคนอื่น ๆ ที่นาติดป่าแห่งนี้ด้วย ตกดึกมาผู้คนในหมู่บ้านก็ได้ยินเสียงเพลง เสียงดนตรีดังมาจากแนวป่านั้น เหมือนกำลังจัดงานอะไรสักอย่าง

           ตอนเช้ามาเรื่องนี้ก็เป็นที่กล่าวขานกันทั่วในหมู่บ้าน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียงมาจาก ‘หมู่บ้านลับแล’ นั่นแหละ พวกเขาคงจัดงานรื่นเริงกัน เหมือนมนุษย์เรา ๆ

           เพื่อนผมบอกว่าพอผ่านไปได้เพียงสามวัน ผู้ใหญ่บ้านก็ฝันว่า มีผู้ชายอายุราว ๆ เจ็ดสิบปีสามคนเดินเข้ามาภายในหมู่บ้าน เดินมาหาผู้ใหญ่บ้าน บอกว่าขออภัยที่เปิดเพลงเสียงดังไปหน่อย ทำให้รบกวนชาวบ้าน ทำให้ไม่ได้นอนกัน พอดีที่หมู่บ้านจัดงานบุญ เห็นว่าอย่างนั้น ฝากให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์บอกชาวบ้านให้หน่อย พวกเขาจะได้ไม่โดนต่อว่า

           เพื่อนผมมันบอกว่า พอตอนเช้ามาผู้ใหญ่บ้านก็รีบประกาศบอกชาวบ้านเลยครับ สำหรับเรื่องที่ทุกคนได้ยินเสียงเพลงในวันพระใหญ่นั้น มันเล่าให้ผมฟังมาแบบนี้ ผมก็ได้แค่รับฟัง ไม่ปักใจเชื่อ แต่ก็ไม่คัดค้าน ไม่สงสัย ไม่ต้องการค้นหาความจริงด้วย แต่ผมก็ว่าน่าจะมีจริงนะ เมืองลับแล เมืองคู่ขนานกับโลกมนุษย์เรา

           ผมมีอาชีพรับราชการครับเป็นตำรวจ เป็นตำรวจน้อยล่ะครับ ผมชื่อปืนนะ ผมเป็นคนชอบเที่ยวมาก ๆ ไม่มีเพื่อนไปผมก็ไปกับแฟนกันสองคน มักจะมีโมเมนต์สองคนกับหนึ่งคันเสมอ ๆ ครับ

           เรื่องที่ผมจะเล่ามานี่ มันเป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ เช่นกันครับ คล้าย ๆ เรื่องของเพื่อนผมที่เล่าให้ฟังในช่วงต้น ๆ เรื่อง มันจะเกี่ยวกับเมืองลับแล หรือ ภูตผีปีศาจไหม อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ ทว่าคนที่แน่ใจและกลัว คือ คุณแฟนของผมนั่นล่ะครับ

           มีครั้งหนึ่งผมกับแฟนเราไปเที่ยวแถว ๆ สระบุรีกัน ไปกันเพียงสองคนกับหนึ่งคันเหมือนเดิม ไปเที่ยวมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำไม่เคยเจอแบบนี้เลย พวกเราไปเที่ยวแบบกางเต็นท์นอนกันครับ เป็นไร่เป็นอุทยานเป็นหุบเขาล้อมรอบไปด้วยป่า บรรยากาศดีอย่าบอกใครเลยครับ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวชมสัมผัสธรรมชาติ ต้องมาที่นี่ ต้องแนะนำที่นี่เลย

           คือตรงนี้มีเพียงเราสองคนนะครับ มีเพียงผมกับแฟนสองคน จะว่าไม่มีใครเลยก็มีนักท่องเที่ยวคนอื่นมากางเต็นท์อยู่เหมือนกัน เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกครับ มีแค่นี้มีเพียงเต็นท์ของผมกับเต็นท์ของครอบครัวนั้น

           ตรงที่เรากางเต็นท์อยู่จะมีแม่น้ำครับ เป็นแม่น้ำแบบธรรมชาติเลยนะครับ เจ้าของไม่ได้ทำขึ้นมาเอง เขาอนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้ แต่ต้องอยู่ในแนวเขตปลอดภัย ห้ามว่ายออกไปไกลกว่าที่เขากำหนดไว้

           ตอนเย็นประมาณสักห้าโมงเย็นครับผมก็เลยบอกแฟนว่าจะไปอาบน้ำ ไม่ขออาบในห้องน้ำที่เจ้าของจัดให้ อยากลงเล่นน้ำ ผมไม่กลัวอะไรหรอกครับ เป็นคนบ้าดีเดือดพอสมควร แฟนผมเธอก็อนุญาตตามสบาย ส่วนเธอจะให้ผมพาไปอาบในห้องน้ำแทน

           ก่อนลงเล่นน้ำผมตั้งกล้องโทรศัพท์อัดคลิปวิดีโอครับ ผมตั้งขาตั้งกล้องแล้วกดถ่ายวิดีโอเอาไว้ จากนั้นก็ลงไปเล่นน้ำ ตีกรรเชียงอยู่คนเดียว คราวนี้พี่ผู้ชายเห็นผมเล่นน้ำ จึงพาลูกชายมาลงเล่นด้วยคน ผมก็สนุกใหญ่เลยครับมีเพื่อนมาเพิ่ม

           เหตุการณ์ผ่านไปปกตินะครับ นอนหลับสนิท ไม่มีลม ไม่มีฝน ไม่ฝันไม่อะไรทั้งนั้น จนกระทั่งผมกลับมาทำงาน ตอนที่อัดคลิปวีดีโอตนเองเสร็จ ผมยังไม่ได้เปิดดูในทันทีนะครับ พอผมกลับมาทำงานผมถึงได้เปิดดู

           ในช่วงขณะที่ผมกำลังอาบน้ำ ว่ายน้ำเล่นอยู่คนเดียว คือ ช่วงที่พี่ผู้ชายคนนั้นยังไม่มานะครับ ผมตีกรรเชียงเล่นอยู่คนเดียว ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะ และ พูดดังแว่วมาจากไกล ๆ ครับ เหมือนเสียงที่แว่วมาตามลม ตามนั้นเลย

           เสียงหัวเราะคิกคัก เหมือนคนพอใจอะไรสักอย่างแล้วหัวเราะอ่ะครับ แบบนั้นเลย“ข่อยกะยังบ่อทันมีไผอยู่ ลูกผัวกะบ่อมี อยู่คนเดียว ฮา”ตามด้วยเสียงหัวเราะอีกรอบ

           เป็นเสียงของผู้หญิง เสียงดังฟังชัดมาก ๆ ครับ ผมเปิดดูคลิปตัวเองได้ยินเสียงที่แทรกเข้ามาแล้วก็แทบผงะ พอพี่ผู้ชายคนนั้นพาลูกลงมาเล่นน้ำด้วย ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

           ผมกดย้อนกลับไปฟังช่วงที่ผมเล่นน้ำคนเดียวกี่รอบ ๆ ก็ยังได้ยินเสียงของผู้หญิงพูดแทรกเข้ามาเหมือนเดิม เสียงหัวเราะแล้วก็พูดว่า ‘ข่อยกะยังบ่อทันมีไผ ลูกผัวกะบ่อมี อยู่คนเดียว’ แล้วก็หัวเราะคิกคักตบท้ายครับ

           ผมนำคลิปนี้ไปให้เพื่อน ๆ ที่ทำงานฟัง ทุกคนก็ได้ยินเหมือนกันหมด เป็นเสียงที่เหมือนดังแว่วมาตามลมครับ ซึ่งข้างหลังผม ที่ผมเล่นน้ำอยู่ เป็นป่าเป็นหุบเขาไปหมด

           ไม่ใช่เสียงของแฟนผม หรือ ภรรยาของพี่คนนั้นแน่นอนครับ ผมจึงนำมาให้แฟนผมฟังด้วย เธอกลัวเลยครับ กลัวมากกว่าผมอีก หน้าจ๋อยเลยพอได้ฟัง ถามว่าผมกลัวไหมก็ไม่เท่าไหร่ครับ แต่ก็เพื่อความสบายใจของแฟนผม เราก็เลยไปทำบุญกัน ผมก็เลยพูดไปว่า “ผมมีเมียแล้วอย่ามายุ่งกับผม ฮา” ไม่กลัวนะครับ แต่พูดเพื่อความสบายใจเท่านั้นเอง

           เพื่อนผมคนที่มันเคยเล่าเรื่องเมืองลับแลให้ผมฟัง พอมันได้ดูได้ฟังคลิปที่ผมไปเที่ยวมา มันก็ฟันธงให้ผมเลยครับว่า ‘น่าจะเป็นสาว ๆ จากเมืองลับแล’ ที่คงมาเล่นน้ำเหมือนกัน และ เห็นผมเข้า มันพูดแบบนี้ผมก็มีขนลุกบ้างนะครับ แต่ก็ไม่หวาดกลัวอะไร

           โลกคู่ขนานของมนุษย์เราคงจะมีจริง ๆ เรื่องที่ผมนำมาเล่าก็มีเท่านี้ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจะคิดเช่นไรนะครับ มันอาจไม่ใช่เสียงจากเมืองลับแล มันอาจจะเป็นเสียงของใครก็ได้ ที่แว่วมาตามลม ส่วนคนที่กลัวจับใจเลย คือ คุณเธอแฟนผมล่ะครับ อ่อ ผมลืมบอกว่าผมใส่พระตลอดเวลานะครับ ไม่รู้ดิ ใส่แล้วมั่นใจดี

           นี่เป็นเหตุการณ์เดียวที่ผมเจอ จากที่ไปเที่ยวมาหลายที่แล้ว นอกนั้นเคยฝันไหม บ่อยครับเวลาไปนอนที่ไม่เคยไป มันไม่น่ากลัว แต่มันหาคำตอบไม่ได้ว่าเสียงมันมาจากไหน เพื่อนผมมันว่าสาวจากเมืองลับแล ผมก็ไม่ฟันธงหรอกครับ ส่วนคุณแฟนผมนางฟันธงว่าผี ฮา

           ใครเคยเจอเหตุการณ์แปลก ๆ นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ สำหรับผมเรื่องที่อยากจะแชร์มีแค่นี้ ผมขอตัวไปทำงานต่อแล้วครับ สวัสดี!

นาย อาวุธ มงคลกุล (ปืน)

จบ…
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่