หมูแพงทำพิษ! ข้าวหมูแดงชื่อดังจ่อขึ้นราคา ร้านขาหมู-หมูทอดเก่าแก่ รับต้องลดปริมาณ เห็นใจลูกค้า ยันหั่นหนาเท่าเดิม
https://www.matichon.co.th/economy/news_3113479
สืบเนื่องกรณีราคาเนื้อหมูสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2564 เป็นต้นมา (อ่านข่าว
เปิดสารพัดปัจจัยที่ทำให้ ‘เนื้อหมู’ ราคาพุ่งปรี๊ด)
เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ ลงพื้นที่ร้านอาหารในย่านประชาชื่นที่ขายเมนูอาหารที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเนื้อหมู โดยผู้ประกอบการร้าน ‘ขาหมูประชาชื่น’ กล่าวถึงการรับมือกับราคาหมูที่สูงขึ้นโดยมีมาตรการในการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุนและปรับลดปริมาณของอาหารลง แต่คุณภาพของอาหารยังคงเท่าเดิม
“ราคาหมูตอนนี้กิโลละ 180 กว่าบาท เกือบ 190 บาท ก็พยายามเซฟๆ ต้นทุนวัตถุดิบ มีการลดปริมาณของอาหารนิดหน่อย เพราะเห็นใจลูกค้า แต่คุณภาพของเนื้อ ความหนาของชิ้น ก็จะยังมีเท่าเดิม” ร้านขาหมูประชาชื่นกล่าว
ทางด้านผู้ประกอบการ ร้านหมูแดงนายไซ เล่าถึงเนื้อหมูที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งตนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้มากขึ้น จนทำให้อาจจะต้องปรับราคาของเมนูอาหาร แต่ยังคงคุณภาพของอาหารและมีการเพิ่มปริมาณขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
“
ตอนนี้ผมรับหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 225 บาท แต่ว่าอาทิตย์หน้าหมูจะขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 260 บาท ตอนนี้ผมยังขายราคาเดิมอยู่ แต่ว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมต้องปรับ เพราะว่าผมก็รับมือไม่ไหวเหมือนกันจาก 225 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 260 บาท ภายในวันที่ 5 ม.ค.นี้แน่นอน รับไม่ไหวหรอกครับ และก็จะปรับราคาขึ้นนิดหนึ่งจากเมนูอาหาร เช่น จานละ 45 บาท เป็น 50 บาท ส่วนพิเศษ 50 บาท ปรับเป็น 60 บาท ด้านปริมาณของอาหารก็อาจจะมากกว่าเดิมนิดหนึ่ง ส่วนคุณภาพ ความหนาของชิ้น ก็ยังคงคุณภาพเดิม” ร้านหมูแดงนายไซกล่าว
ถนนข้าวสาร ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวไทย ชดเชยต่างชาติหายไปกับ โอมิครอน
https://www.tnnthailand.com/news/wealth/100917/
ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดกิจกรรมอันซีน บางกอก พระนคร เคาน์ตี้ @ข้าวสารroad เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยว ในถนนข้าวสาร ขณะที่นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ปรับกลยุทธ์ ดึงนักท่องเที่ยวไทย เที่ยวถนนข้าวสาร หลัง โอมิครอนทำนทท.ต่างชาติลดลง
วันนี้ ( 2 ม.ค.64) นาย
ฐานุพงศ์ แป้นสดใสเจริญกิจ ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร บอกว่าได้ร่วมกับ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม สำนักงานเขตพระนคร เปิดกิจกรรม อันซีน บางกอก พระนคร เคาน์ตี้ @ข้าวสารroad เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยว ในถนนข้าวสาร และ เขตพระนคร ที่จากเดิมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ต้องปรับตัวอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก โดยมีเป้าหมายนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่มีชื่อเสียงและ ยังไม่เป็นที่รู้จัก ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ โดยจะใช้แผนในการโปรโมทท่องเที่ยว ถนนข้าวสารปีนี้
ด้านนาย
สง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ธุรกิจบนถนนข้าวสาร เริ่มปรับตัว เปลี่ยนแผนดึงนักท่องเที่ยว จากwalking street หรือ ถนนคนเดิน ที่รองรับชาวต่างชาติ เป็น entertainment street เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย มากขึ้น โดยคาดหวังว่าในปี 2565 ถ้าสถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น น่าจะมีเม็ดงินหมุนเวียนกระเตื้องขึ้นจากเดิมวันละ 1 ล้านบาท เป็นวันละ 5 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะเท่ากับประมาณ ร้อยละ 25 ในสถานการณ์ปกติ
นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ยอมรับว่ารู้สึกกังวลกับการแพร่ระบาดของโอมิครอน ที่พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น จะกระทบกับธุรกิจ เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ยังมั่นใจในมาตรการคัดกรองภายในถนนข้าวสาร และ เชื่อมั่นมากขึ้นกลังรัฐบาลประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานที่บ้านหลังกลับจรกต่างจังหวัดช่วงเทศกาลปีใหม่
ชลน่าน ถามมีเหตุผลอะไรมามั่นใจ หลัง ‘ธรรมนัส’ โวเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร. ชนะแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_3113751
ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิแสดงความเห็น หลัง “ธรรมนัส” โวเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร. ชนะแน่ ถามมีเหตุผลอะไรมามั่นใจ เผยจะแสดงให้เห็น 7 ปีที่ผ่านมากระทบอย่างไรบ้าง ห่วงการใช้อำนาจรัฐ-เงินในการเลือกตั้ง ลั่นจะเป็นความหวัง คืนชีวิตใหม่ คืนอนาคตและโอกาสที่ดีให้ลูกหลาน-ประชาชน
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นพ.
ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและอีสาน และ พปชร.จะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ว่า การแสดงความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสิทธิของเขาว่าจะแสดงความเห็นอย่างไรในเรื่องการเลือกตั้งและทิศทางการเมือง ซึ่งในส่วนนี้เราไม่ไปก้าวล่วง แต่ถามว่าหากเขาแสดงความเห็นเช่นนั้นจะกระทบเราหรือไม่ ในการแข่งขันทางการเมือง ทุกพรรคการเมืองถือเป็นคู่แข่งทางการเมือง หากเขาแสดงความเห็นเช่นนั้น ก็ต้องถามเขาว่าเขามีเหตุผลหรือมีอะไรในการสนับสนุนในความมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ในภาคเหนือและอีสานเพิ่มขึ้น แต่ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเรายังมีความเข้มแข็งและแข็งแรงในภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ต้องรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งทางการเมืองหรือคนทั่วไป เพื่อมาดูทิศทางการทำหน้าที่ของเราว่าดีพร้อมหรือยัง เราจะสามารถรักษาฐานที่มั่นหรือเพิ่มจำนวนเสียงในฐานที่มั่นได้หรือไม่
“พูดง่ายๆ คือเราไม่ประมาทและทำงานหนักและเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น ชี้ให้ถึงวิกฤตและโอกาสของพี่น้องประชาชน ถ้าพรรคพลังประชารัฐ คุณธรรมนัสประกาศเช่นนั้น เราก็ต้องชี้ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าใน 7 ปีที่ผ่านมามันมีผลอะไรกับพี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่รัฐบาลของเขา หากพี่น้องยังเชื่อมั่นเขา ไปให้คะแนนเขาก็ขึ้นกับพี่น้องประชาชน แต่เราก็กำหนดทิศทางชัดเจนว่าเราจะเป็นอนาคต เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน หากพี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นวิกฤตแล้วยังจะไปเลือกเขาอยู่ก็เป็นสิทธิของประชาชนที่เขาอาจจะชอบ อาจจะรักก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เกิดมา 7 ปี ประชาชนเขาก็รู้ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นเพื่อไทยก็เสนอทางเลือกและโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะนโยบายที่ดีๆ ของเราจะเพื่อออกจากวิกฤตให้ได้ คืนชีวิตใหม่ คืนอนาคตที่ดีให้พี่น้องประชาชน คืนโอกาสที่ดีให้กับลูกหลาน ถ้ากลไกการเลือกตั้งมันปกติ พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิใช้เสียงอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เรามั่นใจว่าเพื่อไทยยังรักษาฐานที่มั่นในภาคเหนือ ภาคอีสานได้” นพ.
ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า สิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นเรื่องของอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจการจัดการในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งในยุคนี้มีการใช้อำนาจเหล่านี้เกิดขึ้นสูงมาก เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา ฉะนั้นเราเองต้องไม่ประมาท ทำอย่างไรให้ประชาชนเขารู้และเข้าใจในการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจของการจัดการทุกเรื่องแม้แต่ในเครือข่าย หน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนน การคิดคะแนนต่างๆ เพราะปี 2562 มันบิดเบี้ยวมาตลอด ซึ่งนี่เป็นปัจจัยที่เราห่วงและกังวลเพียงแค่เราจะหามาตรการใดมาปิดกั้นสิ่งเหล่านี้ให้ไม่เกิดขึ้น
JJNY : หมูแพงทำพิษ!│ถ.ข้าวสารปรับกลยุทธ์ดึงนทท.ไทย│ชลน่านถามมีเหตุผลอะไรมามั่นใจ│เจอ“โอมิครอน”เพิ่มอีก 189 ราย
https://www.matichon.co.th/economy/news_3113479
สืบเนื่องกรณีราคาเนื้อหมูสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2564 เป็นต้นมา (อ่านข่าว เปิดสารพัดปัจจัยที่ทำให้ ‘เนื้อหมู’ ราคาพุ่งปรี๊ด)
เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ ลงพื้นที่ร้านอาหารในย่านประชาชื่นที่ขายเมนูอาหารที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเนื้อหมู โดยผู้ประกอบการร้าน ‘ขาหมูประชาชื่น’ กล่าวถึงการรับมือกับราคาหมูที่สูงขึ้นโดยมีมาตรการในการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของต้นทุนและปรับลดปริมาณของอาหารลง แต่คุณภาพของอาหารยังคงเท่าเดิม
“ราคาหมูตอนนี้กิโลละ 180 กว่าบาท เกือบ 190 บาท ก็พยายามเซฟๆ ต้นทุนวัตถุดิบ มีการลดปริมาณของอาหารนิดหน่อย เพราะเห็นใจลูกค้า แต่คุณภาพของเนื้อ ความหนาของชิ้น ก็จะยังมีเท่าเดิม” ร้านขาหมูประชาชื่นกล่าว
ทางด้านผู้ประกอบการ ร้านหมูแดงนายไซ เล่าถึงเนื้อหมูที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งตนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้มากขึ้น จนทำให้อาจจะต้องปรับราคาของเมนูอาหาร แต่ยังคงคุณภาพของอาหารและมีการเพิ่มปริมาณขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
“ตอนนี้ผมรับหมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 225 บาท แต่ว่าอาทิตย์หน้าหมูจะขึ้นราคาเป็นกิโลกรัมละ 260 บาท ตอนนี้ผมยังขายราคาเดิมอยู่ แต่ว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมต้องปรับ เพราะว่าผมก็รับมือไม่ไหวเหมือนกันจาก 225 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 260 บาท ภายในวันที่ 5 ม.ค.นี้แน่นอน รับไม่ไหวหรอกครับ และก็จะปรับราคาขึ้นนิดหนึ่งจากเมนูอาหาร เช่น จานละ 45 บาท เป็น 50 บาท ส่วนพิเศษ 50 บาท ปรับเป็น 60 บาท ด้านปริมาณของอาหารก็อาจจะมากกว่าเดิมนิดหนึ่ง ส่วนคุณภาพ ความหนาของชิ้น ก็ยังคงคุณภาพเดิม” ร้านหมูแดงนายไซกล่าว
ถนนข้าวสาร ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวไทย ชดเชยต่างชาติหายไปกับ โอมิครอน
https://www.tnnthailand.com/news/wealth/100917/
ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดกิจกรรมอันซีน บางกอก พระนคร เคาน์ตี้ @ข้าวสารroad เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยว ในถนนข้าวสาร ขณะที่นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ปรับกลยุทธ์ ดึงนักท่องเที่ยวไทย เที่ยวถนนข้าวสาร หลัง โอมิครอนทำนทท.ต่างชาติลดลง
วันนี้ ( 2 ม.ค.64) นาย ฐานุพงศ์ แป้นสดใสเจริญกิจ ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร บอกว่าได้ร่วมกับ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม สำนักงานเขตพระนคร เปิดกิจกรรม อันซีน บางกอก พระนคร เคาน์ตี้ @ข้าวสารroad เพื่อเปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยว ในถนนข้าวสาร และ เขตพระนคร ที่จากเดิมเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ต้องปรับตัวอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก โดยมีเป้าหมายนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่มีชื่อเสียงและ ยังไม่เป็นที่รู้จัก ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ โดยจะใช้แผนในการโปรโมทท่องเที่ยว ถนนข้าวสารปีนี้
ด้านนายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ธุรกิจบนถนนข้าวสาร เริ่มปรับตัว เปลี่ยนแผนดึงนักท่องเที่ยว จากwalking street หรือ ถนนคนเดิน ที่รองรับชาวต่างชาติ เป็น entertainment street เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย มากขึ้น โดยคาดหวังว่าในปี 2565 ถ้าสถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น น่าจะมีเม็ดงินหมุนเวียนกระเตื้องขึ้นจากเดิมวันละ 1 ล้านบาท เป็นวันละ 5 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะเท่ากับประมาณ ร้อยละ 25 ในสถานการณ์ปกติ
นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ยอมรับว่ารู้สึกกังวลกับการแพร่ระบาดของโอมิครอน ที่พบผู้ติดเชื้อมากขึ้น จะกระทบกับธุรกิจ เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ยังมั่นใจในมาตรการคัดกรองภายในถนนข้าวสาร และ เชื่อมั่นมากขึ้นกลังรัฐบาลประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานที่บ้านหลังกลับจรกต่างจังหวัดช่วงเทศกาลปีใหม่
ชลน่าน ถามมีเหตุผลอะไรมามั่นใจ หลัง ‘ธรรมนัส’ โวเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร. ชนะแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_3113751
ชลน่าน ชี้เป็นสิทธิแสดงความเห็น หลัง “ธรรมนัส” โวเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร. ชนะแน่ ถามมีเหตุผลอะไรมามั่นใจ เผยจะแสดงให้เห็น 7 ปีที่ผ่านมากระทบอย่างไรบ้าง ห่วงการใช้อำนาจรัฐ-เงินในการเลือกตั้ง ลั่นจะเป็นความหวัง คืนชีวิตใหม่ คืนอนาคตและโอกาสที่ดีให้ลูกหลาน-ประชาชน
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและอีสาน และ พปชร.จะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ว่า การแสดงความเห็นของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสิทธิของเขาว่าจะแสดงความเห็นอย่างไรในเรื่องการเลือกตั้งและทิศทางการเมือง ซึ่งในส่วนนี้เราไม่ไปก้าวล่วง แต่ถามว่าหากเขาแสดงความเห็นเช่นนั้นจะกระทบเราหรือไม่ ในการแข่งขันทางการเมือง ทุกพรรคการเมืองถือเป็นคู่แข่งทางการเมือง หากเขาแสดงความเห็นเช่นนั้น ก็ต้องถามเขาว่าเขามีเหตุผลหรือมีอะไรในการสนับสนุนในความมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ในภาคเหนือและอีสานเพิ่มขึ้น แต่ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเรายังมีความเข้มแข็งและแข็งแรงในภาคเหนือและภาคอีสาน ก็ต้องรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งทางการเมืองหรือคนทั่วไป เพื่อมาดูทิศทางการทำหน้าที่ของเราว่าดีพร้อมหรือยัง เราจะสามารถรักษาฐานที่มั่นหรือเพิ่มจำนวนเสียงในฐานที่มั่นได้หรือไม่
“พูดง่ายๆ คือเราไม่ประมาทและทำงานหนักและเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น ชี้ให้ถึงวิกฤตและโอกาสของพี่น้องประชาชน ถ้าพรรคพลังประชารัฐ คุณธรรมนัสประกาศเช่นนั้น เราก็ต้องชี้ให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าใน 7 ปีที่ผ่านมามันมีผลอะไรกับพี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่รัฐบาลของเขา หากพี่น้องยังเชื่อมั่นเขา ไปให้คะแนนเขาก็ขึ้นกับพี่น้องประชาชน แต่เราก็กำหนดทิศทางชัดเจนว่าเราจะเป็นอนาคต เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน หากพี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นวิกฤตแล้วยังจะไปเลือกเขาอยู่ก็เป็นสิทธิของประชาชนที่เขาอาจจะชอบ อาจจะรักก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่เกิดมา 7 ปี ประชาชนเขาก็รู้ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นเพื่อไทยก็เสนอทางเลือกและโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะนโยบายที่ดีๆ ของเราจะเพื่อออกจากวิกฤตให้ได้ คืนชีวิตใหม่ คืนอนาคตที่ดีให้พี่น้องประชาชน คืนโอกาสที่ดีให้กับลูกหลาน ถ้ากลไกการเลือกตั้งมันปกติ พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิใช้เสียงอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เรามั่นใจว่าเพื่อไทยยังรักษาฐานที่มั่นในภาคเหนือ ภาคอีสานได้” นพ.ชลน่านกล่าว
นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า สิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นเรื่องของอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจการจัดการในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ซึ่งในยุคนี้มีการใช้อำนาจเหล่านี้เกิดขึ้นสูงมาก เปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา ฉะนั้นเราเองต้องไม่ประมาท ทำอย่างไรให้ประชาชนเขารู้และเข้าใจในการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจของการจัดการทุกเรื่องแม้แต่ในเครือข่าย หน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนน การคิดคะแนนต่างๆ เพราะปี 2562 มันบิดเบี้ยวมาตลอด ซึ่งนี่เป็นปัจจัยที่เราห่วงและกังวลเพียงแค่เราจะหามาตรการใดมาปิดกั้นสิ่งเหล่านี้ให้ไม่เกิดขึ้น