ยกเลิกทริปภูเก็ต 30% เซ่นพิษ "โอมิครอน" รัฐคุมเข้ม!
https://www.bangkokbiznews.com/business/979800
นับเป็น 2 สัปดาห์แห่งความท้าทายของภาคท่องเที่ยวไทย! หลังจากรัฐบาลปรับมาตรการคุมเข้ม ป้องกันควบคุมโรคสำหรับสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์ “โอมิครอน” ตามมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ระงับการลงทะเบียนผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรยื่นขอไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) ประเภท Test & Go และแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เป็นการชั่วคราว ยกเว้น “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” และการเข้ามาแบบกักตัว ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2564-4 ม.ค.2565
ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวว่า ประเมินว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่รัฐบาลปรับมาตรการระงับลงทะเบียนฯประเภท Test & Go และแซนด์บ็อกซ์ในพื้นที่อื่นๆ ยกเว้นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ยังดำเนินการได้ ประกอบกับสถานการณ์ในตลาดหลัก “ยุโรป” พบการระบาดซ้ำของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวกังวลเรื่องการล็อกดาวน์และต้องกักตัวขากลับประเทศต้นทาง ส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวของ “ภูเก็ต” ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้าพักในช่วง 2 สัปดาห์ดังกล่าวที่ประมาณ 30%
“อย่างไรก็ตาม พอมีโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มารองรับ พบว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ช่วยลดแรงกดดันของผู้ที่จะเดินทางเข้ามา เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ตช่วงไฮซีซั่น ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป รวมถึงรัสเซียและคาซัคสถานที่ต้องเดินทางเข้าภูเก็ตด้วยรูปแบบแซนด์บ็อกซ์หรือพำนักอย่างน้อย 7 วัน นิยมพำนักระยะยาวอยู่แล้ว แต่จะมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ที่มีการพำนักไม่ถึง 7 วัน เช่น สิงคโปร์ มากกว่า”
สำหรับสถิติการต้อนรับนักท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2564 พบว่ามีนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่เปิดประเทศ 1 พ.ย.-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 110,346 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวประเภท Test & Go จำนวน 76,632 คน เป็นชาวต่างชาติ 73,234 คน และชาวไทย 3,398 คน ส่วนนักท่องเที่ยวประเภทแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 33,422 คน เป็นชาวต่างชาติ 32,878 คน และชาวไทย 544 คน ขณะที่นักท่องเที่ยวประเภทเข้ารับการกักตัว จำนวน 292 คน เป็นชาวต่างชาติ 271 คน และชาวไทย 21 คน
โดยสถิตินักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่เดินทางเข้า จ.ภูเก็ต สูงสุด อันดับ 1 คือ “รัสเซีย” 16,805 คน รองลงมาคือเยอรมนี 11,742 คน อังกฤษ 9,474 คน สวีเดน 6,376 คน และฝรั่งเศส 5,635 คน
และเมื่อดูสถิตินักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 จนถึงวันที่ 27 ธ.ค. มีจำนวนเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 171,028 คน
ภูมิกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้ามีการระงับลงทะเบียนฯยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ที่กำหนด โดยเหตุของการระงับมาจากการระบาดของโอมิครอนภายในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ระบบสาธารณสุขตึงเครียด เช่น อัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงขึ้นหรือมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต้องมีการจัดการเพื่อควบคุมการระบาด แต่ถ้าไม่มีเหตุเหล่านี้ มองว่าภาครัฐอาจไม่จำเป็นต้องระงับการลงทะเบียนฯต่อ อย่างไรก็ตามการกลับมาเปิดระบบฯอีกครั้งต้องอยู่บนพื้นฐานความพร้อมด้วย! ทั้งระบบในการติดตามนักท่องเที่ยวและระบบการแจ้งผลแล็บ
“ถ้าภาครัฐตัดสินใจขยายเวลาระงับการลงทะเบียนฯออกไปอีก มองว่าต้องดูที่เหตุว่าเกิดจากอะไร แต่ถ้าถามว่าภูเก็ตจะเตรียมรับมืออย่างไร ตอนนี้ภูเก็ตก็มีโมเดลแซนด์บ็อกซ์รองรับ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาก่อนกระจายไปสู่ภูมิภาคอื่น”
ด้านสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว “เทศกาลปีใหม่ 2565” ของภูเก็ต สมาคมฯประเมินว่าจะมีอัตราการเข้าพักที่ประมาณ 70% เป็นอัตราเดียวกับตลอดเดือน ธ.ค.นี้ จากโรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการ 40%
ละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า สำหรับภาคการท่องเที่ยวของ “เชียงใหม่” ยังไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักจากการปรับมาตรการระงับการลงทะเบียนฯของ ศบค.ที่ส่งผลต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากมีการกระจายนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯและภูเก็ตมาเชียงใหม่ไม่มาก ประกอบกับตลาดที่หล่อเลี้ยงภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศกว่า 90% และพบการฟื้นตัวชัดเจนหลังจากเข้าสู่ไฮซีซั่นของภาคเหนือ แม้จะมีประเด็นความกังวลเรื่องการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน แต่พบว่า “นักท่องเที่ยวไทยยังมั่นใจ” ไม่ยกเลิกการเดินทาง!
“เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีของภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ แม้จำนวนสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะหมดตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม โดยคาดว่าตลอดเดือน ธ.ค.นี้เชียงใหม่จะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 80% จากโรงแรมที่เปิดให้บริการประมาณ 60% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากอัตราการเข้าพักเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 58%”
ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวเชียงใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2565 สมาคมฯมองว่ายัง “เป็นบวก” แม้ปัจจุบันจะพบการระบาดซ้ำและคลัสเตอร์ใหม่ในเชียงใหม่ โดยในเดือน ม.ค.2565 น่าจะมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 60-70%
“ถ้ารัฐบาลไม่เร่งดำเนินการออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน มองว่าอาจส่งผลกระทบในระยะยาวในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีหน้าซึ่งตรงกับโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่”
สายกินอึ้ง! "บุฟเฟต์" แห่ปรับขึ้นราคาอื้อ อ้างต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม
https://www.nationtv.tv/news/378858520
บรรดาสายกินเช็กด่วน 3 ร้านบุฟเฟต์ดัง แจงปรับขึ้นราคาใหม่ช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเช่นกัน
ภายหลัง “เนื้อหมู” ปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้กิจการร้านอาหารหลายแห่ง เริ่มปรับราคาขึ้นตาม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดังหลายแห่ง ทยอยประกาศให้ลูกค้ารับทราบ ถึงเงื่อนไขการปรับขึ้น
เริ่มจากเพจเฟซบุ๊ก “
Mo-Mo-Paradise (Thailand)” มีประกาศข้อความว่า เรียนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน โม โม พาราไดซ์ ขอเรียนแจ้งปรับราคาใหม่ เนื่องด้วยต้นทุนวัตถุดิบ และต้นทุนทางการดำเนินงานของร้าน ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ พยายามอย่างดีที่สุดที่จะควบคุมราคาการให้บริการ ให้อยู่ระดับเดิมมาโดยตลอด
แต่เพื่อให้คุณภาพของวัตถุดิบ การส่งมอบอาหารและการบริการยังคงเป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเรียนแจ้งปรับราคาชุด All-you-can-eat ใหม่ ราคาชุดผู้ใหญ่จากเดิมราคา 560+ บาท/ท่าน ปรับเป็น 599+ บาท/ท่าน (ราคายังไม่รวมค่าบริการ 10%)
ราคาเด็กที่ความสูง 110 – 140 ซม.จากเดิมราคา 279+ บาท/ท่าน ปรับเป็น 299+ บาท/ท่าน (ราคายังไม่รวมค่าบริการ 10%) ของแบรนด์โม โม พาราไดซ์ ทุกสาขา โดยมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 นี้เป็นต้นไป
“ทางบริษัทฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้าใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงสนับสนุน โม โม พาราไดซ์ ต่อไป เราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานและส่งมอบอาหารและวัตถุดิบคุณภาพที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าครับ”
จากนั้นเพจ “
สุกี้ตี๋น้อย” มีประกาศข้อความว่า
เรียนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน สุกี้ตี๋น้อยขอแจ้งปรับราคาบุฟเฟ่ต์เพิ่ม 20 บาท/ท่าน
ราคาผู้ใหญ่ จาก 199+ บาท เป็น 219+ บาท , ราคาเด็ก จาก 99+ บาท เป็น 109+ บาท เนื่องด้วยต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 สุกี้ตี๋น้อยขอเรียนมาเพื่อทราบ และขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ราคานี้ยังไม่รวมเครื่องดื่มรีฟิลล์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปิดท้ายที่เพจ “
Masaru Shabu & Sushi Buffet” ประกาศว่า
ปรับเปลี่ยนราคาอาหาร และเครื่องดื่ม ตั้งแต่ วันที่ 4 ม.ค.2565
กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน ทางมาซารุ ชาบู และมาซารุ ยากินิกุ ขอแจ้งปรับเปลี่ยนราคา และค่าบริการ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อการคงคุณภาพวัตถุดิบให้อยู่ในระดับพรีเมี่ยม เพื่อคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากทางร้าน
ทางมาซารุ จึงขอปรับเปลี่ยนราคาบุฟเฟต์พร้อมทั้งปรับเพิ่มเมนู เพื่อมอบความคุ้มค่าแก่คุณลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2565 เป็นต้นไป
“สุดท้ายนี้ ทางมาซารุ ชาบู และ มาซารุ ยากินิกุ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนทางร้านอย่างเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้รับการสนับจากคุณลูกค้าต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ”
https://www.facebook.com/ThaiMoMoParadise/posts/10159600806056061
https://www.facebook.com/sukiteenoithailand/posts/3143851849237140
https://www.facebook.com/masaru.shabu/posts/3137009913197426
ชำนาญ ฉะฝ่ายกม.สภา ตีความ บิ๊กตู่ อยู่ยาวได้ถึงปี 70 ยันหน้าที่ศาลรธน.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6807640
ชำนาญ ฉะไม่ใช่หน้าที่สภา ออกหน้าบอก บิ๊กตู่ อยู่ยาวได้ถึงปี 70 แนะทำตามมาตรฐานศาลรัฐธรรมนูญ โยงความผิดย้อนหลังฟัน สิระ พ้นส.ส.
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2564 นาย
ชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นระบุการเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้นับวันโปรดเกล้าฯ วันที่ 9 มิ.ย. 2562 ทำให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนถึงปีพ.ศ. 2570 เพราะใช้กฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษไม่ได้ว่า การออกมาระบุเรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่อะไรของฝ่ายกฎหมายสภา ที่เป็นเหมือนกองนิติกร ในกระทรวง ทบวง กรมเท่านั้น
โดยในข่าวระบุว่า สภามอบให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษารายละเอียดการนับการดำรงตำแหน่งพล.อ.
ประยุทธ์ หากจะทำแบบนั้นต้องมีมติจากสภาก่อน สภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จะไปยุ่งอะไรกับพล.อ.
ประยุทธ์ ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และไม่ได้เป็นส.ส. นี่เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้ตีความ
เมื่อถามว่าความเห็นของฝ่ายกฎหมายสภา ตีความตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ นาย
ชำนาญ กล่าวว่า หากฝ่ายกฎหมายสภา ตีความเช่นนี้ ก็ตั้งข้อเกตเทียบเคียงกับกรณีนาย
สิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง โดยตัดสินโยงความผิดย้อนหลังไปถึงปี 2538 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวางมาตรฐานไว้เช่นนี้ แล้วจะมาวางคำวินิจฉัยของพล.อ.
ประยุทธ์ แตกต่างจากมาตรฐานที่วางไว้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ
JJNY : ยกเลิกทริปภูเก็ต30%เซ่นโอมิครอน│"บุฟเฟต์"แห่ปรับขึ้นราคาอื้อ│ชำนาญฉะฝ่ายกม.สภา│“เซฟ เดอะ ชิลเดรน”ยันจนท.เสียชีวิต
https://www.bangkokbiznews.com/business/979800
นับเป็น 2 สัปดาห์แห่งความท้าทายของภาคท่องเที่ยวไทย! หลังจากรัฐบาลปรับมาตรการคุมเข้ม ป้องกันควบคุมโรคสำหรับสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์ “โอมิครอน” ตามมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา
ระงับการลงทะเบียนผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรยื่นขอไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) ประเภท Test & Go และแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เป็นการชั่วคราว ยกเว้น “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” และการเข้ามาแบบกักตัว ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2564-4 ม.ค.2565
ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต กล่าวว่า ประเมินว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่รัฐบาลปรับมาตรการระงับลงทะเบียนฯประเภท Test & Go และแซนด์บ็อกซ์ในพื้นที่อื่นๆ ยกเว้นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ยังดำเนินการได้ ประกอบกับสถานการณ์ในตลาดหลัก “ยุโรป” พบการระบาดซ้ำของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวกังวลเรื่องการล็อกดาวน์และต้องกักตัวขากลับประเทศต้นทาง ส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวของ “ภูเก็ต” ทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้าพักในช่วง 2 สัปดาห์ดังกล่าวที่ประมาณ 30%
“อย่างไรก็ตาม พอมีโมเดลภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มารองรับ พบว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ช่วยลดแรงกดดันของผู้ที่จะเดินทางเข้ามา เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าภูเก็ตช่วงไฮซีซั่น ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป รวมถึงรัสเซียและคาซัคสถานที่ต้องเดินทางเข้าภูเก็ตด้วยรูปแบบแซนด์บ็อกซ์หรือพำนักอย่างน้อย 7 วัน นิยมพำนักระยะยาวอยู่แล้ว แต่จะมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ที่มีการพำนักไม่ถึง 7 วัน เช่น สิงคโปร์ มากกว่า”
สำหรับสถิติการต้อนรับนักท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2564 พบว่ามีนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่เปิดประเทศ 1 พ.ย.-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 110,346 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวประเภท Test & Go จำนวน 76,632 คน เป็นชาวต่างชาติ 73,234 คน และชาวไทย 3,398 คน ส่วนนักท่องเที่ยวประเภทแซนด์บ็อกซ์ จำนวน 33,422 คน เป็นชาวต่างชาติ 32,878 คน และชาวไทย 544 คน ขณะที่นักท่องเที่ยวประเภทเข้ารับการกักตัว จำนวน 292 คน เป็นชาวต่างชาติ 271 คน และชาวไทย 21 คน
โดยสถิตินักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่เดินทางเข้า จ.ภูเก็ต สูงสุด อันดับ 1 คือ “รัสเซีย” 16,805 คน รองลงมาคือเยอรมนี 11,742 คน อังกฤษ 9,474 คน สวีเดน 6,376 คน และฝรั่งเศส 5,635 คน
และเมื่อดูสถิตินักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564 จนถึงวันที่ 27 ธ.ค. มีจำนวนเดินทางเข้ามาแล้วกว่า 171,028 คน
ภูมิกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้ามีการระงับลงทะเบียนฯยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ที่กำหนด โดยเหตุของการระงับมาจากการระบาดของโอมิครอนภายในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ระบบสาธารณสุขตึงเครียด เช่น อัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงขึ้นหรือมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต้องมีการจัดการเพื่อควบคุมการระบาด แต่ถ้าไม่มีเหตุเหล่านี้ มองว่าภาครัฐอาจไม่จำเป็นต้องระงับการลงทะเบียนฯต่อ อย่างไรก็ตามการกลับมาเปิดระบบฯอีกครั้งต้องอยู่บนพื้นฐานความพร้อมด้วย! ทั้งระบบในการติดตามนักท่องเที่ยวและระบบการแจ้งผลแล็บ
“ถ้าภาครัฐตัดสินใจขยายเวลาระงับการลงทะเบียนฯออกไปอีก มองว่าต้องดูที่เหตุว่าเกิดจากอะไร แต่ถ้าถามว่าภูเก็ตจะเตรียมรับมืออย่างไร ตอนนี้ภูเก็ตก็มีโมเดลแซนด์บ็อกซ์รองรับ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาก่อนกระจายไปสู่ภูมิภาคอื่น”
ด้านสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว “เทศกาลปีใหม่ 2565” ของภูเก็ต สมาคมฯประเมินว่าจะมีอัตราการเข้าพักที่ประมาณ 70% เป็นอัตราเดียวกับตลอดเดือน ธ.ค.นี้ จากโรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการ 40%
ละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) กล่าวว่า สำหรับภาคการท่องเที่ยวของ “เชียงใหม่” ยังไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักจากการปรับมาตรการระงับการลงทะเบียนฯของ ศบค.ที่ส่งผลต่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากมีการกระจายนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯและภูเก็ตมาเชียงใหม่ไม่มาก ประกอบกับตลาดที่หล่อเลี้ยงภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศกว่า 90% และพบการฟื้นตัวชัดเจนหลังจากเข้าสู่ไฮซีซั่นของภาคเหนือ แม้จะมีประเด็นความกังวลเรื่องการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน แต่พบว่า “นักท่องเที่ยวไทยยังมั่นใจ” ไม่ยกเลิกการเดินทาง!
“เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีของภาคท่องเที่ยวเชียงใหม่ แม้จำนวนสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะหมดตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม โดยคาดว่าตลอดเดือน ธ.ค.นี้เชียงใหม่จะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 80% จากโรงแรมที่เปิดให้บริการประมาณ 60% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากอัตราการเข้าพักเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 58%”
ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวเชียงใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2565 สมาคมฯมองว่ายัง “เป็นบวก” แม้ปัจจุบันจะพบการระบาดซ้ำและคลัสเตอร์ใหม่ในเชียงใหม่ โดยในเดือน ม.ค.2565 น่าจะมีอัตราการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 60-70%
“ถ้ารัฐบาลไม่เร่งดำเนินการออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน มองว่าอาจส่งผลกระทบในระยะยาวในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีหน้าซึ่งตรงกับโลว์ซีซั่นของภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่”
สายกินอึ้ง! "บุฟเฟต์" แห่ปรับขึ้นราคาอื้อ อ้างต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม
https://www.nationtv.tv/news/378858520
บรรดาสายกินเช็กด่วน 3 ร้านบุฟเฟต์ดัง แจงปรับขึ้นราคาใหม่ช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้สอดคล้องต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเช่นกัน
ภายหลัง “เนื้อหมู” ปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้กิจการร้านอาหารหลายแห่ง เริ่มปรับราคาขึ้นตาม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดังหลายแห่ง ทยอยประกาศให้ลูกค้ารับทราบ ถึงเงื่อนไขการปรับขึ้น
เริ่มจากเพจเฟซบุ๊ก “Mo-Mo-Paradise (Thailand)” มีประกาศข้อความว่า เรียนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน โม โม พาราไดซ์ ขอเรียนแจ้งปรับราคาใหม่ เนื่องด้วยต้นทุนวัตถุดิบ และต้นทุนทางการดำเนินงานของร้าน ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ พยายามอย่างดีที่สุดที่จะควบคุมราคาการให้บริการ ให้อยู่ระดับเดิมมาโดยตลอด
แต่เพื่อให้คุณภาพของวัตถุดิบ การส่งมอบอาหารและการบริการยังคงเป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขอเรียนแจ้งปรับราคาชุด All-you-can-eat ใหม่ ราคาชุดผู้ใหญ่จากเดิมราคา 560+ บาท/ท่าน ปรับเป็น 599+ บาท/ท่าน (ราคายังไม่รวมค่าบริการ 10%)
ราคาเด็กที่ความสูง 110 – 140 ซม.จากเดิมราคา 279+ บาท/ท่าน ปรับเป็น 299+ บาท/ท่าน (ราคายังไม่รวมค่าบริการ 10%) ของแบรนด์โม โม พาราไดซ์ ทุกสาขา โดยมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 นี้เป็นต้นไป
“ทางบริษัทฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ และขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่เข้าใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงสนับสนุน โม โม พาราไดซ์ ต่อไป เราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานและส่งมอบอาหารและวัตถุดิบคุณภาพที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าครับ”
จากนั้นเพจ “สุกี้ตี๋น้อย” มีประกาศข้อความว่า
เรียนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน สุกี้ตี๋น้อยขอแจ้งปรับราคาบุฟเฟ่ต์เพิ่ม 20 บาท/ท่าน
ราคาผู้ใหญ่ จาก 199+ บาท เป็น 219+ บาท , ราคาเด็ก จาก 99+ บาท เป็น 109+ บาท เนื่องด้วยต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 สุกี้ตี๋น้อยขอเรียนมาเพื่อทราบ และขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ราคานี้ยังไม่รวมเครื่องดื่มรีฟิลล์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปิดท้ายที่เพจ “Masaru Shabu & Sushi Buffet” ประกาศว่า ปรับเปลี่ยนราคาอาหาร และเครื่องดื่ม ตั้งแต่ วันที่ 4 ม.ค.2565
กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน ทางมาซารุ ชาบู และมาซารุ ยากินิกุ ขอแจ้งปรับเปลี่ยนราคา และค่าบริการ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อการคงคุณภาพวัตถุดิบให้อยู่ในระดับพรีเมี่ยม เพื่อคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากทางร้าน
ทางมาซารุ จึงขอปรับเปลี่ยนราคาบุฟเฟต์พร้อมทั้งปรับเพิ่มเมนู เพื่อมอบความคุ้มค่าแก่คุณลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2565 เป็นต้นไป
“สุดท้ายนี้ ทางมาซารุ ชาบู และ มาซารุ ยากินิกุ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนทางร้านอย่างเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้รับการสนับจากคุณลูกค้าต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ”
https://www.facebook.com/ThaiMoMoParadise/posts/10159600806056061
https://www.facebook.com/sukiteenoithailand/posts/3143851849237140
https://www.facebook.com/masaru.shabu/posts/3137009913197426
ชำนาญ ฉะฝ่ายกม.สภา ตีความ บิ๊กตู่ อยู่ยาวได้ถึงปี 70 ยันหน้าที่ศาลรธน.
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6807640
ชำนาญ ฉะไม่ใช่หน้าที่สภา ออกหน้าบอก บิ๊กตู่ อยู่ยาวได้ถึงปี 70 แนะทำตามมาตรฐานศาลรัฐธรรมนูญ โยงความผิดย้อนหลังฟัน สิระ พ้นส.ส.
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2564 นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายกฎหมายสภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นระบุการเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้นับวันโปรดเกล้าฯ วันที่ 9 มิ.ย. 2562 ทำให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนถึงปีพ.ศ. 2570 เพราะใช้กฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษไม่ได้ว่า การออกมาระบุเรื่องดังกล่าว เป็นหน้าที่อะไรของฝ่ายกฎหมายสภา ที่เป็นเหมือนกองนิติกร ในกระทรวง ทบวง กรมเท่านั้น
โดยในข่าวระบุว่า สภามอบให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษารายละเอียดการนับการดำรงตำแหน่งพล.อ.ประยุทธ์ หากจะทำแบบนั้นต้องมีมติจากสภาก่อน สภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จะไปยุ่งอะไรกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และไม่ได้เป็นส.ส. นี่เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้ตีความ
เมื่อถามว่าความเห็นของฝ่ายกฎหมายสภา ตีความตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชำนาญ กล่าวว่า หากฝ่ายกฎหมายสภา ตีความเช่นนี้ ก็ตั้งข้อเกตเทียบเคียงกับกรณีนายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง โดยตัดสินโยงความผิดย้อนหลังไปถึงปี 2538 ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวางมาตรฐานไว้เช่นนี้ แล้วจะมาวางคำวินิจฉัยของพล.อ.ประยุทธ์ แตกต่างจากมาตรฐานที่วางไว้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ