Volleyball world ถามถึง Saeid Marouf มีโอกาสจะกลับมาติดทีมชาติอิหร่านอีกไหม?




อดีตกัปตันมารูฟ ผู้เล่นทีมชาติอิหร่านในตำแหน่ง setter ก็ประกาศอำลาทีมชาติในวัย 36 ปี หลังสิ้นสุดโอลิมปิกที่โตเกียวเช่นกัน หลังจากประกาศอำลาบนหน้าอินสตราแกรมของเขา แฟนๆก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก ถึงแม้พวกเขาจะเข้าใจว่า ในวงการกีฬาจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นสู่รุ่น รุ่นพี่ที่โรยราก็ส่งต่อหน้าที่ให้กับรุ่นน้อง

แต่แฟนอิหร่านบางส่วนก็ยังคิดว่า เขาสามารถเล่นต่อได้อีกสัก 1-2 ปี เพราะตำแหน่งเซตเตอร์ในซุปเปอร์ลีกอิหร่าน มีผู้เล่นอายุมากสุดถึง 43 ปี เลยทีเดียว

แปลข้อความ จากแฟนคลับบางคนได้แสดงความคิดเห็นว่า

“ฉันนึกภาพไม่ออกเลย กับทีมชาติที่ไม่มีมารูฟ “

“เขาน่าจะอยู่ต่อจนจบ ชชอที่ญี่ปุ่น และชชลที่รัสเซีย อย่างน้อยเป็นขวัญกำลังใจให้น้องๆก็ยังดี”

“กลับมาเป็นโค้ชเถอะฮีโร่ของฉัน ถึงไม่ได้เห็นคุณลงเล่น แต่ยังเห็นคุณอยู่กับทีมก็ยังดี”




@@@@

(มาดูเรื่องราวของมารูฟและบทสัมภาษณ์เก่าๆที่เราได้รวบรวมมา)

ซาอิด มารูฟ ดาราวอลเล่ย์บอลทีมชาติอิหร่าน ผู้โด่งดังในวงการกีฬาวอลเล่ย์บอล มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในชีวิตของเขากับเส้นทางนักกีฬาอาชีพ

บ้านเกิดของเขา อูรเมียร์ จ.อาเซอร์ไบจาน ของอิหร่าน เดิมทีครอบครัวของเขาเป็นชาวตุรกี (ที่บ้านก็พูดภาษาตุรกีด้วย) คุณพ่อทำงานธนาคาร (เจ้าหน้าที่ประเมินสินเชื่อ) คุณแม่เป็นแม่บ้าน
มารูฟชื่นชอบวอลเล่ย์บอลมากมาตั้งแต่เด็ก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากคุณลุง คุณอาหรือคุณน้าที่เป็นนักกีฬาและเป็นโค้ช

พ่อของเขาไม่ได้สนับสนุนให้ลูกชายเป็นนักกีฬาอาชีพ เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืน นักกีฬามีเวลาจำกัด และน้อยคนที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ มารูฟเก่งคณิตศาสตร์ เคมี มาก พ่อเลยผลักดันด้านการเรียนทางวิชาการ ส่วนแม่สนับสนุนลูกชายด้านกีฬาเพราะอยากให้ลูกมีความสุขกับสิ่งที่เลือก ลูกชายเลยสนิทกับแม่มากกว่าพ่อ

ด้วยความเก่งกาจ อัจฉริยะในการจ่ายบอลของมารูฟ เขามีส่วนยกระดับทีมชาติอิหร่านขึ้นมาเล่นในระดับโลก และผู้คนในประเทศก็หันมานิยมวอลเล่ย์บอลมากขึ้น จากที่เมื่อก่อน คนอิหร่านจะชอบดูฟุตบอลมากกว่า แต่ตอนนี้วอลเล่ย์บอลก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน




เมื่อมีการแข่งขันในแมตท์นานาชาติที่สนามเตหะราน กับเกมที่อิหร่านลงแข่ง แฟนวอลมาดูเต็มสนามมากถึง 11,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมาก รวมถึงเรตติ้งที่ถ่ายทอดสดทางทีวีก็สูงมากด้วย

ตั้งแต่ปี 2011 ผู้คนเริ่มคลั่งไคล้วอลเลย์บอล และในทุกเมือง บัตรวอลเลย์บอลทั้งหมดถูกขาย และในบางเกม แฟน ๆ จะมาที่ห้องโถง 4 ชั่วโมงก่อนเกม ด้วยความเฉลียวฉลาดของนักวอลเลย์บอลชาวอิหร่านรุ่นนี้ ผู้คนต่างตกหลุมรักกีฬาชนิดนี้ แม้แต่ผู้สูงอายุในอิหร่านก็รู้จักทีมชาติรุ่นนี้ ชาวอิหร่านติดตามไปเชียร์พวกเขาที่ตปทด้วย

ชื่อของ Marouf มีความหมายเหมือนกันกับความสำเร็จของทีมชายอิหร่านในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความสามารถของเขาในการยกระดับเพื่อนร่วมทีมของเขาทำให้เขาแตกต่างและผลงานทางสถิติที่โดดเด่นของเขาในฐานะผู้เล่นหลักช่วยให้นักตบวัย 35 ปีถ่ายทอดแรงบันดาลใจและความหลงใหลให้กับเพื่อนร่วมทีมของเขา และเด็กๆรุ่นใหม่เป็นอย่างดี

“มีผู้เล่นหลายคนในทีมที่ผมเล่นด้วยมา 15 ปีแล้ว และยังมีผู้เล่นหน้าใหม่และดาวรุ่งที่เก่งและมีความสามารถเพิ่มขึ้นมาด้วย” มารูฟกล่าว




มารูฟตื่นเต้นมาก เขาตั้งตารอที่จะได้เล่นโอลิมปิกเกมส์ที่โตเกียวและร่วมงานกับโค้ชชาวรัสเซีย วลาดิมีร์ อเล็กโน

“หลังจากสองปีที่ไม่มีวอลเลย์บอล นี่เป็นทัวร์นาเมนต์แรกของเรากับทีมชาติ เรากำลังตั้งตารอการแข่งขันที่นี่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโตเกียว ซึ่งสำคัญมากสำหรับเรา เพราะมันจะเป็นโอลิมปิกครั้งที่สองของเราติดต่อกัน”

“เรามีโค้ชคนใหม่ที่ทำงานกับเรามาเกือบสองเดือนแล้ว ดังนั้นเราจึงทำความรู้จักกันมากขึ้น เราต้องการทราบจุดแข็งและจุดอ่อนของเราที่นี่ จากนั้นเรามีเวลาสามสัปดาห์ในการทำงานร่วมกันก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก” มารูฟให้สัมภาษณ์กับสื่อ

“อเล็กโนทำให้เรามั่นใจและเรามีความสุขมากที่เขาอยู่กับเรา มุมมองของเขาเกี่ยวกับวอลเลย์บอลคือการปล่อยให้ผู้เล่น เล่นอย่างอิสระ และผมคิดว่าด้วยความมั่นใจของเขาในตัวเรา เราจะมีอนาคตที่ดีสำหรับผู้เล่นรุ่นต่อไป” Marouf กล่าวสรุป

ในโอลิมปิกที่โตเกียว เขาหวังเหรียญมาก เขาเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อนร่วมทีม โค้ช เสมอว่าทีมสามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่เมื่อทีมอิหร่านไม่สามารถไปถึงได้ตามที่คาดหวัง นี่อาจเป็นส่วนนึงที่ทำให้เขาหมดแพรชชั่นกับทีมชาติ และประกาศอำลาในวัย 36 ปี (คาดหวังไว้สูงมากก็คงผิดหวังมาก)




ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า อยากเล่นวอลเล่ย์บอลกับทีมชาติให้นานที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายของเขาจะอนุญาต

“ผมไม่คิดเลยว่าจะเลิกเล่นวอลเลย์บอลเมื่อไหร่ และจะบอกลาตอนอายุเท่าไหร่”

“ผมไม่ชอบที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผมคือการเล่นตราบเท่าที่ผมมีประโยชน์ ถ้ามีโอกาสหลังเกษียณผมอยากทำงานเป็นโค้ช”




หลังจากที่เขาประกาศรีไทร์ในทีมชาติ เขาได้รับการติดต่อมากมาย ทั้งสื่อ ทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่เขายังไม่มีความพร้อมที่จะออกมาพูดใดๆทั้งสิ้น

หลังจบโอลิมปิกที่โตเกียว เขาไม่ได้บินกลับอิหร่านพร้อมเพื่อนๆ เขาบินตรงไปที่อเมริกา เขามีบ้านอยู่ที่นั้น และมีเพื่อนสนิทที่แคลิฟอร์เนีย (พร้อมกับข่าวลือที่ว่าเขาน่าจะมีแฟนอยู่ที่นั่นด้วย)

“ผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในสนามวอลเล่ย์บอล และเมื่อผมมีเวลาว่าง  ผมชอบพักผ่อนเงียบๆที่บ้าน ชอบเล่นฟุตบอลกับ PlayStation ผมยังชอบอ่านหนังสือปรัชญาด้วย แต่ผมไม่มีนักปรัชญาคนใดในใจที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ผมแค่ต้องการอ่านเพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติม วันหยุดของเรามักจะไม่นาน แต่ถ้าในช่วงพักร้อน ผมชอบที่จะใช้เวลาช่วงเหล่านี้ในสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในแคลิฟอร์เนีย” มารูฟกล่าว




นอกจากสื่อหลายสำนักที่ติดต่อขอสัมภาษณ์แล้วยังมีสโมสรมากมายทั้งในและต่างประเทศติดต่อขอร่วมงานกับเขาด้วย ทั้งเสนอตำแหน่ง ครูผู้ฝึกสอน โค้ช แม้กระทั่งผู้จัดการทีม

สมาคมวอลเล่ย์บอลอเมริกา ก็สนใจในตัวมารูฟเช่นกัน อยากให้มาเป็นโค้ชในชุดเยาวชนทีมชายของอเมริกา รวมถึงสโมสรดังจากเมืองจีนด้วย ซึ่งที่จีน เสนอค่าตัวให้มารูฟมาเป็นครูผู้สอนในราคาที่สูงมาก(มารูฟได้รับความนิยมมากในประเทศจีน)




ซึ่งเมื่อหลายปีก่อน มารูฟก็ได้รับข้อเสนอที่ดีกับลีกรัสเซีย โดยได้รับค่าจ้างถึง 1 ล้านยูโร สูงที่สุดของนักกีฬาวอลเล่ย์บอลอิหร่าน มูลค่าตัวของมารูฟ เป็นรองแค่ ซาร์ดาร์ อัซมูน นักฟุตบอลชื่อดังอิหร่านที่เล่นลีกที่ประเทศ รัสเซีย

เขาเล่าถึงก่อนไปเล่นที่คาซานว่า

“ตอนนี้ผมไม่รู้อะไรเลย และมีเพียงข้อมูลสั้นๆ ที่ได้รับจากซาร์ดาร์ อัซมูน ผู้เล่นของทีมฟุตบอลรูบิน คาซาน ผมรู้จักพ่อของเขา (คาลิล อัซมูน) มาประมาณ 10 ปีแล้ว และเขาเป็นโค้ชวอลเลย์บอลที่มีชื่อเสียง ผมคุยกับซาร์ดาร์ทางโทรศัพท์สามครั้งและหวังว่าเขาจะช่วยผมในคาซาน ผมกำลังรอให้เอเชียนคัพจบลงที่ออสเตรเลีย และให้ซาร์ดาร์กลับไปรัสเซีย เพื่อที่ผมจะได้คุยกับเขาอีกครั้ง”

“ผมรู้จักสมาชิกในทีมเกือบทุกคนเพราะเราเคยเล่นกับทีมชาติรัสเซียมาหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เซนิตเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่มีโค้ชที่มีชื่อเสียง เป็นเรื่องดีที่ Matt Anderson ถูกเพิ่มเข้ามาในทีมและมีประโยชน์มากสำหรับทีมใน Champions League”





เขาเล่าถึงความทรงจำในคาซานว่า
มีความสุขมากที่ได้เล่นกับทีมนี้ และได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนๆ แฟนรัสเซีย เรียกเขาว่า “เคราวิเศษ” เพราะเขามีความคล้ายคลึงกับ "วาดิม คามุทสกี" ปัสเซอร์ อดีตกัปตันทีมชาติรัสเซีย แม้ว่าเขาจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอิหร่านกับสนาม, คาเลห์ และวารามิน เขายังไม่ได้เล่นในต่างประเทศเลย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะทนต่อความหนาวเย็นของรัสเซีย

ภาพถ่ายของการออกกำลังกายที่มีชื่อเสียงครั้งแรกกับ Zenit ที่ถ่ายกับ "Alexei Spirdonov" ทำให้สมาชิกของหน้าโซเชียลของชาตินิยมรัสเซียนี้เพิ่มขึ้น 970 คนและผู้ติดตาม Instagram ที่มีชื่อเสียงถึง 190,000 คน! เว็บไซต์ Zenith Club เต็มไปด้วยข้อความภาษาเปอร์เซีย

“ชีวิตในรัสเซียนั้นลำบากเพราะอากาศหนาวจัด” Marouf กล่าวถึงประสบการณ์ในต่างประเทศครั้งที่สองของเขาหลังจากมาถึงรัสเซีย

“ ผมเข้าร่วมสโมสรที่มีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมของโลกอยู่ในรายชื่อและผมได้รับประสบการณ์มากมายจากการปรากฏตัวนี้ ดีที่สุดในโลกอยู่ในทีมนั้นและทีมของเราก็ติด 1 ใน 4 ทีมชั้นนำของโลกและผมได้เรียนรู้อะไรมากมายในทุกวัน “





ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของ Marouf คือความเฉลียวฉลาดของเขา ... เขาฉลาดมาก ไม่ใช่แค่ในวอลเลย์บอลแต่ในชีวิตด้วย และเขาได้อุทิศชีวิตให้กับวอลเลย์บอลมาทั้งชีวิต

บุคลิกของเขาก็โด่งดังมากด้วย แฟนๆอิหร่าน เรียกเขาว่า เจ้าชายแห่งวอลเล่ย์บอล ความสุขุมและเงียบสงบของเขาทำให้เขามีเสน่ห์

ในวงการวอลเล่ย์บอลเขาวางตัวได้ดีมาก ไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา รุ่นน้องในทีมชาติก็เคารพและนับถือเขาทุกคน แม้แต่ประธานสหพันธ์อิหร่าน และผู้ใหญ่ในสมาคมยังเกรงใจมารูฟ

บางครั้งสื่ออิหร่านก็มักจะโจมตีเขาเช่นกัน และกล่าวว่า เขามีความหยิ่งทะนงและดูหมิ่นสื่อ ไม่ยอมให้สัมภาษณ์

ซึ่งเขาก็ได้ออกมาตอบโต้ในประเด็นนี้ว่า

“ผมให้สัมภาษณ์เมื่อใดที่ผมพร้อมที่พูด แต่บ่อยครั้งกับคำถามของสื่อที่ผมไม่อยากตอบ ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิของเรา ที่เราไม่อยากจะตอบกับบางคำถามนั้น”






ตอนนี้ ผู้เล่นดาวรุ่งของทีมอิหร่านตัวหลักๆเจ็บยกชุด ตั้งแต่ ตำแหน่ง OH OPP SETTER MB มีความเป็นไปได้สูงที่สหพันธ์จะต้องเรียกรุ่นพี่ตัวเก๋าอย่าง มารูฟ กลับมาช่วยอย่างแน่นอน เพราะหากจะปั้นเด็กๆชุดเยาวชนตอนนี้ น่าจะยาก ต้องมาดูกันว่า หากมารูฟได้รับคำเชิญขอความช่วยเหลือจากทางสหพันธ์ เขาจะอยากกลับมาไหม ซึ่งแฟนอิหร่านก็เฝ้ารอคอยกันต่อไป

บทส่งท้าย

มารูฟ อยู่ในทีมชาติ คือทำงานหนักมาก หากใครได้ติดตามทีมชาติอิหร่านจะเห็นได้ชัดเลยว่า เขาทุ่มเท ทั้งทำหน้าที่เป็นผู้เล่นในสนาม ดูแลน้องๆในทีม คอยแก้ปัญหาต่างๆ ในทีม ในแต่ละเกมยังต้องทำหน้าที่เป็นโค้ช คอยคุยกับกรรมการ ชี้แจง อธิบาย แบกรับความเครียดและความกดดัน แต่เขาก็ไม่เคยออกมาพูดถึงความลำบาก ขนาดนั่น เพราะมันคือหน้าที่

แม้แต่ประเด็นที่หลายคนที่มองว่าเขาแกล้งเจ็บในสนามเพื่อเบรคเกม เพราะแฟนอิหร่านคาดหวังสูงกับนักกีฬาว่าต้องชนะ ต้องคว้าเหรียญมาให้ได้ ความเครียดและความกดดันของนักกีฬามันเกิดขึ้นได้ในสนาม เมื่ออยู่ในเกมที่กดดันอาการบาดเจ็บเล็กน้อยๆ เช่น อาการปวดมวนท้อง ขาสั่น มือสั่น อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับนักกีฬาทุกคน บางคนก็อดกลั้นไว้ไม่แสดงออกมา หรือผู้เล่นบางคนล้มลงแล้วลุกขึ้นช้า ในมุมของผู้ชม ก็อาจมองได้ว่า นักกีฬาเสแสร้งแกล้งเจ็บ ซึ่งเป็นมุมมองแบบนานาจิตตัง


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่