เที่ยวไปตามใจฉัน

หลังจากกลับจากการเที่ยว ครั้งหลังสุด วันๆก็นั่งอยู่หน้าจอคอม หาที่เที่ยวไปเรื่อย ที่โน่นก็อยากไป ที่นี่ก็อยากไป โอ๊ยยยย อยากไปทุกที่เลย แต่ไปไหนดีล่ะ ไปกับใคร 
ชวนน้าไปเชียงราย เที่ยวไร่ชา เช็คค่าตั๋วเครื่องบิน เช็คราคาที่พักกับวันว่างเรียบร้อย เช็ครถเช่า โทรไปถามประมาณสามสี่ที่ในเมือง (เสียใจค่ะ รถหมด)
มีของบริษัทใหญ่ รถเครื่องพันสอง ราคาวันละเกือบพันเจ็ด แหะๆ ไม่สู้ราคาค่ะ 
พี่สาวไลน์มาถามสนใจ liveaboard ไหม ตอบแบบไม่ลังเลเลยค่ะ  ราคาเท่าไร กี่วัน  เหมือนว่าจะได้ทริปนี้แน่ล่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปอีกล่ะ
หาต่อไป
แล้วที่เที่ยวที่อยากไปมานานล่ะ ผ่านไปผ่านมาไม่ได้เที่ยวสักที อุทยานภูหินร่องกล้า(อยากไปลานหินปุ่ม) เริ่มหาล่ะค่ะขับรถกี่ชั่วโมง พักที่ไหน แล้วจะไปที่ไหนต่อ เริ่มวางแผนวันจันทร์ จะออกเช้าวันอังคารเลยก็ไม่รู้รออะไร 555 
วันพุธที่ 15 ออกจากบ้านเก้าโมงเช้า ไปนอนนครไทย (ไม่ได้พักที่อุทยานบ้านบนนั้นพันสอง และช่วงที่จะมาเข้าเวปของอุทยานจองบ้านพักไม่ได้ด้วย)  ถึงพิษณุโลกบ่ายโมงกว่าๆ กินข้าว เติมน้ำมัน  ไม่ได้จองที่พักล่วงหน้านะคะ แค่ดูไว้ และโทรถามว่ามีห้องว่างไหม ถึงที่พักก็เกือบๆบ่ายสาม ราคา 450.-


สุกี้ที่ปั๊มน้ำมัน เค้กเจ็ดสิบเอ็ด กะเพราก็ที่รีสอร์ท (มีร้านอาหาร) ห้องใหม่ กว้าง สะอาด ห่างจากอุทยานประมาณ 30กิโล

วันที่ 16 ธค. อาหารเช้าก็ของเมื่อวานซื้อไว้ ตั้งใจว่าจะไปถึงอุทยานเช้าหน่อยแต่ก็ไม่รีบ(ตื่น) ถึงอุทยานก่อนแปดโมงค่ะ อากาศกำลังดี (เราว่าไม่หนาว ไม่ใส่เสื้อหนาวค่ะ เพราะเดี๋ยวเดินจะต้องร้อนแน่ๆ) จ่ายค่าเข้าอุทยานแล้วก็จอดที่ลานหินแตกค่ะ ลงไปสำรวจเฉยๆ ยังไม่เดิน ไปลานหินปุ่มก่อน


ลืมซื้อถ่านรีโมท ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีตั้งกล้องมือถือ ตั้งเวลาถ่ายสิบวิ
อันนี้คือที่ตั้งกล้องค่ะ

ถ่ายรูปอยุ่ที่นี่เกือบครึ่งชั่วโมง มีน้องเดินมาสองคนน้องผู้หญิงไม่กล้าเดินเข้ามาบางช่วง น้องผู้ชายเดินมาเลยรบกวนน้องให้ถ่ายรูปตรงมุมนี้ให้พี่ที่(เราก็ใช้แทนตัวว่าพี่หมดนะคะ ไม่ว่าน้องจะอายุน้อยกว่าเยอะหรือไม่ ยิ้ม  จะได้ไม่อายุมากเกินไป555) ถ่ายเองไม่ได้ค่ะ วิ่งไม่ทัน

จากตรงนี้ก็ไปต่อค่ะ ผาชูธง เดินสบายๆ เรื่อยๆค่ะ  แต่มีเหนื่อยบ่อยอยู่

เริ่มเดินจากแปดโมงหน่อยๆ กลับออกมาก็สิบครึ่งล่ะ เดินไปกลับก็รวมๆสี่กิโลได้  แวะร้านค้าของอุทยานกินข้าวค่ะ มื้อไหนไม่รู้เช้าก็ไม่ใช่กินไปแล้วหน่อยเที่ยงก็เร็วไป แต่ก็กินล่ะค่ะ เดี๋ยวหมดแรง สั่งข้าวผัดไป  ไปเดินลานหินแตกค่ะ เริ่มตอนสิบเอ็ดโมงแดดจ้ามาก 

ขอบอกค่ะ ตอนเข้าไปก็มีป้ายบอกนะคะ จุดชมวิว แต่เดินกลับแหะๆ เดินวนไปวนมา เดินไปหินก้อนโน้น เอ้าไม่มีทางเดิน เดินกลับมาใหม่ หาป้ายไม่เจอหมุนไปหมุนมา สรุป เหนื่อยค่ะ ร้อนแดดแรง ขากลับนี่มีพักหลายช่วง ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมง ออกจากอุทยานมาเที่ยงกว่าๆค่ะ คิดไว้เมื่อคืนว่าจะไปลำปางต่อ (ดูที่พักระหว่างทางก็ตั้งแต่อุตรดิตถ์ แล้วก็แพร่ ดูเวลาถ้าถึงลำปางไม่เย็นมากก็มาลำปางเลย)  คืนนี้นอนตัวเมืองลำปางค่ะ เช้าอีกวันจะไปแจ้ซ้อน ที่พักสี่ร้อย ตอนวนหาที่พักเห็นโฮมโปรเข้าไปไม่ทัน จ่ายค่าห้องเสร็จก็มาโฮมโปรค่ะ ต้องซื้อถ่านรีโมท(ถ่านกระดุม CR1632) แล้วก็แวะkfc ซื้อไปกินที่ห้อง(กินไม่หมดอีกแล้ว ต่อมื้อเช้า ไม่รู้ว่าประหยัดหรือว่างกนะคะเนี่ย) 
กลับเข้าห้องกินเสร็จก็นั่งดูว่าวันต่อไปจะไปนอนที่ไหน หลังจากเที่ยว ที่เที่ยวมองไว้แล้ว รูปห้องคืนนี้ไม่มีนะคะ ห้องธรรมดา ไม่ค่อยใหม่ 

วันที่ 17 ตื่นมาเหมือนปวดหัว กินอาหารเช้า (ไก่เมื่อคืนนักเก็ตห้าชิ้น) กินยา ออกมาเจ็ดโมงกว่าไป (เมื่อคืนอารมณ์ดูรูปที่พักแล้วอยากนอนเลยส่งไลน์จองที่พักไว้ล่วงหน้า) ตอนแรกตั้งแผนที่ไปอุทยาถ้ำผาไท แต่ตั้งใจไปหล่มภูเขียวนะคะ  ผ่านถ่ายรูปถือว่าเที่ยวแล้ว แล้วก็วนเข้าไปดูหน่อย (เราไม่ชอบเที่ยวถ้ำค่ะ)

ไปต่อค่ะ หลุ่มภูเขียว จากตัวเมืองมาที่นี่ก็ชั่วโมงกว่าค่ะ แวะโน่นนี่ก็รวมๆเกือบสองชั่วโมง  (ระหว่างทางเห็นป้ายทาง บอกไปเชียงรายอีกร้อยกว่าโล ไปเชียงรายต่อน่าสน แต่ก็ยังไม่ได้ดูค่ะ ว่าไปที่ไหนต่อนอนตรงไหน) ตอนจองที่แจ้ซ้อนไว้เพราะกะไปเชียงใหม่ต่อ ดูไว้คร่าวๆ
ทางเข้าไปภูหล่มเขียว จากหมู่บ้านเจ้าไปประมาณห้าโลค่ะ ทางเล็กๆ ทางบางช่วงก็เป็นลูกรัง บางช่วงก็เป็นหลุม ค่อยๆไปค่ะ เข้าไปแล้วไม่ผิดหวัง น้ำสีฟ้าสวยมาก  ถ่ายกี่รูปกี่รูปก็วิวเดิม วิวนี้เราจอง (ตอนเข้าไป ยังไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นนะคะ เจอสวนกันตอนเดินออกมาแล้ว สองคน)

blue lake  เดินหอบเหมือนกัน เพี้ยนขำหนักมากตามวัย เอ๊ยตามขั้นบันไดค่ะ ขึ้น ลง 



ทางเข้าบางช่วงค่ะ (ใช้แอปตัดต่อรูปภาพ มีคำใส่มาให้ด้วย) จอด ถ่ายจากบนรถนะคะ ระยะสั้นๆค่ะ ที่ทางไม่ดี

ไปอุทยานแจ้ซ้อนต่อค่ะ  ระหว่างทางว่าจะแวะกินข้าวเที่ยง ร้านที่มองไว้ก็ขับเลย  เหมือนเดิมค่ะ รวดเร็ว เจ็ดสิบเอ็ด ครัวซองค์เบคอน แก้ขัดไปก่อน 

ถึงอุทยานแจ้ซ้อนก็เที่ยงกว่าๆ เดินตรงลานน้ำพุร้อนแป๊ปนึง

เห็นทางเดินไปน้ำตก (บอกห้าร้อยเมตร)  ต้องเดินขึ้นเนิน ไม่ไหวค่ะเดินวนกลับไปว่าจะหาข้าวกินก่อนไปถึงจะสั่งข้าวกะเพรา เจ้าของร้านบอกมีแต่เป็นกับข้าวค่ะ(ไม่ทำราดข้าว ก็ไม่ได้สั่งค่ะคิดว่ากินไม่หมด) เดินไปถามเจ้าหน้าที่ว่าที่ว่าน้ำตกไกลจากที่จอดรถมากไหม (ประมาณสองร้อยเมตร)

น้ำตกแจ้ซ้อนค่ะ

ชั้นที่หนึ่งสองร้อยเมตรค่ะ 

สวยมะ จากที่ว่าจะเดินแค่ชั้นล่างๆ ไปต่อค่ะ ชั้นที่สอง

มองลงไป


ว่าจะพอล่ะ เริ่มเหนื่อย แต่มองขึ้นไปอ่ะ เอาน่าอีกชั้น สวยจนลืมเหนื่อย(ไม่ใช่ล่ะ เริ่มหอบ นั่งพักอยู่ตรงชั้นสามเกือบสิบนาที)




มาถึงจนได้ค่ะ ชั้นที่หก


ลองเดินต่อไปค่ะ เป็นป่าล่ะ เดินไปได้ประมาณร้อยเมตรก็เดินกลับล่ะ

ออกมาจากน้ำตกก็สองโมงกว่าล่ะ มาที่พักค่ะ ที่พักนี้มีอาหารเช้านะคะ   จากอารมณ์ชั่ววูบในการอยากนอนที่นี่ นอนฟังเสียงน้ำ ค่ำนอนดูดาว (เสียดายตอนที่มีฝนดาวตก ยังไม่ได้คิดเรื่องเที่ยว ไม่งั้นคงได้นอนดูดาวทั้งคืน) 
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เป็นเต็นท์ที่อยู่ในเพิง มีห้องน้ำในตัว นั่งเล่นเอื่อยเฉื่อยค่ะ แต่มาถึงบ่ายกว่าๆ แดดเข้าด้านหน้าเต็มๆ ต้องเดินไปนั่งอีกฝั่งทางร้านอาหาร รอแดดร่ม 
ด้านหน้า ทางเข้า


ด้านหลัง

วิวนี้ค่ะ

อาหารเที่ยง(บ่ายสอง) อาหารเย็นก็ที่นี่เลยค่ะ

ถนนเส้นที่วิ่งวันนี้ก็ขึ้นเขา ลงเขา เลี้ยวไปเลี้ยวมา 
 
พรุ่งนี้เดินทางต่อ แต่คงออกสายๆ รอเก็บบรรยากาศตอนเช้าๆก่อน  ย้อนกลับทางเดิม จากที่ตั้งใจจะไปเชียงใหม่ (ไร่สตอเบอรี่ โทรไปไม่รับสาย แล้วก็ข่าวโควิดอีก)  ค่อยมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ ยังไม่รู้จะว่าจะไปที่ไหน
นอนก่อนล่ อากาศเย็นเริ่มหนาว ตอนนี้ 22 องศา

สวัสดีค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่