ครั้งแรกของฉัน ณ สุโขทัย ประทับใจ ไม่ลืม

นี่เป็นกระทู้แรก อยากเพียงบันทึกเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นในทริปนี้ แบ่งปันบอกเล่า เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังจะเดินทางไปที่นี่
หากผิดพลาดใดๆ ขออภัยด้วยนะคะ 
..
การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะว่าอยากลองทำอะไรออกนอกกรอบความคิดเดิมๆ ดูบ้าง เดินทางไกลๆ คนเดียว รถทัวร์ วัด สถานที่เก่าๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ด้วยเวลาว่างแค่ เสาร์ และอาทิตย์ 
ไม่คิดนานเลย 1 เดือนหาข้อมูล จอง รร ใช้เที่ยวด้วยกันได้ด้วย ^^ จองรถทัวร์ เตรียมแพคกระเป๋า .... Let's go .....

.
.

ทริปนี้จองรถทัวร์ของ บ.วินทัวร์ นะคะ เป็นแบบ VIP ราคา 395 บาท ขึ้นที่หมอชิต 2 เนื่องจากเป็นช่วงโควิด รอบรถจะค่อนข้างน้อย เราออกจาก กทม คืนวันศุกร์ ได้รอบรถเที่ยวสุดท้าย 21.00 น. ไปถึง บขส สุโขทัย ประมาณ ตี 4 
..

บนรถนะคะ สะอาด นั่งสบาย มีน้ำ ขนม มีผ้าห่ม อ้อ .. ที่ตั๋วจะมีคูปองอาหาร 20 บาท เราสามารถนำมาแลกอาหาร หรือ น้ำดื่ม นม น้ำผลไม้ ตรงจุดแวะพักที่รถทัวร์จอดให้เราเข้าห้องน้ำได้นะคะ
บนรถเราได้นั่งคู่กับคนพื้นที่พอดีก็เลยแอบถามเรื่องรถที่จะต่อ จาก บขส ไป อุทยาน พี่เค้าบอกต้องนั่งรอ 6.00 น 
พอลงรถทัวร์ พี่เค้าก็นั่งรอเป็นเพื่อนจนถึงตีห้า (คงสงสารเห็นเป็นผู้หญิงคนเดียว ฮ่า ๆๆ)  แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราประทับใจในความมีน้ำใจของคนจังหวัดนี้ .. ^^ 
..
หลังจากแยกกับพี่ที่นั่งรอเป็นเพื่อน เราก็ไปล้างหน้า แปรงฟันในห้องน้ำ แล้วมานั่งรอด้านหน้า บขส ซึ่งสอบถามจาก จนท เค้าบอกว่าจะมีรถตู้มาประมาณ 6.00 น. สามารถนั่งไปลงหน้าอุทยานได้ 
..
ระหว่างนั้นก็มีคุณลุงใจดีท่านนึงมาถามว่า หนูจะไปไหน รอรถอะไร ลุงบอกว่าลุงขับรถสองแถวเหมา แต่ลุงไม่เอ่ยปากชวนให้เราจ้างแกเลยนะะะ 
กลับเล่าประวัติ เล่าถึงจังหวัดนี้ ชวนคุยเรื่องโควิด เศรษฐกิจ บลาๆๆๆๆ ^^
..

คุณลุงใจดี .. ชื่อว่าลุงทิ้งค่ะ นี่เป็นบริเวณด้านหน้า บขส ที่เรานั่งคุยกัน คุยกับลุงอยู่สักพัก เราเลยถามว่าลุงว่า..ปกติถ้าเหมารถลุงไปอุทยานลุงคิดกี่บาท
ลุงบอกว่า 200 แต่ถ้าหนูไปลุงคิด 150 บาท เราเลยตกลงไปกับลุงเพราะเราอยากไปเก็บภาพตอนพระอาทิตย์ขึ้น
ระหว่างนั่งรถไปลุงก็ชวนคุย ชี้ให้ดูว่าตรงนี้คืออะไร บอกให้เรามาไหว้ศาลพ่อปู่ผาดำ , โรงแรม ที่หนูจองใว้อยู่ซอยนี้นะะ ลุงชี้บอกทาง
จองรถทัวร์ขากลับรีบมาจองตรงนี้นะะ รอขึ้นที่นี่ได้เลย หนูจะได้ไม่ต้องเหมารถไปบขส อีก คือบอกทุกอย่าง
ลุงน่ารักมากจริงๆๆ ^^ 
..
มาถึงตรงบริเวณใกล้ๆอุทยานจะมีวัดนึงนะคะ ชื่อวัดตระพังทอง ตรงนี้จะมีตักบาตรสะพานบุญ คือมีพระมาบิณฑบาตรตรงสะพานทุกวันพระ 
และความโชคดีของเราคือวันนั้นเป็นวันพระพอดีเลยมีโอกาสได้ตักบาตรด้วย อิ่มบุญ สุขใจ ..


เป็นการตักบาตรอาหารแห้งนะคะ จะมีหลายร้านขายของสำหรับตักบาตรอยู่ด้านหน้าวัดเลยค่ะ มีตะกร้าให้ยืมด้วย
ขอบันทึกอีกหนึ่งความประทับใจเกี่ยวกับดอกบัวในตะกร้า ^^
" ชาย หญิง คู่นึง เราไปนั่งข้างๆ เค้า และพยายามจะถ่ายภาพนี้ เค้าเอาดอกบัวมาวางในตะกร้าแล้วบอกเราว่าแบบนี้น่าจะสวยกว่านะคะ " ^^ 
ใช่นะะ มันดูสวยกว่าตอนไม่มีดอกบัวจริงๆๆ
เราขอบคุณเค้าแล้วในวันนั้น แต่อยากขอบคุณอีกครั้งง ^^ ตรงนี้  " ขอบคุณนะคะ " ^.^
..
เราไปคนเดียวเต็มไปด้วยความกังวลในใจมากมาย แต่มันหายไปหมดเลยตั้งแต่เราก้าวเท้าขึ้นรถทัวร์  ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลยย
การเที่ยวคนเดียวไม่ได้น่ากลัวแบบที่เราคิด ทุกคนที่เราเจอเป็นมิตรมาก ใจดีมากกก และเรากลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมรอยยิ้ม ยังยิ้มทุกครั้งที่นึกถึง

และแล้วก็ได้เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นแบบที่ตั้งใจ .... ^^

มุมพระอาทิตย์ขึ้นมุมนี้ถ่ายจากด้านในวัดตระพังทองนะคะ 

วัดตระพังทอง จะมีรอยพระพุทธบาท และ เจดีย์กลางน้ำ เช้าๆ จะดู สงบ ร่มเย็นมากค่ะ
..
ออกจากวัดตระพังทอง เราเดินมาซื้อตั๋วเข้าอุทยาน คนไทย 30 บาทอยู่ได้ทั้งวันนะคะ เข้าออกกี่รอบกี่ได้  รวมค่านำเข้าจักรยานแล้ว
โดยร้านเช่าจักรยานก็จะอยู่ตรงด้านหน้าอุทยานเลยค่ะ มี 2 ร้าน 
เราเช่าร้าน อ อ่าง นะคะ พี่เจ้าของร้านน่ารักมากกก อีกแล้วววว ฮ่าๆๆ (ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด แต่เราประทับใจพี่เค้าจริงๆน๊าา)
ค่าเช่าจักรยานวันละ 30 บาท คืนตอน 18.00 น. นะคะ เราเช่า 2 วันเลย เนื่องจากโรงแรมค่อนข้างไกลหากเดิน จึงเช่าเพิ่มเป็น 2 วันเลยค่ะ
.
.
เข้ามาด้านในอุทยานกันนะคะ 
แวะกราบพ่อขุนรามคำแหง จากนั้นเดินวนในวัดมหาธาตุ เพลินจนถึง 11.00 น. เลยค่ะ 


ในวัดมหาธาตุรูปจะเยอะหน่อยนะคะ ชอบอะไรที่เป็นแบบนี้ค่ะ ^^

ท้องร้องว่าหิวแล้ว มาถึงสุโขทัยก็ต้องชิมก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสิเนอะะ

ลุงทิ้งบอกว่าอร่อย ละก็อร่อยจริงๆค่ะ ไม่ต้องปรุง
ร้านนี้อยู่ไกล้ๆกับ 7-11 ตรงข้ามกับหน้าวัดตระพังทอง แต่จำชื่อร้านไม่ได้นะคะ
..
พออิ่มก็ไปต่อกันที่วัดศรีชุม ค่ะ ที่นี่ จะต้องซื้อบัตรเข้าอีก 1 ใบนะคะ แยกกัน แต่เข้าได้ทั้งวันเช่นกัน เราปั่นจักรยานจากอุทยานมา ไม่ไกลเท่าไหร่
ปั่นมาเรื่อยๆ สนุกดี อากาศเย็นสบายไม่ร้อนค่ะ

และด้านล่างนี้ คือ พระพุทธอจนะ มีอายุกว่า 700 ปี เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์ สวยงามมากจริงๆค่ะ 

หลังออกจากวัดแวะไป check in ที่โรงแรม เราพักที่ เลอชาร์ม แต่ไม่ได้เก็บภาพที่โรงแรมเลย เพราะใช้เวลาส่วนใหญ๋ที่อุทยาน
อาบน้ำแล้วก็ปั่นจักรยานออกมาอุทยานอีกรอบค่ะ 


ช่วงบ่ายวันนั้นไม่ได้รู้สึกร้อนเลยนะคะ มีมุมที่ไม่มีแดด ร่มรื่น มีที่ให้หลบอ่านหนังสือเงียบๆ หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงบ่ายคนกลัวร้อนมั้งคะ 
อ่านเพลินจนถึงเย็นรอเก็บภาพพระอาทิตย์ตกเลย
..
ด้านล่างเป็นช่วงหลัง 17.30 น จนถึง 18.10 น นั่งรอเก็บภาพตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์จะตก จนถึงฟ้ามืดเลยค่ะ
ส่วนตัวชอบมากก คือชอบวัด โบราณสถาน ชอบถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตกอยู่แล้ว พอยิ่งได้มาถ่ายตรงนี้มุมนี้ แล้วรู้สึกดีบอกไม่ถูกเหมือนกัน

แอบคิดเล่นๆว่า ถ้าเป็นช่วงที่มีดอกบัวในสระภาพน่าจะสวยไปอีกแบบ ^^
ที่นี่นกเยอะมากบินเป็นกลุ่มๆตลอด เลยเก็บภาพใว้ ท้องฟ้า นก อิสระภาพ ^.^ ^.^
..
หลังเก็บภาพพระอาทิตย์ตก ก็ปั่นจักรยานกลับโรงแรม อาบน้ำนอนนน เนื่องจากต้องตื่นเช้า เราจองรถทัวร์กลับ กทม ได้ เที่ยว 9.00 น. 
แต่ต้องมาขึ้นรถที่ บขส เพราะรอบ 9.30 ที่จะผ่านมาทางอุทยานเต็มแล้วว จึงเป็นเหตุให้ต้องโทรหาลุงทิ้งให้ลุงมาส่งที่บขส 
แอบขอเบอร์ลุงใว้เพราะตั้งใจจะกลับไปที่นี่อีก ได้โทรจริงๆๆ 
....
เช้าวันอาทิตย์นัดลุงใว้ที่หน้าอุทยานเพราะต้องเอารถจักรยานมาคืนที่ร้าน อ อ่าง ด้วยความที่ไม่ชอบพกเงินสด เป็นเหตุให้ต้องขอความช่วยเหลือ
จากพี่เจ้าของร้านจักรยานโดยเราโอนเงินให้พี่เค้าแลกกับเงินสดติดตัวกลับ  (หาตู้กดเงินไม่ได้จริงๆ)
ลืมถามชื่อพี่เค้าแต่พี่เค้าน่ารักและใจดีมากๆๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ 
ขอบคุณที่ถ่ายภาพนี้ให้ด้วย ^^

ขากลับเป็นการเดินทางที่ทรหดมากๆ นั่งรถยาวนาน 9.00 ถึง กทม 1 ทุ่ม แต่เป็นทริปที่ประทับใจ มีความสุขมาก มันรู้สึกคนละแบบกับเวลาไปกับเพื่อน
ปล.ทุกภาพถ่ายเองด้วย IPhone 13 pro max ปรับแสงใน light room ค่ะ
อ้อ สำหรับคนที่มีแพลนเดินทางไปอุทยานด้วยรถทัวร์ช่วงกลางคืนเพื่อให้ไปถึงช่วงเช้ามืด สามารถตีตั๋วลงอุทยานได้เลยนะคะ ช่วงเช้ามืด ร้านค้าเริ่มออกมาตั้งร้าน มีที่ริมฟุตบาทสามารถนั่งรอสว่างได้ ไม่อันตราย ไม่น่ากลัวค่ะ
จบแล้ววค่า ^^ สวัสดีค่ะ ^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่