ฝันหวาน (Sweet Dream) 83

กระทู้สนทนา

.


          “มาแล้ว! มากอดหน่อย เฮ้อ! ผ่านไปอีกวันกับชีวิตคนอย่างพรนภา” เลิกงานกลับมาถึงห้องก็ถลาเข้ากอดสามีแน่น ๆ ไปเลย วันนี้มันเหนื่อยที่สุด เพลียที่สุด ใกล้แล้วใกล้จะถึงเส้นชัยเข้าทุกทีแล้ว ผู้จัดการของเธอจะมาทำงานในวันที่สิบเจ็ด

           เมธีกอดตอบอย่างรู้งาน จูบริมฝีปากของเธอด้วย เป็นกิจวัตรประจำวันของพวกเธอสองคนไปแล้ว เมื่อพรนภาภรรยาสาวเลิกงานกลับมาถึง เป็นต้องทำแบบนี้ประจำ เด็กน้อยผู้น่ารักของเมธี

           “เหนื่อยมั้ยคะวันนี้ งานเยอะเปล่า” เขาถามขณะที่ยังกอดตัวของเธออยู่ ยกมือขึ้นมาเช็ดหน้าผากของเธอเบา ๆ ด้วย เพราะหน้าของเธอมันเยิ้มเหลือเกิน เช็ดด้วยความเอ็นดูหนัก สภาพของภรรยาสาวอย่างกับไปรบกับอะไรมา อิดโรยมาเชียว

           “โอยพี่เมธีอ่ะ เช็ดคิ้วนภาออกหมดแล้ว ฮ่วย!” เธอพูดกลั้วยิ้ม เอ็ดสามีรุ่นพ่อเบา ๆ ยิ่งเป็นคนคิ้วบางอยู่ด้วย เมธีดันมาเช็ดออกหมดเสียอย่างนั้น “หน้าของนภามันมากเลยเหรอคะ! นภาแทบจะไม่ได้โดนแป้งเลยหน้าอ่ะ ใส่ผ้าปิดจมูกแล้วไม่จำเป็นต้องทาแป้งก็ได้ ฮา” พูดปนหัวเราะ ก่อนจะผละออกจากอ้อมกอดของสามี นำกระเป๋าทำงานไปเก็บ เปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมออกกำลังกาย

           “ไม่เหนื่อยหรือไงคะตัวเอง ยังจะออกกำลังกายอีกบ่อ” เขาถาม แววตาที่มองมามันอบอุ่นเหลือเกิน มีแต่ความห่วงใยที่มอบให้เธอเสมอ “เหลือตะหัวแล้วนางเอ้ย” เขาพูดแซว นั่งรอเธอออกกำลังกายที่โซฟา เพื่อรอทานข้าวพร้อมกัน

           “มันเป็นกฎไง จะให้นภาแหกกฎตัวเองเหรอ นภายังทำไม่ครบสี่วันเลย ครบสี่วันแล้วค่อยหยุด นภาไม่เหนื่อยหรอก ได้มาเจอหน้าบางคนแล้วก็หายเมื่อยแล้ว” เธอพูด ยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างมีความสุข เป็นช่วงเวลาที่รอคอยมาตลอดทั้งวัน เวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ใช้เวลาด้วยกันแบบนี้

           “หื้ย!” เขาทำประชดเบา ๆ จากนั้นพรนภาก็เลิกสนใจเขา หันมาออกกำลังกายเช่นทุกวัน ส่วนเขานั่งเขี่ยโทรศัพท์ฆ่าเวลาไปเรื่อย รอไม่นานพรนภาก็ออกกำลังกายเสร็จครบทุกกระบวนท่า แล้วจึงไปอาบน้ำ จากนั้นก็กลับออกมาทานข้าวเย็นพร้อมกันเป็นแบบนี้ประจำทุกวัน

           ภายในห้องครัวเล็ก ๆ ของคอนโดที่มีเพียงพวกเขาสองคน ทว่ามันอบอุ่นที่สุด กับข้าวเมธีทำไว้รอเสมอ เว้นก็แต่วันไหนที่อยากทานอย่างอื่น เธอถึงจะบอกให้ไม่ต้องทำ และ ไม่เคยบ่นเลยทุกครั้งที่สามีทำอะไรให้ทาน นอกจากของแสลงจริง ๆ

           “พี่เมธีรู้มั้ยวันนี้นภาเหนื่อยมาก มันเพลียอ่ะ ทานข้าวไม่ลงเลย ไม่อยากข้าว ไม่หิวข้าวด้วย ตอนนี้ก็ไม่หิว ทานข้าวไม่อร่อยเหมือนทุกวันเลย” เธอพูด ตอนนี้นั่งเขี่ยข้าวในจานข้าวเล่นไป มันไม่อยากจริง ๆ เธอเองก็บอกอาการที่เป็นไม่ถูก “อยากไห้” พูดจบก็หัวเราะอึกอักให้คนตรงหน้า

           “เอ้า! อยู่ซือ ๆ กะอยากไห้บัดหนิ อ้ายสิซื้อขนมหยังล่ะมาล้อไว้ ฮา” เขาตบมุกเธอไปอีก นี่แหละเมธีสุดที่รักของเธอตัวจริงเสียงจริง “กินให้เยอะกว่านี้หน่อยค่ะ ฝืน ๆ เอา จ่อยเมิดแล้ว” เขาพูด มองเธอด้วยความรักมากที่สุด สงสารด้วย ครั้งที่สองแล้วที่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ พวกเธอทานข้าวกันไปคุยกันไป ส่วนเธอทานได้นิดเดียวก็อิ่ม แต่ก็ยังนั่งคุยเป็นเพื่อนสามีที่โต๊ะกับข้าวเหมือนเดิม

           “นภาอยากกินเบียร์วุ้น จริง ๆ นะพี่เมธี นภาไม่เคยพูดเล่น พี่เมธีก็ชอบทำเป็นเล่น ฮ่วย!” มันอยากงองแง มันอยากหาเรื่อง ไม่มีอะไรแค่อยากหาเรื่องคน มันเหนื่อย มันอยากหาเรื่องเฉย ๆ และเมธีก็ไม่เคยดุเลย

           “เอ๋า! เค้าพาน้องทำเป็นเล่นที่ไหน จะกินมั้ยจะพากิน จะพาออกไปนั่งกิน มีแต่เมาจริงนั่นแหล่ว บัดหนิเฮาเมากะว่าเฮาเมาเด้บาดหนิ” ทั้งสองคนหัวเราะอึกอักให้กัน มองหน้ากัน หมั่นไส้สามีที่สุดเลย อยากจะตีให้ตายคามือ วันนี้มันหมั่นไส้พิลึก

           “ไม่! นภาพูดเล่น”

           “นั่นไง! ไม่ใจเลย หื้ย!” โดนเมธีค่อนขอดไปอีก

           “ตัวเองอยากก็บอกมาเหอะพี่เมธี ไม่ต้องเอานภามาอ้างหรอก” ค่อนขอดมาค่อนขอดกลับเสียเลย ทานข้าวไปเถียงกันไปอยู่อย่างนั้น และ จบด้วยเมธีเป็นคนยอมเสมอ

           หลังทานมื้อเย็นกันเรียบร้อย ก็เป็นเวลาส่วนตัวของพวกเธอที่ไม่ส่วนตัว ต่างคนต่างเล่นทว่าไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ พรนภานั่งอิงตัวของเมธีตลอดเวลา แค่ได้แตะตัวก็พอใจ อยากได้นั่งเบียดนั่งใกล้ก็มีความสุข อยากอยู่ใกล้ ๆ อยากอ้อน เมธีก็ไม่ว่าและไม่รำคาญด้วย ปล่อยให้เธออิงไหล่อยู่อย่างนั้น

           “ถืกศอกบ่อรับประกันนะคะ” เขาพูด หันมาจูบหน้าผากของเธอด้วย ส่วนมือก็ถือจอยเกมเล่นอยู่อย่างนั้น พรนภาเองก็ส่องโซเชียลของตนเองไป ทั้งสองคนนั้งพิงกันอยู่ มันมีความสุข มันหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย

           “ฮ่วย! พี่เมธีกะอย่าศอกถองคนแหมะล่ะ ฮู้อยู่!” ค่อนขอดให้สามีรุ่นพ่อเสียเลย ไม่มีทางจะโดนข้อศอกหรอก ถ้าบางคนไม่อยากแกล้ง ส่วนเธอรอหาจังหวะดี ๆ แกล้งสามี โดยการตีมือของเมธีขณะเล่นเกม

           “เฮ้ย! โถ่!นภา! น้องนภาคะ” เขาร้องด้วยความเสียดาย ทำเหมือนเด็กจะร้องไห้ “จะชนะอยู่แล้ว หื้ย!”

           “อะไร! อะไรพี่เมธี นภาไม่ได้ตั้งใจ นภาจะทำแบบนี้ แต่มือนภาไปโดนไง” แก้ตัวทำไม่รู้ไม่ชี้ แม้จะอยากหัวเราะลั่นห้องก็ตาม

           “หื้ย! อย่างนี้มันต้องโดน หึหึ เด็กเว้ายากมันต้องโดนอะไร” พูดจบเขาก็ฟัดแก้มภรรยารุ่นลูกซะเลย เสียงหังเราะเสียงกรี๊ดของพรนภาดังไปทั่วห้อง แกล้งมาแกล้งกลับเหมือนกัน

           จากนั้นเหตุการณ์ก็เข้าสู่โหมดปกติ ต่างคนต่างเล่น และ คุยกันไปด้วย “พี่ออร์ดี้เห็นว่าจะมาทำงานวันที่ 17 ค่ะ” เธอบอกกับเขา

           “สงสารอี่หล่าน้อ อดเอาค่ะ” หันมาดมแก้มของเธออีกรอบ

           “นภาว่าจะหยุดวันที่ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองนู่นแหนะ หยุดพร้อมพี่เมธี” เธอพูดพร้อมมองหน้าคมเข้มของสามี เหนื่อยอย่างไรก็จะทนเพราะความไม่อยากหยุดอยู่คนเดียว หยุดทั้งทีก็อยากอยู่ด้วยกัน อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน จึงจะอดทนเพื่อไปหยุดวันนั้น ทำงานยาวมาจนถึงวันนี้แล้ว ทำต่ออีกสักอาทิตย์จะเป็นไรไป ให้มันตายกันไปข้างเลย

           “อ้าว! เหนื่อยนะคะน้องนภา น้องไหวเหรอ ตัวเองไหวเหรอไง พี่ว่านะน้องหยุดเหอะสิบเจ็ดสิบแปดอ่ะ พี่ออร์ดี้มาทำงานสิบเจ็ดใช่มั้ย” เขาถามย้ำ หันมาจ้องเธอ และ เธอก็พยักหน้าตอบ

           “ทนได้! แล้วพี่เมธีก็ต้องทนฟังนภาบ่นเหนื่อยด้วย อยากหยุดพร้อมตัวเองนี่นา” เธอพูด โน้มศีรษะไปพิงไหล่ของเขา ส่วนตัวเขายกมือขึ้นมาลูบผมของเธอเบา ๆ

           “เลิกงานกลับมาก็เจอกันทุกวันนี่คะ พักหน่อยเถอะ!” เขาก็ยังต้องการให้เธอพัก จะหักโหมเกินไปแล้ว ใจจริงอยากให้ลาออกไปเลยด้วยซ้ำ เกินไป!

           “ม่าย นภาไหวน่าพี่เมธี” เธอพูดเสียงแผ่วเบา มันเหนื่อยจนขี้เกียจพูดไปหมด ภายในห้องโถงของคอนโด พวกเธอนั่งซบไหล่กัน แค่เธอเท่านั้นแหละที่นั่งซบไหล่ของเมธี ส่วนเมธีนั่งเล่นเกม ชอบอยู่แบบนี้ที่สุด ไม่สนใจว่าสามีจะรำคาญหรือไม่ แต่ก็ไม่เคยโดนบ่นเลยที่ทำแบบนี้

           “เอ้ยอะไรหนิ” เขาอุทานเมื่อหันมาจะดมแก้มของเธอเช่นเคย “ไหนน้องลองเงยหน้าขึ้นหน่อยค่ะ” เขาออกคำสั่ง

           “อะไรอีกอ่ะ คนกำลังจะหลับ” ขมวดคิ้วหน้าบึ้งให้เขา นั่งพิงไหล่จวนจะหลับอยู่แล้วยังจะมาปลุกอีก ทว่าเขากลับหัวเราะเธอซะอย่างนั้น

           “ง่วงก็ไปนอนสิคะ มานั่งอะไรกับเค้า เดี๋ยวจบเกมอีกสักสองตาเดี๋ยวตามไปนอนกอดเลย” เขาพูดปนยิ้ม หอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ด้วย เดือนนี้ยังไม่ได้พาภรรยาสุดที่รักไปสร้างคอนเทนท์ที่ไหนเลย เพราะเจ้าตัวไม่ได้หยุด จึงจะอ้อน ๆ แบบนี้หน่อย รู้ว่าเพลีย เข้าใจ จึงไม่รำคาญเวลาภรรยามาคลอเคลีย

           “ไม่เอา! นภาอยากอยู่ใกล้ ๆ ตัวเอง แล้วบอกนภาเงยหน้าทำไมก่อน” เธอถาม สั่งให้เงยหน้าแล้วอย่างไรต่อ

           “จะดูคอค่ะ เหมือนมันปูดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมปะหนิ ปวดมั้ย” เขาถาม ใช้มือลูบก้อนซีสที่คอของเธอเบา ๆ “หมอนัดอีกเดือนไหนนะคะ”

           “มันก็เท่าเดิม บางวันก็เหมือนจะปูดขึ้น บางวันก็เหมือนเล็กลง แต่เพิ่มเติมคือเริ่มปวดแล้วนะ บางวันก็ปวดตรงนี้ค่ะ” พรนภาพูดพร้อมชี้จุดที่รู้สึกปวดให้สามีดู เมธีก็ใช้นิ้วลูบวนเบา ๆ “หมอนัดเดือนมีนาคมนู่น นภาว่าจะตัดสินใจผ่าจริง ๆ นะพี่เมธี หลัง ๆ มามันเริ่มปวดแหมะ นภากลัวมันเป็นไปเยอะกว่านี้”

           “ตามใจน้องค่ะ ผ่าหลังปีใหม่เลยเป็นไง กลับมาจากบ้านอ่ะ” เขาเสนอ

           “ไม่! รอไปตามหมอนัดก่อน แล้วนภาจะบอกหมอว่าอยากผ่าออก เพราะมันเริ่มรู้สึกปวดร่วมด้วยแล้ว จากที่เมื่อก่อนไม่ปวดเลย” เธอพูด หน้าบึ้งให้กับตนเอง ที่ต้องมาเป็นอะไรแบบนี้

           “แล้วถ้าไม่ผ่ามันจะหายมั้ยคะ พี่ก็ลืมแล้ว ไปหาหมอมาล่าสุดหมอบอกว่าไงนะ” เขาถาม มือก็ยังลูบก้อนซีสของเธอเล่นเบา ๆ “ตรงนี้เหมือนมันเป็นก้อนแข็ง ๆ นะคะ แต่ตรงนี้เหมือนบวม ๆ” เขาเลิกสนใจเกมแล้วหันมาสนใจคอของเธอแทน

           “ใช่! มันปวดตรงนั้นแหละพี่เมธี นภาก็เลยคิดอยากจะผ่าออก มีแผลเป็นที่คอก็ไม่อายหรอก ไว้ผมยาวเอาก็ได้” เธอพูดพร้อมถอนหายใจ

           “มีพี่อยู่ทั้งคนน้องจะอายใครอีกค่ะ จะให้ใครมอง” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม เอ็นดูภรรยาเด็กคนนี้มาก ๆ หอมแก้มไปอีก ดอมดมหอมกี่รอบ ๆ ก็ไม่เคยเบื่อเลย อยากสัมผัส อยากอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ตลอดเวลามากกว่าถ้าทำได้

           “เปล่าค่ะ! ไม่ให้ใครมองแล้วก็ไม่มองใครด้วย มองลุงเมธีของนภาคนเดียว ฮา” แกล้งเสียเลย ใครใช้ให้มาพูดเชิงระแวงกัน หึหึ

           “เฮ้ย! พูดไรนะเมื่อกี้หนิ เดี๋ยวเถอะ ๆ น้องนภา” เขาแกล้งทำหน้าขึงขังใส่ ใครสอนให้เรียกแบบนี้ จะตีตายเลย หึหึ

           “พูดเฉย ๆ ค่ะ ยังไงนภาก็รัก” ทำเสียงอ้อนออเซาะ เพราะรู้ว่างานจะเข้าตนเองแล้วที่พูดแซวไปเมื่อครู่ “พี่เมธีเค้านอนนะ”

           “ค่ะ นอนก่อนพี่เลย พี่ขออีกสักตาสองตาแล้วจะตามไปนอนกอดที่รักค่ะ” เขาพูด มือก็ยังกดจอยเกมไม่หยุด

           “ไม่ใช่! นภาหมายถึงว่านภานอนตรงนี้นะ เค้านอนหนุนตักพี่เมธี เคืองมั้ย” เธอถาม มองหน้าสามีด้วย

           “นอนได้ค่ะ ไม่เคืองด้วย แต่กลัวคนจะโดนศอกต่างหาก” พรนภาไม่ตอบ ล้มตัวลงนอนหนุนตักของสามี นอนใต้ศอกของเขาขณะเล่นเกม ซึ่งก็ไม่ค่อยจะอยู่นิ่ง ๆ เลย จะเล่นใส่อารมณ์อะไรนักหนา

           วันนี้ผ่านไปอีกวัน แม้จะเป็นวันที่หนักขนาดไหน กลับมาตรงนี้ยังเจอเมธี ยังได้ซบไหล่หนุนตักของคนที่รัก ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ได้ใช้เวลาด้วยกัน ได้พูดคุยกัน ได้ทานข้าวด้วยกันมันก็มีความสุข

           เธอหลับตาไปพร้อมกับความเพลีย อดทนอีกนิดก็จะผ่านพ้นไปแล้ว หลังจากนี้จะมีอะไรโหดกว่านี้ไหม สักพักเมธีก็ปลุกเธอขึ้นไปนอนบนเตียงนอน ปิดไฟนอน สำหรับคืนนี้ก็ไม่มีอะไรมากมาย เป็นเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ธรรมดา ๆ ที่มันเกิดขึ้นทุกวัน ทว่ามันกับพิเศษสำหรับพวกเธอ มันกลับสุขใจที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ทำอะไรให้กันมีความสุข

           “กุ๊ดไนท์นะคะตัวเอง” เธอได้ยินเสียงของเขาเลือนลางเพราะง่วงมาก สัมผัสได้ถึงรอยจูบของเขาที่ประทับลงบนหน้าผากของเธอ และ เธอก็พยักหน้าตอบด้วยความง่วง ยังหลับตาอยู่ไม่ยอมลืมตาเลย มันง่วงมันเพลียมาก จากนั้นเธอก็สัมผัสได้ถึงอ้อมกอดที่อบอุ่น กอดเธอเอาไว้ตลอดทั้งคืน

           แค่นี้ที่ไม่ต้องมีอะไรมาก แค่นี้! แค่ไม่หนีกันไปไหนก็พอ…

จบบท…

https://pantip.com/topic/41148906….บทที่ 82
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่