*** กำเนิดโลกแบบกรีก เข้าใจง่าย ***

“การกำเนิดโลก” และ “กำเนิดมวลมนุษย์” เป็นสิ่งที่อยู่ในตำนานของทุกชนชาติ แต่ละวัฒนธรรมก็มีความเชื่อแตกต่างกันไป ซึ่งหนึ่งในเรื่องเล่าที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่ “ตำนานกรีก”

แม้ตำนานการเกิดโลกและมนุษย์แบบกรีกจะไม่ใช่ความเชื่อที่เก่าแก่ที่สุด แต่ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่อมามันจะกลายเป็นแก่นความคิดของอารยธรรมตะวันตก ผ่านการเผยแพร่โดยอาณาจักรโรมันที่รับวัฒนธรรมกรีกไป

บทความนี้จะเล่าเรื่องราวการกำเนิดโลกแบบกรีก, สงครามการชิงอำนาจระหว่างเทพ, ไปถึงเรื่องการกำเนิดมวลมนุษย์ ทั้งหมดเป็นแบบกระชับ เข้าใจง่ายนะครับ


 *** ที่มาของตำนานกรีก ***

สมัยที่ปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ในโลกยังไม่ถูกอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ คนโบราณสงสัยว่า ทำไมฝนตก ทำไมแดดออก ทำไมต้นไม้ดอกไม้ถึงงอกงาม ฯลฯ จึงพยายามหาเหตุผล ก่อให้เกิดเป็นเรื่องเล่าต่างๆ มากมาย

เรื่องเหล่านั้นถูกแต่งแต้มและพัฒนาไปจนเป็นความเชื่อ และเป็นศาสนาอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งตำนานเทพปกรณัมกรีกก็มีเอกลักษณ์ต่างจากเทพของวัฒนธรรมอื่นๆ คือเทพเจ้ามักปรากฏรูปเป็นมนุษย์ (ไม่ใช่เป็นมนุษย์ผสมกับสัตว์อื่นแบบเทพอียิปต์หรือเมโสโปเตเมีย ...สำหรับชาวกรีกแล้ว ถ้าดูไม่ใช่มนุษย์ก็มักถูกปัดเป็นอสูร)

นอกจากนั้นเทพกรีกยังมีความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่มากเหมือนมนุษย์นั่นเอง ไม่ใช่แบบพระเจ้ายุคใหม่อันมักเป็นตัวตนที่บริสุทธิ์



ภายหลังชาวโรมันรับวัฒธรรมและศาสนาของกรีกไป ก็มีการเรียกชื่อเทพเจ้าแบบของตน เช่นเทพ “ซูส” ของกรีกนั้น โรมันเรียก “จูปิเตอร์” หรือเทพี “อาเธนา” นั้น โรมันเรียก “มิเนอร์วา” ในบทความนี้จะเรียกแบบกรีกนะครับ

อนึ่งตำนานกรีกนี้ก็เหมือนตำนานของประเทศอื่นๆ คือมีหลายเวอร์ชัน ในที่นี้จะเลือกเวอร์ชันที่เห็นว่าแพร่หลายมาเล่า



*** จุดเริ่มต้น ***

แต่แรกนั้นจักรวาลเป็นเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่าไม่มีที่สิ้นสุด เรียกว่า “เคออส”

จากนั้นค่อยๆ มีสิ่งอื่นๆ ตามมา ได้แก่ “ไกอา” (แผ่นดิน) “ทาร์ทารัส” (บาดาล) และ “อีรอส” (เชื้อชีวิต ซึ่งอีรอสในยุคแรกนี้จะมีการปนๆ กับกามเทพภายหลังด้วย)

เคออสยังให้กำเนิด “เอเรบัส” (ความมืด) และ “นิกซ์” (กลางคืน) เอเรบัสกับนิกซ์มีลูกชื่อ “เอเธอร์” (แสงสว่าง) และ “เฮเมรา” (กลางวัน) ซึ่งนี่เป็นการอธิบายว่ากลางวันเกิดมาจากกลางคืนนั่นเอง

...บางตำรายังระบุว่า เอเรบัสและนิกซ์เป็นพ่อแม่ของเทพยุคแรกอีกหลายองค์ เช่น “แธนาทอส” (ความตาย) และ “ฮิปนอส” (การหลับ) รวมไปถึงเนเมซิส (การแก้แค้น) ด้วย 


ภาพแนบ: รูปสลักหัวไซคลอปโบราณ 

สำหรับพระแม่ธรณีไกอานั้น ได้สร้าง “อูรานอส” (ท้องฟ้า) ขึ้นมาแล้วสมสู่ด้วย เกิดบุตรขึ้นมาหลายคน ซึ่งแบ่งคร่าวๆ ได้สองชุด

ชุดที่หนึ่งเป็นลูกหน้าตาพิลึกๆ มากมาย เช่นเป็นยักษ์ร้อยแขน, ยักษ์ไซคลอปตาเดียว ฯลฯ ซึ่งก็ตามที่บอกไปด้านบนว่า คนกรีกมักมองอะไรที่ไม่เหมือนคนว่าเป็นอสูร พวกนี้จึงเป็นอสูร

ชุดที่สองชื่อ “ไททัน” มีหน้าตาสวยงาม หรือพูดง่ายๆ ว่าหน้าเหมือนมนุษย์นั่นเอง พวกไททันนี้จึงกลายเป็นเทพชุดแรกๆ



ตรงนี้ขออธิบายให้ชัดเจนขึ้นว่า เมื่อเราพูดถึงเทพกรีกชุดแรก มันหมายถึงได้ทั้งเทพที่เป็นร่างคน กับเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งอื่น เช่นไกอามีทั้งร่างคน และไกอาก็หมายถึงแผ่นดินด้วย, อูรานอสมีทั้งร่างคน และอูรานอสก็หมายถึงท้องฟ้าด้วย เป็นต้น

สำหรับทาร์ทารัสนั้นมีทั้งเวอร์ชันที่เป็นเทพ และยังมี “แดนบาดาล” ที่ชื่อทาร์ทารัสอยู่ ประมาณว่าเป็นดินแดนลึกลับห่างไกล เวลาใครจะขังใครก็มักเอาไปใส่ไว้ในนี้ 


ภาพแนบ: อูรานอสกับไกอาและลูกๆ 

*** เรื่องของเทพชุดแรก***

อูรานอสมีนิสัยเหมือนพระเอกในละครแนวตบจูบ คือชอบทำร้ายไกอาซึ่งเป็นแม่และเมียตัวเอง นอกจากนั้นยังชอบลงโทษลูกๆ เอาลูกทั้งที่เป็นไททันและอสูรไปกักขังทาร์ทารัสก็บ่อย

ต่อมาไกอาชักทนไม่ไหว จึงยุให้ลูกๆ จัดการเก็บพ่อตัวเองเสีย แต่ก็ไม่มีใครกล้า เว้นแต่ลูกคนสุดท้อง หรือไททันนาม “โครนอส” ที่อาจหาญสู้เพื่อแม่ ดังนั้นไกอาจึงให้เคียวเป็นอาวุธแก่โครนอส


ภาพแนบ: โครนอสตัดจู๋พ่อตัวเอง 

คืนหนึ่ง อูรานอสก็เข้ามาหาไกอาหมายปลุกปล้ำ แต่ยังไม่ทันได้เข้าด้ายเข้าเข็ม โครนอสก็โผล่มาใช้เคียวตัดอวัยวะเพศพ่อตัวเองเสีย! (...อูย)

อูรานอสรีบเผ่นไปทันที โดยเลือดที่ไหลออกมาจากจู๋นั้นได้หล่นสู่พื้น เกิดเป็นยักษ์บ้าง เทพบ้าง และชิ้นส่วนหนึ่งซึ่งตกลงไปในฟองทะเล ก็ได้ให้กำเนิดเทพีแห่งความงาม “อะโฟรไดที” ขึ้น

...อนึ่งหลังจากนี้ก็ไม่มีเรื่องราวอะไรสำคัญเกี่ยวกับอูรานอสอีก ถือว่าออกจากฉากไปรับค่าตัว...


ภาพแนบ: โครนอสเอาลูกตัวเองไปกิน 

กลับมาที่โครนอส หลังจากกำราบพ่อตัวเองได้ เขาก็ช่วยพี่น้องไททันออกมาจากทาร์ทารัส และให้ปกครองสวรรค์ร่วมกัน แต่นี่เฉพาะกับเซ็ตไททัน สำหรับพวกอสูรนั้นโดนขังลืม (บ้างก็ว่า โครนอสปล่อยออกมาด้วย แต่เปลี่ยนใจเอากลับไปขังต่อ) อสูรเหล่านี้จะมีบทภายหลังซึ่งผมจะเล่าต่อไป

โครนอสเลือก “เรห์อา” พี่ของตนมาเป็นภรรยา ตอนนั้นชีวิตทุกคนก็ดูจะสงบสุขดี ...จนกระทั่งทั้งคู่มีลูกด้วยกัน…
พอมีลูกแล้วโครนอสเกิดกลัวขึ้นมาว่า เมื่อลูกๆ โตแล้วจะกลับมาโค่นตัวเองแบบที่เคยทำกับพ่อไหม? พอคิดได้ดังนั้น เขาเลยกินลูกตัวเองเข้าไป หม่ำๆ!


ภาพแนบ: เรห์อาส่ง "ลูก" ให้โครนอสกิน 

หลังโครนอสเปิบพิสดารลูกตัวเองไปห้าคน เรห์อาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พอจะคลอดลูกคนที่หก เธอเลยคิดวางแผน แอบไปคลอดลูกที่เกาะครีตทางตอนใต้ของกรีก แล้วซ่อนเด็กไว้ในถ้ำ ฝากให้คนอื่นดูแล จากนั้นจึงกลับบ้าน แล้วนำหินมาห่อผ้าส่งให้โครนอส ทำทีเหมือนเป็นลูก

เผอิญด้านโครนอสมึนๆ ได้หินมาก็กลืนลงท้องเลยไม่ได้เคี้ยว และไม่รู้ด้วยว่าถูกหลอก


ภาพแนบ: นางอมาลเทียเลี้ยงซุส 

ด้านเด็กน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำนั้นมีชื่อว่า “ซูส” เขาได้รับการเลี้ยงดูจากนาง “อมาลเทีย” ซึ่งเป็นนางไม้ โดยมีกลุ่มนักรบชื่อ “โครีบันเทส” คอยอารักขา

อมาลเทียนี้มีสองเวอร์ชันคือเวอร์ชันที่เป็นนางไม้กับเวอร์ชันที่เป็นแพะ ในเวอร์ชันที่เป็นแพะนั้นกล่าวว่า ซูสได้ปีนเขาแพะเล่นจนหักออกมา เขาหักนั้นกลายเป็นของวิเศษชื่อ “คอร์นูโคเปีย” ปรากฏของกินออกจากเขามาให้ซูสกินไม่สิ้นสุด

อนึ่งการที่เทพปกรณัมมีหลายเวอร์ชันนี้แปลว่าเคยมีคนนับถือมาก และคนที่นับถือแต่ละท้องถิ่นก็มักแต่งตำนานไปต่างๆ


ภาพแนบ: หินที่เชื่อกันว่าโครนอสคายออกมา ยังตั้งอยู่ที่เดลฟีจนถึงทุกวันนี้ 

ซูสโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความเก่งกล้า เหี้ยมหาญ เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน และเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัว ซูสจึงไปหาโครนอสเพื่อช่วยเหลือพี่น้องออกมา ซึ่งวีธีการก็ต่างกันตามแต่คนจะเล่า

บ้างว่าเขาปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ แล้วผสมยาใส่ไวน์ให้โครนัสอ้วก (คือมักถือว่าโครนอสกลืนลูกไม่ได้เคี้ยว ทุกคนจึงยังมีชีวิตในท้องเขา), บ้างก็ว่าเขาไปขอให้พ่อปล่อยคนอื่นออกมาซะดีๆ แต่โครนอสไม่ยอม เลยโดนกระโดดถีบให้สำรอกออกมา หรือบ้างก็ว่าซูสแหกท้องพ่อตัวเองเลย โหดสุดๆ… 

นอกจากพี่น้องแล้ว หินที่เรห์อาหลอกให้โครนอสกินเข้าไปก็หลุดออกมาด้วย ซึ่งภายหลังซูสนำมันไปตั้งไว้ที่เมืองเดลฟีอันศักดิ์สิทธิ์ ...ทัศนกรีกโบราณถือกันว่าเมืองนี้เป็นจุดศูนย์กลางของโลก และหินดังกล่าว ก็ได้ชื่อว่า “สะดือโลก” (Navel of the Earth) ไป

...อย่างไรก็ตาม โครนอสไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบอูรานอส เขาชวนพวกไททันประกาศสงครามกับลูกๆ ของตนเอง ทำให้เกิดมหาสงครามที่สั่นสะเทือนเลือนลั่นจนแทบทำลายจักรวาลเป็นผุยผง เรียกว่า ไททาโนมาคี (Titanomachy) หรือ สงครามไททันนั่นเอง!


ภาพแนบ: ซุสและสายฟ้าของเขา 

*** Attack on Titans ***

ในศึกไททานอมาคี ฝั่งซูสกับพี่น้อง ได้แก่ เฮสเทีย, ดีมีเตอร์, เฮรา, เฮดีส, และโพไซดอน ตั้งฐานอยู่ที่ภูเขาโอลิมปัส จึงได้ชื่อว่าพวก “โอลิมเปียน” ขณะที่ด้านโครนอสและไททันทั้งหลาย (เว้นแต่ ธีมิส, เอพิเมธัส และ โพรมีธิอัส ซึ่งมาเข้ากับซูส) ปักหลักยังภูเขาออธีร์ส

ซูสรู้ว่าพ่อและญาติๆ ตัวเองเก่งนัก เลยไปหาพวกเพิ่มโดยปลดปล่อยลุงป้าน้าอาที่เป็นอสูรและโดนขังไว้ในตรุทาร์ทารัสตั้งแต่รุ่นปู่ออกมา

ในบรรดาอสูรนี้พวกยักษ์ไซคลอปได้ประดิษฐ์อาวุธเป็นการตอบแทนฝ่ายโอลิมเปียน ...มันก็จะเป็นอาวุธเซ็ตที่เราคุ้นตาจากหนัง เกม การ์ตูนต่างๆ เช่น สายฟ้าของซูส สามง่ามของโพไซดอน และหมวกล่องหนของเฮดีส


ภาพแนบ: พวกไททันพ่ายแพ้ 

สงครามไททันดำเนินไปถึงสิบปีเต็มๆ ในที่สุดด้วยกำลังและอาวุธที่เหนือกว่า ฝ่ายโอลิมเปียนก็กำชัยะ ทำให้พวกไททันเกือบทั้งหมดโดนไปจับขังทาร์ทารัสใหม่ ส่วนโครนอสหนีไป และกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “กาลเวลา”

ซูสแบ่งอำนาจที่ชิงมาได้ให้พี่น้อง โดยให้ตนเองครองบัลลังก์สวรรรค์บนเขาโอลิมปัส, ให้โพไซดอนปกครองมหาสมุทร, และให้เฮดีสปกครองบาดาลหรือทาร์ทารัส สำหรับลุงป้าน้าอาที่เป็นยักษ์ก็มีอิสระ

...แต่เรื่องนี้ยังไม่จบครับ…


ภาพแนบ: ไทฟอน 

*** ศึกใหญ่อื่นๆ ***

คือไกอายังมีลูกกับทาร์ทารัสชื่อ “ไทฟอน” เป็นอสูรซึ่งมีรูปร่างส่วนบนคล้ายมนุษย์ แต่ข้างล่างเป็นงู มือเป็นหนวด มีปีก และหายใจเป็นไฟ

ไทฟอนนี้มีเมียเป็นอสูรครึ่งคนครึ่งงูชื่ออีคิดนา ทั้งสองให้กำเนิดอสูรดังๆ ในตำนานกรีกส่วนใหญ่ เช่นพวกงูไฮดรา, สัตว์ครึ่งสิงโตครึ่งงูครึ่งแพะนามคิเมรา, สุนัขคอร์กี้สามหัวนามเซเบรัส ฯลฯ ทั้งหมดนี้ต่างเป็นลูกของมันทั้งสิ้น


ภาพแนบ: ภูเขาไฟเอตนาปะทุในเดือนสิงหาคม 2021 

ไทฟอนเก่งกาจมากจนเหล่าเทพโอลิมเปียนหวาดกลัว ทำให้พวกเขาต้องแปลงเป็นสัตว์เพื่อหลบหนี เหลือแต่ซูสยังไม่ยอมแพ้ พยายามต่อสู้ต้านทานอย่างกล้าหาญ พลังของทั้งสองฝ่ายรุนแรงมากจนฟ้าสนั่นดินสะเทือน ระดับที่เฮดีสผู้ปกป้องโลกบาดาลอยู่สามารถสัมผัสได้

...สุดท้ายซูสใช้สายฟ้าของตนจัดการไทฟอนได้สำเร็จ ซึ่งแม้มันจะไม่ตายเพราะเป็นอมตะ แต่ก็ถูกจับขังไปในทาร์ทารัสชั่วนิรันดร์ (อย่างไรก็ตามบางเวอร์ชั่นเล่าว่า ซูสใช้ภูเขาทับไทฟอนเอาไว้ที่เกาะซิซีลี จึงเกิดเป็นภูเขาไฟเอตนา ที่ยังคุกรุ่นอยู่จนถึงทุกวันนี้)

*** อ่านต่อใน comment นะครับ ***
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่