แชร์ประสบการณ์...การให้บริการเน็ตบ้านพร้อมกล่องทีวีที่ไม่น่าประทับใจ

บอกตรงว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เป็นครั้งแรกของผู้รับบริการอย่างเราที่ไม่พึงพอใจเลย ไม่ว่าจะเป็นจากส่วนไหนก็ตาม มันทำให้เราหัวเสียมากๆ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ

เราเป็นลูกค้าของอินเทอร์เน็ตบ้านและกล่องทีวีของค่ายส้ม ใช้แพคเกจ 1000/300 รายเดือนรวมค่าบริการกล่องอยู่ที่ 738.30 รวม vat ซึ่งก็เป็นมานานแล้วล่ะ ต้นเดือนมกราคมนี้ก็จะหมดสัญญาแล้ว แน่นอนว่าที่มาแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ เราไม่ได้เป็นลูกค้าคนเดียว แต่ยังมีอีกประมาณ 5-6 บ้านที่ตกลงปลงใจมาเป็นลูกค้าค่ายนี้จากการชักชวนของเราด้วย ก็เป็นเครือญาติกันนี่ล่ะ ซึ่งทุกบ้านก็ใช้แพคเกจเดียวกับเราหมด คือที่บ้านเราจะให้เราเป็นคนเลือก ถ้าเราบอกว่าค่ายไหนดี ทุกหลังเค้าก็จะตามเราเลย เพราะเราทำงานออนไลน์ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน ทุกเวลา

เราใช้งานทั้งกล่องทีวีและอินเทอร์เน็ตเรื่อยมาจนมาถึงเดือนนี้ ธันวาคม ก็ไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา เรากำลังดูทีวีอย่างเพลิดเพลินจู่ๆก็มีข้อความเด้งขึ้นมาหน้าจอทีวี กับมือถือพร้อมกัน โดยข้อความระบุว่า แพคเกจที่เราใช้งานนั้นจะหมดอายุวันที่ 4 มกราคม 2565 เพื่อการใช้บริการอย่างต่อเนื่องให้เราไปติดต่อที่ช้อป บลาๆๆๆ เราก็สงสัยว่าอะไรยังไง ก็เลยตัดสินใจโทรไปถามทาง call center ได้ความว่า

แพคเกจของเราในฐานะลูกค้าใหม่กำลังจะหมดลง เพื่อให้เรารับชมได้อย่างต่อเนื่องเราจะต่อแพคเกจเดิมหรือเปลี่ยนแพคเกจใหม่ก็ได้ ซึ่งถ้าเราจะใช้แพคเกจเดิม เราก็จะติดสัญญาไปอีก 2 ปี บวกค่ากล่องอีก 100 บาท จุดนี้ล่ะ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราไม่พอใจ

ปัญหามันคือ เราเพิ่งมาทราบว่า ค่าบริการรายเดือนของกล่องทีวี จริงๆแล้วราคาต่อเดือนคือ 250 บาท ซึ่งสิ่งที่เราได้รับคือมันไม่สมกับราคาเลย ขอชี้แจงเป็นรายละเอียดดังนี้ค่ะ

1. การใช้งานกล่อง บางช่องมีสัญญาณ บางช่องก็ไม่มี ซึ่งส่วนที่มีสัญญาณบางวันนึกจะไม่มีภาพหรือบางวันมีภาพ ก็แล้วแต่อารมณ์ เราเข้าใจในจุดนี้เพราะเราใช้อินเตอร์เน็ตในการรับชมก็อาจจะมีการไม่เสถียรของสัญญาณบ้าง ก็ไม่ได้โทรไปแจ้งอะไร ปล่อย รอให้สัญญาณมาเอง

2. เรื่องช่องหนัง premium คำว่า premium มันควรจะเป็นอะไรที่ใหม่ ไม่ใช่เป็นหนังที่ฉายแล้ว ฉายซ้ำ นำกลับมาฉายใหม่ มายัดใส่กล่องให้ลูกค้าแล้วก็บอกว่า premium อันนี้คือไม่ค่อยโอเค

3. ว่าด้วยเรื่องช่อง premium การค้นหาหนังดู บางเจ้าอาจจะเสิร์ชชื่อก็จะขึ้นหนังที่ต้องการรับชมมาให้ แต่เจ้านี้คือไม่สามารถทำได้ค่ะ เราจะต้องเลื่อนหาหนังที่อยากดูเอง หนังเป็นประเภทไหนก็ต้องเลื่อนหาทีละเรื่องตามนั้นจนกว่าจะเจอ ซึ่งค่อนข้างไม่สะดวก เราก็เลยไม่ค่อยดู

รายละเอียดคร่าวๆก็จะเป็นประมาณนี้ ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกเยอะ แต่เล่าแค่นี้ก็พอ

ส่วนเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่สุดจนคิดจะย้ายค่าย (ทั้งที่ไม่เคยคิดย้ายมาก่อนเลยนะ) ก็มาจากตัวบุคคลจาก Call center ที่ให้บริการ เราคิดว่าเมื่อลูกค้ามีเรื่องสงสัยหรือเรื่องเดือดร้อนจากการใช้งาน สิ่งที่ Call centerหรือบุคคลใดก็ตามที่โทรกลับมาหาลูกค้า ควรพูดและอธิบายด้วยความใจเย็น ในฐานะที่คุณพูดในนามตัวแทนผู้ให้บริการ ไม่ใช่ลูกค้าแจ้งถึงความไม่พึงพอใจก็มีแต่ไล่ให้ลูกค้าไปยกเลิก

แล้วพอเมื่อวันที่ 5 เราโทรไปแจ้งเรื่องแพคเกจ ก็มีอารมณ์และความไม่พอใจจากคำพูดของปลายสายนิดๆล่ะ มาวันนี้ วันที่ 6 อินเทอร์เน็ตบ้านเราก็ใช้การไม่ได้ ทั้งที่ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน ถ้าตอนเป็นลูกค้าใหม่ๆ มีปัญหาปุ๊บซ่อมเร็วมาก พอใกล้หมดโปรเท่านั้นล่ะ เวลานี้บ่าย 2 โมงกว่าแล้ว ยังไม่มีใครมาซ่อมให้เลย ทั้งที่แจ้งเรื่องไปตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถ้าคุณเป็นลูกค้า คุณยังอยากจะใช้บริการอยู่มั้ย?

อีกสิ่งที่เราอยากจะแชร์ในฐานะผู้รับบริการคือ เราอยากให้ทุกเครือข่ายใส่ใจและดูแลลูกค้าเก่าให้ดีหน่อย ไม่ใช่พอใกล้หมดสัญญาก็ไม่ดูแล มีปัญหาก็ไม่ค่อยอยากเร่งแก้ไขให้ อย่าลืมนะคะ ไม่ว่าลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่เค้าก็เสียค่าบริการเหมือนกัน การทำให้ลูกค้าพึงพอใจและใช้บริการเครือข่ายของคุณให้นานที่สุดเราว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะเมื่อลูกค้าเก่ายังคงอยู่ ในขณะที่มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก เราว่ามีแต่ดีทั้งนั้นค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มดูๆค่ายใหม่ไว้แล้วล่ะ แต่ยังไม่ตัดสินใจ แต่คิดว่ายังไงถ้าเราเลือกก็ต้องดีกว่าค่ายเก่าแน่นอน

เราก็มาแชร์ประสบการณ์การแย่ๆในฐานะผู้รับบริการเพียงเท่านี้ล่ะ ก็ไม่รู้หรอกว่าจะมีอะไรปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้นมั้ย ขอบอกเพียงสั้นๆว่าความรู้สึกที่มันเสียไปแล้ว มันยากจะเอากลับคืนมานะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่