POSTHUMOUS (9)

คราวนี้เจมส์นิ่งเงียบไปนาน -- จ้องมองอีกฝ่าย ราวกับจะทะลุไปถึงจิตวิญญาณก็ไม่ปาน

ในที่สุดเขาก็พยักหน้าช้าๆ “คุณพูดถูก” เขากระซิบ “คุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก แมกดาลีน -- มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่ผมคิดว่าคุณมีส่วนรู้เห็น”

รอยยิ้มของแมกดาลีนค่อยๆเลือนหายไปจากใบหน้า

เธอมองเจมส์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบออกมาว่า “ยินดีด้วย --”

เจมส์ดูประหลาดใจ

“สำหรับคุณกับเฟอร์กี้ที่มีลูกด้วยกัน” แมกดาลีนพูดต่อจนจบ

แวบนั้นแมกดาลีนรู้สึกว่าตนไม่อาจทนมองสายตาของเจมส์ได้ เธอจึงหลบสายตาของเขา --

“ผมเห็นแล้ว ว่าสื่อลงเรื่องนี้ในข่าวหน้าหนึ่ง” เจมส์ว่า “และพูดถึงข่าวหน้าหนึ่ง -- คุณได้อ่านข่าวหน้าหนึ่งวันนี้ไหม”

“เราไม่ได้ว่างอ่านข่าวกันขนาดนั้นหรอกนะ เจมส์ --” เป็นเอมิลี่ที่แทรกขึ้นมา น้ำเสียงดูหมดความอดทนยิ่งกว่าเดิม “วันนี้เรามีเรื่องต้องจัดการเยอะ --”

ทว่าเจมส์ยังคงพูดต่อไป โดยไม่สนใจเอมิลี่ “มันทำให้ผมรู้ว่ามีเหตุเกิดขึ้นเมื่อคืน ที่โรงแรมบนถนนเส้นเดียวกันกับโรงละคร”

แมกดาลีนหันกลับมามองเจมส์นิ่ง

“ทีนี้ -- คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหม” เขาถามช้าๆ

“ฉันจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับการลอบทำลายหุ่นในโรงแรมนั่น” แมกดาลีนกระซิบ “แล้วคุณรู้อะไรเกี่ยวกับปฐมทัศน์ละครเวทีคืนนี้ไหม”

“ผมจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับการทุบโรงละครก่อนกำหนดนั่น” คราวนี้เป็นเจมส์ยิ้มออกมาที่มุมปาก คล้ายจะขำขัน มากกว่าจะเยาะเย้ย “และผมยังไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการลอบทำลายหุ่นเลยสักคำ แมกดาลีน -- คุณรู้ได้อย่างไรกัน ในเมื่อคุณไม่ได้ตามข่าว --”

“บาร์ของเท็ดดี้มีคนพูดข่าวลือต่างๆอยู่เสมอ เจมส์ โดยเฉพาะช่วงเย็นแบบนี้” แมกดาลีนตอบ “และฉันยังไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการทุบโรงละครเลยสักคำ เจมส์ -- คุณรู้เรื่องทุบโรงละครทิ้งก่อนกำหนดได้อย่างไรกัน”

เจมส์เงยหน้าขึ้นมองเพดาน -- ถอนลมหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ก่อนจะพูดออกมาช้าๆว่า “ตกลง คุณคิดถูก” เขาหลุบตามองแมกดาลีน “เป็นผมเอง ที่ออกคำสั่งให้ทุบโรงละครก่อนกำหนด”

แมกดาลีนเดินไปประชิดอีกฝ่ายมากขึ้น

“ทำไมกัน” เธอถามเสียงเย็น “คุณไม่ได้สนใจโรงละครนี่มานานแสนนานแล้ว อะไรทำให้คุณอยากจะกลับมาทำลายมันตอนนี้”

“ผมสนใจโรงละครแห่งนี้มาตลอด แมกดาลีน -- โดยเฉพาะเวทีนั่น -- คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าผมให้ความสำคัญกับมันมากแค่ไหน” ดวงตาของเจมส์สว่างวาบขึ้นมาเล็กน้อย “แต่จะอย่างไรเสีย ผมคงไม่สั่งให้เริ่มกระบวนการก่อนกำหนดการ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเหตุลอบทำลายหุ่นที่โรงแรมเมื่อคืน”

แมกดาลีนมองตอบอีกฝ่ายนิ่ง

“มันบังเอิญเกินไปที่จะมีเหตุลอบทำลายหุ่นที่โรงแรม ในคืนเดียวกันกับที่คนของผมจะถูกคนของคุณเชิญมาโรงละครของคุณอย่างพร้อมเพรียงกัน” เจมส์กระซิบ “มันบังเอิญเกินไป --”

แมกดาลีนถอนหายใจออกมา

“คุณคิดมากเกินไป” เธอบอก “ฉันตกต่ำ -- แต่ไม่ได้ตกต่ำถึงขั้นไร้เกียรติ ไม่มีคนสำคัญมาดูผลงานชิ้นสุดท้ายของฉันหรอกนะ เจมส์”

เจมส์ส่ายหน้า “คุณรู้ว่าผมไม่ได้คิดมาก” เขาบอก “แต่มีคนพยายามลอบเข้าระบบรักษาความปลอดภัยของผม”

ทั้งแมกดาลีน และเอมิลี่นิ่งไปเล็กน้อย

มีคนพยายามลักลอบเข้าระบบเจมส์งั้นหรือ --

“เมื่อคืนมีคนพยายามทำลายผม” เจมส์ย้ำอีกครั้ง “ใครคนนั้นพยายามที่จะรู้ตำแหน่งของผม และแผนงานของผม -- หลังจากที่เกิดเรื่องที่โรงแรม”

เอมิลี่ร้องขึ้นมาอย่างหมดความอดทนว่า “โธ่ ไม่เอาน่า” เธอพ่นลมหายใจออกมาดังลั่น “เธอดูแลความเรียบร้อยละครเวทีเมื่อคืน จนแทบไม่ได้พักผ่อน -- และพูดก็พูด หยั่งกะว่าแมกดาลีนจะรู้วิธีเข้าระบบได้อย่างงั้นแหละ นี่แมกดาลีนนะ! เธอคือแมกดาลีนของเรา! ทุกวันนี้เธอยังอยู่ในห้องพักแบบเก่า และใช้มือถือตกรุ่น เทคโนโลยีในจักรวาลของเธอไม่เคยทำอะไรได้มากกว่าการส่งอีเมลเท่านั้น!” เอมิลี่ผายมือไปทั่วทั้งห้อง “ฟังตัวเองพูดเข้า เจมส์ อย่ามาโยนความผิดให้แมกดาลีน --”

แมกดาลีนส่ายหน้า “เรื่องของคุณเกี่ยวอะไรกับโรงละคร -- เกี่ยวอะไรกับละครเวทีนี่ --”

“เพราะคุณกำลังโกหกผม” เจมส์พูดเสียงเย็น “คุณจะปฏิเสธกี่ครั้งก็ได้ แต่คุณไม่มีวันหลอกผมได้ -- บอกผมมา ว่าคุณวางแผนอะไรอยู่ แล้วผมจะยินยอมให้คนของผมจะไปร่วมงานปฐมทัศน์ของคุณในคืนนี้ -- และโรงละครนี่จะไม่ถูกทุบทำลายก่อนกำหนด”

แมกดาลีนมองพ้นไหล่ของเจมส์ไปทางเอมิลี่

“สายโทรศัพท์ที่ติดต่อมาหาเธอเมื่อครู่ --” แมกดาลีนถาม “พวกเขาบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหม --”

เอมิลี่นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง แล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ

“ฉันเสียใจ แมกดาลีน” เธอบอก “แต่พวกเขาจะดำเนินการทุบโรงละครคืนนี้ก่อนกำหนด -- จะไม่มีปฐมทัศน์ละครเวที --”

แมกดาลีนพยักหน้ารับช้าๆ

เจมส์ตั้งใจจะทำลายโรงละครจริงๆ -- และนั่นจะทำให้ละครเวทีชิ้นสุดท้ายของเธอพังทลายไปด้วย

หากแต่แมกดาลีนก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนกอดอก หันมามองเจมส์ด้วยใบหน้าอันนิ่งสนิท แล้วถามออกมาสั้นๆว่า “คุณไม่ได้มาที่นี่เมื่อคืนใช่ไหม เจมส์”

“หยุด” เจมส์ยกมือขึ้นปรามเธอทันที “คุณพยายามจะเบี่ยงประเด็นอะไรอยู่ -- คุณรู้ดีแก่ใจว่าผมไม่ได้มาหาคุณเมื่อคืน -- ผมอยู่ที่บ้าน -- และเป็นเฟอร์กี้ ที่ผมอยู่ด้วยตลอดเวลา --”

เฟอร์กี้งั้นหรือ --

ชื่อนั้นก้องกังวานไปทั่วโสตประสาทของแมกดาลีน

“ดี” แมกดาลีนพยายามไล่ภาพดวงตาสีเขียว ที่เหมือนกันกับดวงตาของเจมส์ ออกไปจากหัว “เพราะเมื่อคืนฉันอยู่กับคนอื่น ฉันอยู่กับเขาทั้งคืน -- ฉันมีพยาน -- คนร้ายที่คุณตามหาเมื่อคืน ไม่ใช่ฉัน -- ฉันไม่ใช่คนที่ก่อเรื่องที่โรงแรมนั่น”

หากแต่ดวงตาสีเขียวของเจมส์ ยังคงทำให้แมกดาลีนสงสัย และไม่แน่ใจขึ้นมา --

ทำไมเธอถึงจำได้ว่าเธอเห็นดวงตาสีเขียวเมื่อคืนกันนะ --

“เห็นไหม เธออยู่กับคนอื่น” เอมิลี่ว่า เดินเข้ามาใกล้เจมส์มากขึ้น “หยุดคุกคามแมกดาลีนได้แล้ว และหยุดทำลายละครเวทีของเธอ --”

“คุณยังไม่ได้ตอบผมเรื่องระบบ” เจมส์หันไปยกมือปรามเอมิลี่ไม่ให้เดินเข้ามาใกล้มากไปกว่านั้น “คุณพยายามเข้าระบบความปลอดภัยของผมหรือ”

“ไม่ใช่ฉัน ที่เข้าระบบของคุณ เจมส์” แมกดาลีนตอบเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “ไม่ว่าคุณจะกำลังสืบหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนนี้อยู่ ฉันไม่ใช่คนที่คุณต้องสอบสวนหรอกนะ”

“ถ้าอย่างนั้น --” เจมส์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ถ้าเมื่อคืนคุณอยู่กับผู้ชายของคุณจริงๆ -- บอกหน่อยสิ ว่าคุณกับเขาพูดคุยอะไรกันบ้าง -- หรือมีรายละเอียดอะไรสักเล็กน้อย ที่พอจะโน้มน้าวให้ผมเชื่อคุณได้บ้าง -- แล้วผมจะหยุดการทุบโรงละครก่อนกำหนด -- คุณจะยังคงมีละครเวทีของคุณต่อไปในคืนนี้อย่างที่คุณต้องการ”

เอมิลี่หันมามองแมกดาลีนนิ่ง

แมกดาลีนหลับตา พยายามนึกเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น -- หากแต่ความทรงจำเมื่อคืนก็ยังคงเลือนราง จนแทบจะว่างเปล่า

คราวนี้เอมิลี่รุดเดินเข้ามาใกล้แมกดาลีน พร้อมกับพูดว่า “เธอจำไม่ได้ได้ยังไง --”

ในขณะที่เจมส์ร้อง “ให้ตายสิ!” แล้วเดินเลยไปทางเคาน์เตอร์ คว้าซองบุหรี่สีแดงออกมาจากใต้เสื้อสูทอย่างรวดเร็ว

“ทำไม” เจมส์ถาม เมื่อหันมาเห็นสายตาของเอมิลี่ กับแมกดาลีน ที่จ้องมองมา

“คุณไม่จำเป็นต้องสูบบุหรี่ด้วยซ้ำไป” เอมิลี่ว่า “และนั่นหมายความว่าคุณจะไม่ยกเลิกการทุบโรงละครก่อนกำหนดจริงๆน่ะหรือ”

“ไม่” เจมส์ตอบแทบจะในทันที “จนกว่าผมจะแน่ใจว่าแมกดาลีนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้จริงๆ”

“มันเกี่ยวอะไรกับโรงละครด้วย!” เอมิลี่โพล่งออกมา

เจมส์ชำเลืองมองมาทางเอมิลี่นิ่ง “มันเกี่ยวพันกันหมดทุกอย่างแน่ -- ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง -- ” เจมส์กระซิบ “คุณไม่รู้อะไรเลย เอมิลี่ --”

เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ

เอมิลี่ดูสับสน

ในขณะที่เจมส์ กับแมกดาลีน ยืนนิ่งอยู่กับที่ --

“น่าเสียดาย ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคงไปร่วมงานปฐมทัศน์นี่” เจมส์ว่า “อย่างเงียบเชียบ และส่วนตัว --”

แมกดาลีนมองอีกฝ่ายเก็บซองบุหรี่เข้าไปใต้เสื้อคลุมตนเอง

เงียบเชียบ และส่วนตัวงั้นหรือ -- เธอนึก -- เจมส์ยังคงเป็นคนที่ระมัดระวังตัวอยู่เช่นเดิม

เขาแทบไม่ปรากฏตัวออกมาจากเบื้องหลัง หรือเดินออกมาจากเงามืดสักครั้ง --

อีกนิดเดียว เขาก็จะไร้ตัวตนโดยสิ้นเชิง -- แมกดาลีนสูดลมหายใจ -- อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

เจมส์หันมาทางแมกดาลีน กอดอก แล้วพิงสะโพกเข้ากับเคาน์เตอร์ไม้ “คุณรู้ดีว่าทำไมผมอยากไปอยู่ที่นั่น -- ผมต้องไป เพื่อเป็นสักขีพยานในความล่มจมของคุณ แมกดาลีน -- ผมต้องไป เพื่อดูคุณฝังตัวเองทั้งเป็นในงานละครเวทีนั่นด้วยตาตัวเอง แมกดาลีน”

“ถอนคำพูดคืนเสียเดี๋ยวนี้!” เอมิลี่สั่งเจมส์ในทันที

“ไม่เอาน่า” เจมส์พูดเสียงยานคาง “อย่าทำเหมือนผมเป็นคนสร้างโศกนาฏกรรมนี้สิ แมกดาลีนเป็นคนทำตัวเองแท้ๆ เรารู้ๆกันอยู่ว่าช่วงหลังมานี้ผลงานเธอแย่ติดต่อกัน จนเกือบจะตกงานอยู่แล้ว -- ถ้าไม่มีละครเวทีนี่ติดต่อเข้ามา เธอก็ไม่ต่างอะไรกับคนว่างงาน แล้วพูดก็พูด ถ้าเลือกได้ คุณคงไม่มาทำละครเวทีนี่หรอก จริงไหม แมกดาลีน -- ใครๆก็รู้ทั้งนั้นว่ามันกดดันขนาดไหน -- ทางโรงละครเองก็ใกล้จะถึงจุดปิดตัวแล้วเหมือนกัน ละครเรื่องนี้คือห่วงชูชีพสุดท้ายของพวกเขา ที่จะทำให้ประวัติศาสตร์ละครเวทีสามารถทิ้งทวนได้อย่างสวยงาม -- และถ้าละครเรื่องนี้ของแมกดาลีนออกมาแย่ โรงละครคงต้องจบเห่ในพริบตา ก่อนที่เราจะทุบมันทิ้งเสียอีก -- ซึ่งพูดก็พูด มันต้องออกมาแย่อยู่แล้ว จริงไหม -- ไม่เอาน่า อย่ามองผมแบบนั้นสิ เอมิลี่ นี่เรื่องจริงนี่นา --”

ในขณะที่เอมิลี่ดูเดือดดาลกับคำพูดอันเผ็ดร้อนนั้น แมกดาลีนกลับดูนิ่งสงบ --

เธอไม่ได้กรีดร้อง หรือสบถด่าทอใดๆออกมาสักคำ

อันที่จริงแมกดาลีนดูไม่สะทกสะท้านใดๆกับคำพูดเหล่านั้นเลยสักนิด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่