[BR] True 5G กับการท่องเที่ยวและ Work from Anywhere เมื่อการพักผ่อน ทำงานและเที่ยวเป็นเรื่องเดียวกัน

กระทู้ผู้สนับสนุน


สวัสดีครับ สมาชิกชาว Pantip ทุกท่าน ช่วงนี้และอีกหลายเดือนเราก็คงต้องอยู่กับ COVID-19 กันไปพักใหญ่ หลายคนเริ่มจะปรับตัวได้แล้วกับการทำงานทั้ง Work form Home และ Work from Anywhere รวมถึงการท่องเที่ยวในแบบฉบับ ชีวิตวิถีใหม่ ที่เน้นการท่องเที่ยวระยะใกล้ 1-3 คืน แบบที่สามารถขับรถยนต์ไปเองได้ และหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบิน รวมถึงรถยนต์สาธารณะ



ไม่เพียงแค่นักท่องเที่ยวที่ปรับตัว แต่ผู้ให้บริการเองก็มีปรับเปลี่ยนเช่นกัน หลายโรงแรมหรือรีสอร์ทยกเลิกห้องอาหาร เปลี่ยนเป็นการเสิร์ฟอาหารตามห้องแทน บางพื้นที่ก็มีการแบ่งโซนแยกพัก เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับแขกที่มาพัก เหลือเพียงแค่กลุ่มครอบครัวขนาดเล็กที่มาด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวแบบชีวิตวิถีใหม่ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน



สำหรับหลายบริษัทที่อนุญาตให้ Work from Anywhere หลายคนรวมถึงผมเอง คงเริ่มเบื่อบรรยากาศในบ้านกันพอสมควร อยากที่จะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไปนั่งทำงานที่ห้องริมทะเล (ที่สำคัญคือช่วงนี้ไม่แพงมากด้วย) แต่ก็ติดปัญหาเรื่อง Wi-Fi ของโรงแรม ที่ส่วนใหญ่มักจะมีข้อจำกัดในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็วเองก็ดี หรือแม้แต่ราคาเองก็ดี หากทำงานไปติด ๆ ขัด ๆ คงไม่สนุกนัก



5G จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญมากของการ Work from Anywhere เพราะให้ความเร็วในระดับที่ไม่ต่างจาก Wi-Fi ที่บ้านหรือออฟฟิศของเราเลย อีกทั้งยังมีความหน่วงดีเลย์ที่ต่ำกว่า ทำให้การใช้งานไม่มีสะดุด ซึ่งในตอนนี้เองทาง True 5G ก็ให้พื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัด ไม่ว่าเราจะเที่ยวไปด้วยทำงานไปด้วยที่ไหน ก็มีสัญญาณให้ใช้งานแน่นอน รวมถึงพื้นที่มีคนใช้บริการเยอะก็ไม่ต้องแย่งสัญญาณกับใคร



5G เหนือกว่า 4G อย่างไร ?
- 5G มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1Gbps ซึ่งแรงเร็วกว่า 4G จึงสามารถดาวน์โหลดไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
- ความหน่วง (Latency) ของ 5G ต่ำกว่า 4G มาก จึงช่วยให้การเชื่อมต่อมีการตอบสนองที่รวดเร็วกว่า แม่นยำกว่า
- 5G สามารถรองรับอุปกรณ์ได้มากกว่า 4G ถึง 1 ล้านอุปกรณ์ เมื่อเข้าบริเวณที่มีจุดคนหนาแน่น จึงทำให้ทุกการเชื่อมต่อมีคุณภาพ



เห็นได้ชัดว่าการมาของเทคโนโลยี 5G ยังไงก็เหนือกว่า 4G อยู่ทุกด้าน แต่ก็จะมีข้อจำกัดอยู่ส่วนหนึ่งในเรื่องของ “อุปกรณ์” สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของเรา ที่จะต้องรองรับ 5G ด้วยเช่นกันจึงจะสามารถใช้งาน 5G ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วเทคโนโลยีใหม่จะมีราคาสูงกว่า แต่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีอุปกรณ์ราคาถูกลดลงมามากแล้วอย่างรุ่น OPPO A74 5G ลูกค้า 7-11 ที่เป็นสมาชิก All member เพียงใช้ 3,000 คะแนน แลกซื้อได้ในราคา 2,711 บาท จากปกติ 8,999 บาท พร้อมแพ็กเกจ True 5G Ultra maxspeed 599 บาท/เดือน

หรือถ้าหากใครเป็นสาย Apple ก็ขอแนะนำ iPhone 13 ตอนนี้ทรูขยายระยะเวลาโปรโมชัน "ซื้อ 1 ได้ถึง 2" ถึง 30 พ.ย. 64 เพียงซื้อ iPhone 13 ทุกรุ่น (ยกเว้น mini) ในราคาเต็ม รับฟรี iPhone 13 128GB สีใดก็ได้ไปเลยอีก 1 เครื่อง พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 1199 บาท/เดือน สัญญา 24 เดือน ทั้งสองหมายเลข

หรือจะเป็น iPhone 12 ขึ้นไปก็สามารถรองรับ 5G ได้แล้วเช่นกัน ราคาเริ่มต้นเพียง 9,200 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ True 5G Ultra maxspeed 1399 บาท/เดือน

สำหรับขั้นตอนก็ง่ายมากเพียงแค่อัปเดต iOS เวอร์ชัน 14.5 ขึ้นไป ก็สามารถใช้งาน True 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆแล้ว ก็อย่าลืมผ่อนคลายด้วยบรรยายกาศสบายๆริมทะเล ทานอาหารอร่อยๆ หรือว่าจะเล่นเกม 5G เองก็ยังช่วยเสริมประสบการณ์สุดล้ำให้ให้กับการเล่นเกมของเราให้ราบรื่น ด้วยความหน่วงและดีเลย์ที่ต่ำ เล่นเกมได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ซึ่ง True 5G สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับโลกเสมือนจริงในหลากหลายมิติกับ True5G Innovative Cloud AR with Nonvoice Alive บริการแหล่งรวม 5G AR Application ระดับโลก ที่แรกที่เดียวในประเทศไทย มีทั้ง AR Game, Esport, AR App เพื่อการศึกษา และ Digital collectibles Application หรือ แพลตฟอร์มตลาดของสะสมดิจิทัล

ลูกค้าทรูสามารถสมัครสมาชิกแบบรายสัปดาห์ เพียง 29 บาท และสมาชิกรายเดือนเพียง 99 บาท สมัครเพียง 1 ครั้ง สามารถเล่นได้ทุกแอปพลิเคชัน พิเศษสำหรับลูกค้า True 5G ทุกแพคเกจ เล่นฟรี 7 วัน!



ทั้งนี้ก็คือ สิ่งที่ห้ามลืม! ถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนรองรับ 5G และซิมทรูก็รองรับ 5G แล้วก็อย่าลืมเปิดโหมด 5G ในสมาร์ทโฟนด้วยนะครับ ไม่งั้นไม่ช่วยอะไร (ฮา)
ชื่อสินค้า:   True 5G
คะแนน:     

BR - Business Review : กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่