อยากเล่าประสบการณ์แย่ๆที่เจอกับธนาคารกรุงเทพกับการหักค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต-ATM

เรื่องของเรื่องคือ ผมเคยมีบัตรเดบิตหรือบัตร ATM แบงค์กรุงเทพทำการสมัครพร้อมเปิดบัญชีเมื่อเดือน พฤษภาปีที่แล้ว และปีนี้ผมได้ทำการยกเลิกบัตรในเดือนมิถุนา จนมาถึงวันที่ 13 พฤศจิกา มีการหักค่าธรรมเนียมบัตร 200 บาท ผมเลยติดต่อเจ้าหน้าที่ คอลเซ็นเตอร์ ผมก็เล่าไปว่า โดนหักค่าธรรมเนียมบัตรแต่ไม่มีบัตรยกเลิกไปเมื่อหลายเดือนแล้ว พนักงานเช็คให้แล้วว่าไม่มีบัตรจริงและจะให้สาขาที่ทำการยกเลิกติดต่อกลับมา ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงมีเบอร์แปลกติดต่อมา เป็นเบอร์ส่วนตัว (ซึ่งผมเป็นคนไม่รับเบอร์แปลก) จนผ่านไป4-5 วัน ผมเลยติดต่อกลับคอลเซ็นเตอร์ธนาคารกรุงเทพไปใหม่และพนักงานเช็คให้ว่าทางสาขาได้ติดต่อกลับมาแล้วแต่ไม่มีคนรับสายซึ่งผมงงว่าทำไมใช้เบอร์ส่วนตัวโทรมา อันนี้ไม่ได้อะไรมากแค่สงสัยเฉยๆ จนพนักงานบอกว่าการหักบัตรของผมถูกแล้วผมยกเลิกช้าไปหนึ่งเดือนหลังจากมันครบหนึ่งปีไปแล้ว มันเลยมีการตัดบัตรค่าธรรมเนียม แล้วผมถามว่าแล้วทำไมถึงมาหักเดือนพฤศจิกาครับ พนักงานบอกว่าเงินในบัญชีไม่เพียงพอเลยมาหักเมื่อ 13 พฤศจิกาซึ่งผมก็งงว่า บัญชีก็ใช้อยู่ปกติมีเงินเข้า-ออก อยู่ปกติ ซึ่งผมงงครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้เคยไปยกเลิกบัตรเดบิตของ ธกส ไทยพาณิชย์ ถึงสองแบงค์นี้ผมจะยกเลิกไม่ทันครบปี เขาก็จะเฉลี่ยค่าธรรมเนียมเดือนที่เหลือคืนผม แต่แบงค์กรุงเทพ ผมเข้าใจว่าผมยกเลิกช้าไปเดือนนึงหลังจากครบปีไปแล้วอันนี้ผมเข้าใจ แต่คุณก็หักเฉพาะเดือน มิถุนาไปสิครับ อีก 11 เดือนคุณไม่คืนผมแบบนี้ได้หรือ ? ผมงง ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจระบบธนาคารแต่ทำไมอีก 11เดือนที่เหลือไม่เฉลี่ยคืนผม ผมเลยถามต่อว่าแล้วอีก 11 เดือนผมจะไม่ได้คืนใช่ไหม ทีนี้พนักงานพูดวนลูปเดิมอีก คุณ… สมัครบัตรเมื่อ พฤษภา แต่คุณยกเลิกเมื่อมิถุนา บลาๆ พูดวกไปวนมา ผมเลยเหนื่อยละครับรีบๆพูดให้ตัดบทจบ นี่ถ้าไม่ติดเพราะว่าแถวบ้านมีสาขาเพราะมันสะดวกผมเลิกใช้ไปละครับ แอป Mobile banking ก็ห่วยถึงจะปรับใหม่แล้วก็เหอะ ธนาคารปรับตัวก็ช้า ไปดู SCB-KBANK บ้างเขาไปถึงไหนแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่