ผมเมาก่อนวันจัดบุญลอยกระทงเสียสามวันก่อนแล้ว กินเหล้า เดินลอยชายไปทั่วหมู่บ้าน พลางตื่นเต้นอย่างคึกคัก กับคืนแรกในวันที่สามของการดื่ม บ้านเรามีหมอลำคณะใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน มาแสดงที่งานลอยกระทง คณะ ไหมไทย ใจตะวัน ใครก็ทราบว่าคณะนี้ใหญ่อลังการ์ขนาดไหน แค่รถที่ขนเวทีก็หลายคันแล้ว รวมถึงรถที่ขนหางเครื่องเป็นเกือบร้อยชีวิต หางเครื่องที่มีแต่สาว ๆ ที่กำลังนมแตกพาน หรือ กำลังแรกแย้มนั่นแหละ ผมน่ะจองหน้าเวทีตั้งแต่ยังไม่ทำการแสดง หรือ ยังไม่เปิดขายบัดรผ่านประตู เปล่าหรอก ผมเมาต่างหาก เมาความละลานตาในขบวนรถที่ขนอุปกรณ์ กับ ทีมงานของหมอลำคณะใหญ่ต่างหาก อย่างไรก็ตาม ผมต้องรองท้องก่อนงานจะเปิดเสียก่อน ผมสั่งก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งร้านหน้าเมรุ ซึ่งหันหน้าร้านประจันหน้ากับเวทีขนาดใหญ่ของไหมไทย ใจตะวันพอดี กินแกล้มกับเหล้าขาวสักั๊กหนึ่ง พอร้อนซู่ซ่า กับ แอบลอบมองสาวหางเครื่องที่พากันถือขันน้ำกับผ้าซิ่นสำหรับผลัดเปลี่ยน ขณะกำลังเดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำของวัด อันเป็นเจ้าภาพจัดงานลอยกระทง ผู้คนเริ่มทยอยกันมาอย่างล้นหลาม แค่ไหมไทยฯ ตั้งเวทีเท่านั้น คนยังแทบจะล้นวัด หากทำการแสดง วัดจะไม่แตกระเบิดเป็นเสี่ยงหรอกหรือ?
"ตื่น ๆ ลุง ตื่น" มือเล็กของหลานคนหนึ่ง กระชากแขนปลุกผมเบา ๆ
ผมงัวเงียตื่น พลางมองหน้าหลานที่เรียนประถม
"อ้าว วันนี้วันลอยกระทงนี่นา เอ็งไม่ไปเที่ยวงานกับเขาเหรอ"
" บ้าสิลุง เขาไม่ได้จัดหรอกปีนี้ กลัวเกิดคลัสเตอร์"
ผมตาสว่าง พลางนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองนอนกลางวันแล้วเผลอหลับฝันไปถึงงานบุญลอยกระทงเมื่อสิบปีก่อน ของหมู่บ้านตัวเอง.
ลอยกระทง
"ตื่น ๆ ลุง ตื่น" มือเล็กของหลานคนหนึ่ง กระชากแขนปลุกผมเบา ๆ
ผมงัวเงียตื่น พลางมองหน้าหลานที่เรียนประถม
"อ้าว วันนี้วันลอยกระทงนี่นา เอ็งไม่ไปเที่ยวงานกับเขาเหรอ"
" บ้าสิลุง เขาไม่ได้จัดหรอกปีนี้ กลัวเกิดคลัสเตอร์"
ผมตาสว่าง พลางนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองนอนกลางวันแล้วเผลอหลับฝันไปถึงงานบุญลอยกระทงเมื่อสิบปีก่อน ของหมู่บ้านตัวเอง.