♥️ลองไปทำกันดู…เพื่อความสงบสุขภายใน♥️
หลายคนเรียนรู้ทฤษฎี
และหลักการผ่านห้องเรียนมาก็เยอะ
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยทำคือ
การเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติตนเอง
ไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันขณะของตนนาน
จมปลักอยู่กับ”อดีต”ที่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
วิตกกังวลถึง”อนาคต”ที่ยังมาไม่ถึง
เปลี่ยนงาน เปลี่ยนคนรัก เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม
แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือ “จิตใจตน”
ลองเข้าไปสำรวจตนเองดูบ้างนะ
จะได้เข้าใจการปรุงแต่งของจิตตน
เข้าใจธรรมชาติปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต
เมื่อเกิด”ทุกข์”ก็ทุรนทุรายวิ่งหา”สุข”
ใช้วิธีหลุดพ้นด้วยการหนี ”ความจริง”
ไปเข้าเรียนวิชาเสริม”ความรู้” ผิดเป้าหมาย
จึงไม่เคย”เข้าใจธรรมชาติ”ตัวเองเลย
โทษผู้อื่น โทษสถานการณ์ ยกเว้นโทษตัวเอง
ไม่เข้าใจธรรมชาติของปัญหา
เรียนมาเยอะ อ่านมาก็หลายเล่ม
จดจำเก่ง ท่องมาสอนจนได้ค่าเรียนคืน
แต่เสียดายเอามาใช้กับตัวเองไม่ได้ผล
ผลลัพธ์ชีวิตไม่ได้ดูที่ใบประกาศนียบัตรนะ
คุณภาพชีวิตและความสงบภายในสำคัญกว่า
♥️การรักษาสภาวะสมดุลของจิต ช่วยได้นะ
เราเรียนรู้ความจริงของร่างกาย
ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในกาย
เราจึงควร“เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบ
ทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด หรือเกร็ง
ตามบริเวณกลุ่มเซลล์ภายในร่างกาย
จัดเป็น”ความจริงแท้” ของความไม่เที่ยงต่ออาการต่างๆที่ปรากฏขึ้น คือ”ไตรลักษณ์”
☘️หลายๆคนได้เข้าถึงการ”ตื่นรู้”
ในธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืนของตนเอง
เข้าใจถึงความไม่มีแก่นสาร
ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
ในการ”ยึดมั่นถือมั่น”กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาแบบนี้เลย
แมวไทยวัดชินวรารามวรววิหาร
🟥ดังนั้นจงให้ความสำคัญ
ในการจับอาการความรู้สึก
ที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่างๆในร่างกาย
เพื่อเราจะได้เข้าถึง”ความไม่เที่ยง”
ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในกาย
1/ เมื่อกำลังของสติ เรามั่นคง
ความสามารถหยุดการปรุงแต่งจะดีขึ้น
(ลดการสร้างสังขารใหม่)
ความสามารถในการรู้เท่าทัน
อาการเจ็บ แน่น เกร็ง อึดอัด
จับความรู้สึกได้ดีขึ้นตามบริเวณกลุ่มเซลล์
สามารถรักษาสมดุลของจิตได้ดีขึ้น
”เกิดปัญญา” ได้ความตระหนักรู้
ใน”ความจริง” ด้วยหลักแห่งธรรมชาติ
จากประสบการณ์จริงของตัวเอง
☘️จิตที่มีกำลังพอที่จะหยุด”การปรุงแต่ง”
(การสร้างสังขารเพิ่ม)
หยุด”ความยึดมั่นถือมั่น”ในอารมณ์ลบๆ
ที่ผลุดขึ้นมาทำร้ายตัวเองได้เร็วขึ้น
ยอมจำนน…หยุดฝืนธรรมชาติ
ที่หลงไปยึดติดกับความโกรธความทุกข์ในใจ
สามารถปลดปล่อยอารมณ์ลบๆ
ความทรงจำลบๆ ออกได้เองตามธรรมชาติ
2/ ส่งผลต่อกำลังของสติ ที่แข็งแกร่งขึ้น
สามารถ “รักษาสมดุลของจิตได้มั่นคง”
ค่อยๆละทิ้งนิสัยเดิมๆได้ง่ายและเร็วขึ้น
กำลังของสติที่แข็งแกร่ง มั่นคงขึ้น
ในการเลือก การตัดสินใจที่ดีขึ้น
ให้เป็นประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น
ในทุกๆสถานการณ์ของชีวิตต่อไป
3/การปรุงแต่งต่อ”สิ่งที่ไม่ชอบ”
ด้วยความรู้สึกลบๆซ้ำๆ….จะทวีความรุนแรง
จนชีวิตต้องจมดิ่งกับพลังงานลบๆ
ส่งผลต่อสุขภาพและอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตตัวเอง
🟥การมีสติระลึกรู้เวทนาภายในกาย
สามารถเจาะลึกลงไปขุดถอนรากเหง้า
ของปัญหาที่แท้จริงได้ดีนะ
🟥จงจำเอาไว้ว่า….”ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
รักษาสมดุลจิตให้มั่นคง….มีสติอยู่กับปัจจุบันเชื่อมต่อกับสภาวะอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้น
เมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามากระทบผัสสะทั้ง6
ส่งผลต่อปฏิกิริยาชีวะเคมี
ภายในสมองอย่างไรบ้าง?
รักษาจิตให้สงบสุข
หลายคนเรียนรู้ทฤษฎี
และหลักการผ่านห้องเรียนมาก็เยอะ
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยทำคือ
การเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติตนเอง
ไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันขณะของตนนาน
จมปลักอยู่กับ”อดีต”ที่เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
วิตกกังวลถึง”อนาคต”ที่ยังมาไม่ถึง
เปลี่ยนงาน เปลี่ยนคนรัก เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม
แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือ “จิตใจตน”
ลองเข้าไปสำรวจตนเองดูบ้างนะ
จะได้เข้าใจการปรุงแต่งของจิตตน
เข้าใจธรรมชาติปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต
เมื่อเกิด”ทุกข์”ก็ทุรนทุรายวิ่งหา”สุข”
ใช้วิธีหลุดพ้นด้วยการหนี ”ความจริง”
ไปเข้าเรียนวิชาเสริม”ความรู้” ผิดเป้าหมาย
จึงไม่เคย”เข้าใจธรรมชาติ”ตัวเองเลย
โทษผู้อื่น โทษสถานการณ์ ยกเว้นโทษตัวเอง
ไม่เข้าใจธรรมชาติของปัญหา
เรียนมาเยอะ อ่านมาก็หลายเล่ม
จดจำเก่ง ท่องมาสอนจนได้ค่าเรียนคืน
แต่เสียดายเอามาใช้กับตัวเองไม่ได้ผล
ผลลัพธ์ชีวิตไม่ได้ดูที่ใบประกาศนียบัตรนะ
คุณภาพชีวิตและความสงบภายในสำคัญกว่า
♥️การรักษาสภาวะสมดุลของจิต ช่วยได้นะ
เราเรียนรู้ความจริงของร่างกาย
ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในกาย
เราจึงควร“เฝ้าสังเกตปฏิกิริยาตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบ
ทำให้เกิดอาการเจ็บ ปวด หรือเกร็ง
ตามบริเวณกลุ่มเซลล์ภายในร่างกาย
จัดเป็น”ความจริงแท้” ของความไม่เที่ยงต่ออาการต่างๆที่ปรากฏขึ้น คือ”ไตรลักษณ์”
☘️หลายๆคนได้เข้าถึงการ”ตื่นรู้”
ในธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืนของตนเอง
เข้าใจถึงความไม่มีแก่นสาร
ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
ในการ”ยึดมั่นถือมั่น”กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ตลอดเวลาแบบนี้เลย
แมวไทยวัดชินวรารามวรววิหาร
🟥ดังนั้นจงให้ความสำคัญ
ในการจับอาการความรู้สึก
ที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่างๆในร่างกาย
เพื่อเราจะได้เข้าถึง”ความไม่เที่ยง”
ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในกาย
1/ เมื่อกำลังของสติ เรามั่นคง
ความสามารถหยุดการปรุงแต่งจะดีขึ้น
(ลดการสร้างสังขารใหม่)
ความสามารถในการรู้เท่าทัน
อาการเจ็บ แน่น เกร็ง อึดอัด
จับความรู้สึกได้ดีขึ้นตามบริเวณกลุ่มเซลล์
สามารถรักษาสมดุลของจิตได้ดีขึ้น
”เกิดปัญญา” ได้ความตระหนักรู้
ใน”ความจริง” ด้วยหลักแห่งธรรมชาติ
จากประสบการณ์จริงของตัวเอง
☘️จิตที่มีกำลังพอที่จะหยุด”การปรุงแต่ง”
(การสร้างสังขารเพิ่ม)
หยุด”ความยึดมั่นถือมั่น”ในอารมณ์ลบๆ
ที่ผลุดขึ้นมาทำร้ายตัวเองได้เร็วขึ้น
ยอมจำนน…หยุดฝืนธรรมชาติ
ที่หลงไปยึดติดกับความโกรธความทุกข์ในใจ
สามารถปลดปล่อยอารมณ์ลบๆ
ความทรงจำลบๆ ออกได้เองตามธรรมชาติ
2/ ส่งผลต่อกำลังของสติ ที่แข็งแกร่งขึ้น
สามารถ “รักษาสมดุลของจิตได้มั่นคง”
ค่อยๆละทิ้งนิสัยเดิมๆได้ง่ายและเร็วขึ้น
กำลังของสติที่แข็งแกร่ง มั่นคงขึ้น
ในการเลือก การตัดสินใจที่ดีขึ้น
ให้เป็นประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น
ในทุกๆสถานการณ์ของชีวิตต่อไป
3/การปรุงแต่งต่อ”สิ่งที่ไม่ชอบ”
ด้วยความรู้สึกลบๆซ้ำๆ….จะทวีความรุนแรง
จนชีวิตต้องจมดิ่งกับพลังงานลบๆ
ส่งผลต่อสุขภาพและอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตตัวเอง
🟥การมีสติระลึกรู้เวทนาภายในกาย
สามารถเจาะลึกลงไปขุดถอนรากเหง้า
ของปัญหาที่แท้จริงได้ดีนะ
🟥จงจำเอาไว้ว่า….”ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”
รักษาสมดุลจิตให้มั่นคง….มีสติอยู่กับปัจจุบันเชื่อมต่อกับสภาวะอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้น
เมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามากระทบผัสสะทั้ง6
ส่งผลต่อปฏิกิริยาชีวะเคมี
ภายในสมองอย่างไรบ้าง?