มาทำความรู้จักกรมทหารพลร่มนาวิกโยธินที่ 1 แห่งกองทัพบกฝรั่งเศสแบบง่ายๆคร่าวๆกันเต๊อะ

กระทู้สนทนา
1.กรมทหารพลร่มนาวิกโยธินที่ 1 คืออะไร?
กรมทหารพลร่มนาวิกโยธินที่ 1 มีชื่อภาษาอังกฤษว่า 1st Marine Infantry Paratroopers Regiment ถ้าหากเป็นชื่อฝรั่งเศสจะเขียนได้ว่า 1er Régiment de Parachutistes d'Infanterie de Marine มีตัวย่อคือ 1er RPIMa เป็นหน่วยรบพิเศษระดับเทียร์วัน (Tier 1) ของกองทัพบกฝรั่งเศส แม้จะได้ชื่อว่าทหารนาวิกโยธิน แต่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางกองทัพเรือหรือเหล่าทัพนาวิกโยธินแต่อย่างใดเลย ในทางกลับกันเป็นหน่วยที่สืบทอดต่อเนื่องมาจาก Special Air Service ของฝรั่งเศสเสรี (Free France)

2.การก่อตั้งหน่วยก่อนจะมาเป็น 1er RPIMa
ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) ได้มีคำสั่งโดยตรงจากนายพลชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) ให้จัดตั้งหน่วยทหารราบส่งทางอากาศหรือทหารพลร่มของขบวนการฝรั่งเศสเสรี แล้วได้มอบหมายให้ร้อยเอกฌอร์ฌ เบิร์ก (Georges Bergé) (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้รับผิดชอบจัดตั้งและได้ให้เขาเป็นผบ.หน่วยคนแรกในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ.1940 (พ.ศ.2483) จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ได้ถือกำเนิดกองร้อยทหารราบอากาศที่ 1 (1er Compagnie d'Infanterie de l'Air : 1re C.I.A) แห่งขบวนการฝรั่งเศสเสรี โดยหมวดที่ 1 เริ่มเข้ารับการฝึกหลักสูตรส่งทางอากาศเป็นครั้งแรกที่ศูนย์ฝึกส่งทางอากาศ ณ สนามบินริงเวย์ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร (RAF Ringway airfield) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester)

ในเดือนที่มิถุนายน ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484) 1re CIA ถูกแบ่งออกเป็น 3 หมวด โดย
-หมวดที่ 1 ขึ้นตรงกับสำนักข่าวกรองกลางและปฏิบัติการของขบวนการฝรั่งเศสเสรี (Bureau Central de Renseignements et d'Action : BCRA)
-หมวดที่ 2 กับ 3 รวมกันและก่อตั้งเป็นชุดปฏิบัติการหมวดทหารราบอากาศที่ 1 หรืออีกชื่อคือพลร่มเลแวนต์ (Peloton Parachutiste du Levant) และถูกส่งออกไปทำภารกิจในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484) หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในเลบานอน ฝ่ายเสนาธิการของขบวนการฝรั่งเศสเสรีจึงได้ยกระดับฐานะหน่วยจากเดิมเป็นระดับหมวดขึ้นเป็นกองร้อยในวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1941 (พ.ศ.2484) โดยมีชื่อว่ากองร้อยทหารราบส่งทางอากาศที่ 1 (1er Compagnie de Chasseurs Parachutistes : 1er C.C.P) และส่งไปฝึกเพิ่มที่ฐานทัพอากาศ Kabrit (ปัจจุบันชื่อว่า Kibrit Air Base) ในอียิปต์

ด้วยความที่นายพลชาร์ล เดอ โกล เล็งเห็นว่าบทบาทของทหารราบส่งทางอากาศจะมีความสำคัญมากขึ้นจึงสั่งให้ร.อ.เบิร์ก นำกำลัง 1er C.C.P ของเขาเข้าไปสังกัดในกองพลน้อย Special Air Service (SAS) แห่งกองทัพบกสหราชอาณาจักร และถูกจัดตั้งให้เป็น 3rd SAS Squadron ในวันเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1942 (พ.ศ.2485) โดยมีชื่อเรียกง่ายๆว่า กองพันฝรั่งเศส (French Squadron) ในพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ได้มีการส่งนายทหารชั้นสัญญาบัตร+ประทวน 50 นาย ไปทำการฝึกหลักสูตรคอมมานโดพลร่มของ SAS ขณะเดียวกันก็ได้มีการเปิดรับสมัครอาสาสมัครชาวฝรั่งเศสที่อยู่บนเกาะบริเตน (Great Britain) เข้ามาทำการฝึกเพื่อก่อตั้งกองร้อยที่ 2

ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.1943 (พ.ศ.2486) กองพันฝรั่งเศสถูกส่งไปรวมกับกองพันทหารราบอากาศที่ 1 (1er Bataillon d'Infanterie de l'Air : 1er B.I.A) และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนั้นก็ได้มีการก่อตั้งกองพันทหารราบอากาศที่ 3 (3e Bataillon d'Infanterie de l'Air : 3e B.I.A) ขึ้นที่เลบานอน ต่อมาทั้งสองกองพันถูกโอนขึ้นกับกองพลน้อย SAS ของสหราชอาณาจักร ต่อมาในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1944 (พ.ศ.2487) 1er B.I.A ก็ได้ถูกปรับเป็นกรม SAS ที่ 3 ส่วน 3e B.I.A ถูกปรับเป็นกรม SAS ที่ 4 ซึ่งในตอนนี้นั้นกองพลน้อย SAS แห่งสหราชอาณาจักร ประกอบไปด้วยทั้งหมด 5 กรมได้แก่
-กรม SAS ที่ 1 กับ 2 เป็นกำลังพลของสหราชอาณาจักรโดยตรง
-กรม SAS ที่ 3 กับ 4 เป็นกำลังพลของฝรั่งเศสเสรี 
-กรม SAS ที่ 5 เป็นกำลังของเบลเยี่ยม

ในปลายปีค.ศ.1944 ได้มีการโอนสายการบังคับบัญชาของกรม SAS ที่ 3 กับ 4 จากกองพลน้อย SAS แห่งสหราชอาณาจักรมาขึ้นตรงกับกองทัพปลดปล่อยฝรั่งเศส (Armée française de la Libération : AFL) โดยกรม SAS ที่ 3 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหารราบส่งทางอากาศที่ 3 (3e Régiment de Chasseurs Parachutistes : 3e RCP) และกรม SAS ที่ 4 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหารราบส่งทางอากาศที่ 2 (2e Régiment de Chasseurs Parachutistes : 2e RCP)

ต่อมาในเดือน ค.ศ.1945 (พ.ศ.2488) ได้มีการยุบ 2e RCP กับ 3e RCP แล้วนำมาจัดตั้งเป็นกองพันทหารราบส่งทางอากาศที่ 1 (1er Bataillon de Chasseurs Parachutistes : 1er BCP)

ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.1946 (พ.ศ.2489) ได้ก่อตั้งกองพัน SAS ขึ้นมาใหม่ 2 กองพัน หลังจากที่ยุบ 1er BCP ไป ซึ่งกำลังพลส่วนใหญ่มาจากกรม SAS ที่ 3 กับ 4 ที่เคยผ่านสมรภูมิสงครามโลกทางฝั่งยุโรปมาแล้ว จากนั้นก็ถูกส่งไปยังพื้นที่ในแถบอาณานิคมฝรั่งเศสอินโดจีนเพื่อรับมือภัยคุกคามกลุ่มชาตินิยมแบ่งแยกดินแดน ในเวลาไม่นานหน่วยดังกล่าวก็ได้ขยายกำลังพลออกไปมีขนาดครึ่งกองพลน้อยทำให้มีชื่อหน่วยใหม่ว่า ครึ่งกองพลน้อยส่งทางอากาศ SAS ที่ 1 (1er Demi-Brigade de Parachutistes SAS : 1er D-B.P.SAS) และถูกยุบไปในปีวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1961 (พ.ศ.2504) โดยใช้ชื่อสุดท้ายว่ากองพลน้อยส่งทางอากาศทหารนาวิกโยธิน (Brigade Parachutiste d'Infanterie de Marine : B.P.I.Ma)

ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1948 (พ.ศ.2491) ด้วยความสำเร็จในการปฏิบัติงานของ 1er D-B.P.SAS ก็ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่โดยให้มีหน่วยแยกออกไปเป็นหน่วยระดับกองพันใช้ชื่อว่า กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 1 (1er Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 1er B.C.C.P) แล้วได้ขยายไปอีก 5 กองพัน ได้แก่
-กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 2 (2e Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 2e B.C.C.P)
-กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 5 (5e Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 5e B.C.C.P)
-กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 6 (6e Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 6e B.C.C.P)
-กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 7 (7e Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 7e B.C.C.P)
-กองพันคอมมานโดอาณานิคมส่งทางอากาศที่ 8 (8e Bataillon Colonial de Commandos Parachutistes : 8e B.C.C.P)
ทว่าหลังจากการรบที่เดียนเบียนฟู B.C.C.P ทั้งหมดแทบจะเหลือกำลังพลเพียงแค่หยิบมือ ในปี ค.ศ.1945 กำลังที่เหลือรอดจากสมรภูมิในอาณานิคมอินโดจีนก็ถูกนำไปสร้างหน่วยใหม่โดยมีชื่อว่ากองพลน้อยส่งทางอากาศอาณานิคม (Brigade Colonial Parachutistes : BCP) เพื่อรับมือกับสถานการณ์สงครามประกาศเอกราชในแอลจีเรีย ซึ่งในอีก 2 ต่อมา BCP ก็ส่งให้ไปรวมกับกองพลส่งทางอากาศที่ 10 (10e Division Parachutiste : 10e D.P)

และในปีค.ศ.1958 (พ.ศ.2501) กองพลน้อยส่งทางอากาศอาณานิคมก็ได้ถูกยุบแล้วได้มีการสร้างหน่วยใหม่ขึ้นมาในปี 1959 (พ.ศ.2502) ใช้ชื่อว่า G.I.B.P.OM แล้วได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองพลน้อยคอมมานโดส่งทางอากาศทหารนาวิกโยธิน (Brigade Parachutiste Commandos d'Infanterie de Marine : B.P.C.I.Ma) และในปีค.ศ. 1962 (พ.ศ.2505) ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งอย่างที่ใช้ในปัจจุบันคือกรมทหารพลร่มนาวิกโยธินที่ 1 (1er Régiment de Parachutistes d'Infanterie de Marine : 1er RPIMa) ใช้สัญลักษณ์ตราประจำหน่วยเหมือนกับ SAS แห่งสหราชอาณาจักร ใช้คติประจำหน่วยว่า Qui Ose Gagne ซึ่งมีความหมาย Who Dares Wins เฉกเช่นเดียวกับ SAS อันเป็นต้นตำรับ

3.การจัดโครงสร้างหน่วยและความรับผิดชอบ?
-กองร้อยที่ 1 (1er Compagnie) รับผิดชอบการสงครามในเมือง, ต่อต้านการก่อการร้ายและชิงตัวประกัน, อารักขาบุคคลสำคัญ, การสงครามสะเทินน้ำสะเทินบก, การดำน้ำทางยุทธวิธี, ส่งทางอากาศทุกรูปแบบ, การรื้อถอนทำลายวัตุระเบิด
-กองร้อยที่ 2 (2e Compagnie) รับผิดชอบการสงครามป่า, ภูเขา, ทะเลทราย และ พื้นที่หิมะหนาวเย็น
-กองร้อยที่ 3 (3e Compagnie) รับผิดชอบการเคลื่อนที่ด้วยยุทธพาหนะ
-กองร้อยที่ 4 (4e Compagnie) รับผิดชอบการลาดตระเวน, สอดแนม และการฝึก
-กองร้อยสื่อสาร (Signalisation compagnie) รับผิดชอบสงครามอิเล็กทรอนิกส์, เส้นทางแหล่งข้อมูลข่าวสาร, การส่ง และรับข้อความคำสั่งในการปฏิบัติการ
-หมวดข่าวกรอง (Renseignement peloton) รับผิดชอบการจัดการด้านข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับกองทัพในประเทศต่างๆและฝึกฝนงานทางด้านข่าวกรองให้กับกำลังพลของหน่วย

หากใครที่ยังสับสนหรือกำลังศึกษาเกี่ยวกับกรมทหารพลร่มนาวิกโยธินที่ 1 เราหวังว่าการสรุปข้อมูลแบบคร่าวๆไม่ลงรายละเอียดเจาะลึกมากนี้จะทำให้เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น และสุดท้ายนี้หากผิดพลาดข้อมูลประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่