ชะตารักเหนือกาล : A Timeless Love. #30#

กีกลับมาถึงลาบีรินธ์ภายใต้การประคับประคองของภูตดิน เส้นผมดำขลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา ลมหายใจขาดห้วง ร่างแทบทรงตัวไม่อยู่..สายตาร้าวรานกวาดมองไปรอบๆแผ่นดินอันเป็นที่รักกำลังถูกเหยียบย่ำทำลาย เสียงกรีดร้องดังระงม หมอกควันไฟจากการเผาผลาญบ้านเรือนแผ่กระจายไปทั่ว

“เป็นไปไม่ได้..แล้วอันทาเออัสไปอยู่ที่ใด !?”
พยายามเพ่งจิตหาน้องชาย แต่พบเพียงความว่างเปล่า เขาได้แต่พึมพำราวเสียขวัญ
“ทำไมข้าถึงหาเขาไม่เจอ..ทำไม !?”

“นายท่าน สงบจิตใจก่อนเถอะ” ภูตดินเอ่ยเตือน ในขณะที่จอมเวทคนอื่นรีบเข้าไปช่วยโรมรันศัตรู

 เฮซิโอดอสยืนมองร่างแหลกเหลวของศิษย์รัก พลางแค่นเสียงเคียดแค้น
“ไม่นึกเลย ว่าแม้แต่เจ้าเองก็ยังพลาดท่าให้กับเจ้าปิศาจนั่น..เหตุใดถึงได้โง่นัก” และระบายอารมณ์โกรธกับศัตรูที่อยู่บริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งเหลือบไปเห็นกีที่ใกล้สิ้นใจ ก็เข้าไปเย้ยหยัน

“ไม่นึกเลย ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่จนถึงป่านนี้”

กีจ้องอย่างอาฆาต
“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อเจ้ายังมีลมหายใจ”

“เช่นนั้นจะรออะไรเล่า..หรือรอให้ข้าไปตัดหัวของเจ้าเอง” 
พูดจบก็พุ่งโจมตี แต่ภูตดินรีบสร้างเกราะกำบังให้ผู้เป็นนาย ก่อนเข้าต่อสู้กับจอมเวท แต่รับมือไปได้ไม่นานนักก็พลาดท่าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ 

กีเห็นดังนั้น รีบสูบพลังชีวิตขึ้นมาจากผืนดิน ซึ่งเป็นพลังต้นกำเนิดของตน จนดินแห้งแตกระแหงเป็นวงกว้าง และต่อสู้กับเฮซิโอดอสสุดกำลัง แต่กระนั้น พลังชีวิตที่เขาดึงขึ้นมามันยังไม่เพียงพอที่จะต้านพิษร้ายในร่างกายซึ่งกำลังพุ่งโจมตีดวงจิตของเขาจากภายในร่างกายอันแสนเจ็บปวด จนพลาดท่าให้กับศัตรู และก่อนที่จะถูกสังหาร ภูตดินสละพลังจากแก่นวิญญาณทั้งหมดให้กับผู้เป็นนายจนกายเนื้อสูญสลาย รวมทั้งจอมเวทคนสนิทก็พร้อมยอมมอบพลังที่เหลือให้ จนพละกำลังของกีเริ่มฟื้นกลับมา แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เพียงพอสำหรับห้ำหั่นอีกฝ่ายให้มอดม้วย 

และคราวนี้ ความหายนะเป็นฝ่ายหันมาทักทายเฮซิโอดอสบ้าง

ก้อนหินทุกก้อนลอยคว้างพุ่งใส่ ผืนดินกลายเป็นหนามแหลมยาวไล่ทิ่มแทง ไม่ว่าจอมเวทชราจะลอยกลางอากาศ หรือเหยียบย่ำบนผืนดินก็ไม่อาจหลบพ้น ในที่สุด..สองเท้าถูกเสียบแทงยึดตรึงแน่น เสียงแหบแห้งแผดลั่นอย่างเจ็บปวด และภาพสุดท้ายที่เห็นคือ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมเปี่ยมด้วยแรงโทสะของกี ก่อนปลายหินแหลมพุ่งขึ้นจากผืนดินเสียบร่างเขาห้อยต่องแต่งกลางอากาศ ให้ฝูงกาปีศาจรุมฉีกทึ้ง

เมื่อเสร็จศึก..กีทรุดร่างลงคุกเข่า แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงพอที่จะหายใจแล้ว

ดวงจิตของภูตดินลอยวนเวียนอยู่ใกล้ ไม่ยอมไปไหน..ชายหนุ่มหยัดยิ้มและยื่นมืออันสั่นเทาโอบประคองดวงจิตนั้น
“ขอบใจสำหรับความภักดีของเจ้า..เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าจะนรกหรือสวรรค์ ก็จงร่วมไปกับข้าเถอะ” และกดดวงจิตแทรกฝังเข้าไปในอก

สายตาพร่าพรายเหลียวมองไปรอบๆ เสียงแหบโหยเอื้อนเอ่ยติดค้างเพียงแค่ริมฝีปาก
“อันทาเออัส ท่านไปอยู่ที่ใดกัน..ข้าไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนกับท่านได้แล้วนะ..ข้าขอโทษ..”

สำนึกสุดท้ายเริ่มเลือนราง หวนคิดถึงมารดาผู้ให้กำเนิด แผ่นหลังห่อลู่ ใบหน้าฟุบลงอย่างอ่อนล้า
“ท่านแม่..ข้าเหนื่อยเหลือเกิน โปรดมารับข้ากลับคืนสู่อ้อมกอดของท่านเถอะ”

ดวงตาทั้งคู่ปิดลงพร้อมหยาดน้ำตาร่วงริน ผสมปนเปกับเลือดข้นคลั่กสีดำจากร่างกายไหลชโลมผืนดิน

ทันทีที่ลมหายใจสุดท้ายของกีหมดลง ผืนดินเริ่มสั่นไหว แผ่นฟ้ามืดมิดอับแสง คลื่นลมปั่นป่วน ทะเลสาดซัดอย่างบ้าคลั่ง เสียงหวีดหวิวของสายลมแรงราวกับเสียงกรีดร้องของสตรีที่กำลังเสียจริต

“ลูกข้า !!”

ลมพายุหมุนวนรอบร่างอันไร้วิญญาณประดุจฝ่ามือลูบไล้ปลอบโยนให้ร่างนั้นแปรเปลี่ยนเป็นก้อนดินและค่อยๆแห้งแตกสลายเป็นฝุ่นผง
และครานี้..แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่นรุนแรง บังเกิดรอยร้าวแตกแยกและยุบตัวลงเป็นเหวลึก ภูเขาไฟใต้น้ำอันเคยสงบนิ่งเนิ่นนานพลันระเบิดขึ้น กลุ่มควันพิษและไอร้อนพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ก่อเกิดคลื่นยักษ์ขนาดมหึมาถาโถมโจมตีกวาดล้างทำลายทุกสรรพสิ่ง ผืนดินชายฝั่งตลอดถึงที่ตั้งตัวปราสาทลาบีรินธ์พังทลาย ทรุดจมหายลงทะเล 

ความเสียหายลุกลามไปถึงปราสาทคนอสซอส ซึ่งอยู่ห่างออกไป แม้จะสร้างได้ยิ่งใหญ่ตระการตาแค่ไหน ก็ไม่อาจรอดพ้นจากแรงสั่นสะเทือนจนตัวปราสาทไม่อาจต้านทาน พังครืน เหลือเพียงรากฐานบางส่วนยังคงยืนหยัดภายใต้น้ำทะเลเอ่อท่วม รอวันเหือดแห้ง

อารยธรรมมิโนอัน ที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด พลันย่อยยับดับสลายในพริบตา พร้อมๆกับสภาพดินแดนที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ยกเว้น..
ต้นไม้ทุกต้น สัตว์และแมลงทุกตัว ธัญพืชทุกสายพันธ์ ผู้คนทุกชีวิตที่อยู่ภายใต้การปกครองของอันทาเออัส ถูกฟองอากาศเข้าครอบคลุมปกป้องพาลอยเหนือทะเลดำมืดที่กำลังบ้าคลั่ง ฝ่าคลื่นลมแรงสู่เกาะใหญ่อันอุดมสมบูรณ์กลางทะเลสีครามสด และแสนเงียบสงบ ซึ่งเป็นเกาะกำเนิดขึ้นมาใหม่ ให้ผู้ที่เหลือรอดดำรงชีวิตต่อไป 
 
(ต่อค่ะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่