บ้านนี้...ผีดุ

เพื่อนๆ ... เชื่อว่า ผีมีจริงไหม ?
ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ไม่เชื่อ...จนกระทั่ง

ราวๆ ปี พ.ศ. 2533
ตอนนั้นผมยังเป็นพันจ่าอากาศเอกอยู่
แม่ก็ได้อพยพจากสิงห์บุรีมาอยู่ใน กทม.กับผมสักพักแล้ว

เป็นปีแล้วสินะ ที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่สิงห์เลย
ไปดูซักหน่อยปะไร

ถึงท่ารถ บขส. ที่สิงห์บุรีก็ร่วมโพล้เพล้ อากาศเย็นดีจัง
ชุดทหารอากาศบ่าแข็งเนี่ย คงเท่สินะ มีสาวๆ แอบมอง
ผมเอาหมวกหม้อตาลที่ดัดปีกหมวกแล้ว สวมหลุบๆ หน้า
พอจะออกก้าวเดิน ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับสิบเอกทหารบกลพบุรี
จ่าวีระ...เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยคลุกคลีตีโมงกันมาสมัยยังเป็นเด็ก

บอกได้เลยว่า ออกจากตลาดที่ตัวเมืองสิงห์เที่ยวนี้
ถุงทะเลจ่าระแทบจะปริแตก
ขวดโซดา น้ำแข็ง น้ำขวด น้ำอัดลม แสงโสมกลม
กับแกล้มนาๆ ชนิด ยัดทะนานอยู่ในนั้น
ก็นานๆ จะได้เจอกันซักที ก็ต้องฉลองกันซักหน่อย

ถึงบ้าน...ก็พลบค่ำ แหวกหญ้าคาเข้าไป
ก็เผอิญเจอไอ้หมู นักเลงกะโหลกกะลาขับจักรยานผ่านมา
รุ่นราวคราวเดียวกันทั้งนั้นแหละ อ่อนแก่กว่ากันไม่เกินปี
ไอ้นี่ คู่ซี้จ่าระเค้า แต่ก็พอรู้จักกันกับผมอยู่

เข้ามาก็ช่วยกันปัดกวาดหยากไย่ใต้ถุนบ้าน
พอสะอาดได้ที่ ก็เริ่มบรรเลงกันทันที...
ผมกับจ่าระล่อเหล้าเหลือง ไอ้หมูล่อเหล้าขาว
นานๆ เจอกันทีเนี่ย บทสนทนามันส์....มาก
พอชักเริ่มได้ที่ วิญญาณศิลปินก็เริ่มเข้าสิง

กีร์ต้าบนบ้าน ผมก็เอามาดีด
ถัง กาละมังแถวนั้น จ่าระก็เอามาตี
ไอ้หมู...คอยเคาะขวดเปล่า ให้จังหวะไป
ทั้งหมด ช่วยกันร้องเพลง....
ไม่รู้จักกี่อัลบัม กี่ศิลปิน เพลงมันส์ๆ ทั้งหลาย
เรายกมาที่นี่...จนหมด

เหล้าหมด เครื่องเคียงหมด น้ำแข็งหรือโซดาหมด
เป็นหน้าที่ไอ้หมูปั่นจักรยานไปซื้อในบาง
เวลาก็เคลื่อนคล้อยไปเรื่อย จนกระทั่ง...
เพลงมันส์ๆ เล่นจนหมด
เปลี่ยนแนวมาเป็นเพลงช้าๆ เกากีร์ต้าเบาๆ บ้าง

เสียงคล้ายคนกำลังถัดตูดบนพื้นเรือนดังครืด...คราด
มาจากข้างบนหัวผม..ชั้นบน

เสียงเกากีตาร์...หยุด
เสียงเคาะกาละมัง...หยุด
เสียงเคาะขวด...หยุด
และ...
เสียงนั้น...ก็หยุด !!

ต่างคน ต่างมองหน้ากันไปมา คล้ายกับจะถามกันว่า...
“ พวกเอ็งได้ยิน เหมือนอย่างที่กูได้ยินม้ายยยยย ? ”

ผมหลบตาลงมองนาฬิกาข้อมือห่วยๆ
มันบอกเวลา..ตีสองกว่าๆ

บ้านผมทำมาจากไม้มะม่วงเกือบทั้งหลังนะ
พ่อสร้างมันมากับมือ...
ก่อนตายเพราะมะเร็ง สภาพแกแย่มากๆ เดินเหินไม่ได้
ไปไหนที ต้องค่อยๆ ถัดตูดตามพื้นไป
หูอาจจะแว่วน่า ก็ทำเป็นไม่สนใจซะ...

เสียงกีตาร์เริ่มบรรเลงใหม่ แต่คราวนี้ไม่เกา
เปลี่ยนเป็นการโซโล่แทน พร้อมเพลงมันส์ๆ มา Rerun

เสียง "โคร้ม..." เบ้อเร่อ ดังมาจากชั้นบนของบ้าน
เสียงโซโล่กีตาร์...หยุด
เสียงเคาะกาละมัง...หยุด
เสียงเคาะขวด...หยุด
และ...
เสียงนั้น...ก็หยุด !!

พากันวิ่งไปชั้นบน...
ความเงียบสงบในราตรีนั้น แม้แต่ใบไม้ก็แทบจะไม่กระดิก
แต่..โกศเก็บกระดูกพ่อผม กลับตกลงมาจากแท่นบูชา

อัญเชิญโกศเก็บกระดูกของพ่อขึ้นแท่นบูชาอย่างเดิม
จุดธูป เทียน พากันขอขมาอภัย เสร็จสรรพ
ก็ลงมาบรรเลงเพลงกันต่อ ที่ชั้นล่าง...

เสียง "โคร้ม..." ดังมาจากข้างบนของบ้านอีก
คราวนี้ เป็นเทียนแท่งโตที่จุดไว้เมื่อตะกี๊ร่วงหล่นลงมา
"เอ็งลนตูดเทียนไว้ไม่ดีน่ะสิ มา...ข้าเอง" ไอ้หมูพูดเสียงดัง
จัดการเสร็จสรรพ มันก็ยกมือไหว้ปะหลกๆ บ่นอะไรพรึมพรำ
ไม่ทันพากันก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายที่จะถึงพื้น

เสียง "โคร้ม..." ก็ดังมาจากข้างบนอีก
เทียน...แท่งเดิม แต่ร่วงหล่นลงมาคนละที่
"ข้าว่า...ลนน้ำตาเทียนอย่างดีแล้วนาาาาา"
"ไม่ต้องจด ไม่ต้องจุดมันแระ ปล่อยนอนไว้อย่างงั้นแหละ"
ทุกคนเห็นตามด้วย พากันเดินลงมา
เสียงกีตาร์บรรเลงต่อที่ชั้นล่าง...

เสียง "ฮึมฮัมๆ..."
ฟังไม่ได้ศัพท์
ดังแข่งคลอไปกับเสียงเพลง
แว่วมาจากริมรั้วเฟื่องฟ้า ใกล้ๆ กับประตูรั้ว
เสียงเล่นกีตาร์...หยุด
เสียงเคาะกาละมัง...หยุด
เสียงเคาะขวด...หยุด
และ...
เสียงนั้น...ก็หยุดอีก

"พอเถอะ พวกเอ็งจะมองตากันทำไม ไปนอน..."
ไอ้หมูกับจ่าระ พากันนอนผึ่งยุงที่นอกชานบ้านชั้นบน
ผมนอนในห้องผม ชั้นบนของบ้านเช่นกัน
กิ่งไผ่โดนลมลาก กวาดไปมาบนหลังคาสังกะสี
เสียงดัง แกรก.....กราก.....
"ไหง...ลมเพิ่งมา ?!!"
ไม่ทันได้คิดต่อ...ผมก็หลับไปเพราะความเมา

เอาจริงๆ นะ...ผมไม่รู้ว่า ผมโดนผีหลอกหรือเปล่า ?
เพราะ...ผมได้ยินแต่เสียงที่ไม่มีที่มา ที่ไป !!
กับภาพติดตาโกศของพ่อ ที่นอนตะแคงแอ้งแม้งบนพี้น
โดยไม่มีเหตุอันควร...

เพื่อนเหล่านั้น ไม่กล้ามาที่บ้านนี้อีกเลย
มันบอกว่า บ้านพ่อผม...ผีดุ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่