เราควรรู้สึกยังไงกับเพื่อนคนนี้ดีคะ?

สวัสดีค่ะ เราอยากบอกเล่าเรื่องราวที่เราประสบพบเจอเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ 
เราจบม.6มาเเล้วมาเรียนต่อมหาลัยในเมืองค่ะ ด้วยความที่บ้านฐานะค่อนข้างลำบากเลยค่ะ เราเองก็กู้เงินเรียนด้วย ก่อนเปิดเทอมมหาลัยเราหาหอพักราคาถูกๆ เราไปเจอหอพักราคา 2200 ค่ะ เราก็ทักหาเพื่อนที่จบม.6มาด้วยกัน ว่าใครเรียนมหาลัยเดียวกับเรามาเป็นรูมเมทเราไหม สรุปก็คือได้มาคนหนึ่งค่ะ เราขอสมมติชื่อเขาว่า จอย นะคะ จอยเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนเก่งมากค่ะ ร้องเพลงเพราะด้วยค่ะ หน้าตาดีนะคะ แต่ดีกรีการพูดแรงนี่ที่หนึ่งเลย นางเป็นคนมีโรคประจำตัวนะคะ (เลือดจาง ภูมิแพ้) นางเรียนครูค่ะ ตอนอยู่หอกับนางแรกๆมันก็ดีค่ะ งานบางวิชาที่เราทำไม่ได้นางก็ยังช่วยค่ะ แต่พอหลังๆมาเริ่มเห็นว่านางรู้สึกขี้เกียจค่ะ ไม่กวาดห้อง เช็ดห้อง ล้างจาน ซักผ้า ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไม่เคยซื้อมาเลยค่ะ เราก็กวาดเช็ดถูเองทั้งหมด ซักผ้าบางทีนางก็ขอให้ซัก ด้วยความที่เราขี้เกียจพูดเพราะคิดแหละว่าคงจะครั้งเดียวแหละก็เลยยอมๆทำให้ไปส่วนนางก็เล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงจ้า กับข้าวบางทีเราทำเราซื้อมาก็บอกว่าเหม็น เราก็ทนๆคำพูดนางไปไม่ได้ว่าไร นานวันยิ่งหนักขึ้น แชมพู ยาสีฟัน แฟ๊บ ผ้าอนามัย เซรั่มทาหน้า เราเป็นคนซื้อมาโดยตลอดจริงๆ บางทีมันหมดเราไม่ยอมซื้อ จอยก็จะไปขอยืมเพื่อนจากหอพักอื่น (คือเกินไปมากไม่ยอมควักเงินจ่ายเลย) บางทีจอยขี้เกียจไปขอ นางก็ซักผ้าน้ำป่าวก็มี เรานี่เชื่อเขาเลยจริงๆ หนักกว่านั้นเริ่มยืมกระโปรงนักศึกษา เสื้อเเขนยาว รองเท้า ถุงเท้า ยืมแล้วก็ไม่ซักด้วยนะ มีวันนึงที่เราโกรธจนร้องไห้เลย วันนั้นเราทั้ง2มีเรียนเช้ากันทั้งคู่ จอยต้องออกหอ 6.30 น. เราต้องออกหอ 8.30 น. แล้วฝนมันตกหนักมากจริงๆ ในห้องมีร่มคันเดียวเป็นร่มของเราที่แฟนเราซื้อไว้ให้ วันนั้นจอยออกหอก่อนเราเราก็ไม่ได้ดูหรือสงสัยอะไรว่าจอยออกหอไปยังไงทั้งๆที่ฝนตกหนัก เรามารู้ตอนที่เราต้องออกหออ่ะว่าร่มเราหายไป เราก็แบบหาจนเหงื่อท่วมอ่ะ ก็หาไม่เจอ เราก็นึกในใจละว่าจอยเอาไปแน่ๆ เราก็ฝ่าฝนวิ่งไปเซเว่นใกล้หอ แปปเดียวเองตัวชุ่มหมดเลย เราก็เข้าไปซื้อร่มคิดในใจไปด้วยว่า ทำไมกูต้องเป็นคนซื้อร่มด้วยวะ แต่วินาทีนั้นต้องรีบอ่ะเพราะถ้าไปเรียนสายอาจารย์จะเช็คขาด เดินไปมหาลัยไปร้องไห้ไป พอถึงห้องเรียนก็พอมีเวลาก่อนอาจารย์เข้าสอน เราก็ทักไปถามจอยว่า เอาร่มไปหรอ นางก็ตอบว่า ใช่ แค่เนี้ย แบบเห้ยไม่ถามเราหน่อยหรอว่าเรามามหาลัยยังไง เราก็ช่างเถอะเก็บความโกรธไว้ในใจ พอกับมาถึงหอนางก็เอาร่มมาคืน สภาพร่มก็คือแบบ ด้ามจับร่มหายจ้า นางบอกทำหลุดตกท่อ คำขอโทษสักคำก็ไม่มี เราก็ไม่ได้วีนนางนะก็ปล่อยผ่านไป ได้สักอาทิตย์นึงนางเหมือนทะเลาะกับแฟนแล้วก็เลิกกันไป อีกอาทิตย์นางก็มีคนคุยนางบอกว่าน่าจะกลับห้องดึกนะไม่ต้องรอหลับก่อนได้ เราก็ไม่ได้สนใจไรก็ปล่อยๆไป ปรากฏว่านางกลับ6โมงเช้าจ้า แล้วนางก็แต่งตัวไปเรียนต่อเลย เริ่ดมาก พอหลังจากนั้นได้ไม่นานก็ห่างหายกันไป ถัดมาอีก2-3วัน แฟนเก่านางเมื่อปีก่อนๆทักมา นางก็ไม่รอช้าก็ตัดสินใจคบในวันเวลาอันสั้นนั้นเลย ช่วงนั้นนางก็พาแฟนคนนั้นมาที่หอค่อนข้างบ่อยนะ บางทีนางก็ไปนอนห้องพักแฟน เราก็ไม่ได้อะไร แต่นานเข้าๆเราก็มีเรียนลงพื้นที่เยอะแบบว่าออกหอตี5กลับ5โมงเยน ต้องเข้าใจก่อนว่าการที่เราลงพื้นที่แต่ละครั้งอ่ะเหนื่อยกว่าเรียนในห้องแน่นอนเพราะต้องนั่งรถ เดินสำรวจชุมชน พบปะผู้คนมากมาย มันก็ทำให้เราเหนื่อยล้า เราก็นึกเอาว่า ถ้ากลับหอค่อยกลับไปนอนพัก พอกลับไปหอเซอร์ไพส์มากจ้า นางเอาแฟนนางมานอนด้วยกันในห้องแฟนนางก็ใส่สะโหร่งตัวนึง เราก็ไม่ได้คิดไรมาก เขาทั้งคู่ก็ไม่ลุกจากเตียงนะก็นอนๆไป เราก็พูดลอยๆว่า วันนี้ลงพื้นที่เหนื่อยมากโคตรง่วงเลยว่าจะกลับมานอนสักหน่อย 5 นาทีก็แล้ว 10 นาทีก็แล้ว ก็ไม่พากันลุกจ้า เราก็เบื่อจะพูดละก็เลยไปหอเพื่อน บอกเพื่อนว่าของีบสัก2ชั่วโมง พอเราตื่นมานางก็ทักแชทตามเรา ว่าอยู่ไหนเราก็ตอบแทงใจดำนางไปเลยว่า มางีบหอเพื่อนพอดีเหนื่อยไม่มีที่นอนเดี๋ยวจะกลับละ แค่นี้ พอเรากลับไปนางก็ออกไปกะแฟนนางมั้งกลับแต่ละที ตี3ตี4 เราก็ไม่ได้ว่าอะไร มีวันนึงเราบอกจอยว่าจะไปนอนหอแฟนนะคืนนี้ไม่กลับห้อง (อันนี้เราวางแผนกับเพื่อนที่อยู่ในหอเดียวกันค่ะ ลืมบอกไปว่าหอพักเรามีสองชั้น เพื่อนเราพักอยู่ห้องชั้นล่างเราพักห้องชั้นบน เวลาเราเดินหรือทำอะไรเสียงดังเพื่อนก็ได้ยินค่ะ เราวางแผนไว้ว่าถ้าหากว่าเราไม่อยู่จอยจะมีปฏิกิริยายังไงโดยมีเืพื่อนห้องข้างล่างเป็นแม่สื่อให้) ผลสรุปนะคะก็คือ เราออกไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนางก็เรียกแฟนนางมาเลยจ้า เพื่อนบอกว่าคืนนั้นทั้งคืนได้ยินแต่เสียงเตียง กึกกักๆๆ พอตอนเช้าเรากลับมาห้อง เขาสองคนก็ไม่ได้อยู่หอนะ แต่สภาพห้องก็คือเละอ่ะ ผ้าปูเตียงเราขาด มีแต่คาบน้ำเปื้อนๆ ทั้งขยะคือล้น (นางไม่เคยเป็นคนเอาขยะมาทิ้งเลยค่ะ) เราก็เลยเอาขยะนั้นไปทิ้ง มีถุงยางด้วยจ้าาโอ้โหมาก คิดในใจ นี่กูต้องมาเก็บกวาดเช็ดถูหลังจากที่เขากันเสร็จหรอวะเนี่ย เรายอมรับนะเราก็เปนคนที่นิสัยค่อนข้างเสียเลยแหละ เราถ่ายรูปถุงยางนั้นไว้คุยกับเพื่อนที่อยู่ในหอนั้นด้วยกัน หลังจากนั้นนางก็เริ่มเหมือนจะรู้สึกว่าเราเริ่มรำคานนางละ นางก็เลยบอกว่าจะออกไปอยู่หอคนเดียวนะ เราก็แอบดีใจเลยจ้า มีเรื่องตื่นเต้นอีกอย่างนึง คือนางไม่มีโน๊ตบุ๊คนางจะยืมเราตลอด แล้วหลังจากนางออกหอไปแล้วเราก็มาใช้ต่อเราก็จะเข้าล้อกอินเฟสเพื่อจะคุยงานแหละ แต่จอยอ่ะมันลืมล้อกเอ้า เราก็คืออยากยิ้มไง ก็ดูว่านางเคยนินทาเราให้ใครฟังบ้าง ปรากฏว่ามีนะแต่ก็คงธรรมดาไม่ได้คิดไร ก็เลยล้อกเอ้าให้นางไป แล้วจุดเริ่มต้นความบรรลัยมันอยู่ตรงนี้ค่ะทุกคน เราอ่ะ มีเพื่อนคนนึงจบที่เดียวกันนี่แหละเราค่อนข้างไว้ใจนางนะสมมตินางชื่อ บีม เราอ่ะนินทาเรื่องจอยให้บีมฟังเราเล่าแบบที่เราเจอมาเนี่ยแหละ รวมถึงส่งรูปถุงยางนั้นให้เขาด้วยแถมยังบอกด้วยว่านางลืมล้อกเอ้าเลยรู้ว่าจอยก็นินทาเราให้คนอื่นฟังเหมือนกันหลังจากวันนั้นผ่านไปสองเดือน จอยทักเรามา มันบอกว่า"ทำไมต้องทำกับกูแบบนี้ด้วย นิสัยนี่เหลือเกินอ่ะ เสียมารยาทมาก สันดานเสีย ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้นะเอาเรื่องกูไปเล่าให้คนอื่นฟัง  ยิ้มจริงๆ อย่าให้กูได้เอาเรื่องของไปเล่าให้คนอื่นฟังบ้างนะ " เราก็นึกเจ็บใจจากสิ่งที่นางทำกับเราทั้งหมดตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่หอด้วยกันมันคือความโกรธแค้นสะสมเป็นเวลานานที่จะถึงเวลาปลดปล่อยสักที เราก็ทั้งด่าทั้งพูดสิ่งที่เราอยากพูดกับนางไปหมดเลยจริงๆ พอเราปล่อยไปหมดแล้วเราก็ บอกว่า "สิ่งที่กูทำกับอ่ะมันเกิดจากความโกรธกูเนี่ยแแหละ กูรู้แหละว่าไม่ควรทำกับแบบนี้ แต่กูโกรธไงกูเลยแก้แค้นแบบนี้ กูรู้ว่ากูผิด รู้ว่าทำไปมันก็มีแต่แย่ ถึงตั้งแต่นี้ไปกับกูจะตัดขาดเป็นเพื่อนกัน กูก็จะขอโทษ กูขอโทษนะ" เรารู้ทันทีเลยอ่ะว่าบีมเป็นคนไปบอกตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ติดต่อกับอี ยิ้มบีมอีกเลยเชื่อใจไม่ได้  ในช่วงนั้นเราก็รู้สึกผิดไปพักใหญ่เลยเอาแต่นึกถึงวันที่เราเคยพึ่งพากันกับจอยแต่มันก็ขัดกับสิ่งที่จอยทำกับเราอ่ะ เราคิดว่ามันลบล้างกันไม่ได้อ่ะ แต่ลึกๆแล้วเสียใจนะที่ทำกับจอยแบบนั้นแต่เราทำไปเพราะเราไม่คิดและโกรธจนทำพลาดแล้วกลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว ในทุกๆวันนี้จอยบล็อกเฟสเราไปแล้วค่ะ บางครั้งเจอกันก็หลบหน้ากันค่ะไม่ทักทายหรืออะไร เราฝันถึงจอยบ่อยมากและในฝันเราก็เอาแต่พูดว่า "กูขอโทดที่ทำกับแบบนี้ เรากลับมาเป็นเพื่อนกันนะ" และในฝันนางก็เอาแต่ยิ้มแต่ก็ไม่พูดอะไร 
#เราเลยอยากถามเพื่อนที่อ่านจนจบนะคะว่า ถ้าคุณเจอสถานการณ์แบบนี้คุณจะทำยังไงคะ 

-ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ-
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่