ก่อนอื่นขอบอก ว่ากระทู้นี้เป็นหนึ่งในหลายๆตอน ในการเที่ยวอังกฤษ
หากสนใจตอนอื่นๆ เชิญไปที่
https://pantip.com/topic/41018924 นะครับ
หลังจากชมหอคอยแล้วก็แวะซื้ออะไรกินสักหน่อย เป็นการซื้อมื้อเย็นและเผื่อไปมื้อเช้าและกลางวันพรุ่งนี้ด้วย สำหรับเรานั้นการเตรียมอาหารเป็นเรื่องที่ใช้ความคิดอย่างมาก ไม่ไช่เพราะอะไรหรอก แต่เป็นเพราะข้อจำกัดของทรัพยากรสำคัญคือเวลาและเงินซึ่งมีน้อยทั้งคู่ เนื่องจากการมาอังกฤษครั้งนี้เป็นการมาตะลอนดูนั่นดูนี่ ดูเยอะ ดูนาน และดูละเอียด เช้ามาเข้าแถวรอพิพิธภัณฑ์เปิดและดูจนพิพิธภัณฑ์ปิด ก็เลยไม่มีเวลากินอะไรสักเท่าไร
วิธีการจัดการก็คือเตรียมอาหารมื้อกลางวันเอาไว้ ถ้าวันไหนพิพิธภัณฑ์ปิดค่ำก็อาจเตรียมมื้อเย็นไปด้วย ใส่กระป๋องหรือกล่องข้าว ถ้าเดินชมอะไรแล้วหิวก็หาที่ทางรีบกินไปก่อนดูต่อ แต่ก็ไม่ถึงกับจะไปกินหน้าสุสานของใครๆหรอกนะแต่พยายามหาที่เหมาะๆมากกว่านั้น บางทีไปเข้าชมที่ไหนอาจมีการสแกนกระเป๋าก่อนเข้าชม ยามจะตกใจว่าเธอจะเอากล่องอาหารมาทำไมเยอะแยะ บางคนก็เตือนว่าเอาไปได้แต่ห้ามกินนะ
ช่วงแรกๆยังไม่ต้องซื้ออาหารมากนักเพราะบะหมี่มาม่ากับสารพัดแกงที่เตรียมมายังมีอยู่ แต่พอเข้าวันที่ 3 เราก็ประหยัดไม่ไหวแล้วละ แน่นอนข้อจำกัดอีกประการหนึ่งก็คืองบประมาณ อยู่ที่นี้อาหารแพงกว่าไทยหลายเท่า (ยกเว้นบางอย่าง เดี๋ยวจะบอก) ขนาดน้ำดื่มขวดนี่ก็หลายสิบบาทแล้ว ขืนฉันกินแบบที่อยู่เมืองไทยก็คงยากจนพอดี เก็บเงินไว้ซื้อตั๋วรถไฟดีกว่า หนทางประหยัดทางนี้ก็คือเตรียมขวดน้ำพลาสติกมารองน้ำประปาจ้ะ
วันนี้เอามะม่วงที่ซื้อมาจากตลาดมาปอกกินดู คนขายบอกว่าเป็นมะม่วงจากฟิลิปปินส์ ปอกไปแล้วรู้สึกว่าเนื้อมันฟ่ามๆ พอกินดูมีความเปรี้ยวแบบมะนาว แต่ก็กินไปได้หมดพร้อมกับโยเกิร์ตแสนอร่อย ไม่เลวนัก
คืนนี้ก็เช่นเดียวกับคืนอื่นๆ เราอยู่ในครัวที่ Plamer Lodge อย่างยาวนานเหมือนกับจะเป็นเจ้าของห้องเลย ลืมบอกไปว่า แม้จะเป็นครัวแย่ๆแต่ก็ยังมีสิ่งดีๆสุดแสนจะดีที่หาได้ยากยิ่งก็คือกล่องบริจาคอาหาร คงจะทราบว่าเหล่านักท่องเที่ยวสารพัดชนชาติมากินอาหารที่นี่คงเจออะไรที่ซื้อมาแล้วแต่กินไม่ได้ ไม่ได้กิน กินไม่ทัน กินไม่ลง หรืออะไรหลายอย่าง จะเป็นสาเหตุใดก็แล้วแต่ สามารถนำมันมาวางไว้เพื่อเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้ แหม คิดถึงตู้ปันสุขของเราจัง แต่วันนี้เปิดดูแล้วไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร หวังว่าวันหน้าคงจะมีนะ อย่างไรก็ตามหากคิดว่าเราจะบริจาคอะไรในกล่องนี้อย่าหวังเพราะเป็นคนงกจ้า ที่ซื้อมาแต่ละชิ้นก็คิดแล้วคิดอีก กลัวค่าเงินปอนด์ที่นี่มาก
กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็สุดแสนจะค่ำแล้ว ผมหามือถือที่ชาร์ทเอาไว้กลางห้องก็หาไม่เจอ เพราะมีใครมาชาร์ทเอาไว้เต็มไปหมดและที่สำคัญคือห้องมืด ไฟปิดแล้ว
พ่อหนุ่มฝรั่งคนหนึ่งเดินถือกระเป๋าใบใหญ่เข้ามา หยิบเอาไฟฉายมาถือหาของในกระเป๋า (ไฟฉายสวยดีเป็นรูปตัวการ์ตูนเป็ดเหมือนของเล่นเลย) นั่งหาในที่มืดๆแบบนี้คงจะหาอยากนะผมรู้เพราะเคยทำมาก่อนพอเขาเริ่มทำท่าหงุดหงิดผมก็เลยเปิดไฟกลางห้องซะเลยจะได้ช่วยกันทั้งสองคน นี่ไงหาเจอแล้ว เขาหาของเจอและผมก็หามือถือผมเจอด้วย ว่าแต่ยังไม่เสร็จ มีอะไรอีกตั้งแยะที่ต้องค้นหาก็เลยเปิดไฟเอาไว้ก่อน นั่งซอกแซกหาโน่นนี่จัดกระเป๋าอีกสักพัก
"ปิดไฟด้วย" เขาชี้มือไปที่สวิทช์ไฟ เราคิดในใจว่าแหมฉันก็กำลังจะไปปิดอยู่พอดีไม่ต้องบอกหรอก พอหาของเสร็จเราก็เดินจะเข้าไปปิดสวิทช์
"อย่าคิดแค่ตัวคุณเองสิ ตอนนี้คนอื่นๆอาจนอนกัน จะหาของก็ต้องใช้ไฟฉายอย่างผม" อ๊าว นี่ฉันก็เปิดไฟแป๊บเดียวแล้วก็กำลังจะไปปิดแล้วนะ และอีกอย่างที่นี่มันเหมือนที่อื่นซะที่ไหน ถ้าให้ใช้ไฟฉายหัวเป็ดหาก็คงจะเจอหรอก แต่เราก็ไม่ได้คิดมากอะไร พ่อหนุ่มบ่นแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่กางเกงในแล้วก็ไปเข้านอนเตียงซึ่งอยู่ด้านล่างใกล้ๆกับเตียงผม
เอ๊ะ...ฉันทำผิดมากเลยเหรอเนี้ย เราสงสัยอยู่ เพราะเห็นบ่อยๆว่ามีคนมาเปิดไฟหาของ หาเสร็จแล้วก็ปิดแบบเราเยอะเลยนะ
วันหลังก็เลยได้รู้ว่าเรื่องนี้มีคนสังเกตอยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรก เดี๋ยวมีเมาท์กัน ว่าแต่ตอนนี้ไปนอนดีกว่า
คืนนี้กับพ่อหนุ่มออสซี่ และไฟฉายหัวเป็ด
หากสนใจตอนอื่นๆ เชิญไปที่ https://pantip.com/topic/41018924 นะครับ
หลังจากชมหอคอยแล้วก็แวะซื้ออะไรกินสักหน่อย เป็นการซื้อมื้อเย็นและเผื่อไปมื้อเช้าและกลางวันพรุ่งนี้ด้วย สำหรับเรานั้นการเตรียมอาหารเป็นเรื่องที่ใช้ความคิดอย่างมาก ไม่ไช่เพราะอะไรหรอก แต่เป็นเพราะข้อจำกัดของทรัพยากรสำคัญคือเวลาและเงินซึ่งมีน้อยทั้งคู่ เนื่องจากการมาอังกฤษครั้งนี้เป็นการมาตะลอนดูนั่นดูนี่ ดูเยอะ ดูนาน และดูละเอียด เช้ามาเข้าแถวรอพิพิธภัณฑ์เปิดและดูจนพิพิธภัณฑ์ปิด ก็เลยไม่มีเวลากินอะไรสักเท่าไร
วิธีการจัดการก็คือเตรียมอาหารมื้อกลางวันเอาไว้ ถ้าวันไหนพิพิธภัณฑ์ปิดค่ำก็อาจเตรียมมื้อเย็นไปด้วย ใส่กระป๋องหรือกล่องข้าว ถ้าเดินชมอะไรแล้วหิวก็หาที่ทางรีบกินไปก่อนดูต่อ แต่ก็ไม่ถึงกับจะไปกินหน้าสุสานของใครๆหรอกนะแต่พยายามหาที่เหมาะๆมากกว่านั้น บางทีไปเข้าชมที่ไหนอาจมีการสแกนกระเป๋าก่อนเข้าชม ยามจะตกใจว่าเธอจะเอากล่องอาหารมาทำไมเยอะแยะ บางคนก็เตือนว่าเอาไปได้แต่ห้ามกินนะ
ช่วงแรกๆยังไม่ต้องซื้ออาหารมากนักเพราะบะหมี่มาม่ากับสารพัดแกงที่เตรียมมายังมีอยู่ แต่พอเข้าวันที่ 3 เราก็ประหยัดไม่ไหวแล้วละ แน่นอนข้อจำกัดอีกประการหนึ่งก็คืองบประมาณ อยู่ที่นี้อาหารแพงกว่าไทยหลายเท่า (ยกเว้นบางอย่าง เดี๋ยวจะบอก) ขนาดน้ำดื่มขวดนี่ก็หลายสิบบาทแล้ว ขืนฉันกินแบบที่อยู่เมืองไทยก็คงยากจนพอดี เก็บเงินไว้ซื้อตั๋วรถไฟดีกว่า หนทางประหยัดทางนี้ก็คือเตรียมขวดน้ำพลาสติกมารองน้ำประปาจ้ะ
วันนี้เอามะม่วงที่ซื้อมาจากตลาดมาปอกกินดู คนขายบอกว่าเป็นมะม่วงจากฟิลิปปินส์ ปอกไปแล้วรู้สึกว่าเนื้อมันฟ่ามๆ พอกินดูมีความเปรี้ยวแบบมะนาว แต่ก็กินไปได้หมดพร้อมกับโยเกิร์ตแสนอร่อย ไม่เลวนัก
คืนนี้ก็เช่นเดียวกับคืนอื่นๆ เราอยู่ในครัวที่ Plamer Lodge อย่างยาวนานเหมือนกับจะเป็นเจ้าของห้องเลย ลืมบอกไปว่า แม้จะเป็นครัวแย่ๆแต่ก็ยังมีสิ่งดีๆสุดแสนจะดีที่หาได้ยากยิ่งก็คือกล่องบริจาคอาหาร คงจะทราบว่าเหล่านักท่องเที่ยวสารพัดชนชาติมากินอาหารที่นี่คงเจออะไรที่ซื้อมาแล้วแต่กินไม่ได้ ไม่ได้กิน กินไม่ทัน กินไม่ลง หรืออะไรหลายอย่าง จะเป็นสาเหตุใดก็แล้วแต่ สามารถนำมันมาวางไว้เพื่อเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้ แหม คิดถึงตู้ปันสุขของเราจัง แต่วันนี้เปิดดูแล้วไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร หวังว่าวันหน้าคงจะมีนะ อย่างไรก็ตามหากคิดว่าเราจะบริจาคอะไรในกล่องนี้อย่าหวังเพราะเป็นคนงกจ้า ที่ซื้อมาแต่ละชิ้นก็คิดแล้วคิดอีก กลัวค่าเงินปอนด์ที่นี่มาก
กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็สุดแสนจะค่ำแล้ว ผมหามือถือที่ชาร์ทเอาไว้กลางห้องก็หาไม่เจอ เพราะมีใครมาชาร์ทเอาไว้เต็มไปหมดและที่สำคัญคือห้องมืด ไฟปิดแล้ว
พ่อหนุ่มฝรั่งคนหนึ่งเดินถือกระเป๋าใบใหญ่เข้ามา หยิบเอาไฟฉายมาถือหาของในกระเป๋า (ไฟฉายสวยดีเป็นรูปตัวการ์ตูนเป็ดเหมือนของเล่นเลย) นั่งหาในที่มืดๆแบบนี้คงจะหาอยากนะผมรู้เพราะเคยทำมาก่อนพอเขาเริ่มทำท่าหงุดหงิดผมก็เลยเปิดไฟกลางห้องซะเลยจะได้ช่วยกันทั้งสองคน นี่ไงหาเจอแล้ว เขาหาของเจอและผมก็หามือถือผมเจอด้วย ว่าแต่ยังไม่เสร็จ มีอะไรอีกตั้งแยะที่ต้องค้นหาก็เลยเปิดไฟเอาไว้ก่อน นั่งซอกแซกหาโน่นนี่จัดกระเป๋าอีกสักพัก
"ปิดไฟด้วย" เขาชี้มือไปที่สวิทช์ไฟ เราคิดในใจว่าแหมฉันก็กำลังจะไปปิดอยู่พอดีไม่ต้องบอกหรอก พอหาของเสร็จเราก็เดินจะเข้าไปปิดสวิทช์
"อย่าคิดแค่ตัวคุณเองสิ ตอนนี้คนอื่นๆอาจนอนกัน จะหาของก็ต้องใช้ไฟฉายอย่างผม" อ๊าว นี่ฉันก็เปิดไฟแป๊บเดียวแล้วก็กำลังจะไปปิดแล้วนะ และอีกอย่างที่นี่มันเหมือนที่อื่นซะที่ไหน ถ้าให้ใช้ไฟฉายหัวเป็ดหาก็คงจะเจอหรอก แต่เราก็ไม่ได้คิดมากอะไร พ่อหนุ่มบ่นแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่กางเกงในแล้วก็ไปเข้านอนเตียงซึ่งอยู่ด้านล่างใกล้ๆกับเตียงผม
เอ๊ะ...ฉันทำผิดมากเลยเหรอเนี้ย เราสงสัยอยู่ เพราะเห็นบ่อยๆว่ามีคนมาเปิดไฟหาของ หาเสร็จแล้วก็ปิดแบบเราเยอะเลยนะ
วันหลังก็เลยได้รู้ว่าเรื่องนี้มีคนสังเกตอยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรก เดี๋ยวมีเมาท์กัน ว่าแต่ตอนนี้ไปนอนดีกว่า