ขอชี้แจงรายละเอียดก่อนนะคะว่า เมื่อก่อนหนูทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หนูทำงานได้ 1 ปีกว่าๆ ช่วงแรกๆที่ทำรู้สึกสนุกมาก เพราะว่าอยากได้ประสบการณ์กับเงิน อดทนทำงานมาจนกระทั่งช่วงหลังๆ เริ่มรู้สึกเหนื่อย ท้อ โดนลูกค้าต่อว่าด้วย กดดันด้วย ยิ่งช่วงที่เขาปิดล็อกดาวน์ด้วย ทำให้งานมันหนักขึ้นมากกว่าเดิม บวกกับพนักงานในร้านไม่พอ จำได้ว่าทำงานล่วงเวลาแทบทุกวัน บางวันก็ได้โอทีบางวันก็ทำให้ฟรี เพราะเห็นใจพนักงานด้วยกันที่ทำงานหนัก จนมันเริ่มหนักขึ้น หนักขึ้น ก่อนกลับบ้านเราก็จะเตรียมของไว้ให้ผลัดอีกผลัดนึงหมดทุกอย่าง ทั้งที่จริงๆมันเกินเวลาที่เราสมควรจะกลับบ้านแล้ว กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราทำ เหมือนยิ่งเราพยายามทำให้มากเท่าไหร่ เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ดีพอสำหรับเขา ทั้งที่เราทำงานถวายหัวให้ จนในที่สุดเรามีปัญหากับหัวหน้าผลัดของอีกผลัดนึง เหตุเกิดจากว่าเรา เดินไปถามเขาว่า วันนี้เราขอไม่เตรียมของให้ได้ไหม เพราะเรารู้สึกเหนื่อย เพลียมาก ร่างกายมันไม่ไหวแล้ว บวกกับวันนั้นมันมีของมาส่ง ยังไม่ได้เติมของ ยังไม่ได้จัดของใดๆทั้งสิ้น ตอนนั้นมันบ่ายสามโมงกว่าๆแล้ว เราอยากกลับบ้านเราอยากพักผ่อน กลายเป็นว่า เขาโมโหใส่เรา ถามเราว่ามี 2 คนทำไมไม่แบ่งงานกัน ตอนนั้นคือเราทำอะไรไม่ถูกเราคืออื้อไปหมด เราเลยสงสัยว่าเราผิดใช่ไหมที่ถวามเขาแบบนั้น เขาก็ยังบ่นเรา โมโหเรา เราต้องกลั้นน้ำตาไว้แล้วกลับมาร้องไห้ที่บ้าน เราก็ต้องทำให้ ทุกอย่างเหมือนเดิม จนเราทนไม่ไหว ตัดสินใจลาออก เรื่องนี้มันค่อนข้างส่งผลกระทบต่อจิตใจเรามาก เสียความรู้สึกมาก เราอออกมาอยู่บ้านได้ 2 เดือน เราอยากทำงานนะ แต่จิตใจเรายังไม่พร้อม เรารู้สึกว่า มันยังไม่พร้อมที่จะออกไปเผชิญหน้าต่อจริงๆ มันทำให้เราฝังใจกับงานนี้มาก เราผิดไหมค่ะ ที่เรายังไม่พร้อมกับการที่จะทำงานใหม่ แฟนก็บอกว่าให้หางานทำได้แล้วนะ เราก็บอกเขาไปว่า เรายังไม่พร้อม ความรู้สึกคือยังไม่พร้อม กลัวด้วย บอกเลยว่าหนูรู้สึกอยากร้องไห้มากเลยค่ะ
ผิดไหมที่เรารู้สึกว่าเรายังไม่พร้อมที่จะทำงานใหม่