แค่เพื่อนครับเพื่อน ซีรีส์วายที่มีควัน(ไม่)จางของยุค 90 และ 80 นิด ๆ เป็นที่ตั้งผสานกับปี 2021 ผสมกันออกมาได้อย่างลงตัว ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ที่เหลือบตาดูแล้วเหมือนรวมรุ่นนักร้องสมัยอิฉันยังอยู่ประถมมัธยมอะไรประมาณนั้น ส่วนเนื้อเรื่องก็ตามที่เขาโปรยมานั่นแหละ โรมิโอจูเลียตสาขาไทยแลนด์แดนอุดม ที่ต่างฝ่ายก็ต่างเล่าเรื่องให้บุตรหลานตัวเองได้รับรู้ถึงความไม่ดีไม่งามของอีกฝ่ายหนึ่ง บ้านนั้นมันขี้อิจฉา บ้านโน้นมันอันธพาล ซึ่งดูเหมือนเรื่องราวที่ว่านั้นก็เป็นการมองในมุมของตัวเองทั้งสิ้น ก็แน่ล่ะใครเลยจะยอมรับความผิดนั้นมาเป็นของตัวเองล่ะ
ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่ความขัดแย้งแบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบของบ้านที่ทำกิจการคล้ายกัน แถมหลังคายังแทบจะติดกัน จะแผ่กระจายมายังรุ่นลูกอย่างยากที่ะจหลีกเลี่ยง 3 ปีที่ห่างกันไป 3 ปีที่คิดว่าอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แต่เมื่อเปิดเทอมใหม่กลับพบว่าโลกกลมแบบพรหมไม่ได้ลิขิต น่าขำนะแม้กระทั่งสาขาที่เลือกเรียนก็ราวกับจะรู้ล่วงหน้าถึงความไม่(ค่อย)ถูกชะตา ตีกันที่บ้าน แล้วยังตามมาตีกันถึงในมหาวิทยาลัยไปอีก เรียกว่าตีกันทุกที่ก็ไม่ผิดนัก
หากก็นั่นแหละ การตีกันระหว่างณภัทรกับปารกุล มันมีความแปลก ๆ อยู่นิดหน่อย ท่ามกลางศึกนอกที่ร้อนระอุ ระหว่างวิศวะกับสถาปัตย์ ระหว่างครอบครัวต่อครอบครัว ใด ๆ ที่ต้องทำกันอยู่ภายนอกนั้นก็ล้วนแล้วแต่แข่งขัน ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ชอบหน้า แต่ศึกในมันค่อนจะกลายพันธุ์ต่างไปจากศึกนอกซักนิดหน่อย เมื่อมีหลากหลายความรู้สึกที่แต่ละฝ่ายเก็บงำเอาไว้ ความรู้สึกที่เข้าใจว่าที่แท้ความเป็นอริมันก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าที่คิด
มันอาจจะเริ่มจากวันนั้นที่น้องสาวของภัทรตกน้ำตูมไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และ คนที่ช่วยเหลือกลับกลายเป็นเด็กชายข้างบ้านที่ครอบครัวเกลียดกันอย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ ความไม่ดีของบ้านนั้นที่พ่อแม่บอกมันจริงหรือ เด็กน้อยคนนึงคงคิดทบทวนอยู่ในใจ เมื่อภาพที่เห็นจริงก็คือเด็กชายข้างบ้านกระโดดลงไปในสระน้ำเพื่อลากภาขึ้นมาในขณะที่เขายืนอึ้งอยู่เฉย ๆ แต่ก็แน่นอนมันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกระหว่างภัทรกับปราณเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดีภายในค่ำคืนเดียว หากเหตุการณ์ในวันนั้นก็แต้มสีขาวลงไปในผ้าใบสีดำได้ก็แล้วกัน การสงบศึกแบบกลาย ๆ จึงได้เริ่มต้นขึ้น
การทะเลาะทุ่มเถียงกันยังมีอยู่ต่อไป การแข่งขันชิงดีชิงเด่น มันยังไม่ไปไหน หากต่างฝ่ายต่างคอยระแวดระวังให้กันและกันอย่างเงียบ ๆ ด้วยเหตุผลกลใดยังไม่แน่แต่อย่างที่บอกมันเริ่มจากวันที่ปราณช่วยเหลือภา การท้าตีท้าต่อยยังคงมี แต่สิ่งเหล่านี้ต่อมากลายเป็นสัญญาสงบศึกลับ ๆ ที่ต้องร่วมมือกัน เพราะ อาจารย์พ่อก็ชักจะอดรนทนไม่ได้ ประกาศิตมาว่าเมื่ออยู่กันดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ดี ท่านจึงยื่นคำขาดในวันนี้ หากมีเรื่องกันอีกละก็กิจกรรมใด ๆ ก็ไม่ได้ต้องหาร่วมกันอีกเลย ว่าไปมันก็ไม่ได้ดูเป็นปัญหาระหว่างภัทรกับปราณเท่าไหร่หรอกมั้ยคิดว่า ไม่ใช่เรื่องที่สองคนนี้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ถ้าไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวกัน
แต่พอมาตรึกกันดี ๆ ความเป็นอริอันที่จริงก็ไม่ได้จะเป็นอริเท่าไหร่ ภัทรที่ถึงแม้จะใจร้อนของขึ้นกับพวกสถาปัตย์ยิ่งกว่าไฟ แต่พอเป็นเรื่องของปราณความห่วงใยมันก็ผุดขึ้นมาแทนที่ ในขณะที่ปราณซึ่งดูเหมือนจะหงุดหงิดกับการกระทำของภัทรทุกครั้ง แต่ข้าวของที่เจือปนด้วยภาพความหลังครั้งเก่าก็ทำให้เจ้าตัวชื่นอารมณ์ไม่น้อยเลย จึงไม่แปลกที่สัญญาสงบศึกจะเริ่มชัดเจนมาขึ้น เมื่อภัทรมุดห้องมาร้องขอคล้ายกับคราวที่นำนาฬิกาเรือนเล็กมาคืนเมื่อครั้งยังเยาว์
ความไม่อยากข้องเกี่ยวกัน ความจบไม่สวย ความเจ้ากรรมนายเวร ที่ว่ามานั้นดูแล้วคงไม่จริงอย่างที่พูด เมื่อทั้งสองคนประสงค์จะคงสถานะไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลอยู่แบบนี้ต่างหาก ไม่ได้อยากจะห่างจนไม่เจอกัน แต่ก็ไม่ได้อยากใกล้ชิดกันไปมากกว่าที่เคย และทางเดียวที่จะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถมยังไม่โดนด่า ไม่มีคนสงสัยก็คงเป็นเพียงการแข่งขันกันนั่นแหละ คำจากปากภัทรที่ว่าเราจะไม่ได้แข่งดนตรีกันอีกแล้วเหรอ อย่างน้อยก็ไม่มีใครต้องย้ายโรงเรียนจึงหลุดจากปากด้วยประการฉะนี้
ต้องรอดูว่าจะคงสถานะไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลไว้ได้อีกนานเท่าใด
และ จริง ๆ ตั้งแต่วันที่จากกันไปแม้อะไร ๆ จะเปลี่ยน
แต่ความรู้กของพวกเธอไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงมั้ย
ก็จัด take that ไปเลยสิคะ 90 ที่แท้
แค่เพื่อนครับเพื่อน BAD BUDDY SERIES (กึ่งรีวิว) : ไม่ใกล้แต่ไม่ไกล
ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่ความขัดแย้งแบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบของบ้านที่ทำกิจการคล้ายกัน แถมหลังคายังแทบจะติดกัน จะแผ่กระจายมายังรุ่นลูกอย่างยากที่ะจหลีกเลี่ยง 3 ปีที่ห่างกันไป 3 ปีที่คิดว่าอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แต่เมื่อเปิดเทอมใหม่กลับพบว่าโลกกลมแบบพรหมไม่ได้ลิขิต น่าขำนะแม้กระทั่งสาขาที่เลือกเรียนก็ราวกับจะรู้ล่วงหน้าถึงความไม่(ค่อย)ถูกชะตา ตีกันที่บ้าน แล้วยังตามมาตีกันถึงในมหาวิทยาลัยไปอีก เรียกว่าตีกันทุกที่ก็ไม่ผิดนัก
หากก็นั่นแหละ การตีกันระหว่างณภัทรกับปารกุล มันมีความแปลก ๆ อยู่นิดหน่อย ท่ามกลางศึกนอกที่ร้อนระอุ ระหว่างวิศวะกับสถาปัตย์ ระหว่างครอบครัวต่อครอบครัว ใด ๆ ที่ต้องทำกันอยู่ภายนอกนั้นก็ล้วนแล้วแต่แข่งขัน ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ชอบหน้า แต่ศึกในมันค่อนจะกลายพันธุ์ต่างไปจากศึกนอกซักนิดหน่อย เมื่อมีหลากหลายความรู้สึกที่แต่ละฝ่ายเก็บงำเอาไว้ ความรู้สึกที่เข้าใจว่าที่แท้ความเป็นอริมันก็ไม่ได้เข้มข้นเท่าที่คิด
มันอาจจะเริ่มจากวันนั้นที่น้องสาวของภัทรตกน้ำตูมไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และ คนที่ช่วยเหลือกลับกลายเป็นเด็กชายข้างบ้านที่ครอบครัวเกลียดกันอย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ ความไม่ดีของบ้านนั้นที่พ่อแม่บอกมันจริงหรือ เด็กน้อยคนนึงคงคิดทบทวนอยู่ในใจ เมื่อภาพที่เห็นจริงก็คือเด็กชายข้างบ้านกระโดดลงไปในสระน้ำเพื่อลากภาขึ้นมาในขณะที่เขายืนอึ้งอยู่เฉย ๆ แต่ก็แน่นอนมันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกระหว่างภัทรกับปราณเปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดีภายในค่ำคืนเดียว หากเหตุการณ์ในวันนั้นก็แต้มสีขาวลงไปในผ้าใบสีดำได้ก็แล้วกัน การสงบศึกแบบกลาย ๆ จึงได้เริ่มต้นขึ้น
การทะเลาะทุ่มเถียงกันยังมีอยู่ต่อไป การแข่งขันชิงดีชิงเด่น มันยังไม่ไปไหน หากต่างฝ่ายต่างคอยระแวดระวังให้กันและกันอย่างเงียบ ๆ ด้วยเหตุผลกลใดยังไม่แน่แต่อย่างที่บอกมันเริ่มจากวันที่ปราณช่วยเหลือภา การท้าตีท้าต่อยยังคงมี แต่สิ่งเหล่านี้ต่อมากลายเป็นสัญญาสงบศึกลับ ๆ ที่ต้องร่วมมือกัน เพราะ อาจารย์พ่อก็ชักจะอดรนทนไม่ได้ ประกาศิตมาว่าเมื่ออยู่กันดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ดี ท่านจึงยื่นคำขาดในวันนี้ หากมีเรื่องกันอีกละก็กิจกรรมใด ๆ ก็ไม่ได้ต้องหาร่วมกันอีกเลย ว่าไปมันก็ไม่ได้ดูเป็นปัญหาระหว่างภัทรกับปราณเท่าไหร่หรอกมั้ยคิดว่า ไม่ใช่เรื่องที่สองคนนี้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ ถ้าไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวกัน
แต่พอมาตรึกกันดี ๆ ความเป็นอริอันที่จริงก็ไม่ได้จะเป็นอริเท่าไหร่ ภัทรที่ถึงแม้จะใจร้อนของขึ้นกับพวกสถาปัตย์ยิ่งกว่าไฟ แต่พอเป็นเรื่องของปราณความห่วงใยมันก็ผุดขึ้นมาแทนที่ ในขณะที่ปราณซึ่งดูเหมือนจะหงุดหงิดกับการกระทำของภัทรทุกครั้ง แต่ข้าวของที่เจือปนด้วยภาพความหลังครั้งเก่าก็ทำให้เจ้าตัวชื่นอารมณ์ไม่น้อยเลย จึงไม่แปลกที่สัญญาสงบศึกจะเริ่มชัดเจนมาขึ้น เมื่อภัทรมุดห้องมาร้องขอคล้ายกับคราวที่นำนาฬิกาเรือนเล็กมาคืนเมื่อครั้งยังเยาว์
ความไม่อยากข้องเกี่ยวกัน ความจบไม่สวย ความเจ้ากรรมนายเวร ที่ว่ามานั้นดูแล้วคงไม่จริงอย่างที่พูด เมื่อทั้งสองคนประสงค์จะคงสถานะไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลอยู่แบบนี้ต่างหาก ไม่ได้อยากจะห่างจนไม่เจอกัน แต่ก็ไม่ได้อยากใกล้ชิดกันไปมากกว่าที่เคย และทางเดียวที่จะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถมยังไม่โดนด่า ไม่มีคนสงสัยก็คงเป็นเพียงการแข่งขันกันนั่นแหละ คำจากปากภัทรที่ว่าเราจะไม่ได้แข่งดนตรีกันอีกแล้วเหรอ อย่างน้อยก็ไม่มีใครต้องย้ายโรงเรียนจึงหลุดจากปากด้วยประการฉะนี้