สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
แล้วได้บอกเขาหรือยังว่าอาการมันเป็นยังไง
คือคน90% ที่ไป hospitel เขาไม่ได้มีอาการเยอะ คนที่ติดแล้วกักตัวส่วนใหญ่เขาทำงานกันได้ ถ้าหัวหน้าเขาไม่รู้เราก็บอกแค่นั้นเอง
ที่ทำงานผมก็มีคนที่ติด จมูกไม่มีกลิ่น ก็ทำงานWFH แบบเดิมทุกอย่าง ไม่ลาด้วยซ้ำ
คือคน90% ที่ไป hospitel เขาไม่ได้มีอาการเยอะ คนที่ติดแล้วกักตัวส่วนใหญ่เขาทำงานกันได้ ถ้าหัวหน้าเขาไม่รู้เราก็บอกแค่นั้นเอง
ที่ทำงานผมก็มีคนที่ติด จมูกไม่มีกลิ่น ก็ทำงานWFH แบบเดิมทุกอย่าง ไม่ลาด้วยซ้ำ
สมาชิกหมายเลข 4852604 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2881936 ถูกใจ, poloyo ถูกใจ, บุญถิ่น ถูกใจ, nobitong2002 ถูกใจ, it's always you ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4071579 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1146088 ถูกใจ, Jintawanee ถูกใจรวมถึงอีก 8 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 17
นี่คือสังคมการทำงานครับ
บริษัทไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่ต้องมาคอยโอ๋เราในตอนเราป่วย
ยิ่งเป็นงานลักษณะออนไลน์ทำงานได้ ปกติเขาก็ทำงานในขณะกักตัวกันทั้งนั้น
เพราะแม้เราจะกักตัวอยู่ บริษัทก็ต้องจ่ายเงินต่อไปตามกฎหมาย
(แม้จะมีบางบริษัทที่ลักไก่ไม่ยอมจ่าย เพราะรู้ว่าสถาณการณ์แบบนี้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าลาออก)
อีกอย่าง คุณอยู่ฮอสพิเทล แปลว่าเป็นผู้ป่วยสีเขียว
ผู้ป่วยสีเขียวคือคนที่ไม่ได้ป่วยจนต้องพักผ่อน (ปกติอาการไข้จะอยู่แค่ 2-3 วัน) หลังจากนั้นจะมีแค่อาการอื่นๆที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหรือทำงาน ซึ่งจะเรียกว่าหายป่วยแล้วก็ยังได้แต่ต้องกักตัวต่อเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ
อาการลิ้นไม่รับรส จมูกไม่รับกลิ่น ไม่ใช่อาการอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน
ไม่ว่าคุณจะไปทำงานที่ไหน คุณก็จะเจอแบบเดียวกันนี่แหละ คือเมื่อคุณป่วยเขาก็ไม่ได้มาโอ๋คุณ
เขาจะประเมินแค่ว่าคุณสามารถทำงานได้ไหม ถ้าไม่ได้เขาก็ปล่อย แต่ถ้าดูแล้วทำได้ งานมาหาถึงเตียง รพ แน่นอน
ลาออกไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะไปที่ไหนก็เจอแบบเดิม
บริษัทไม่ใช่พ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่ต้องมาคอยโอ๋เราในตอนเราป่วย
ยิ่งเป็นงานลักษณะออนไลน์ทำงานได้ ปกติเขาก็ทำงานในขณะกักตัวกันทั้งนั้น
เพราะแม้เราจะกักตัวอยู่ บริษัทก็ต้องจ่ายเงินต่อไปตามกฎหมาย
(แม้จะมีบางบริษัทที่ลักไก่ไม่ยอมจ่าย เพราะรู้ว่าสถาณการณ์แบบนี้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าลาออก)
อีกอย่าง คุณอยู่ฮอสพิเทล แปลว่าเป็นผู้ป่วยสีเขียว
ผู้ป่วยสีเขียวคือคนที่ไม่ได้ป่วยจนต้องพักผ่อน (ปกติอาการไข้จะอยู่แค่ 2-3 วัน) หลังจากนั้นจะมีแค่อาการอื่นๆที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหรือทำงาน ซึ่งจะเรียกว่าหายป่วยแล้วก็ยังได้แต่ต้องกักตัวต่อเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อ
อาการลิ้นไม่รับรส จมูกไม่รับกลิ่น ไม่ใช่อาการอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน
ไม่ว่าคุณจะไปทำงานที่ไหน คุณก็จะเจอแบบเดียวกันนี่แหละ คือเมื่อคุณป่วยเขาก็ไม่ได้มาโอ๋คุณ
เขาจะประเมินแค่ว่าคุณสามารถทำงานได้ไหม ถ้าไม่ได้เขาก็ปล่อย แต่ถ้าดูแล้วทำได้ งานมาหาถึงเตียง รพ แน่นอน
ลาออกไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะไปที่ไหนก็เจอแบบเดิม
สมาชิกหมายเลข 2874618 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3119981 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2881936 ถูกใจ, poloyo ถูกใจ, บุญถิ่น ถูกใจ, it's always you ถูกใจ, โอเลี้ยงลาเต้จูดี้บัฟฟี่ลักกี้ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, แค่ใจละเมอ ถูกใจรวมถึงอีก 6 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
ต้องสื่อสารครับ ต้องแจ้งให้คนอื่นทราบ เพราะจะ assum ว่าทำไมเค้าไม่รู้ทำไมเค้าไม่เห็นใจไรพวกนี้ อย่าไปทำ ไม่ใช่ละครไทยนางเอกไม่เข้าใจพระเอกเพราะคิดแทนอีกฝั่ง
โลกเปลี่ยน ต้องปรับตัว เราไม่ไหวต้องบอกเค้าว่าอาการไม่ดี ไม่สามารถทำงานได้ แจ้งเลยครับ แล้วจะถือเป็นลา / จ่ายไม่จ่ายค่าแรง หรืออะไรก็ว่าไปแล้วแต่ลักษณะงานอีกที
น้องที่ทำงานผมก็ติด ก็ไม่มีอาการ กัก hospitel ก็อาสาแบกคอมพ์ไปนั่งปั่นงานที่นั่น
แต่หัวหน้า+ทีมจะถามตลอดว่าไหวไหมโอเคไหม เอาจริงๆ เจ้าตัวก็บอกโอเคไม่มีอาการไรเลยแค่หวัด
โลกเปลี่ยน ต้องปรับตัว เราไม่ไหวต้องบอกเค้าว่าอาการไม่ดี ไม่สามารถทำงานได้ แจ้งเลยครับ แล้วจะถือเป็นลา / จ่ายไม่จ่ายค่าแรง หรืออะไรก็ว่าไปแล้วแต่ลักษณะงานอีกที
น้องที่ทำงานผมก็ติด ก็ไม่มีอาการ กัก hospitel ก็อาสาแบกคอมพ์ไปนั่งปั่นงานที่นั่น
แต่หัวหน้า+ทีมจะถามตลอดว่าไหวไหมโอเคไหม เอาจริงๆ เจ้าตัวก็บอกโอเคไม่มีอาการไรเลยแค่หวัด
สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2881936 ถูกใจ, poloyo ถูกใจ, บุญถิ่น ถูกใจ, PAN OUT ถูกใจ, Gatinha ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 881831 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
มนุษย์เงินเดือน
ปัญหาชีวิต
พนักงานประจำ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)
พนักงานบริษัท
แบบนี้ควรลาออกจากงานดีไหมคะ? ขอความเห็นค่ะ ไม่ดราม่านะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า เราไม่สบายไปหาหมอที่โรงพยาบาล พบว่าตัวเองติดเชื้อcovid-19
โรงพยาบาลก็ให้ไปกักตัวและดูอาการที่ hospitel
อาการของเราในช่วงแรกๆ มีไข้ขึ้นสูง ไอ หายใจไม่สะดวก ลิ้นไม่รับรส กังวนมากๆกลัวจะเป็นหนัก และจะทำให้คนรอบตัวลำบากไปด้วย
เราได้มีการแจ้งไปที่ทำงานว่าเราติดเชื้อในวันที่เราตรวจพบ หัวหน้าเราเขาก็มีท่าทีที่ตกใจ ดูเป็นห่วงเป็นใยเรา
พอเรารักษาตัวได้2วัน หัวหน้าเราก็บอกว่าจะส่งโน๊ตบุ๊คมาให้เราทำงาน ทั้งๆที่อาการเรายังไม่ได้ดีขึ้นเลย
ด้วยความที่เรายังไม่ผ่านโปร เราก็มีความเกรงใจ ไม่กล้าปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ตอบรับนะคะว่าให้เขาส่งโน๊คบุ๊คมา
เพราะตอนที่เราเดินทางมาที่ hospitel เราก็หยิบโทรศัพท์ออฟฟิศมาด้วย เพื่อที่จะทำงานตอบลูกค้าผ่านโทรศัพท์
ก่อนวันที่หัวหน้าจะส่งโน๊คบุ๊คมา เราก็นอนคิดนะคะว่า อาการเราก็ยังไม่ดีขึ้น ทำไมถึงยังส่งโน๊ตบุ๊คมาอีก ทำไมถึงไม่รอเวลาสักหน่อย ให้เราอาการดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยส่งมา แล้วในหัวก็คิดแต่เรื่องลาออก เพราะเราคิดว่าขนาดเราป่วย อาการยังไม่ดีขึ้น เขาไม่เห็นใจเราเลย
เราเลยคุยเรื่องนี้กับที่บ้านผ่านทางโทรศัพท์ ที่บ้านก็อยากให้ลาออก เพราะเขาเห็นว่าเราป่วย เราควรได้พักผ่อนก่อน แต่นี่เขากลับส่งโน๊ตบุ๊คมาให้ทำงานเลย ถ้าเราลาออกจริงๆ เราเองก็ไม่รู้จะเขียนในใบลาออกว่ายังไงดี (นิสัยส่วนตัวเราคือขี้เกรงใจ ไม่กล้าปฏิเสธ)
ทุกคนที่ได้อ่าน มีความเห็นอย่างไรบ้างคะ
คิดว่าเราควรออกดีมั้ยคะ ถ้าควรออกช่วยแนะนำวิธีการพูดได้มั้ยคะ ว่าจะพูดยังไงไม่ให้ดูรุนแรงดีคะ
ถ้าไม่ควรออก เพราะอะไรหรอคะ เราอยากทราบความเห็นของหลายๆฝ่ายค่ะ🙂
*ไม่ดราม่านะคะ อยากทราบความเห็นจากทุกคนถ้าทุกคนเป็นเราค่ะ
*ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับคนที่แสดงความเห็นนะคะ
*หากผิดพลาดตรงไหน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ