ขอคำปรึกษาเรื่องการไปบรรจุข้าราชการครูค่ะ

สวัสดีค่ะ คือเรามีเรื่องที่อยากจะปรึกษาเกี่ยวกับการไปบรรจุเป็นข้าราชการครูค่ะ คือทาง กศจ.เราประกาศอย่างเป็นทางการวันนี้ ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้อยากเป็นครูแล้ว จริง ๆ รู้ตัวว่าไม่ได้อยากเป็นครูตั้งแต่ก่อนเรียนจบแล้วค่ะ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ชัดเจนว่าตัวเองอยากทำอะไรคิดแค่ว่าเวลาที่เหลืออยู่จะลองอ่านหนังสือเพื่อไปลองสอบดูก่อน ไหน ๆ ก็เรียนมาแล้ว พอไปสอบครั้งนั้นแล้วได้แต่เราได้ลำดับเกือบท้าย ๆ ระหว่างรอเรียก เราก็ได้งานทำที่บ้านซึ่งก็เป็นครูที่โรงเรียนเอกชน ใช่ค่ะไม่ได้อยากเป็นครูแต่ก็ได้มาเป็นครูที่โรงเรียนเอกชน(ประถม) ทางบ้านอยากให้ทำประกอบกับเราก็ยังหางานอื่นไม่ได้(จะสมัครงานอื่น ถ้าได้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากินเราต้องใช้เงินเราเองทั้งหมดจะขอที่บ้านไม่ได้แล้ว แต่เราก็ยังไม่มีเก็บT_T) ยิ่งพอทำไปนาน ๆ ความรู้สึกเรามันบอกชัดเจนเลยว่าไม่ใช่ทางของเรา เราเคยแจ้งเรื่องการลาออกกับผอ.แล้วแต่ติดสัญญา 1 ปีการศึกษา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ครบเรายังคงเป็นครูอยู่ แต่เราก็ยังอยากลาออกทุกลมหายใจ ในใจตอนแรกคิดว่าไหวยังไงถ้ายังไม่ได้งานอื่น ถ้าวันเรียกบรรจุมาถึงเราจะทำ ๆ ไปก่อน ถ้าให้เลือกระหว่างสอนประถมกับมัธยมเราชอบสอนเด็กโตมากกว่าค่ะ แต่เรียกบรรจุรอบหลังนี้เป็นประถมทั้งหมด ตอนนี้เรายังไม่ได้บอกที่บ้านว่าลำดับการเรียกบรรจุมาถึงเราแล้วเพราะยังไงทุกคนก็เห็นชอบไปในทางเดียวกันคือให้เราไป ตอนนี้เรายังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะไปหรืออยู่ที่เดิมดี (แต่ก็จะลาออกอยู่ดี) และถ้าหากเราไปเราคิดว่าเราก็จะลาออกอยู่ดี เพราะถ้าเทียบเรื่องลักษณะความชอบในเรืองการทำงาน เราชอบทำงานออฟฟิศมากกว่า ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเราอยากทำสายสายกราฟฟิคแต่ประสบการณ์ในด้านนี้ยังไม่มีมากพอ ความตั้งใจแรกของเราคือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ออกไปในที่ใหม่ ๆ ถ้ายังไม่ได้งานที่ชอบเราจะทำอย่างอื่นที่พอทำได้รองลงมาก่อนแล้วเวลาที่เหลือก็จะฝึกทักษะในด้านนั้น ๆ ต่อไป ไม่ก็จะลองไปสมัครงานด้านกราฟฟิคกับบริษัทเล็ก ๆ ไปก่อนค่อย ๆ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยไปต่อยอดอีกที (สิ่งที่คิดไว้คร่าว ๆ หลังจากเราลาออก) ตัดภาพมาที่งานปัจจุบันของเรา...สังคมการทำงานของเราก็เป็นสีเทา ๆ มีทั้งดีและไม่ดี ในสิ่งที่ไม่ชอบมากที่สุดคือได้สอนหลายวิชาแต่ที่นี่คือดีหน่อยเราสอนแค่วิชาหลักของเรา กับการงานอาชีพ แต่ถ้าเราได้ไปบรรจุจริง ๆ คงได้สอนทุกวิชาภาระงานนอกเหนือจากการสอนคงจะเพิ่มมากขึ้น (ตามสไตล์ระบบการศึกษาของภาครัฐ -_- เบื่อมากตั้งแต่เด็กจนโตครูประถม 1 คน สอนหลายวิชา) เรากลัวว่าเราจะทำไม่ไหว แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันคือพลังใจของเรามากกว่า พลังใจหลักของการเป็นครูคือ 'รักในการสอน การถ่ายทอดความรู้' แต่เราไม่ชอบสอน (อ้าวเกมเลย) เราเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยอยากจะอธิบายอะไรให้ใครฟังยาว ๆ เป็นคนที่พลังงานหมดเร็วมาก (อย่าเพิ่งทัวร์ลงเด้อ แม้จะบอกว่าไม่ชอบสอน แต่เราก็มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเองอยู่นะ ก่อนสอนเราก็เตรียมเนื้อหาทุกครั้ง และนี่คือสิ่งที่ไม่อยากทำเลยเพราะเราจะไม่มีเวลาส่วนตัวไปทำอะไรมากนัก เช่นตั้งเป้าว่าจะเรียนทำกราฟฟิคเรื่องนั้น ๆ วันละ 50 นาทีหลังเลิกเรียนแต่กลับมาก็เหนื่อยแล้วและต้องมานั่งคิดแล้วว่าพรุ่งนี้จะสอนเรื่องไหน ทำยังไงให้เด็กเข้าใจในเนื้อหา แต่เรื่องการสอนเราว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ...ยังคงอยากให้คนที่มีใจรักในการสอนจริง ๆ ได้เข้ามาทำหน้าที่นี้  นอกจากนี้ยังต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะคุมนักเรียนยังไงให้อยู่ เพราะเด็กเล็กจะไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ บางชั้น บางคนคือดื้อมากวิ่งไปวิ่งมา...เห้อจะบ้าตาย หลังกลับจากโรงเรียนแล้วบางวันก็ได้พลังใจ บางวันก็ได้แต่สิ่งที่บั่นทอนจิตใจ(ซึ่งจะเจอบ่อยกว่าการได้พลังใจ) ส่วนเรื่องการไปบรรจุนั้นตอนนี้ก็มาถึงเราแล้วซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ จะได้ออกจากระบบเอกชนแล้วเย้ บ๊ายบายนะ การเปิด-ปิดประตูรถ บ๊ายบายนะกับการแบ่งงานที่งง ๆ บ๊ายบายนะเด็ก ๆ (แต่ก็มีแอบคิดถึงบ้าง) การเก็บออมทรัพย์ เสียงเด็กร้องไห้ เฝ้าเด็กดื่มนม การเตรียมและตักอาหารหลางวันให้เด็ก ๆ และจะได้ไปจากบ้านสักที (ความจริงก็คิดถึงทุกคนที่บ้าน ถ้าไปอยู่ที่อื่นคนเดียวคงเหงา) เนื่องจากตอนฝึกสอนก็ฝึกสอนแถวบ้าน ทำงานก็งานแถวบ้านอีก ฉันอยากไปที่ใหม่ ๆ เจอผู้คนใหม่ ๆ บ้าง ส่วนข้อเสีย สวัสดีอีกครั้งนะโรงเรียน เจอเด็ก ๆ อีกแล้วจ้า (แต่น่าจะเบากว่าระบบเอกชน) เจอสอนทุกวิชาไปเลยสิคะ ครูคณิต วิทย์ อังกฤษ เป็นได้หมดเลยT_T ภาระงานที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าไม่ไปทางบ้านคงโกรธเรามากเพราะเขาคาดหวังว่าอยากให้เป็นครู อยากให้ทำงานที่มั่นคง ตอนนี้สิ่งที่เราคิดไม่ตกคือจะไปหรือไม่ไปดีนะ ถ้าไม่ไปก็จะอยู่กับโรงเรียนเอกชนต่อจนกว่าจะหมดสัญญา (ซึ่งเงินเดือนกับความหนักของงานนั้น...) แต่ถ้าไปเราไม่รู้ว่าจะรอดมั้ย ในอนาคตถ้าเราได้งานที่อยากทำแล้วต้องลาออกกลางคันไม่รู้ว่าที่บ้านจะว่ายังไง แต่ที่แน่ ๆ ภาพในหัวเราคือเราคงไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนไปจนถึงเกษียญได้เพราะสุดท้ายเราก็จะลาออกอยู่ดี มันแค่คิดว่าถ้าไม่ใช่จะไปเสียเวลาชีวิตกับตรงนี้ทำไมตั้งแต่แรกสู้ไปลุยหาประสบการณ์ด้านที่เราอยากจะพัฒนาตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ แต่ติดอยู่ปัจจัยเดียวในขั้นเริ่มต้นคือเงิน  สิ่งที่ทำได้คือเก็บเงินไว้ก่อนแต่เงินเดือนครูเอกชนช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับภาระงานและความรับผิดชอบในหน้าที่ ดังนั้นถ้าไปบรรจุเป็นครูโอกาสเติบโตและก้าวหน้าก็จะมีมากกว่าเอกชน(และอาจจะเก็บตังค์ได้มากขึ้น แล้วเมื่อถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที) สรุปประเด็นสำคัญ 1) เราควรสละสิทธิ์แล้วทำงานต่อให้หมดสัญญา หลังจากนั้นอาจหางานใหม่ได้แล้ว (แต่แลกมาด้วยพลังใจที่ลดลงทุก ๆ วันจนกว่าจะถึงเมษาปีหน้า) 2) ไปบรรจุเป็นครูไปก่อน (อดทนทำจนกว่าจะมีเงินเก็บมากพอตั้งตัวได้ค่อยเปลี่ยนสายงาย)
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่