คำแนะนำที่จะทำให้รับมือกับปัญหาการอยู่กับลูกพี่ลูกน้องของแฟน!

สวัสดีค่ะ ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ ตอนนี้1เดือนเต็มที่ลูกพี่ลูกน้องแฟนมาอยู่ด้วย 
(น้องชาย)ของแฟน เราสองคนเรียนมหาลัยเดียวกัน อยู่หอเดียวกันได้ปีกว่าเกือบสองปี 
แฟนเป็นผู้หญิงนะคะ ก่อนน้องจะมาสองสามวัน ตอนแรกเราก็คิดมากว่าจะอยู่แล้วอยู่ได้ไหม
เราเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เวลาทำงานของมหาลัยสายวิชาก็จะหนักมาก เวลานอนอาจแปรปรวนบ้าง
เราเลยชอบที่จะมึเวลาส่วนตัวไว้รีแร็กซ์ ห้องนอนของเราก็กว้างพอสมควร แต่เป็นหอรวมนะคะ
ตอนที่แฟนพาน้องชายมาอยู่ เราก็ไปรับน้องด้วยกัน และ จัดที่นอนในห้องไว้ให้น้อง
เราเคยบอกแฟนถึงการให้เวลาในการที่เราต้องปรับตัวอยู่บ้าง แฟนเคยเล่าให้ฟังว่า
ที่บ้านน้องนั้นไม่ค่อยโอเคกับพ่อเลี้ยงเท่าไหร่ เขาอยากเรียนมหาลัย แต่ที่บ้านจะให้เรียนปวส เพื่อแบ่งเบาตัวเองและครอบครัว
ส่วนแม่เขาก็ไม่กล้าที่จะขัดใจพ่อเลี้ยงเพราะส่วนใหญ่พ่อเลี้ยงนั้นเป็นคนหาเงินเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก
น้องเลยคุยกับพี่สาวคือแฟนของเราว่าขอมาอยู่ด้วยนะ จะมาหางานทำที่นี่ หาตังไปเรียนมหาลัย
ตัวเราก็ขัดไม่ได้ เพราะถ้าฟังเหตุผล นั่นก็คือโอกาสของคนๆหนึ่งที่เป็นชีวิตของเขา
เราเลยยอมให้น้องมาอยู่ด้วยกันกับเรา3คน พอเวลาผ่านไป ก็มีเรื่องเล็กน้อยที่แอบทำให้คิดมาก
เช่น น้องเขาจะเล้นเกมส์คุยโทรศัพท์กับเพื่อน และบางครั้งเป็นเวลาที่เราต้องนอน ก่อนตื่นทำงานจบปีสี่ 
งานเราเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความคิดและการสร้างสรรค์รวมถึงการใช้เวลาด้วยเหมือนกับสาขาอื่นๆ เราเลยค่อนข้างซีเรียสมากถ้าต้องพักผ่อนน้อยลง
2.มาแรกๆ น้องบอกว่าทำไมต้องซื้อขนมมาเผื่อแล้วใส่จานแยกให้ น้องไม่อยากล้างจาน 
เราเลยคิดว่าเรากับแฟนก็ซื้อมาเผื่อทำไมเรื่องแค่นี้ถึงต้องพูดประมาณนี้ แต่ยังเฉยๆอยู่
3.น้องก็ใช้น้ำหอมที่มีราคาสูง รองเท้าราคาสูงใหม่ 3.นาฬิกาดีๆ 4.กางเกงเสื้อผ้าดีๆ 5.โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆช
เราสังกตเห็นเลยคิดตอนแรกว่า คงเป็นเพราะแล้วแต่ความชอบของคนวัดที่ราคาไม่ได้ น้องคงหาซื้อของน้องเองด้วยตัวเอง 
แต่หลังจากนั้นพอน้องรู้ว่าเรามีรถวันที่น้องชวนไปถ่ายรูปกินข้าวไปกินกาแฟใกล้ๆ น้องบอกพี่สาวของน้องคือแฟนของเราว่า
เอารถยนต์ไปได้ไหม เดี๋ยวผมเสียทรง เราก่คิดว่าไปมอไซค์ก็ได้ไกล้มากเลยแค่นี่เอง แต่แฟนเราก็พูดแหละว่าไปมอเตอร์ไซค์ก็พอ
นี่ก็เป็นประเด็นเราเลยกลับมาคิดว่าเราเองที่มีรถเราใช้ยามจำเป็นแค่นั้น ซักผ้สเยอะๆ ขนของย้ายของ ขนของเรียนขนอุปกรณ์ เพราะค่าน้ำมันรถ
เราก็ต้องบริหารจากเงินกินข้าว ใช้จ่ายของใช้ส่วนตัว และ ค่าซักผ้าต่างๆ รวมถึงค่าหอที่จ่ายกับแฟนสองคน
เรากับแฟนคืดตอนแรกว่าให้น้องมาทำงาน เก็บเงินก่อนซักเดือนสองเดือนแล้วก็ค่อยบอกให้ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ทั้งๆที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า ที่บ้านให้เงินน้องมาจำนวนหนึ่งไว้กินในเดือนแรก แต่เห็นว่าน้องจะต้องเก็บเงินไว้เพื่อเรียนเราก็เข้าใจในเหตุผลนั้น จึงไม่ได้ทวงหรือบอกให้ช่วยออกค่าน้ำไฟ แต่เราแค่คิดว่าวันนี้มันควรจะมีสิทธิเท่าๆกันนะ อยู่ด้วยกันก็เหมือนเพื่อนแชร์กัน เพราะเราอยู่บ้านที่บ้านบอกตลอดห้ามคิดเอาเปรียบใคร เอาใจเขาใส่ใจเรา ไปที่ไหนเราควรมีขอบเขตและเกรงใจต่อกัน ไม่ไปทำให้ใครและตัวเองเดือดร้อน ดูแลตัวเองให้ได้ในตอนที่อยู่คนเดียว เราก็จำมาตลอด พอคิดถึงคำพูดนี้มันเลยทำให่เรารู้สึกว่าเราเหลือพื้นที่หายใจน้อย น้องทำงานก่นอนคนละเวลา ถึงเวลามืดบางครั้งเราก็ต้องเกรงใจปิดไฟ ทั้งๆที่ทำงานในโน๊ตบุคเพราะน้องต้องนอน เราก็เห็นใจ แต่เราแปลกใจตรงที่ ผ้าน้องวันแรกจนวันนี้ครบเดือนนึงเรากับแฟนซักให้ตลอดจนตอนนี้ มีแค่ผ้าทำงานของน้องวันละตัวที่น้องซักเอง 
เราพยายามบอกแฟนด้วยเหตุผลแล้วว่า เรื่องส่วนตัวของตัวเราเองหรือของน้องแต่ละคนก่ต้องจัดการตัวเองนะ ส่วนถ้ามีปัญหาอะไรกันจริงๆก็คุยกันช่วยกันแก้ไขในขอบเขตที่แก้ได้ แต่เรื่องเล็กน้อยเราขอให้อย่าทำให้ต้องลำบากใจ  น้องก็โตแล้วเป็นผู้ชายอายุ19ปีจะ20แล้ว เราอายุเท่านี้ยังซักผ้าล้างจานเองเลย
กางเกงในน้องอีกของส่วนตัว โลชั่นน้องก็ใช้ของเรากับแฟน ไดรฟเป่าผมเราน้องก็ใช้ สบู่ก่ใช้ด้วย ยกเว้นยาสระผม สวนน้ำยาซักผ้าแรกๆน้อฃใช้ทุกวันเวลาซักผ้าทำงานซักมือ พอมันหมด น้องก็มาถามเราว่าเห็นน้ำยาบ้างไหม เราก็บอกไปตามตรงว่าหมดตอนเย็นจะต้องไปซื้อ เราก็รอดูว่าน้องจะช่วยหารหรือฝากซื้อมั้ยเพราะเราใช้ด้วยกันสามคน ผ้าในตระกร้าที่แยก เรากับแฟนก็ต้องซักให้น้องตากให้น้องตากบ้างอบบ้าง เคยบอกให้แฟนบอกน้องด้วยดหตุผลแล้วว่าให้น้องซักเองนะ ในวันหยุดทก็จัดการผ้าตัวเองนะตอนแรกๆ แฟนบอกน้องชายว่าจะไปซักผ้าช่วยถือตระกร้าพี่หน่อย ในวันนั้นเราไปปริ้นงานและทำงานกับเพื่อน แฟนเราบอกว่าบอกน้องแล้วแต่น้องบอกว่าไม่เอาไม่ไป อีกสองสามชม.จะอาบน้ำไปทำงานแล้ว แฟนเราก้เลยหอบเอาไปซักกับมอไซค์คนเดียว ดีที่มาหาเราตอนทำงานเราเลยขับมตอร์ไซค์อีกคันไปช่วยขนผ้า แล้วไปตากที่บ้านก่อนกลับไปทำงาน เพราะที่ๆไปทำงานกลุ่มกับเพื่อนอยู่ใกล้หอ เราเลยถามแฟนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าได้บอกน้องมั้ย ว่าต้องเอาผ้าไปคนเดียว ช่วยพี่ถือไปซักหน่อย ขับรถไป แฟนบอกบอกแล้วแต่น้องตอบกลับว่าไม่ไป เขาทำไรไม่ได้ก็ต้องไปซัก เพราะไม่อยากมีปัญหาอะไร ส่วนวันอื่นเราก่ต้องซักผ้าเก็บผ้ารวมถึงกางเกงในและบอคเซอทุกอย่าง ช่วงฝนตกด้วยไรด้วย ห้องน้ำก่ขัดกันเองเพราะน้องกลิ่นฉี่แรงไปหน่อย เราตัดสินใจให้แฟนบอกน้องอีกครั้งแล้วก็เมื่อน้าโทรมาให้อธิบายน้าด้วยเหตุผลว่าตนเองก็ไม่ได้มีเงินมากทางบ้านที่พ่อส่งให้ตนเองก็ไม่ได่มากพอให่จ่ายได้ทุกอย่าง และทุกอย่างก็คืออยู่กับเรา มีปัญหาก่เคยช่วยกัน ต้องบอกน้าให้เข้าใจ น้าบอกว่าจะบอกน้องเองเรื่องให้ช่วยออกค่าของใช้ส่วนรวมค่าน้ำไฟ แต่พอมาวันนี้น้องบ่นรอบที่สองว่าเงินหดหาย ลงทุกที หมุนเงินยาก ทั้งที่น้องก็ไปทำงาน แล้วใช้จ่ายวันนึงไม่ถึง100 กินข้าวที่ทำงาน1มื่อ ข้าวร้านข้าว1มือ ฝากเรากับแฟนซื้อ1มื้อเราบอกให้แฟนบอกน้องให้ฝากค่าข้าวด้วย เพราะแฟนเรานั้นก็ไม่ได้มีเงินพอจ้ายให้น้องจริงๆทุกรอบ
พอมาวันนี้แฟนบอกว่า ถ้าน้องกลัวแพง ให้น้องซักผ้าได้เลยหลังห้อง 30฿ ไม่ต้องหารกับพวกพี่เพราะผ้าสามคนจะเยอะ ตกคนละ40-50 ถ้าซักในวันเดียวกัน
น้องอยากซีกวันไหน วันหยุดหรือตอนไหนก็ซักของตัวเองไป พวกพี่ก็ซักของพวกพี่ หรือว่ายังไง น้องกลับตอบมาว่า ไม่เอาอะ! ขี้เกียจซัก 
เราเลยเสียความรู่สึก และช็อคกัลคำพูดสั้นๆคำนี้มาก ว่าทำไมน้องที่แฟนเล่ามันต่างจากที่เขาเคยเล่าให้เราฟัง ทำไมน้องไม่เห็นใจพี่สาว ไม่เกรงใจเราที่เป็นคนอื่นหรือแฟนพี่ที่อยู่ด้วยกัน บางครั้งช้อนกินข้าวกินไว้ก็มึลืมล้าง ตอนเพื่อนเรามานั่งกินไรกันเสร็จสุดท้ายหมูกระทะและจาน ก่เป็นเราที่เก็บโต๊ะเคลียร์โต๊ะ ล้างจาน เพราะถ้าไม่ล้างก็ไม่มีจานกินข้าว ห้องอยู่กันสามคนเดี๋ยวมีกินอาหารหนักไปอีก เราบอกกับแฟนหลายครั้งแฟนก็มีปัญหาส่วนตัวเค้า เราก็เครียดที่ต้องบอก เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องที่จะไม่พูดกับน้องชายของตัวเองตรงๆ เพราะน้องจะได้เข้าใจว่าการใช้ชีวิตคนเดียวจริงๆที่ต้อฃจ่ายเงิน ต้องบริหารต่างๆ ที่ไม่ได่มีคนหารด้วย มันไม่ได้เหมือนกับที่น้องอยู่บ้านแล้วแม่ของน้องจะทำให่น้องตลอดแฟนเราเคยบอกในเรื่องของพวกการซักผ้า แต่น้องก่เคยตากผ้าแต่พอน้องมาอยู่ที่นี่น้องไม่เคยทำอึกเลย ทั้งทึ่น้องก่รู้ว่าแฟนเรากับเราเป็นคนซักคนตากคนทำ เราเครียดมากเลย อยากปล่อยวาง แต่ถ้าเป็นแบบนี่ เราเหลืออีกเทอมจะจบปีสี่ นอนไม่ค่อยหลับต้องเจอเรื่องพวกนี้ เรื่องที่บ้านแฟนที่แฟนเครียดด้วย เรื่องตัวเองในบางอย่างด้วย เรื่องงานวิชาเรียน เรื่องค่าใช้จ่าย 
ทำยังไงดีคะ เราอยากให่น้องได้เข้าใจและเห็นใจพี่สาวตัวเองก็ยังดีถ้าไม่เห็นใจคนอยู่ด้วยแบบเรา เรารักคนที่บ้านเรามาก เราคิดว่าเราอยากมาทำหน้าที่เราให้เต็มที่พอมีแฟนตอนแรกก็ไม่ได่กะมาอยู่ด้วยกัน แต่พอเวลาผ่านไปนานก่มาอยู่ก่พากันเรียน แต่หลังๆเราก่เจอความเครียด น้องเราก่เคยเครียดจนป่วย เราก่ไปอยู่ซัพพอรทน้องตอนเรียน ในระยะหนึ่งแต่ตอนนี่กลับไปอยุบ้าน ทำงานที่บ้านแล้ว แฟนก็เครียดเรื่องที่บ้าน เราก่พยายามรับฟังอยู่ข้างๆ อะไรช่วยกันได้เราก็ช่วย แต่เรารู้สึกว่าการที่เราอธิบายเขาไป เขาชอบบอกว่าให้เข้าใจเขาด้วย เขาเครียดเขาเลือกอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องน้องพูดละนเองก่ไม่ได้ทำ พูดไม่ได้
"เราเลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่ไม่เสี่ยงต่อการทะเลาะกันอีก? มีวิธีที่ดีมากกว่าการพูดไหม? แล้วทำแบบไหนถึงจะอยู่กันไม่อึดอัดบ้างคะ เรานั้นคิดมากเหมือนกันจนบางครั้งคิดงานไม่ออกเหนื่อยอย่างอื่น จิตใจไม่โฟกัสการเรียนเลย เพราะไม่มีเวลาส่วนตัว อยู่ก่อยู่ด้วยสามคนตลอด ขอบคุณทุกความเห็นที่เข้ามาบอกหรือแนะนำนะคะ "
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่