[CR] เสม็ด 2021 คนเดียวไม่รอให้ใครชวน GOOD&BAD but The Show Must Go On!!! เราเที่ยวด้วยกันเฟสสามเริ่มแล้ว

3 วัน 2 คืน
ประเดิมเราเที่ยวด้วยกันเฟสสาม เดินทางรถสาธารณะสู่จังหวัดที่ไม่ต้องแสดงผลตรวจโควิด และใบรับรองการฉีดวัคซีน 
สน็อกเกิ้ลครั้งแรก อย่าให้การไปคนเดียวหยุดยั้งการซื้อทริปทัวร์เกาะดำน้ำตื้นของคุณ
ควงไฟสุดอลังการ ถ้าไม่ใช่หน้าหาดบ้านคงไหม้!!!
ถึงจะดีหรือร้ายมันก็จะผ่านไปปปป
.
.
.

           ด้วยความใกล้กรุงเทพ ง่ายต่อการเดินทางด้วยรถสาธารณะ อีกทั้งไม่ต้องแสดงผลการตรวจโควิด และใบรับรองวัคซีน พอเปิดโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟสสาม ฉันจึงตัดสินใจไปที่นี่ก่อนเลย  ดังนั้นทริปนี้คงไม่มีความแปลกใหม่อะไร แต่เป็นการไปเยือนครั้งแรกของฉันเอง

การเดินทาง

             ทริปนี้เริ่มต้นก็พลาดแล้ว เราออกเดินทางวันศุกร์ซึ่งปลายทางที่จะไปก็คือเกาะเสม็ด จังหวัดระยองนั่นเอง จากข้อมูลที่หามา รถบัสของเชิดชัย จากเอกมัยไปท่าเรือบ้านเพนั้นก็ได้เปิดบริการแล้วในเดือนกันยายนโดยเวลาคือ 9.00 โมง รอบเดียวต่อวัน เท่าที่ดูก็จัดว่าเวลากำลังสวยเลยแหละ

             การกลับมาเดินทางด้วยรถสาธารณะหลังภาวะโควิดจะต้องมีการอัพเดตข้อมูลก่อนเดินทางเสมอจึงจะมั่นใจได้ แต่นี่ด้วยความชะล่าใจอะไรซักอย่าง ฉันไม่ได้มีการสอบถามหรือจองรถล่วงหน้า ทำให้พลาดไปอย่างมหันต์ เมื่อเรารีบร้อนหิ้วกระเป๋ามาถึงเอกมัย แต่ก็พบว่า ตู้ขายตั๋วเชิดชัยได้แปะป้ายว่าปิดขาย ให้โทรสอบถามเบอร์ที่ป้าย  อ้าวกรรมละไง

             ! แต่เสียงร้องเรียกจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นทันทีที่เห็นเรายืนหน้าตู้ขายตั๋วที่ปิดตายนั่น
              “บ้านเพเสม็ดจ้าา”  
ฉันจึงเลี้ยวไปสอบถามข้อมูลรถตู้สายนั้น รถจะมีรอบต่อไปคือ 11.00 เลยแหละ
              คิดหนัก
เนื่องจากเราได้ซื้อที่พักแบบมีเรือด้วย ซึ่งเค้าโควกับเฟอรี่เกาะแก้ว ซึ่งรอบมันก็จะเป็นบ่าย 2 แล้วก็ห้าโมงไปเลย รถจะใช้เวลา 3-4 ชมในการเดินทาง ทีแรกเราได้จองเที่ยว 14.15 ไว้ แต่ถ้าออก 11.โมง ก็ไม่ทันเสียแล้วน่ะซี่  เราจึงได้ลองโทรหาวินรถอื่นดูได้แก่วินที่หมอชิต วินหมอชิตแกก็มีรอบ 8 โมง รอบเดียวเหมือนกัน ซึ่งออกไปแล้วแหละ เราก็จำใจต้องไปรอบ 11โมงนั่นเอง ค่าโดยสาร ถ้าซื้อ 2 ขาเลย 380 บาทลดจาก 400 บาท

             สิบโมงครึ่ง มินิบัสหมายเลข915  กทม บ้านค่าย แหลมแม่พิมพ์มาจอด และนั่นคือคันที่จะไปบ้านเพ  แอร์เย็นนั่งกว้างพอใช้  รถบัสมาส่งที่ท่าเรือเทศบาล
            ผู้ไม่เคยมาอาจจะงงๆ เล็กน้อย คือ นับจากผ่านซุ้มประตูบ้านเพไป ที่ที่ถึงก่อนและอยู่เยื้องแมคโครคือ ท่าเรือเทศบาลบ้านเพ หรือเรียกกันในนามท่าเรือเทศบาล เดินไปอีกนิดเดียวก็จะเป็นที่ขายของท้องถิ่น และท่าเรือนวลทิพย์ เดินถัดไปอีกนิดหนึ่งจะเป็นท่าเรือเพ ท่าเทียบของเฟอรี่ที่ทางรีสอร์ตดีลไว้ เดินกันได้ไม่ไกลกัน

            พอรู้ว่ายังไงไปไม่ทันเรือที่ได้แจ้งแต่แรก ก็ได้แจ้งรีสอร์ตไปเพิ่มเติมซึ่งทางรีสอร์ตที่เราจองไปนั้น บริการดีมาก โทรสอบถามติดตามและตอบคำถามบริการน่าประทับใจ ได้แจ้งให้ขึ้น 5โมงแทน แต่รถมินิบัสส่งถึงท่าเรือเทศบาลบ่ายสองกว่าๆ คลาดกับเรือรอบนั้นไปนิดหน่อย เมื่อทราบว่าเรามาถึงแล้ว ทางรีสอร์ตจึงได้เสนอให้นั่งเรือช้าถ้าไม่มาย จะมีรอบ 4 โมง ออกก่อนแล้วมารับคืน ฉันไม่อยากสูญเสียเวลาจึงรับข้อเสนอ อย่างไรก็ตาม ก็ยังอีกนานอยู่ดี

          เดินเล่นเลียบหาดไป ลมเย็นสบายมาก พัดดีตลอดเวลา ลานหนึ่งจึงมีร้านขายว่าวรูปแบบต่างๆ ลอยลมโชว์ให้เห็นกัน  มีคนมากางเต๊นท์พักผ่อน 

ลมดีลมเย็น แดดไม่ค่อยมี 

          เดินจนได้เวลาประมาณหนึ่งแล้ว จึงเดินไปยังท่าเรือเพ เพื่อซื้อตั๋วเรือของดาราสมุทร 60 บาท ใช้เวลา 30นาทีก็มาถึงเกาะเสม็ด

เกาะเสม็ดไม่ใช่เกาะแก้วพิสดารในวรรณคดี
           ที่เรียกว่าเกาะแก้วพิสดารนั้นเพราะเชื่อกันว่า อาจจะเป็นที่มาของแรงบันดาลใจ แม้ว่าในเนื้อความของวรรณคดีจะไม่สอดคล้องตามตำแหน่งก็ตาม (สันนิษฐานว่าเกาะแก้วในพระอภัยนั้นควรอยู่ในอันดามัน) แต่เพื่อการระลึกถึงกวีเอกที่พำนักบ้านกร่ำและรังสรรค์ผลงานที่ระยอง ทางเกาะก็ได้สร้างแลนด์มาร์กต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวละครในวรรณคดีไว้ เพื่อดึงดูดผู้คน ลงจากเรือท่าเทียบด้านข้างก็จะพบรูปปั้นนางยักษ์ยืนง้องอนอยู่ปลายสะพาน 
ถ่ายขากลับ เพราะเรือช้าเทียบสะพานข้าง ไม่ได้เทียบสะพานกลาง

           เข้ามาเกาะก็จะต้องซื้อบัตรผ่านอุทยาน 40 บาท เพราะเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด และไปเกาะใดก็ตาม ยังต้องถือไว้อย่างเคร่งครัด รีสอร์ทได้นำรถมารับ ในแพคเกจทางรีสอร์ตได้รวมถึงรถมอเตอไซค์ใช้งานฟรี ซึ่งใครลงเรือแล้วอยากจะท่องเที่ยวก่อนเข้ารีสอร์ตก็สามารถรับรถแล้วขี่ไปแวะที่ต่างๆ ก่อนได้เลย
            รีสอร์ตที่เราจองนั้นร่วมรายการเราเที่ยวด้วยกันด้วยชื่อว่า นิมมานรดีรีสอร์ต ตั้งอยู่ที่อ่าวปะการังที่เกือบสุดปลายเกาะ ระหว่างทางซึ่งขนาดนั่งรถก็ยังรู้สึกถึงถนนที่ค่อนข้างชัน ขึ้นๆ ลง ๆ แต่ดีไม่ค่อยคดเคี้ยวนัก  และทางเรียบโอเคดี นอกจากที่จองเพราะร่วมเราเที่ยวด้วยกันแล้ว เป็นเพราะเราขับมอไซค์ไม่เป็น รีสอร์ตรับส่งก็เหมือนเราได้นั่งรถชมทางเกือบทั้งเกาะแล้วนั่นแหละ

            ลงจากรถปุ๊บฝนก็ตกเลยจึงไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรเข้าห้องก่อนเลย ห้องเป็นบังกะโลไม้ หันหน้าประจันทะเล นอนได้ฟังเสียงคลื่นซัดสาดอย่างชัดเจน  กลิ่นไม้จากในห้อง รวมทั้งการตกแต่งชวนฉันให้นึกไปว่าได้มาพักผ่อนพักร้อนในสมัยรัตนโกสินทร์ศก มันเหมือนความรู้สึกตอนฉันไปเที่ยววังบางปะอิน /สนามจันทร์ แล้วเข้าไปเยือนในเรือนนั่นเลย วินเทจเรียบแต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ค่อนข้างมีเกือบครบ 
            
         ตกเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก ฝนเบาก็เดินไปจุดชมวิวท้ายเกาะ เดินออกจากรีสอร์ตแล้วเดินไปนิดหน่อยก็เจอจุดชมวิว ท่ามกลางคลื่นที่ซัดแรงกระทบโขดหิน ลมมาแบบสบายและไม่มีใครแม้แต่คนเดียว
เมฆมากจนแทบไม่เห็นแสงตะวัน
      กลับมาที่รีสอร์ต ฟ้าหลังอาทิตย์ตกเป็นสีน้ำเงิน บรรยากาศงดงาม แถมลมก็เย็น แวบไปด้านอ่าวเล็กน้อย น้ำใสมากก มีหินมากมาย เสียดายไม่ได้พายคายัคหรือดำสน็อกเกิ้ลไปชมว่าอ่าวนี้จะมีปะการังอันใดบ้างไหม

        
             ทางแพคเกจนั้นรวมอาหาร 3 มื้อครบแบบจุกๆซึ่งแถวนี้ค่อนข้างห่างจากร้านอื่นๆ เพราะฉะนั้น เป็นแพคเกจคือคุ้มเพราะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแล้ว ถ้าจะสั่งทานเพิ่มก็ย่อมได้ แต่ราคาของห้องอาหารค่อนข้างจะสูง อย่างไรก็ตามสามารถใช้เราเที่ยวด้วยกันได้
ต้มยำมีกุ้งเด้งๆ กับหมึกและหอย รสชาติเข้มข้นอร่อยเลย ผัดกะหล่ำดีมาก ไม่เค็มไป ไม่อมน้ำมันแถมกรุบกรอบแบบไม่เหม็นเขียว อยากเพิ่มอีก ทอดมันแบบชุบแป้งก็กัดเจอกุ้งเด้งๆ อิ่มดิครับ
สั่งเพิ่มเพราะอยากกินอะไรแซ่บๆ 200 บาท (ให้เราเที่ยวด้วยกันช่วยจ่ายไป)

   
        เช้าต่อมา ตื่นมาได้ยินเสียงฝนพรำๆ อีกแล้ว ง่วงงุนมากตั้งแต่เมื่อวานเลยไม่ได้ลุกไปเปิดม่านดูสภาพภายนอก กลิ้งไปมาจนสักพักก็ลุกเดินไปทานอาหารเช้า 
             มีให้เลือกแบบอเมริกันกับข้าวต้ม เลือกข้าวต้มหมู คืออยากบอกว่าข้าวต้มน่ะ ที่เคยกินมาก็มีทั้งอร่อยกับไม่อร่อย แต่ทีนี่ใช้ได้เลยทีเดียว กาแฟก็เข้ม บอดี้แน่น สงสัยใช้ต้มเอาเป็นแน่ หลังทานเสร็จก็เดินเล่นเล็กน้อย
ร่มรื่นดี มีเก้าอี้ให้นั่งและชิงช้ารับลมริมหาดฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นหาดหิน
จากหน้าต่างห้อง
  
         เก็บของเช็คเอ้า เนื่องจากต้องรีบไปยังที่พักคืนที่สองเพื่อฝากกระเป๋า และมีนัดกับทัวร์ดำน้ำเอาไว้ ทางรีสอร์ตไปส่งเราเช่นเดิม คราวนี้เป็นมอไซค์บอกเลยว่านั่งแรกๆ คือหวิวมาก กลัวการนั่งมอไซค์ ยิ่งขับเร็วลงเนินที สยิวมาก แต่นั่งๆ ไปก็ชิน

        ที่พักคืนที่สองไม่มีป้ายบอกทางอะไรเลย คนส่งยังไม่รู้จัก 555 และเดินเข้าไปจากปากถนนพอสมควร ชื่อว่านิวแหลมใหญ่ อีกสาเหตุหนึ่งที่หาไม่เจอเพราะนางคือห้องพักที่ดูเผินๆ เหมือนบ้านร้างก็ไม่ปาน  ไม่มีรีเซ็ปชั่นหรือล็อบบี้  โทรแจ้งให้มารับมามอบกุญแจแล้วก็เดินหายไป
วิเวก เหมาะกับผู้ชอบความเป็นส่วนตัว
              ท่ามกลางสภาพเช่นนั้น แต่โดยรวมห้องก็เรียกว่าพออยู่ได้ เห็นความพยายามในการปรับปรุง แต่ไม่สุด จะว่าโอเคแล้วก็ไม่ใช่ ยิ่งในจุดส้วมคืองงกับสภาพ ที่ดูไม่ค่อยกลมกลืนกับห้องโดยรวม
      ฉันเก็บกระเป๋าไว้และนอนกลิ้งซักครู่ ทัวร์ก็โทรมาและเขาก็มารับเช่นเคย หลังจากรวมตัวก็ไปลงเรือที่ท่าหน้าด่าน เราไปกับแชร์บ๊วยทัวร์
ชื่อสินค้า:   เกาะเสม็ด
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่