JJNY : ชาวไทยผนึกอาเซียน โชว์นวัตกรรมหลังฝนตก│เมืองคอนเงียบหลังยกระดับควบคุม│พท.จี้ดึงเงินกู้ช่วยปชช.│ชัยภูมิอ่วมรอบ2

ชาวไทย ผนึกอาเซียน แห่เมนต์เพจออกแบบดัง โชว์นวัตกรรมหลังฝนตก สู้เกาหลี
https://www.matichon.co.th/social/news_2993621
 
 
นับเป็นเรื่องที่กำลังกล่าวถึงในโลกออนไลน์ เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ Architecture & Design ซึ่งเป็นแฟนเพจที่เผยแพร่ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรม ที่น่าสนใจจากทั่วทั้งโลก ที่มีผู้ติดตามกว่า 31.6 ล้านคน ได้ออกมาโพสต์ถึงการบริหารจัดการน้ำของเกาหลีใต้
 
โดยเพจดังกล่าวได้โพสต์ว่า ในเกาหลีใต้ เมื่อฝนตก น้ำฝนจะถูกกักเก็บและทำความสะอาด ด้วยระบบไฮโดรลิก
 
ดูเผินๆ เหมือนเป็นเทคโนโลยีที่หลายคนต่างต้องร้องว้าว ในการบริหารจัดการอย่างรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ชาวไทยที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยเป็นประเทศในเขตศูนย์สูตร ก็ต่างเข้าไปคอมเมนต์กันรัวๆ เปิดประสบการณ์ที่ชาติอื่นอาจไม่ค่อยเข้าใจ
 
ไม่ว่าจะเป็น
 
“ประเทศเรามีรถบัสสะเทินน้ำสะเทินบกก่อนประเทศอื่น” พร้อมกับภาพของรถเมล์ที่ขับลุยน้ำใน กทม.
 
“ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย เราฉีดน้ำในอากาศเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5” พร้อมภาพทดสอบฉีดน้ำลดฝุ่นจากตึกสูง
 
“ในประเทศไทย เรามีถนนที่รองรับทั้งกีฬาและกิจกรรมทางน้ำ” พร้อมภาพมอเตอร์ไซค์ขับลากเบาะยางลุยน้ำ
 
แม้กระทั่งภาพถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งคนไทยก็ได้เอาไปโพสต์และกล่าวว่า “คนไทยไม่ต้องการจรวดไปดาวอังคาร เพราะเรามีแล้วที่นี่”
 
ด้านชาวฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ก็ต่างเข้าไปคอมเมนต์กันรัวๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ชาวฟิลิปปินส์ที่บอกว่า เราใช้น้ำท่วมจากฝน เพื่อให้นักการเมืองได้ถ่ายภาพ หรือที่มาเลเซีย เรามีที่ว่ายน้ำฟรี ฝึกคนรุ่นใหม่ให้คว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกที่กำลังมาถึง
 
การเข้าไปโพสต์ดังกล่าว ทำให้มีคนเข้าไปคอมเมนต์หลายหมื่นครั้ง ขณะที่เพจดังในไทยหลายเพจก็ได้แชร์ออกมาแล้วว่า รู้สึกอายไม่น้อยทีเดียว
 
https://www.facebook.com/ArchiDesiign/posts/2707990069356231
 

 
เมืองคอนเงียบ หลังยกระดับควบคุมสูงสุด ผู้ป่วยเพิ่ม 529 ราย แพทย์พยาบาลมหาราชติดเชื้อ 30 ราย
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2994022
 
เมืองคอนเงียบหลังยกระดับควบคุมสูงสุด ผู้ป่วยเพิ่ม 529 ราย เสียชีวิต 2 ราย วุ่น แพทย์พยาบาลมหาราชติดเชื้อ 30 ราย เสี่ยงสูงนับร้อย
 
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยทั่วไป ภายหลังจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกยกระดับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พบว่าตามถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนนกะโรม ถนนราชดำเนิน ไม่ค่อยมีรถสัญจรไปมามากนัก และถนนสายต่างๆ มีการตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มงวด ขณะที่ร้านค้าต่างๆ ปิดลงกว่า 50% เช่นกัน
 
ทีมเฝ้าระวังสอบสวนควบคุมโรค สสจ.นครศรีธรรมราช ได้รายงาน บผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 520 ราย แยกเป็น ในจังหวัด 517 ราย ผู้ป่วยคืนถิ่น 2 ราย และเรือนจำทุ่งสง 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 22,984 ราย รักษาหายแล้วสะสม 16,249 ราย เสียชีวิต 2 ราย (วันที่ 15 ตุลาคม 2564 รับรายงานเสียชีวิต 2 ราย รายที่ 1 เพศชาย 85 ปี อ.หัวไทรโรคประจำตัว ต่อมลูกหมากโต รายที่ 2 เพศหญิง 66 ปี อ.เชียรใหญ่ ชีวิตสะสม 146 ราย)
 
นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ปรับให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีมติเลื่อนเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน หรือ ON-SITE ออกไปก่อน จากเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 จนกว่าจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าเป็นพื้นที่ระดับใด
 
จากนั้นจะมีคณะทำงานประเมินสถานศึกษาของจังหวัดประเมินความพร้อมว่าสามารถเปิดการเรียนการสอนแบบ ON-SITE ได้หรือไม่ ถ้าได้ ได้กี่แห่ง โดยจะประเมินการปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้ ทั้งการเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางกาศึกษา นักเรียน ความพร้อมด้านอาคารสถานที่ภายในโรงเรียน การดูแลมาตรฐานด้านสภาพแวดล้อม ที่ทุกโรงเรียนต้องผ่านการประเมินความพร้อมมาก่อนอย่างน้อย 7 วัน เพื่อส่งให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราชได้พิจารณาต่อ
 
ขณะที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังมีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยทีมเฝ้าระวังสอบสวนควบคุมโรค (CDCU) จากต่างอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมลงพื้นที่สอบสวนโรคในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันโควิด-19
  
ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาราชนับ 30 รายติดเชื้อ และบุคคลเสี่ยงสูงนับร้อยราย ส่งผลให้ทางโรงพยาบาลขาดแคลนบุคลากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนที่จะต้องเข้าพักรักษาตัวที่ รพ.สนาม จะต้องปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับพยาบาลที่อยู่นอก รพ.สนามเช่นกัน ส่งผลให้มีการแชร์ข้อความดังกล่าวออกไป โดยมีสมาชิกทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้ส่งข้อความแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
 

 
พท.จี้รบ. ดึงเงินกู้ช่วยปชช. เจอน้ำท่วมซ้ำโควิด แนะพณ. เร่งขายข้าว ก่อนข้าวใหม่ออก
https://www.matichon.co.th/politics/news_2993798
  
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคพท. และ น.ส.ชนก จันทราทอง ส.ส.หนองคาย พรรคพท. ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน โดย นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมทั่วทุกภาคในประเทศไทย โดยจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของพรรคโดยเฉพาะในภาคอีสานพบว่า ในอำเภอโกสุมพิสัย น้ำท่วมสูงมาก สภาพน้ำเริ่มเน่าเหม็น เพราะน้ำมาตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งเราไปลงพื้นที่วันที่ 15 ตุลาคม คือเวลาผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่น้ำยังไม่ลดลงแต่อย่างใด การคมนาคมถูกตัดขาด ประชาชนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใดๆจากกทางรัฐบาล วันนี้ประชาชนขาดเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวที่ชาวบ้านปลูกไว้ก็เสียหาย เรียกได้ว่า ประชาชนหมดเนื้อหมดตัว
 
จากการลงพื้นที่ภาคอีสาน เราขอสรุปปัญหาที่พบในพื้นที่ดังนี้ 
1. ก่อนหน้านี้เกิดปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน 
2. ต่อมาได้เกิดฝนเข้ามาจนเกิดอทกภัยในภาคอีสาน เมื่อสอบถามชาวบ้านพบว่าเมื่อเทียบกับปี 54 แล้วพอกันเลย 
3. ประชาชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ปี 54 ไม่มีโควิด การที่น้ำท่วมเช่นนี้ยิ่งทำให้เกิดการระบาดง่ายขึ้นอีก 
4. ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ราคาข่าวเปลือกหอมมะลิขณะนี้ ราคา 8 บาท แต่ปุ๋ยกระสอบละ 900 กว่าบาท รถเกี่ยวข้าวไร่ละ 600 กว่าบาท และน้ำมันราคาผลิตละกว่า 30 บาท วันนี้ เกิดภาวะที่ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนักในภาคอีสาน เพราะโควิดก็ยังระบาดอย่างหนัก แต่รัฐบาลกลับไม่มีมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนเลย นายกฯลงพื้นที่ก็ไปตรวจเยี่ยมหน่วยงานราชการ ทั้งที่ควรลงไปดูพี่น้องประชาชนที่ยากลำบาก
 
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พรรคพท.ในฐานะพรรคการเมืองที่มีส.ส.มากที่สุดและส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคเป็นส.ส.ภาคอีสาน เราเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนคือ ใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาไป เพราะในเงินกู้จำนวน 5 แสนล้านบาทนี้ มีการแบ่งเป็นด้านสาธารณสุข 3 หมื่นล้านบาท และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน 3 แสนล้านบาท และเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 1.7 แสนล้านบาท แต่เงินในส่วนของการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 แสนล้านบาทนั้น จนถึงขณะนี้ อนุมัติไปเพียง 125,794 ล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียง 50,675 ล้านบาท หรือร้อยละ 40.28 ของยอดที่อนุมัติไปเท่านั้น ยังเหลือเงินอีก 175,000 ล้านบาท
 
ทางพรรคพท. ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ควรทีจะเอาเงินก้อนนี้มาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยครั้งนี้ทั้งโควิดและอุทกภัยเกิดทั่วทุกภาคในประเทศ เมื่อการระบาดรอบแรก รัฐบาลให้เงินเยียวยาครอบครัวละ 5,000 บาท 3 เดือน แต่ปีนี้มีทั้งโควิด ภัยแล้ง และอุทกภัย แต่รัฐบาลกลับยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เราจึงขอให้รัฐบาลเร่งเยียวยาพี่น้องประชาชนก่อน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อของที่จะอุปโภค บริโภคแล้ว ขณะเดียวกันปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ค่าครองชีพสูง แต่ค่าเงินบาทอ่อน ซึ่งเป็นผลดีหากจะส่งออกช่วงค่าเงินบาทอ่อนเช่นนี้ อยากเรียกร้องไปยังรับบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ให้เร่งส่งออกข้าว เพราะปลายเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนั้นข้าวใหม่จะออกแล้ว ถ้าไม่เร่งส่งออกเมื่อข้าวใหม่ออกมา ราคาก็จะตกต่ำอีก
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่