เพื่อไทยขนพรรคลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมกรุงเก่า 6 ต.ค.นี้
https://www.nationtv.tv/news/378844113
"เพื่อไทย" ระดมขน ส.ส.-ว่าที่ผู้สมัคร-สมาชิก ลงพื้นที่อยุธยา 6 ต.ค. นี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้รับผลกระทบน้ำท่วม จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบระบบเตือนภัย ลดขั้นตอนระบบราชการให้ทันต่อวิกฤต
5 ตุลาคม 2564 น.ส.
อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ จนสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นวงกว้างนั้น โดย ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกพื้นที่
น.ส.อรุณี กล่าวต่อว่า ในวัน 6 ต.ค. 64 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. จะลงพื้นที่น้ำท่วมในจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ บางบาล และท่าเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีนี้มีประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนกำลังรอความช่วยเหลือ
"นับตั้งแต่น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของตัวแทนภาคประชาชน ที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งยังทำงานใกล้ชิดสนิทกับประชาชน เข้าใจในความทุกข์ร้อน ความต้องการ และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ในทันทีที่เกิดปัญหา" โฆษกพรรค ระบุ
น.ส.
อรุณี กล่าวต่อว่า อย่างกรณีน้ำท่วมในปีนี้ แม้ปริมาณน้ำจะน้อยกว่าปี 2554 ถึง 5 เท่า แต่ระบบการระบายน้ำปีนี้ มีปัญหามาก โดยเฉพาะทุ่งภาคกลาง น้ำระบายช้ามากกว่าที่ควร บางพื้นที่จมน้ำอยู่มากกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่มีทีท่าว่าจะลด พืชผลทางการเกษตรจมน้ำ เน่าเสียหาย แต่การช่วยเหลือเยียวยาก็ยังล่าช้า ไม่ทันกับความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม จึงอยากให้รัฐบาลเร่งช่วยประชาชนด้วยการจัดองคาพยพคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้วางแผนช่วยเหลือในภาพใหญ่โดยเร็ว เร่งกำจัดอุปสรรคในระบบราชการที่เชื่องช้า ที่ส่งผลให้การสั่งการและลงมือปฏิบัติของข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ทันกับสถานการณ์วิกฤต
นอกจากนี้ รวมทั้งตรวจสอบระบบการแจ้งเตือนภัยของรัฐบาลที่มีความล่าช้ามาก ไม่มีแผนรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ทัน จึงเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก
งบปี 65 จะขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล. อนุสรณ์ชี้สูงสุดรอบหลายทศวรรษ
https://www.thansettakij.com/general-news/498496
อนุสรณ์เผยงบประมาณปี 65 จะขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ชี้สูงสุดรอบหลายทศวรรษ หลังเก็บภาษีพลาดเป้าค่อนข้างมาก คาดปีหน้าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 4%
นาย
อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า งบประมาณปี 65 จะมีการขาดดุลงบประมาณสูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยจะมีการขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทเพิ่มจากที่ประมาณการเดิมไว้ที่ 7 แสนล้านบาท เนื่องจากรายได้จากเก็บภาษีจะพลาดเป้าค่อนข้างมากและโอกาสในการเก็บภาษีได้สูงกว่า 2.563 ล้านบาทในระดับเดียวกับปี 2562 นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ส่วนการใช้จ่ายเพื่อชดเชยรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจปีหน้าอาจจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 4% ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและรายได้จะตกอยู่กับกลุ่มคนที่ร่ำรวยและชนชั้นกลางมากกว่ากลุ่มคนยากจนหรือมีรายได้น้อยโดยที่คนกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบมากกว่าในช่วงวิกฤติโควิดและยังถูกซ้ำเติมโดยอุทกภัย
อย่างไรก็ดี ในเรื่องการขยับเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจากระดับ 60% ไปเป็น 70% นั้นมีความจำเป็น เพราะหากไม่ขยับโดยฐานะทางการคลังในปัจจุบันและอนาคตอีก 1 ปีข้างหน้า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีพุ่งเกิน 60% อยู่แล้ว รัฐบาลต้องพยายามควบคุมการก่อหนี้ในแต่ละปีและต้องทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลง และรัฐบาลในอนาคตต้องทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพในระดับ 5-6% จึงจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 60% ของจีดีพีในอีก 10 ปีข้างหน้า
ในกรณีที่เศรษฐกิจเติบโตได้น้อยกว่า 1% หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะทะลุ 80% และรัฐบาลในอนาคตในช่วงปี พ.ศ. 2570 อาจจะขยายเพดานหนี้อีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยนั้นมีหนี้ระยะยาวเพื่อชดเชยความเสียหายทางการเงินของกองทุนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ยังมีภาระค้างอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 700,000 ล้านบาท หนี้ระยะยาวพุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากประเทศไทยเจอวิกฤติเศรษฐกิจโควิด-19 (covid-19) มาเป็นเวลาร่วมสองปี
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าหนี้ระยะยาวส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจมากกว่าการกู้เงินมาเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การลงทุนทางด้านวิจัยและนวัตกรรมรวมทั้งการเพิ่มศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การก่อหนี้สาธารณะเพื่อการลงทุนเป็นสัดส่วนไม่มากจึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการเติบโตในระยะปานกลางและระยะยาวของไทยจะมีขีดจำกัด
นาย
อนุสรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า หากตั้งสมมติฐานจากข้อมูลในอดีต การตั้งงบประมาณรายจ่ายประเทศอยู่ที่ 20-22% และรายได้รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้ 17-18% ของ GDP ทำให้ต้องทำงบประมาณขาดดุลมาตลอดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2549 และรัฐบาลต้องกันเงินงบประมาณอย่างน้อย 3.5-4% ของงบประมาณเพื่อชำระคืนเงินกู้และต้องพยายามทำให้งบประมาณสมดุลให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573-2574 การใช้จ่ายจากงบประมาณต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
นอกจากนี้ ควรต้องปฏิรูประบบภาษีให้ประเทศสามารถหารายได้จากภาษีทรัพย์สิน ภาษีบาป ได้เพิ่มขึ้นอีกและทยอยลดการค้ำประกันให้กับรัฐวิสาหกิจ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นภาระต่องบประมาณน้อยลง กิจการใดที่เอกชนสามารถทำได้ดีกว่ารัฐวิสาหกิจให้เพิ่มบทบาทภาคเอกชน
สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 29-30 จังหวัด คิดเป็น 28-32% ของจีดีพีประเทศ ผลกระทบดังกล่าวฉุดการกระเตื้องขึ้นทางเศรษฐกิจจากการเปิดประเทศที่คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/64 ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถบริหารจัดการได้ไม่ให้ท่วมในส่วนที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม หรือย่านศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมยังอยู่ในวงจำกัดไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากนัก ส่วนประชาชนฐานรากและภาคเกษตรกรรมเสียหายอย่างหนักนั้น รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อชดเชยความเสียหายในทรัพย์สินและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมทั้งชดเชยรายได้บางส่วน
สระบุรี ท่าลานวิกฤตหนัก น้ำท่วมสูง2เมตร บ้านเรือนจมใต้บาดาล เร่งขนข้าวของขึ้นที่สูง
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6658684
สระบุรี ท่าลานวิกฤตหนัก น้ำท่วมสูง2เมตร บ้านเรือนจมใต้บาดาล เร่งขนข้าวของขึ้นที่สูง ชาวบ้านเผย สถานการณ์ใกล้เคียง น้ำท่วมปี54
วันที่ 5 ต.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ปล่อยกระแสน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสัก และไหลเข้าคลอง เริงราง ที่เชื่อมต่อกับคลองชัยนาท-ป่าสัก มีปริมาณระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำท่วม และขยายเป็นวงกว้าง เข้าท่วมบ้านของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ริมคลอง ในหลายหมู่บ้าน เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านถูกน้ำท่วมจมมิดหลังคา
และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อำเภอบ้านหมอ ในพื้นที่ ต.บ้านครัวหมู่ที่ 1,2,3,4 และ 6 จำนวนกว่า 800 ครัวเรือน และตำบลท่าลาน ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ต้องใช้เรือพาย ขนย้ายข้าวของที่จำเป็นขึ้นที่สูง และนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมไปถึง สัตว์เลี้ยง ออกมาด้านนอก บริเวณถนนซึ่งเป็นที่สูง และขึ้นมาอาศัยพักแรมบนพื้นริมถนน
เบื้องต้นทางอำเภอบ้านหมอ และเทศบาลตำบลท่าลาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงาน ได้จัดเจ้าหน้าที่ นำออกดูแลประชาชน นำเรือท้องแบนช่วยขนย้ายสิ่งของ และคอยอำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ ส่วนทางด้านถนนสายห้วยบง-ท่าลาน ได้ถูกกระแสน้ำเอ่อไหลท่วมถนน ส่งผลการจราจรติดขัด ต้องปิดการจราจร 1 เส้นทาง รถวิ่งสัญจรไปมาลำบาก
โดยเฉพาะบริเวณตลาดใหม่ท่าลานมีน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลหนุนขึ้นมาสูง 2-3 เมตร ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนต้องขนของขึ้นที่สูงแลอพยพขึ้นมากางเต็นท์อาศัยอยู่ริมถนน ซึ่งระดับน้ำยังคงขึ้นสูงอยู่เรื่อยๆ
น.ส.
เฮี้ ยง พวงวนิชกิจ อายุ 36 ปี ชาวบ้านที่อาสัญอยู่ในเขตพื้นที่ตลาดใหม่ท่าลาน เล่าว่า ตนเองต้องเดินลุยน้ำมาซื้อกับข้าว เข้าไปรับประทาน ซึ่งบ้านของตนมีรดับน้ำขึ้นสูงถึงโคนขาแล้ว ซึ่งระดับที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 54 ระดับน้ำมีระดับใกล้เคียงกัน
ซึ่งปกติน้ำที่ท่วมจะมาจากลำคลองชัยนาท-ป่าสัก แต่ปีนี้ กระแสน้ำจากแม่น้ำป่าสักได้มาสมทบกับ คลองชัยนาท-ป่าสัก ทำให้มีมวลน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในชีวิตความเป็นอยู่ทำให้ลำบาก เนื่องจากน้ำท่วม และถนนถูกตัดขาด
JJNY : พท.ลงช่วยน้ำท่วมกรุงเก่า6ต.ค.นี้│งบ65จะขาดดุลไม่ต่ำกว่า1ล.ล.│สระบุรีท่าลานวิกฤตหนัก│ขอนแก่นถนนขาดชาวบ้านเดือดร้อน
https://www.nationtv.tv/news/378844113
5 ตุลาคม 2564 น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ จนสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นวงกว้างนั้น โดย ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกพื้นที่
น.ส.อรุณี กล่าวต่อว่า ในวัน 6 ต.ค. 64 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. จะลงพื้นที่น้ำท่วมในจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ บางบาล และท่าเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีนี้มีประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนกำลังรอความช่วยเหลือ
"นับตั้งแต่น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของตัวแทนภาคประชาชน ที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งยังทำงานใกล้ชิดสนิทกับประชาชน เข้าใจในความทุกข์ร้อน ความต้องการ และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ในทันทีที่เกิดปัญหา" โฆษกพรรค ระบุ
น.ส.อรุณี กล่าวต่อว่า อย่างกรณีน้ำท่วมในปีนี้ แม้ปริมาณน้ำจะน้อยกว่าปี 2554 ถึง 5 เท่า แต่ระบบการระบายน้ำปีนี้ มีปัญหามาก โดยเฉพาะทุ่งภาคกลาง น้ำระบายช้ามากกว่าที่ควร บางพื้นที่จมน้ำอยู่มากกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่มีทีท่าว่าจะลด พืชผลทางการเกษตรจมน้ำ เน่าเสียหาย แต่การช่วยเหลือเยียวยาก็ยังล่าช้า ไม่ทันกับความยากลำบาก
อย่างไรก็ตาม จึงอยากให้รัฐบาลเร่งช่วยประชาชนด้วยการจัดองคาพยพคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้วางแผนช่วยเหลือในภาพใหญ่โดยเร็ว เร่งกำจัดอุปสรรคในระบบราชการที่เชื่องช้า ที่ส่งผลให้การสั่งการและลงมือปฏิบัติของข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ทันกับสถานการณ์วิกฤต
นอกจากนี้ รวมทั้งตรวจสอบระบบการแจ้งเตือนภัยของรัฐบาลที่มีความล่าช้ามาก ไม่มีแผนรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ทัน จึงเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก
งบปี 65 จะขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล. อนุสรณ์ชี้สูงสุดรอบหลายทศวรรษ
https://www.thansettakij.com/general-news/498496
อนุสรณ์เผยงบประมาณปี 65 จะขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ชี้สูงสุดรอบหลายทศวรรษ หลังเก็บภาษีพลาดเป้าค่อนข้างมาก คาดปีหน้าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 4%
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า งบประมาณปี 65 จะมีการขาดดุลงบประมาณสูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยจะมีการขาดดุลไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทเพิ่มจากที่ประมาณการเดิมไว้ที่ 7 แสนล้านบาท เนื่องจากรายได้จากเก็บภาษีจะพลาดเป้าค่อนข้างมากและโอกาสในการเก็บภาษีได้สูงกว่า 2.563 ล้านบาทในระดับเดียวกับปี 2562 นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ส่วนการใช้จ่ายเพื่อชดเชยรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจปีหน้าอาจจะขยายตัวได้ต่ำกว่า 4% ผลประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและรายได้จะตกอยู่กับกลุ่มคนที่ร่ำรวยและชนชั้นกลางมากกว่ากลุ่มคนยากจนหรือมีรายได้น้อยโดยที่คนกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบมากกว่าในช่วงวิกฤติโควิดและยังถูกซ้ำเติมโดยอุทกภัย
อย่างไรก็ดี ในเรื่องการขยับเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจากระดับ 60% ไปเป็น 70% นั้นมีความจำเป็น เพราะหากไม่ขยับโดยฐานะทางการคลังในปัจจุบันและอนาคตอีก 1 ปีข้างหน้า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีพุ่งเกิน 60% อยู่แล้ว รัฐบาลต้องพยายามควบคุมการก่อหนี้ในแต่ละปีและต้องทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลง และรัฐบาลในอนาคตต้องทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพในระดับ 5-6% จึงจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 60% ของจีดีพีในอีก 10 ปีข้างหน้า
ในกรณีที่เศรษฐกิจเติบโตได้น้อยกว่า 1% หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะทะลุ 80% และรัฐบาลในอนาคตในช่วงปี พ.ศ. 2570 อาจจะขยายเพดานหนี้อีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยนั้นมีหนี้ระยะยาวเพื่อชดเชยความเสียหายทางการเงินของกองทุนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ยังมีภาระค้างอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 700,000 ล้านบาท หนี้ระยะยาวพุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากประเทศไทยเจอวิกฤติเศรษฐกิจโควิด-19 (covid-19) มาเป็นเวลาร่วมสองปี
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าหนี้ระยะยาวส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจมากกว่าการกู้เงินมาเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การลงทุนทางด้านวิจัยและนวัตกรรมรวมทั้งการเพิ่มศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การก่อหนี้สาธารณะเพื่อการลงทุนเป็นสัดส่วนไม่มากจึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการเติบโตในระยะปานกลางและระยะยาวของไทยจะมีขีดจำกัด
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปอีกว่า หากตั้งสมมติฐานจากข้อมูลในอดีต การตั้งงบประมาณรายจ่ายประเทศอยู่ที่ 20-22% และรายได้รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้ 17-18% ของ GDP ทำให้ต้องทำงบประมาณขาดดุลมาตลอดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2549 และรัฐบาลต้องกันเงินงบประมาณอย่างน้อย 3.5-4% ของงบประมาณเพื่อชำระคืนเงินกู้และต้องพยายามทำให้งบประมาณสมดุลให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573-2574 การใช้จ่ายจากงบประมาณต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
นอกจากนี้ ควรต้องปฏิรูประบบภาษีให้ประเทศสามารถหารายได้จากภาษีทรัพย์สิน ภาษีบาป ได้เพิ่มขึ้นอีกและทยอยลดการค้ำประกันให้กับรัฐวิสาหกิจ ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นภาระต่องบประมาณน้อยลง กิจการใดที่เอกชนสามารถทำได้ดีกว่ารัฐวิสาหกิจให้เพิ่มบทบาทภาคเอกชน
สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 29-30 จังหวัด คิดเป็น 28-32% ของจีดีพีประเทศ ผลกระทบดังกล่าวฉุดการกระเตื้องขึ้นทางเศรษฐกิจจากการเปิดประเทศที่คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/64 ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถบริหารจัดการได้ไม่ให้ท่วมในส่วนที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม หรือย่านศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมยังอยู่ในวงจำกัดไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากนัก ส่วนประชาชนฐานรากและภาคเกษตรกรรมเสียหายอย่างหนักนั้น รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อชดเชยความเสียหายในทรัพย์สินและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมทั้งชดเชยรายได้บางส่วน
สระบุรี ท่าลานวิกฤตหนัก น้ำท่วมสูง2เมตร บ้านเรือนจมใต้บาดาล เร่งขนข้าวของขึ้นที่สูง
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6658684
สระบุรี ท่าลานวิกฤตหนัก น้ำท่วมสูง2เมตร บ้านเรือนจมใต้บาดาล เร่งขนข้าวของขึ้นที่สูง ชาวบ้านเผย สถานการณ์ใกล้เคียง น้ำท่วมปี54
วันที่ 5 ต.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ปล่อยกระแสน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสัก และไหลเข้าคลอง เริงราง ที่เชื่อมต่อกับคลองชัยนาท-ป่าสัก มีปริมาณระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำท่วม และขยายเป็นวงกว้าง เข้าท่วมบ้านของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ริมคลอง ในหลายหมู่บ้าน เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านถูกน้ำท่วมจมมิดหลังคา
และน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อำเภอบ้านหมอ ในพื้นที่ ต.บ้านครัวหมู่ที่ 1,2,3,4 และ 6 จำนวนกว่า 800 ครัวเรือน และตำบลท่าลาน ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ต้องใช้เรือพาย ขนย้ายข้าวของที่จำเป็นขึ้นที่สูง และนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมไปถึง สัตว์เลี้ยง ออกมาด้านนอก บริเวณถนนซึ่งเป็นที่สูง และขึ้นมาอาศัยพักแรมบนพื้นริมถนน
เบื้องต้นทางอำเภอบ้านหมอ และเทศบาลตำบลท่าลาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงาน ได้จัดเจ้าหน้าที่ นำออกดูแลประชาชน นำเรือท้องแบนช่วยขนย้ายสิ่งของ และคอยอำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ ส่วนทางด้านถนนสายห้วยบง-ท่าลาน ได้ถูกกระแสน้ำเอ่อไหลท่วมถนน ส่งผลการจราจรติดขัด ต้องปิดการจราจร 1 เส้นทาง รถวิ่งสัญจรไปมาลำบาก
โดยเฉพาะบริเวณตลาดใหม่ท่าลานมีน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลหนุนขึ้นมาสูง 2-3 เมตร ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนต้องขนของขึ้นที่สูงแลอพยพขึ้นมากางเต็นท์อาศัยอยู่ริมถนน ซึ่งระดับน้ำยังคงขึ้นสูงอยู่เรื่อยๆ
น.ส.เฮี้ ยง พวงวนิชกิจ อายุ 36 ปี ชาวบ้านที่อาสัญอยู่ในเขตพื้นที่ตลาดใหม่ท่าลาน เล่าว่า ตนเองต้องเดินลุยน้ำมาซื้อกับข้าว เข้าไปรับประทาน ซึ่งบ้านของตนมีรดับน้ำขึ้นสูงถึงโคนขาแล้ว ซึ่งระดับที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 54 ระดับน้ำมีระดับใกล้เคียงกัน
ซึ่งปกติน้ำที่ท่วมจะมาจากลำคลองชัยนาท-ป่าสัก แต่ปีนี้ กระแสน้ำจากแม่น้ำป่าสักได้มาสมทบกับ คลองชัยนาท-ป่าสัก ทำให้มีมวลน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในชีวิตความเป็นอยู่ทำให้ลำบาก เนื่องจากน้ำท่วม และถนนถูกตัดขาด