พูดถึงประสบการณ์ที่ได้ลอง 🇱🇷 J Lab Audio J Bud 🇺🇸 แบรนด์จาก USA ซึ่งทำยอดขายดีเป็นอันดับ 1 เลย ในระดับราคาไม่เกิน 100 us และเป็นค่ายที่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง โดยผลิตชิบเสียงเป็นของตัวเอง โดยไม่ได้ไปจ้างทำ หรือสั่ง IEM เหมือน บางค่าย 😅 โดยยึดการออกแบบทำให้ ฟังก์ชั่น เป็นจุดเด่นไม่เหมือนเจ้าอื่นครับ โดยค่ายนี้เน้น concept ในการทำหูฟัง TWS ฟังก์ชั่นดี สวยงาม ราคาไม่แพง ครับ
นำเข้ามาโดย 🔷️RTB เทคโนโลยี🔷️ เจ้าเดียวกับที่ซื้อ B&O EQ มาครับ 👍RTB ประกันให้ดีมากเลยครับ 2 ปี เสียเปลี่ยนตัวใหม่ ให้เลย👏
หูฟังตัวนี้ออกมาขายในบ้านเราพักใหญ่ละครับ แต่ไม่ได้สนใจเอามาทดลองแต่ก็ได้ยินเพื่อนๆหลายคนว่าเป็น TWS ที่เสียงดีตัวนึง และวันนี้ก็ได้เจ้าตัว J Buds มาลองครับ
พูดถึงสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบ ครับ
1. รูปร่างหูฟัง ใส่เข้าหูฟิตติ้งดี มียางมาให้ใส่กับตัวหูทำให้เวลาใส่ที่หูกระชับดียิ่งขึ้น แต่ก็ทำมาไม่ดีคือมันหลุดง่ายใส่ๆไปต้องคอยมาจับ
จนสุดท้าย ก็ต้องเอายางออกแล้วก็ใส่ตรงๆเข้าไปเลย
กรณีใส่ขอบยางแล้วใส่เข้าไปในเคสชาร์จ ตำแหน่งอาจไม่ลงล็อคทำให้บางครั้งหูฟังคอนเน็คกับมือถือทั้งๆที่ตัวเคสปิดอยู่
2. เคส ไม่ได้ทำเป็นแบบที่มีช่องชาร์จ USB C แต่มีสายติดกับตัวเคส เป็นแบบ USB A ครับสั้นๆ จุดนี้แล้วแต่คนชอบ แต่ถือว่าออกแบบมาได้ต่างออกไปเป็นตัวเลือกในการไม่ต้องพกพาสายชาร์จ ออกแบบถือว่า สะดวกและสวยดี
3. ตัวหูฟัง ใส่ยางกับไม่ใส่ยางรอบตัวถือว่าใส่ฟิตติ้งสบายเหมือนกันทั้ง 2 แบบ เวลาใส่ก็ช่วยทำให้ใส่สบาย ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับสรีระช่องหูของเพื่อนๆแต่ละท่านด้วย
4. ตัวนี้ต้องพูดถึงเรื่องการสัมผัสควบคุมการใช้งานสักหน่อยถือว่าออกแบบมาครบๆเลย
🔹️หูขวา 🔹️ 🔹️ หูซ้าย🔹️
แตะ 1 ครั้ง เพิ่มเสียง แตะ 1 ครั้ง ลดเสียง
แตะ 2 ครั้ง หยุด หรือ เล่น แตะ 2 ครั้ง เรียก Siri หรือ
Google AST
แตะ 3 ครั้ง เปลี่ยน EQ 3 แตะ 3 ครั้ง เปลี่ยน EQ
แตะค้าง next track แตะค้าง เปลี่ยน ระบบ ANC ,
Aware , off
แตะ 2 ข้างค้างพร้อมกันจะเปิด movie mode
5. สามารถแยกใช้ทีละข้างได้เป็นอิสระไม่ว่าจะหยิบ ซ้ายหรือขวา มาใช้
ถือว่าสะดวกดี
6. แนวเสียงถือว่าทำเสียงออกมาได้ดีทีเดียว จูนเสียงมาครบๆทั้งย่าน เบส กลาง แหลม เบสมีมวลมากพอสมควร เสียงกลางเสียงร้องชัดใส แหลมก็ได้ยิน และมีมิติที่ดี แต่ ซาวน์สเตจไม่กว้างมาก
🔹️ด้วยการที่ผลิตชิบเสียงเป็นของตัวเอง ทำให้สามารถปรับแต่งทำ EQ ใน TWS ของทางค่ายเกือบทุกรุ่น โดยทำ EQ ออกมา 3 แบบ
J Lab Signature บูทย่านเบส และแหลมขึ้นมา
Balanced ออกแนวบาลานซ์ ทุกย่าน
Bass Boost บูทย่านเบสนำและเสียงร้องหลบไปด้านหลัง
ทั้ง 3 EQ เสียงกลางจะเท่าเดิมแต่ไปบูสในย่านตามที่กล่าวมา ผมฟังแล้ว จะชอบ EQ บาลานซ์มากที่สุด เพื่อนท่านอื่นต้องลองเองว่าจะชอบแบบไหน เทียบเสียง ตัวที่ราคาพอกันในงบ 3,000
Jabra Elite 3 2,990
Soundpeat H1 2,590
Neobud Pro 2,600
Soul Sync Pro 3,000
สำหรับผมถือเสียงดีทั้ง 4 ตัวขึ้นอยู่กับชอบถึงความแตกต่างเล็กๆน้อยๆตรงเสียงของแต่ละตัว ตรงนี้แล้วแต่ความชอบของเพื่อนๆเลย
🟡🔵 ANC & BEAWARE MODE 🔵 🟡
ถือว่าทำอยู่ในเกณท์ดี ในราคาเท่านี้ เทียบเท่ากับหูฟังที่ราคาค่าตัวแพงกว่าด้วยซ้ำ แต่ก็ยังได้ยินเสียงด้านนอกเข้ามาบ้าง แต่ข้อระวังในการใส่ ควรหมุนหูฟังให้เข้ากับช่องหูเรา ถ้าซีลสนิท ก็จะเป็นการใช้จุกเป็นตัวช่วยลดเสียงระดับนึง , เวลาเปิด ANC ก็ถือว่าเป็นธรรมชาติ ดีไม่รู้สึกเหมือนอื้อหู และบูทเสียงขึ้นมา , Ambient Mode ยิ่งเป็นธรรมชาติมากกว่า ANC เวลาฟังอยู่บ้านก็ใช้โหมดนี้ครับ ออกนอกบ้านค่อยเปิด ANC ช่วย
🟡🔵 ไมค์เวลาคุยมือถือ 🔵🟡
ในห้องเงียบ ถือว่าได้เสียงฟังชัดดีครับ แต่ออกไปคุยด้านนอก ได้ยินเสียงรอบข้างเข้ามา และลองทดลองเปิดพัดลม เสียงพัดลมดังเข้าไมค์พอสมควรแต่ก็ยังได้ยินเสียงคุยรู้เรื่อง ถือว่ากลางๆครับ ด้วยความที่เป็นอินเอียร์ ไม่ใช่หูฟังที่มีก้าน
🟡🔵 Youtube , Netflix , Disney+ 🔵🟡
แนะนำให้เปิด Movie mode ช่วยเรื่องการดีเลย์ของเสียงเปิดโหมดนี้ตัดปัญหานี้ไปเลยสบายๆ
🟡🔵 SPEC ของ JLAB JBUD AIR 🔵 🟡
▫️ บลูทูธ 5.2
▫️ CODEC มาแค่ SBC , AAC
▫️ กันน้ำ IPX55
▫️ เคสชาร์จไม่มีช่อง usb c มีสายติดกับตัวเคสแบบเก็บได้ หัว Type A
▫️ เปิด ANC แบตใช้ได้ประมาณ 6 ชมรวมเคส 24 ชม. ตามเสป็ค
(แต่ลองใช้จริงจนแบตหมดได้ประมาณ 7 ชม นิดๆครับ)
ปิด ANC ใช้ได้ประมาณ 10 ชม นับรวมเคส 40 ชม. ตามสเป็ค
▫️ ใช้การสัมผัสเป็นการสั่งงาน
▫️ มีโหมดลดการดีเลย์ ใช้ชื่อเป็น Movie Mode
▫️ ไม่มีแอพรองรับการใช้งาน แต่ปรับได้โดยตรงจากการแตะเปลี่ยน EQ
🟡🔵 3สรุปจากประสบการณ์สำหรับตัวนี้ 🔵🟡
เป็นหูฟังราคาในเรตไม่เกิน 3,000 ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานดี เสียงเกินราคา มี ANC , Ambiet mode ให้ใช้ พร้อมด้วย Movie mode ลดการดีเลย์ ไมค์อาจไม่ดีเทียบเท่าตัวราคาแพงกว่า แต่คุยฟังอยู่ในระดับนึง ใช้งานได้นาน สำหรับผมถือว่าเป็นตัวที่คุ้มค่าเลยตัวนึงครับ
🙏🙏 ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่สละเวลาเข้ามาอ่านครับ 🙏🙏
JLAB AUDIO ออก หูฟัง TWS ที่สามารถใช้งาน ได้ 40 ชม 🟡🔵 JLAB AIR ANC 🔵🟡
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะนำเข้ามาโดย 🔷️RTB เทคโนโลยี🔷️ เจ้าเดียวกับที่ซื้อ B&O EQ มาครับ 👍RTB ประกันให้ดีมากเลยครับ 2 ปี เสียเปลี่ยนตัวใหม่ ให้เลย👏
หูฟังตัวนี้ออกมาขายในบ้านเราพักใหญ่ละครับ แต่ไม่ได้สนใจเอามาทดลองแต่ก็ได้ยินเพื่อนๆหลายคนว่าเป็น TWS ที่เสียงดีตัวนึง และวันนี้ก็ได้เจ้าตัว J Buds มาลองครับ
พูดถึงสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบ ครับ
1. รูปร่างหูฟัง ใส่เข้าหูฟิตติ้งดี มียางมาให้ใส่กับตัวหูทำให้เวลาใส่ที่หูกระชับดียิ่งขึ้น แต่ก็ทำมาไม่ดีคือมันหลุดง่ายใส่ๆไปต้องคอยมาจับ
จนสุดท้าย ก็ต้องเอายางออกแล้วก็ใส่ตรงๆเข้าไปเลย
กรณีใส่ขอบยางแล้วใส่เข้าไปในเคสชาร์จ ตำแหน่งอาจไม่ลงล็อคทำให้บางครั้งหูฟังคอนเน็คกับมือถือทั้งๆที่ตัวเคสปิดอยู่
2. เคส ไม่ได้ทำเป็นแบบที่มีช่องชาร์จ USB C แต่มีสายติดกับตัวเคส เป็นแบบ USB A ครับสั้นๆ จุดนี้แล้วแต่คนชอบ แต่ถือว่าออกแบบมาได้ต่างออกไปเป็นตัวเลือกในการไม่ต้องพกพาสายชาร์จ ออกแบบถือว่า สะดวกและสวยดี
3. ตัวหูฟัง ใส่ยางกับไม่ใส่ยางรอบตัวถือว่าใส่ฟิตติ้งสบายเหมือนกันทั้ง 2 แบบ เวลาใส่ก็ช่วยทำให้ใส่สบาย ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับสรีระช่องหูของเพื่อนๆแต่ละท่านด้วย
4. ตัวนี้ต้องพูดถึงเรื่องการสัมผัสควบคุมการใช้งานสักหน่อยถือว่าออกแบบมาครบๆเลย
🔹️หูขวา 🔹️ 🔹️ หูซ้าย🔹️
แตะ 1 ครั้ง เพิ่มเสียง แตะ 1 ครั้ง ลดเสียง
แตะ 2 ครั้ง หยุด หรือ เล่น แตะ 2 ครั้ง เรียก Siri หรือ
Google AST
แตะ 3 ครั้ง เปลี่ยน EQ 3 แตะ 3 ครั้ง เปลี่ยน EQ
แตะค้าง next track แตะค้าง เปลี่ยน ระบบ ANC ,
Aware , off
แตะ 2 ข้างค้างพร้อมกันจะเปิด movie mode
5. สามารถแยกใช้ทีละข้างได้เป็นอิสระไม่ว่าจะหยิบ ซ้ายหรือขวา มาใช้
ถือว่าสะดวกดี
6. แนวเสียงถือว่าทำเสียงออกมาได้ดีทีเดียว จูนเสียงมาครบๆทั้งย่าน เบส กลาง แหลม เบสมีมวลมากพอสมควร เสียงกลางเสียงร้องชัดใส แหลมก็ได้ยิน และมีมิติที่ดี แต่ ซาวน์สเตจไม่กว้างมาก
🔹️ด้วยการที่ผลิตชิบเสียงเป็นของตัวเอง ทำให้สามารถปรับแต่งทำ EQ ใน TWS ของทางค่ายเกือบทุกรุ่น โดยทำ EQ ออกมา 3 แบบ
J Lab Signature บูทย่านเบส และแหลมขึ้นมา
Balanced ออกแนวบาลานซ์ ทุกย่าน
Bass Boost บูทย่านเบสนำและเสียงร้องหลบไปด้านหลัง
ทั้ง 3 EQ เสียงกลางจะเท่าเดิมแต่ไปบูสในย่านตามที่กล่าวมา ผมฟังแล้ว จะชอบ EQ บาลานซ์มากที่สุด เพื่อนท่านอื่นต้องลองเองว่าจะชอบแบบไหน เทียบเสียง ตัวที่ราคาพอกันในงบ 3,000
Jabra Elite 3 2,990
Soundpeat H1 2,590
Neobud Pro 2,600
Soul Sync Pro 3,000
สำหรับผมถือเสียงดีทั้ง 4 ตัวขึ้นอยู่กับชอบถึงความแตกต่างเล็กๆน้อยๆตรงเสียงของแต่ละตัว ตรงนี้แล้วแต่ความชอบของเพื่อนๆเลย
🟡🔵 ANC & BEAWARE MODE 🔵 🟡
ถือว่าทำอยู่ในเกณท์ดี ในราคาเท่านี้ เทียบเท่ากับหูฟังที่ราคาค่าตัวแพงกว่าด้วยซ้ำ แต่ก็ยังได้ยินเสียงด้านนอกเข้ามาบ้าง แต่ข้อระวังในการใส่ ควรหมุนหูฟังให้เข้ากับช่องหูเรา ถ้าซีลสนิท ก็จะเป็นการใช้จุกเป็นตัวช่วยลดเสียงระดับนึง , เวลาเปิด ANC ก็ถือว่าเป็นธรรมชาติ ดีไม่รู้สึกเหมือนอื้อหู และบูทเสียงขึ้นมา , Ambient Mode ยิ่งเป็นธรรมชาติมากกว่า ANC เวลาฟังอยู่บ้านก็ใช้โหมดนี้ครับ ออกนอกบ้านค่อยเปิด ANC ช่วย
🟡🔵 ไมค์เวลาคุยมือถือ 🔵🟡
ในห้องเงียบ ถือว่าได้เสียงฟังชัดดีครับ แต่ออกไปคุยด้านนอก ได้ยินเสียงรอบข้างเข้ามา และลองทดลองเปิดพัดลม เสียงพัดลมดังเข้าไมค์พอสมควรแต่ก็ยังได้ยินเสียงคุยรู้เรื่อง ถือว่ากลางๆครับ ด้วยความที่เป็นอินเอียร์ ไม่ใช่หูฟังที่มีก้าน
🟡🔵 Youtube , Netflix , Disney+ 🔵🟡
แนะนำให้เปิด Movie mode ช่วยเรื่องการดีเลย์ของเสียงเปิดโหมดนี้ตัดปัญหานี้ไปเลยสบายๆ
🟡🔵 SPEC ของ JLAB JBUD AIR 🔵 🟡
▫️ บลูทูธ 5.2
▫️ CODEC มาแค่ SBC , AAC
▫️ กันน้ำ IPX55
▫️ เคสชาร์จไม่มีช่อง usb c มีสายติดกับตัวเคสแบบเก็บได้ หัว Type A
▫️ เปิด ANC แบตใช้ได้ประมาณ 6 ชมรวมเคส 24 ชม. ตามเสป็ค
(แต่ลองใช้จริงจนแบตหมดได้ประมาณ 7 ชม นิดๆครับ)
ปิด ANC ใช้ได้ประมาณ 10 ชม นับรวมเคส 40 ชม. ตามสเป็ค
▫️ ใช้การสัมผัสเป็นการสั่งงาน
▫️ มีโหมดลดการดีเลย์ ใช้ชื่อเป็น Movie Mode
▫️ ไม่มีแอพรองรับการใช้งาน แต่ปรับได้โดยตรงจากการแตะเปลี่ยน EQ
🟡🔵 3สรุปจากประสบการณ์สำหรับตัวนี้ 🔵🟡
เป็นหูฟังราคาในเรตไม่เกิน 3,000 ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานดี เสียงเกินราคา มี ANC , Ambiet mode ให้ใช้ พร้อมด้วย Movie mode ลดการดีเลย์ ไมค์อาจไม่ดีเทียบเท่าตัวราคาแพงกว่า แต่คุยฟังอยู่ในระดับนึง ใช้งานได้นาน สำหรับผมถือว่าเป็นตัวที่คุ้มค่าเลยตัวนึงครับ
🙏🙏 ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่สละเวลาเข้ามาอ่านครับ 🙏🙏