สังเวียนรัก สังเวียนร้าง...2 (นิจพร)

กระทู้คำถาม
.

ภาพโดยคุณแอน นลินมณี
พบเห็นสิ่งผิดพลาด ทุกท่านสามารถทักท้วง แนะนำ ร่วมด้วยช่วยกัน
ได้เต็มที่ ข้าน้อยไม่มีอัตตา ใด ๆ คร้าบ...เว้ามาโลดดด^^

บทที่แล้ว
https://pantip.com/topic/40995489

.........................

             “ไม่ต้องมาพูด ยังไงข้าก็ซื้อนิดแบบขาดตัวมาแล้ว ยังไม่มีการตัดสิน อย่ามายุ่ง ไม่มีทางหรอกไอ้บ้า”
             “หมาหวงก้างจริงนะแก”  เอกชัยแอบยิ้มกับอาการของเพื่อน
             "ไม่รู้โว้ย แกมารุ่มร่ามกับนิด เจอดีแน่ ยังไงนิดก็เป็นเมียข้า”   ธาราตีบทจระเข้ขวางคลองเต็มที่ เสียเมียให้เพื่อนอย่างไรก็ไม่ยอม มันเสียศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายฆ่าได้ แย่งเมียไม่ได้!
........................

บทที่ 2

 
             “เตะให้เร็วกว่านี้และถอยให้เร็ว อย่าให้เขาเข้าใกล้ได้ ถ้าเข้ามาใกล้ให้ใช้ศอก แล้วดักแทงด้วยเข่า”

             กำจรหนุ่มใหญ่หัวหน้าค่ายมวยดัง แนะนำหลานสาวของตัวเอง ขณะยืนดูนิจพรกำลังซ้อมเตะกระสอบทรายอย่างเมามัน หญิงสาวในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีดำทะมัดทะแมง รองเท้าหุ้มข้ออย่างดี เตรียมพร้อมซ้อมใหญ่เพื่อเตะปากมนุษย์ เรือนผมยาวถูกมัดรวบไว้ด้านหลังแบบลวกๆ ไม่แต่งหน้าทาปาก ไม่สนใจความสวยงาม สิ่งที่ตั้งใจคือการฝึกซ้อมอย่างหนัก ในโรงยิมของค่ายมวย‘อีเกิ้ง’ อย่างตั้งอกตั้งใจ

             กระสอบทรายถูกลดระดับลงมาจากปกติ เพราะเป็นการฝึกเตะเจาะยางโดยเฉพาะ กำจรพอได้อ่านกฏ กติกา ชัดเจนก็แก้หาทางแก้ทางมวยให้หลานสาวทันที ฝ่ายชายใช้เท้าต่อสู้ไม่ได้ ห้ามฝ่ายชายกอดรัดฟัดเหวี่ยง และต้องใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียว เป็นแบบนี้ทางทฤษฎีการแก้ทางมวยไม่ใช่เรื่องยาก แต่ภาคปฏิบัติเป็นอีกเรื่อง

             การฝึกเตะเจาะยาง เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของเชิงมวยไทย ที่ปราบศิลปะการต่อสู้ประเภทอื่นมานักต่อนัก นักมวยดังต่างชาติหลายคนแพ้ยับเยินมาแล้วเพราะถูกเตะขาจนเดินไม่ได้ 

             หญิงสาวไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าชาตินี้จะต้องขึ้นสังเวียนชกหน้าใคร ที่ผ่านมาเป็นการมาซ้อมมวยออกกำลังกายเท่านั้น  แต่ระยะนี้เธอมุ่งมั่นตั้งใจฝึกหนัก ตั้งแต่วันแรกของการทำสัญญา  ความรักได้แปรสภาพเป็นความแค้น ไม่คิดมาก่อนว่าสามีตัวร้ายจะกล้าลงนามในสัญญาชกมวยที่เธอแกล้งเขียนประชด ถ้าเขายังมีศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ก็ต้องหาทางออกอย่างอื่น โดยไม่ต้องลงชื่อในสัญญา เธอเองอาจจะพอให้อภัยได้ กับการทำตัวเจ้าชู้เที่ยวจัดติดเพื่อนของเขา  

             แต่นี่เขาถึงกับยอมลงชื่อด้วยสีหน้าระรื่นเบิกบานยินดีราวกับลงกำลังลงนามรับมรดกพันล้าน สร้างความขุ่นแค้นระเบิดครืนขึ้นมาทันที ตายเป็นตาย ! หญิงสาวลงทุนยอมลางานพักร้อน มาฝึกซ้อมอยู่ค่ายมวย อีเกิ้ง ตั้งแต่เช้าจนค่ำ วันแรกเป็นการเตรียมความพร้อมร่างกาย โดยการวิ่งทางไกล กระโดดเชือกเป็นส่วนใหญ่ 

             วันต่อมาจึงเริ่มสวมแบคชกจีบ ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ(คล้ายนวมชกมวยแต่เล็กและเบากว่า) เพราะความที่ไม่เคยออกกำลังกายหนักหน่วงระดับนี้มาก่อน ทำให้เช้าวันที่สองเกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อจนแทบถอดใจ แต่แรงมุมานะทำให้เธอกัดฟันซ้อมต่อในวันที่สอง แม้ว่าจะต้องกินยาระงับปวดก็ตาม รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา ธาราไม่ใช่คนชอบออกกำลังกาย แม้จะตัวสูงใหญ่กว่าก็ตาม จึงคิดว่าพอจะหาทางเอาชนะได้

          ส่วนการชกมวยด้วยมือซ้ายข้างเดียว ของสามี ทำให้นิจพรรู้สึกว่าเขาไม่ได้เสียเปรียบอะไรมากมาย เพราะความเป็นผู้ชายย่อมแข็งแรงกว่าตามธรรมชาติ เธอต้องไม่ประมาท

             แรงปะทะน้อยกว่า แต่มีสิทธิ์ในการออกอาวุธมากกว่า

             ไม่ใช่การชกธรรมดา แต่เป็นหน้าเป็นตาของ คำว่า ภรรยา

             นวมขนาดใหญ่พิเศษสำหรับธารา คงทำให้สามีตัวแสบเกะกะเชื่องช้าลงไปอย่างแน่นอน การใช้มือข้างไม่ถนัด ก็หมายถึงการออกแรงไม่เต็มที่ มีคำกล่าวว่า “หนักหนึ่งส่วนเข้มแข็งหนึ่งส่วน เร็วหนึ่งส่วนอันตรายหนึ่งส่วน” ดังนั้นการรับมือกับธาราจะต้องเร็วกว่าเขาเท่านั้น

             “นึกในใจว่า กำลังเตะข้อพับเตะเข่าของเขา กะจังหวะให้ดี เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามา เตะตัดทันที ไม่ต้องสงสาร”

             ฟังคำแนะนำแล้วหญิงสาวต้องฝืนยิ้ม มันจะง่ายอย่างที่บอกเชียวหรือ คิดพลางยกนวมขนาดเล็กขึ้นปาดเหงื่อตามใบหน้า โสตประสาทแว่วคำแนะนำของคุณลุงชัดเจน แต่เท้าแทบยกไม่ไหวแล้ว เตะต่ำแต่ละครั้งแทบไม่ถึงกระสอบทราย ผลของการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักในระยะสั้น ทำให้ร่างกายของหญิงสาวเริ่มรับไม่ไหว

             “พอก่อนเถอะนิด  มาทานน้ำทานยาบำรุงก่อน”  เสียงอ่อนโยนปนกระแสความห่วงใยของป้าโอ ภรรยาลุงกำจรดังขึ้นเหมือนระฆังช่วย จะถอดใจเลิกกลางคันก็กลัวเสียฟอร์ม มีเพื่อนที่บริษัทหลายคนแวะมาให้กำลังใจ ทั้งคุณลุงกำจรก็ตั้งใจแนะนำชนิดลืมวันเวลา ลืมว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดา ไม่ใช่นักชกมืออาชีพ  

             แต่คนอย่างนิจพร เรื่องยอมแพ้เป็นไม่มี

             “นิดอย่าหักโหมมากไป วันชกเดี๋ยวหมดสภาพ ยกขาไม่ขึ้นแพ้ตั้งแต่ยกแรกหรอก พอแล้ววันนี้”

             เสียงของเจนจิราเพื่อนรักเพื่อนแพงที่สุด ร้องย้ำมาอีก นิจพรจึงหยุดซ้อมกระสอบทราย ลุงกำจรรีบมาถอดนวมชก กลัวหลานสาวจะวิ่งไปต่อยกระสอบทรายอีกรอบ เจนจิราโยนผ้าเช็ดตัวชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาให้ นิจพรรับไว้แล้วลากเท้าหมดแรงไปยังโต๊ะหินอ่อนมุมห้อง ซึ่งมีกองเชียร์รวมกลุ่มกันอยู่หลายคน 

             ทุกคนในค่ายอีเกิ้งพอรู้ข่าวการชกคู่สำคัญ ต่างแวะมาให้กำลังใจนิจพรอย่างล้นหลาม หลายคนเป็นเดือดเป็นแค้น เพราะคนในค่ายมวยต่างรักใคร่ชื่นชมนิจพรด้วยกันทั้งนั้น หลานสาวเจ้าของค่ายวางตัวดี เป็นกันเองกับทุกคน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นขวัญใจของชาวค่ายมวย

             อากาศในโรงยิมห้องพิเศษของค่ายมวยอีเก้งเย็นสบาย เพราะเจ้าของค่ายเปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ เอาใจหลานสาวสุดที่รักเต็มที่ ซึ่งปกติจะเปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น  นักมวยในค่ายต้องออกไปซ้อมชกมวยกันอยู่โรงยิมใหญ่ด้านนอก โดยมีเหตุผลสมควรว่า ฝึกความอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

             น้ำเย็นธรรมดาอร่อยชื่นใจขนาดนี้เลยหรือ นึกในใจขณะดื่มน้ำจากแก้วที่เพื่อนรักส่งให้อย่างหิวกระหาย ความหิวกระหายเป็นเครื่องปรุงรสชั้นดีที่สุด เธอเพิ่งเข้าใจความหมายชัดเจน 

             พอวางแก้วน้ำลง  คุณป้าโอก็ยื่นแก้วยาบำรุงให้ พร้อมรายงานสรรพคุณอย่างภาคภูมิใจ

             “ดื่มให้หมดเลยนะ เป็นยาบำรุงแก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ชะงัด เป็นสูตรโบราณลับเฉพาะของตระกูลป้าเอง รับรองว่าพรุ่งนี้หนูนิดของป้าหายปวดหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง ไม่เชื่อถามลุงดูก็ได้”  ว่าหันไปมองลุงกำจร ผู้ยืนทำหน้าปูเลี่ยนบรรยายยากอยู่ใกล้ๆ แต่ก็เห็นพยักหน้าเป็นการรับรองคำพูดของป้าโอ 

             “เฮ้...ลุงไม่เกี่ยวนะ...” สายตาของลุงเหมือนพูดอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา  หญิงสาวหันมามองยาในแก้วอย่างพิจารณา เห็นว่าเป็นน้ำสีน้ำตาลแดงเข้ม กลิ่นฉุนพิลึก แต่ด้วยความเกรงใจคนหาให้ จึงหลับตากัดฟันกลั้นใจ หนึ่ง สอง สาม  ยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวเกลี้ยง พร้อมอาการแทบอ้วกตามมา เพราะรสฝาดขม จนต้องตั้งสติท่องนะโมชนิดไม่นับ สะกดกลั้นอาการปั่นป่วนในท้องอย่างลำบากยากเย็น  หวานเป็นลมขมเป็นยา พยายามคิดปลอบใจตัวเอง

             เจนจิราเห็นอาการไม่ดี รีบยื่นแก้วน้ำให้ดื่มล้างคออย่างรู้งาน แถมยื่นหน้ามากระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

             “อ๊ะๆ...อย่าอ้วกออกมาเชียวนา เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ากำลังท้องกำลังไส้”

             คนฟังแทบสำลักน้ำจากแก้ว หันไปทำตาเขียวใส่อีกฝ่าย แต่เจนจิรายักคิ้วยิ้มทะเล้นหน้าแป้นแล้น นิจพรเห็นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ยื่นมือผลักใบหน้ากวนๆ ออกไปอย่างสัพยอกมากกว่าจะตั้งใจจริง

             “ทำมาพูดดี ยัยเจน..เดี๋ยวนิดก็ขอเปลี่ยนคู่ชก มาเป็นเจนให้หรอก ยอมไหมล่ะ  มาช่วยเป็นคู่ซ้อมให้นิดหน่อยสิจ๊ะ”

             “โอ้ย!  อย่างเจนนะ ไม่ต้องท้าชกหรอก เจนจิราคนนี้จะยื่นหน้ายื่นตา ให้นิดเพื่อนเลิฟเลือกต่อยเอาตามสบายเลย ยอมตายในมือคนน่ารักยังไงก็ยอมจ้า”

             “ยัยบ้า” หญิงสาวหัวเราะให้กับความทะเล้นของเพื่อน สูดลมหายใจแรง ๆ เช็ดใบหน้าด้วยผ้าเช็ดตัวเย็นชุ่มเรียกความสดชื่น หันไปขอบคุณป้าโอเจ้าของยาดี ก่อนหันไปหาเจนจิรา

             “ยอมตายเหรอ ก็ดีเลย  มาๆ... งั้นช่วยมาเป็นกระสอบทรายให้นิดเตะซะดี ๆ”

             “เตะกระสอบทรายเจนไม่สนุกหรอกจ้า กระสอบทรายเจนวิ่งหนีได้”  เจนจิราแกล้งลุกขึ้นถอยหลังห่างออกไป โบกไม้โบกมือปฏิเสธทั้งสองหัวเราะคิกคักให้กันอย่างสนุกสนาน เจนจิราเดินกลับมานั่งลงข้างๆ บีบแขนบีบขาให้เพื่อนรัก โดยจำท่าทางของพี่เลี้ยงนักมวยที่เคยดูทางทีวีมาใช้ แต่เป็นการจงใจเล่นกับเพื่อนมากกว่าจะจริงจัง  นิจพรหันไปถามลุงของเธอ

             “ลุงจรคิดว่านิดจะมีโอกาสชนะไหมคะ”

             “ขึ้นอยู่กับนิดแล้วนะ” เจ้าของค่ายมวยดังลูบคางตัวเองแบบครุ่นคิด สีหน้ามีแววกังวลเล็ก ๆ  “ลุงจะฝึกกลยุทธ์เด็ดหาทางชนะให้ได้ เหลือเวลาฝึกซ้อมอีกไม่กี่วัน มันน้อยมาก แต่พวกเราจะต้องทำดีที่สุด เวลาที่เหลือจะต้องฝึกการออกหมัดเท้าเข่าศอกให้ครบชุด ขึ้นเวทีแล้วจัดเต็มใส่ให้เต็มที่ สำคัญว่าเราอย่าใจอ่อนก็แล้วกัน”

             “ใจอ่อนเหรอ ไม่มีทางหรอกค่ะ เงินตั้งล้านไม่ใช่น้อยนะคะ ยังไงนิดก็สู้ขาดใจละค่ะ”

             “อืม..แต่เป็นไงบ้างวันนี้”  ลุงกำจรมองหน้าหลานรักด้วยความเป็นห่วง บางทีก็รู้สึกว่าฝึกหนักเกินไป เพราะความเคยชินกับการฝึกซ้อมให้นักมวยผู้ชายจนเป็นนิสัย

             “ปวดเมื่อยร้าวไปทั้งตัวเลยค่ะ”  

             “นั่นล่ะ ถึงต้องพึ่งพายาสูตรเด็ดของคุณป้าเขาล่ะ”  ลุงกำจรบอกยิ้ม ๆ

             “เอ้อ...ว่าแต่ยาของคุณป้าโอ ทำมาจากอะไรกันคะ” เป็นคำถามด้วยความสงสัยจริง ๆ  ที่ถามเพราะกลัวว่าจะเป็นพวกเลือดค่าง ดีหมี ดีเสือ ตุ๊กแก งู  หรือสูตรแปลกประหลาดพิสดาร อย่างที่เคยอ่านพบในหนังสือ ลุงกำจรหัวเราะแล้วเดินเลี่ยงออกไป โดยไม่ยอมตอบคำถาม หญิงสาวใจคอไม่ดี ทำท่าจะเดินตามไปถามให้หายสงสัยเพื่อความสบายใจ 

             “นิด มาดูนี่เร็ว...”   เจนจิราร้องเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำให้ต้องเปลี่ยนความสนใจมายังเพื่อนรัก ผู้ไม่อธิบายอะไร แต่ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอใหญ่ ให้ดูภาพบางอย่างถนัดชัดตา

             ภาพจากเฟซบุ๊กของธารา หน้าแรกชัดตาสง่างาม คือภาพชายหนุ่มกำลังโอบกอดสาวสวยหน้าหวาน ท่าทางยิ้มระรื่นชื่นใจอย่างสุดแสนมีความสุข ภายในร้านอาหารแห่งใดแห่งหนึ่ง พร้อมกับคำบรรยายสุดซึ้ง เจี๊ยบจ๊ะเจี๊ยบจ๋า....เจี๊ยบ จิ๊บ ๆ

             นิจพรมีสีหน้าเย็นชานิ่งเงียบ จนเพื่อนสาวเริ่มใจคอไม่ดี รังสีอำมหิตไร้สภาพแผ่ซ่านออกมาจากนัยน์ตาคู่งาม ทำเอาลุงกำจรเห็นท่าไม่ดีต้องเดินหลบออกไป แต่อีกสักครู่นักมวยสาวจำเป็นก็มีรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้า ไม่พูดไม่จา แต่มีรังสีอำมหิตจิตสยองโหดแผ่ซ่านจากแววตา ยื่นโทรศัพท์คืนให้เพื่อน ก่อนเดินตรงไปยังกระสอบทราย 

             สิ่งที่เจนจิราและทุกคนเห็นในเวลาต่อมา คือคนที่เพิ่งทำท่าหมดแรง กำลังประเคนแข้งตูม ๆ อัดกระสอบทราย ด้วยความหนักแน่นดุเดือดชนิดไม่เคยเห็นมาก่อน  ราวกับว่ากำลังเตะสุดเรี่ยวสุดแรงสุดชีวิต ลืมเจ็บลืมเหนื่อยใส่หน้าใครบางคน ผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนชนิดไม่ยั้งด้วยพลังซ่อนเร้นแห่งความขุ่นแค้น

             ตาย.... ตาย... ตาย...

             แต่ละแข้งที่สาดใส่กระสอบทราย เหมือนมีความหมายว่าจะเตะให้ตายคาเท้า เตะให้สลบ ไม่ต้องสงสาร ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน ทั้งที่เมื่อครู่ยังเห็นนั่งทำท่าอ่อนแรงอยู่แท้ๆ เสียงเตะดังสนั่นจนลุงกำจรที่เดินหนีออกไปยังต้องหันมามองอย่างไม่เชื่อสายตา

             .
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่