เพื่อนบ้านมีปัญหา เครียดจนบางทีอยากพบจิตแพทย์ ขอปรึกษาทางกฎหมายค่ะ

สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามเพื่อนนักกฎหมายชาวพันทิป เกี่ยวกับการมีปัญหากับเพื่อนบ้าน เรื่องราวมันยาวมากและมีความซับซ้อนหน่อย ขอเล่าให้กระชับโดยพยายามให้รายละเอียดครบถ้วนนะคะ

ครอบครัวเราในรุ่นพวกเราที่เป็นลูกๆเกิดที่กรุงเทพฯ อยู่กรุงเทพฯมาโดยตลอด โดยพ่อกับแม่เป็นคน ตจว. แต่เค้าก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 16-17 ปี กระทั่งเมื่อตอนที่พ่ออายุประมาณ 50นิดๆ ก็หย่ากับแม่ แต่ก็กลับมาจดทะเบียนกันใหม่เมื่อพ่อเกษียณได้ไม่กี่ปี ซึ่งช่วงที่พ่อเกษียณ พ่อก็ย้ายตัวเองกลับไปอยู่ ตจว. และได้ซื้อที่ดินต่อจากญาติแปลงนึง บ้านที่กรุงเทพฯยกให้เป็นชื่อลูกค่ะ ซึ่งพวกเราก็อยู่กับแม่มาตลอด พ่อจะกลับกรุงเทพฯทุกเดือน แต่ชีวิตหลักๆเค้าอยู่ที่ ตจว. มาสิบกว่าปีแล้ว ปลูกต้นไม้เลี้ยงสัตว์อยู่คนเดียว

บ้านพ่อโดยรอบ ฝั่งหนึ่งติดที่ญาติที่ขายที่ให้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ส่วนอีกฝั่ง ติดที่ซึ่งเรียกว่า หัวไร่ปลายนาของครอบครัวนึง ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องแบ่งมรดก โดยที่หัวไร่ปลายนา ส่วนหนึ่งที่ติดกับบ้านพ่อจะเป็นสระน้ำที่ขุดไว้ตั้งแต่ก่อนพ่อมาอยู่ บางคนบอกว่ามันเป็นสระสาธารณะ ส่วนหนึ่งบอกเป็นของคนที่ทำนาในที่หัวไร่ปลายนานี้

ปัญหาเกิดขึ้นในตอนที่มีการรังวัดและโอนที่จากญาติมาให้พ่อ คือพ่ออยู่มาก่อน จ่ายเงินไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งมาจ่ายครบเมื่อประมาณสองปีมาแล้ว โดยมีผู้ที่น่าจะใช่เจ้าของที่ข้างๆ กับลูกสาวและลูกเขยมาชี้เขต

(ส่วนนี้คือที่เกิดปัญหา) ในส่วนของทางเข้าบ้าน พ่อเล่าว่า อาของเราบอกว่า เราขยับออกไปข้างๆอีกหน่อยได้ เพราะตกลงกับเจ้าของที่ไว้แล้ว พ่อก็ไม่รู้หรอกค่ะว่า ตกลงกันยังไง คือเราก็ไม่ได้อยู่ตอนนั้น และพ่อกับอาบอก ในแผนที่รังวัดมันติดกับที่สาธารณะ ในส่วนที่ขยับไปอีกหน่อยนั้นประมาณไม่เกิน 1 เมตร  ตรงนี้คือกลายมาเป็นปัญหากับลูกสาวและลูกเขยในภายหลัง แต่พวกเขาก็ยังไม่มีเอกสารที่ดินอะไรนะคะ และในโฉนดที่พ่อมันเกิน 1 ไร่ มานิดหน่อย ซึ่งเราก็คุยกับพ่อว่า มันจะเกินมาได้ยังไง แล้วทำไมเจ้าหน้าที่รังวัดให้เกินมาล่ะ แล้วทำไมมีการขยับออกไปในที่ตรงนั้น พ่อก็ตอบว่าอาบอกว่าคุยกับเจ้าของที่ไปแล้ว เพราะที่ขยับเสาเนื่องจากมันพอดีกับทางเข้า ซึ่งวางท่อทำทางข้ามคลองเล็กๆที่เป็นคลองชลประทานกว้างประมาณ 2 เมตรจากบ้านถึงถนน ส่วนทางเข้าคือแคบมาก พ่อเอารถออกจากรั้วล้อตกลงไป 2 ครั้งแล้ว สำหรับท่อ เป็นท่อที่วางมาก่อนพ่อมาอยู่ค่ะ

เนื่องจากตอนที่พ่อมาอยู่สิบกว่าปี ด้านข้างไม่มีบ้านใครเลย อยู่แบบสบายอย่างมีความสุข พ่อก็วางเครื่องสูบน้ำลงไปในสระแล้วสูบขึ้นมารดน้ำต้นไม้ของพ่อ ที่ปลูกไว้เพื่อความสุขส่วนตัว ไม่มีไว้ขาย ที่พ่อแค่ไร่เดียว ปลูกต้นไม้ครึ่งหนึ่งของพืนที่โดยประมาณ

ปัญหาเกิดขึ้นหลังการรังวัด อยู่ดีๆ ลูกสาวกับลูกเขยของที่ข้างๆก็ย้ายเข้ามาอยู่ แล้วอ้างว่าพ่อเค้าไม่มีสิทธิ์ในที่ดินหัวไร่ปลายนาตรงนี้ เพราะปู่ยกให้เค้า คือปู่ตายไปโดยมีลูกๆกี่คนไม่รู้ ยังแบ่งมรดกกันไม่ได้

แล้วก็เริ่มด้วยการพูดจาหาเรื่องกัน โดยการตะโกนบอกพ่อเราให้เอาเครื่องสูบน้ำออกไป สำหรับพ่อที่ยังเชื่อว่าสระนี้เป็นสาธารณะ แต่ไม่อยากมีปัญหาก็เอาออกค่ะ แล้วใช้น้ำประปาหมู่บ้านรดต้นไม้ไป ทางนั้นเค้าก็เริ่มสร้างบ้านแบบเล็กๆเป็นเพิง และเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด มีการถมและไถที่บางส่วนในที่ดินที่อ้างว่าเป็นของเขา

ทางเรา พ่อไม่ได้จะมีปัญหาอะไร ก็เอ็นดูพี่ผู้หญิงว่าเป็นลูกหลาน แต่ทางนั้นจะก้าวร้าวไม่ให้เกียรติกัน คือพ่อก็ไม่เคยจะเบ่งอะไรเลย ทั้งที่จริงๆเค้าค่อนข้างมีคนรู้จักอยู่เยอะด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่ผ่านมา เพราะพ่อไม่ชอบไปพึ่งพาใคร ใช้เส้นสายอะไร ทางนั้นจะตะโกนเสียงดังมาเป็นระยะ หาว่าพ่อโกงที่ดิน เวลาต่อเติมอะไรก็ตะโกนว่าโฉนดมาจะรื้อให้หมด เวลาผ่านไปเป็นปี ก็ยังไม่เห็นมีโฉนดนะคะ ส่วนเราก็พยายามผูกมิตร เพราะโดยทั่วไปก็เห็นว่าไม่ได้เลวร้ายอะไร อาจโกรธและไม่เข้าใจ แล้วเราก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน

เราย้ายมาอยู่กับพ่อตั้งแต่ช่วงโควิดระบาด เพราะพ่อคงไม่สะดวกขึ้น-ลง กรุงเทพฯ  วันหนึ่งอยู่ดีๆเสาเขตด้านหน้าหายไป ลูกๆบอกพ่อให้ไปแจ้งความแต่พ่อไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จนตอนหลังเจอเสาโดนถอนออกมาแล้วทุบ แล้วเอามาโยนขวางทางเข้าบ้าน พ่อจึงไปแจ้งความ ตำรวจมาไกล่เกลี่ย และตกลงกันตรงนั้นว่าให้ไปรังวัด คุณตำรวจที่พูดจาสุภาพให้เกียรติก็หันมาพูดกับพ่อว่า ให้คุณอาช่วยออกนะครับค่ารังวัด จะได้หมดปัญหา เพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันดีๆดีกว่า

พ่อคงรับปากไปแบบมึนๆ คิดไม่ทัน แต่ตอนหลังกลับมาคิดดูพ่อบอกว่า มันไม่ใช่ความผิดอะไรของพ่อเลยนะ พ่อเป็นคนซื้อที่ ทำไมพ่อต้องไปเดินเรื่องวุ่นวายเสียเวลาตัวเอง ทางนั้นทำไมไม่ยื่นเอง เงินก็มาช่วยออกได้ แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับพ่อเลย

พ่อเก็บกดมาโดยตลอด จนวันนึง บ้านนั้นเค้าจุดพลุไล่หมาที่มากินเป็ดบ้านเค้า คือบ้านอยู่ติดกันมาก พูดคุยเสียงดังนี่คือได้ยินถึงกันง่ายๆ พ่อซึ่งเมานอนงีบอยู่ตอนเย็น เค้าเพิ่งกลับจากสังสรรค์กับเพื่อนคนนึง เมามากจนเด็กที่ร้านต้องขับรถมาส่ง เค้าก็นอนอยู่หน้าทีวี พอได้ยินเสียงพลุ ก็เลยลุกขึ้นมา เอาปืนลูกซองยาวออกมายิง แต่เจตนาคือยิงขู่ไปอีกทาง ตอนนั้นเรายืนคุยกันดีๆกับพี่ผู้หญิงบ้านข้างๆเรื่องหมาที่กัดเป็ด ปกติไม่เคยคุยค่ะ วันนั้นไปคุย พ่ออาจออกมาเห็นนึกว่ามีปัญหากันรึเปล่าไม่รู้

เราตกใจหันมาเห็นพ่อถือปืนยืนอยู่หลังบ้าน เลยรีบเดินไปดุเค้า ว่าทำอะไร นี่ยืนคุยกันดีๆ เมื่อกี๊เค้ายิงพลุไม่ใช่ปืน ก็พาเค้ากลับเข้าไปนอนต่อ ส่วนเราเดินไปเคลียร์กับบ้านข้างๆ แต่พี่ผู้หญิงไปคุยกับแฟน แฟนเค้าโกรธมาก ผู้หญิงอ้างว่าลูกปืนมาตกใกล้เค้า อันนี้เราไม่รู้ สงสารตัวเองมากๆเลยตอนนั้น ต้องมารับมือกับเรื่องพวกนี้ แล้วจากนั้นผู้ชายฝั่งตรงข้ามก็เอาปืนมายืนตะโกนเรียกพ่อเราว่าให้ออกมายิงปืนกัน อย่าไปยิงผู้หญิง ซึ่งเรารู้ว่าพ่อไม่ยิงใครหรอก เค้าแค่ยิงไปอีกทาง เกิดมาพ่อไม่เคยยิงใคร ไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร กล้าพูดว่า ชีวิตพ่อมีแต่คนรัก เพราะเป็นคนจริงใจ และใจดีมาก เป็นที่รักและเคารพของลูกศิษย์และเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน อาจเรียกได้ว่าพ่อคือตำนานของงานเค้าเลยแหละ

แล้วตอนเย็นน้องผู้ชายแฟนของพี่ผู้หญิงก็มาเรียกหน้าบ้าน บอกว่าให้ไปคุยกับที่สถานีตำรวจ ซึ่งพ่อหลับอยู่และเราก็รู้ว่าพ่อเมาในระดับคุยไม่รู้เรื่องแน่ แล้วขับรถไม่ได้ด้วย เราก็ขับรถไม่เป็น ปกติปั่นจักรยาน เราบอกน้องเค้าไปว่าขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหม จนน้องเค้าก็ยอม เราขอเบอร์โทร น้องก็ให้เบอร์แฟนที่อยู่ที่สถานีตำรวจมา เราโทรกลับไปช่วยที่น้องออกรถกลับไปที่สถานีตำรวจพอดี คุยกับตำรวจ ตำรวจยืนยันว่าต้องมา น้องผู้ชายก็ย้อนกลับมารับ เราก็ว่าโอเคมากนะ เออ นิสัยก็ใช้ได้อยู่ พูดจากับเราดี ให้เกียรติกัน

ตำรวจก็ไกล่เกลี่ยค่ะ และให้เรากลับมาเก็บปืนพ่อไปซ่อน กลัวเมาแล้วหลุด เราก็กลับมาแล้วทำ ตอนหายไปค่ำแล้วด้วย ก็บอกพ่อว่าไปบ้านอา

เวลาผ่านไปแบบค่อนข้างเงี่ยบสงบ แต่มีเรื่องไก่เค้ามาอยู่บ้านเราไม่กลับ มาจับไก่กัน แล้วจับไปผิดตัว พ่อรู้ พ่อก็โกรธว่า จับผิดทำไมไม่มาบอกกัน ทำไมทำเฉย แล้วตอนมาจับไก่ไม่มาคุยกับพ่อ คุยผ่านเรา เรื่องนี้ก็ทำให้พ่อมีอารมณ์ขึ้น คงคาใจ เวลาเมาก็จะมีก้าวร้าว เราเลยขอร้องเค้า บอกเราไม่ไหวแล้ว เราจะไปพบจิตแพทย์แล้วนะ อยู่กันดีๆ ช่างเค้า มันเป็นบ้านนะพ่อ ขออยู่แบบมีความสุขได้ไหม พอวันรุ่งขึ้นพ่อก็เปลี่ยนไป พ่อกลายเป็นอลุ้มอล่วย ไม่ตอบโต้ ไม่โกรธอะไรแล้ว

จนกระทั่งน้ำท่วมช่วงนี้ ท่วมบ้านเค้า เค้าอยู่กันไม่ได้ ก็มีมายืนตะโกนเรียกเราถามว่า พ่อจะไปรังวัดรึยัง เค้าจะได้ทำอะไรได้ ตอนนะโกนเรียกเรา เราก็อยู่กับพ่อ แต่เค้าไม่คุยกับพ่อ เราก็ไปคุยกับน้องเค้าดีๆ ตอนนั้นเราก็รู้สึกสงสารพ่อ เมื่อคืนพ่อเพิ่งมาถามเราอยู่เลยว่า "บ้านข้างๆเค้าเดือดร้อนมั้ย เค้าอยากให้ช่วยเหลืออะไรมั้ย น้ำท่วม"  วันรุ่งขึ้นกลายเป็นทำลายความรู้สึกไปเลย

จนกระทั่งเมื่อวาน ชาวบ้านมากั้นน้ำจากคลองระบายน้ำไม่ให้ไหลลงนาเค้า เรียกไม่ถูกว่าเป็นคลองระบายน้ำ คลองชลประทานรึอะไร ชาวบ้านเรียกเขื่อน น้องผู้ชายกำลับขับรถกลับเข้าบ้าน เค้าก็ตะโกนคุยกับชาวบ้านแบบบ่นว่าพ่อ แบบไม่สุภาพ ว่าเมื่อวานเอาแมคโครมาขุดหน้าบ้านพ่อยังไม่สนใจ บ้านตัวเองแท้ๆ ท่อน้ำตันไม่ระบายก็ไม่ทำอะไร ในความจริงคือพ่อเดินไปดูน้ำที่ปลายน้ำ กับถาม อบต.ที่มาทำถนนหน้าบ้านแล้ว เค้าบอกว่า น้ำมันก็ไหลนะ แต่น้องมันตะโกนว่า ทำอะไรไม่ได้ เรียกป๋า ชื่นชมกันเหลือเกินไม่เห็นทำอะไรได้ แต่พูดจาค่อนข้างแย่มาก ไม่เหมือนคุยกับผู้ใหญ่ แบบเราคือรู้สึกแย่ รู้สึกโกรธ พ่อยืนอยู่ตรงนั้น พ่อไม่ตอบโต้อะไร เพราะเรากลัวรุนแรงก็พยายามบอกเค้าว่า คงหงุดหงิดเครียด น้ำท่วมบ้าน

ปัญหาคือ เค้าคงกลับมาหาเรื่องเหมือนเดิม เรากลัวความรุนแรงมากเลยพยายามหาทางออกจากเรื่องนี้ เค้าไม่ย้าย จะกลายเป็นเรากลับกรุงเทพฯไม่ได้เพราะห่วงพ่อ เวลาพ่อเมาเราก็เครียด คืออยู่ ตจว.ไม่เมายากมาก คนแถวนี้เอะอะก็ชวนกินเหล้า บางวันมากันแต่เช้า (แบบนี้ไม่บ่อย) และแกงค์เพื่อนเค้าก็ดื่มกัน และเรียกออกไปกินปากซอย จะพากลับไปอยู่กรุงเทพก็ยากมาก เค้ามาอยู่แบบนี้นานแล้ว ห่วงต้นไม้ ห่วงสัตว์เลี้ยง หมาก็เพิ่งคลอดลูก

เราเครียดจนมีปัญหาเรื่องการนอน แล้วเป็นคนทำงานแนวสร้างสรรค์ คิดงานไม่ออกค่ะ พูดจริงๆคือเป็นคนเมืองมากๆ ปรับตัวอยู่ได้ทุกที่ แต่อยู่ตลอดไปเป็นอะไรที่ยากมาก เหนื่อยมาก

ถ้าสมมุติตรงนี้มีคนที่รู้จักเพื่อนบ้านเรา ขอร้องค่ะ ถ้าคุณสามารถไปรังวัดได้เองก็ไปเถอะ พ่อไม่อยากได้ที่ที่เกินมาไม่กี่ ตรว.หรอก บ้านที่กรุงเทพฯราคาแพงกว่าที่ดินตรงนี้ 20 เท่าได้มั้ง ที่อีกแปลงที่จังหวัดนี้ก็เจริญ เสียดายพ่อไม่ได้ไปปลูกตรงนั้นเพราะอยากอยู่ใกล้ญาติ  ที่ที่อีกจังหวัดก็แปลงใหญ่หลายไร่ ไม่มีลูกคนไหนของพ่ออยากมาอยู่ ตจว.ค่ะ บ้านเราอยู่ในที่เจริญมากที่กรุงเทพฯ สะดวกแบบไม่ขับรถก็อยู่ได้สบาย  รพ.ดีๆอยู่ห่างบ้านกิโลเดียว ห้างอยู่ห่างบ้านกิโลเดียว รถไฟฟ้าเช่นกัน ของกินเดินออกจากบ้านไม่กี่เมตรก็เพียบ เพื่อนบ้านก็น่ารักที่สุด

เพื่อนๆนักกฎหมายมีคำแนะนำไหมคะ เราไม่อยากมีเรื่องกับพวกเขา เราควรจะเป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้าเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เราคงสบายใจที่จะกลับกรุงเทพฯนานๆ คิดถึงแม่ คิดถึงหลาน คิดถึงวิถีชีวิตกรุงเทพฯ

ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆเลยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่