ทำใจยอมรับยังไง...ถ้าจับได้ว่าสามีแอบซื้อกิน


เรากับสามีอยู่ด้วยกันมา6ปี มีลูกน้อย2คน เราก็อยู่กันมามีปากเสียงกันบ่อย ต่างคนต่างอารมณ์ร้อนทั้งคู่ แต่ก็ไม่เคยทะเลาะหรือระแวงกันเรื่องผู้หญิงเลยตลอดที่อยู่ด้วยกัน จนมาพักหลังเขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จนเรารู้สึกได้ว่าเขาไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะเป็นเรื่องผู้หญิง คิดว่าน่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องงานเรื่องเงิน แล้วครอบครัวเราดันติดโควิดกันทั้งบ้าน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปรักษาตัวตามรพ.คนละที่ เราเอาลูกมารักษาตัวอยู่ด้วยกัน พอเริ่มแรกรู้ว่าเราติด เขาเครียดมากถึงขนาดโทรมาร้องไห้ว่าเป็นห่วงเรามาก เราก็หลงเชื่อว่าเขาทั้งรักทั้งห่วงเรามาก ก็ตั้งใจตั้งแต่ตอนที่รักษาตัวอยู่ว่ากลับออกจากรพ.ครั้งนี้จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น จะพยายามประคองครอบครัวให้ไปได้ดี แต่พอเรากลับมาอยู่บ้านได้3วัน เขาก็แอบออกไปซื้อกินข้างนอก พอเราจับได้ บอกว่าทำไปเพราะเครียดปัญหาหลายอย่างมันรุมเร้า แล้วเขาถามเรากลับมาว่าเราให้อภัยเขาได้มั้ย นี่เป็นครั้งแรกของเขา ถ้าเรายอมให้อภัยเขา เขาจะปรับปรุงตัว จะหยุดเรื่องราวพวกนี้ ปากเราก็บอกว่าให้อภัยเขาได้ เพราะเห็นแก่ลูก แต่ใจเรามันรู้สึกแย่ไปหมดเลย ปัญหาเรื่องอื่นต่อให้หนักแค่ไหนเราก็พร้อมสู้นะ แต่พอมาเจอเรื่องนี้เราก็ไปต่อไม่ถูกเลย แต่ก็พยายามแก้ไขโดยเราเริ่มจากเปลี่ยนตัวเองใหม่ ใส่ใจเอาใจใส่เขามากขึ้น ไม่ใช้อารมณ์ในการพูด แต่ในใจเรายังคิดถึงแต่เรื่องนี้ตลอดเวลาเลย จนอยู่คนเดียวไม่ได้ เขาออกจากบ้านเมื่อไหร่เราจะคิดเรื่องนี้ในหัวตลอด พอเจอหน้าก็มองเขาจนคิดขึ้นมาในหัวว่าเขากล้าทำกับเราอย่างนี้ได้ยังไง เราถามเขานะอยากเลิกกับเราไปใช้ชีวิตของตัวเองคนเดียวมั้ย เขาก็ไม่ไป เลือกที่อยู่กันเป็นครอบครัวแบบนี้ แต่ขอให้เราหยุดพูดหยุดเอ่ยเรื่องนี้ เราไม่พูด แต่เราคิด กลายเป็นเราที่อยู่แล้วไม่มีความสุขจริงๆเลย ไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อแล้ว 



สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้ ไม่ได้สะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายไหนถูกหรือผิด แต่ ทั้งสองฝ่าย อาจทำในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรทั้งคู่
และผมเชื่อว่า มีรายละเอียดบางอย่าง ที่ จขกท ไม่ได้กล่าวเอาไว้ ซึ่ง อาจไม่ได้คิดถึงมัน

การไป"ซื้อกัน" ของผู้ชาย ไม่ใช่ความสุขสมครับ มันคือการออกไปหาอะไรมาใส่ให้"หายอยาก" บอกเลยว่า ไม่มีผู้ชายคนไหนโง่พอจะรไม่รู้ว่า นางบริการเหล่านั้น เสแสร้ง หรือเอาอกเอาใจเพียงเพื่อหวังผลตอบแทนเป็นค่าจ้างค่าแรง มันจึงสมยอมกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง ทำเป็นไม่รู้ว่าเค้าแอ็คติ้ง อีกฝ่ายพลีกายเพื่อให้ได้มาเพื่อค่าจ้าง
ถ้าจะให้บอกตรงๆคือ ถ้ามีทางอื่นที่ดีกว่านี้ ผู้ชายไม่ไปซื้อกินหรอก

สถานบันเทิงบริการสาวน้อยเหล่านั้น เป็นเพียงที่ระบายความใคร่ของชายโสดไร้คู่ หรือชายที่มีคู่แต่ปราศจากความสุขทางเพศ อันนี้ไม่นับพวกถือคติไปถึงไหนต้องได้ตีเมืองถึงนั่นนะครับ พวกนี้นับเป็น"งานอดิเรก" ในค่านิยมที่มีอยู่

แน่นอนว่า มันเป็นสิ่งไม่สมควรกระทำ ขัดต่อศีลธรรมและความเหมาะสมในฐานะของคนรักกัน แต่ทำอย่างไรได้ครับ เมื่ออาชีพค้าบริการ มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว แสดงว่า มนุษย์เพศผู้ มีสันดานแบบนี้มาโดยตลอด หากไม่อิ่ม ไม่สุข ก็พร้อมจะไปหาทางอื่นมาคลายความต้องการลงไป บางคนก็เลือกที่จะใช้แม่นางทั้งห้าของตัวเอง บ้างก็สั่งของเล่นกระป๋องมาใช้แทนของภรรยา
และ มีไม่น้อยที่ออกไป"หากิน" นอกบ้าง ซึ่ง กลุ่มแรกจะเป็นพวกจ่ายเพื่อซื้อ อีกพวกจะเ็นพวก กินของฟรี พวกที่สองนี่มีแนวโน้มมีปัญหามากกว่าครับ เพราะต้องไปหากิ๊ก หาชู้ หาคนมารองรับ โดยที่บ้านใหญ่ไม่รู้เลย
ทั้งหมดนี้เกิดจาก ตัณหา ความใคร่ทั้งสิ้น

แล้วเพราะอะไรถึงเกิด?
ย้อนกลับไปท่าน จขกท หลับตานึกภาพถึงวันแรกๆของชีวิตรัก ความหวานชื่นของชีวิตคู่ ความร้อนแรงรักดั่งไฟเฝาบนเตียง(หรือระเบียง รถ โซฟา ครัว) เคยมีแบบนั้นหรือไม่ แล้วยังอยู่หรือหายไปเสียสิ้นแล้ว กิจกรรมรักของท่านกับสามี จัดอยู่วนเกณฑ์ของ"หน้าที่" หรือเป็น"ความต้องการ"

แล้วอะไรคือที่มาของปัญหานั้น จะเป็นเรื่องลูก งานบ้าน งานนอก การเงิน และอื่นๆที่รุมเร้า  ท่านผู้หญิงยังคิดว่า ในเมื่อมีแต่เรื่องต่างๆ ก็ไม่อยากมีกิจกรรมทางเพศแบบนี้ได้ ทว่าสิ่งที่คุณลืมไปครับ สามีของคุณ เพศชายนั้น ยังมีความต้องการและประกอบกิจได้ไปจนถึงแก่หัวหงอกโน่นเลยนะครับ แล้วถามหน่อยว่า ถ้าความจริงมันเป็นเช่นนี้ คุณจะเลือกอย่างไร

1. ให้สามีเข้าสู่ทางธรรม ลด ละ เลิก หมกมุ่นและตัดความต้องการทางเพศลง เข้าสู่ความสุขทางปัญญาและจิตวิญญาณ อันเป็นสุขขั้นลึกกว่ากามา
2. ปรึกษาหารือกัน หาทางให้ชีวิตรักกลับมาสดใสซาบซ่า  แสวงหาความต้องการเพื่อเพิ่มสุขสมซึ่งกัน เติมแต่งจินตนาการ และความต้องการของกันและกัน
3. ทำใจว่าเมื่อเขาไม่อิ่มจากเรา เราให้เค้าอิ่มไม่ได้ เค้าก็ไปหานอกบ้าน แต่ไม่เคยทำให้บ้านมีปัญหา

ฟังดูกำปั้นทุบดิน แต่ผมเห็นในสังคมก็มีแค่สามข้อนี้แหละครับ
ข้อแรกถ้าได้ก็ดีไปถ้าไม่ได้ก็ซวยไป อยู่ที่กรรมบุญวาสนาทำมาจะได้สามีประเสริฐทางธรรมหรือไม่
ข้อสอง ก็อยู่ที่คุณทั้งสองคน ผมเชื่อว่า ความต้องการของสามี คงไม่ใช่อะไรพิสดาร วิปริตผิดไปจากเมื่อก่อนหรอกครับ แต่คงต้องการความร้อนเร่า เอาใจ ใส่ฟิลลิ่ง กับมัน ขนาดจ่ายเงินให้คนมาแสร้งทำยังทำได้  คุณจะไม่สามารถทำตัวเป็น"นางบริการ" ในบ้าน ที่มัดใจสามีบนเตียงได้หรือครับ?  ก็ได้เวลาคุยกันครับว่า สิ่งที่ต้องการคืออะไร แบบไหน อย่างไร
และข้อสุดท้าย อาจเกิดตามมา ถ้าเรา"ปรับ" จนสุดขีดของจริตเราแล้ว จะให้ใส่ชุดนอนซีทรูโชว์ของ หรือ นัวเนียคลอเคลียเอาอกเอาใจ ใส่ใจนลีลารสมือรสปาก พรากวิญญาณให้สามีหลุดลอย ... แล้ว.

มันก็ได้เท่านี้ครับ

เห็นมั้ยครับ มันคือเรื่องราวของคนสองคน ที่มองกันคนละด้านคนละฝั่ง และเรื่องนี้ ไม่มีใครแก้ไขได้ นอกจากตัวคุณเองว่าจะมองไปที่ทางไหนดี

จากใจผู้ชายที่ไม่นิยมการเที่ยวสถานบริการ เคยทดลองใช้งานแล้ว บอกเลยว่า มันรู้สึกแย่ครับ เศร้าใจกับหญิงที่ตอ้งมาเสแสร้งทำงานแบบนี้ ต้องพลีตัวเพื่อภาระต่างๆรอบตัวให้ชายมีความสุขสม กับเวลาตรงนั้น มีนเป็นดลกหลอกลวงมากๆ คนที่ไป ส่วนมากก็คือคนที่ขาดตกในเรื่องนี้
จากนั้นมาเป็นสิบๆปี ผมก็ไม่เคยใช้บริการเช่นนี้อีกเลย แม้จะไปกับเพื่อนๆ เข้าห้องสวีท ก็นั่งจิบเครื่องดื่มที่โต๊ะไปเท่านั้น  ทั้งเวลาที่ผมมีครอบครัว มีภรรยา และตอนนี้ แม้จะเลิกราแยกทางกันไปแล้วหลายปี ก็ยังไม่คิดย่างกรายเข้าไปใช้บริการครับ
ผมดูออกว่ามันเฟคไปหมดทุกอย่าง

ไม่ได้ปลง ลด ละ ปล่อยวางความสุขทางกามา และตัณหาไได้นะครับ ยังต้องการอยู่แต่มันไม่มีมาก็เท่านั้น ฮ่าๆๆๆ
อยากกินสเต็กชั้นเลิศเนื้อดีชุ่มฉ่ำ แต่มันไม่มี นั่งทำเสือร้องไห้กินแก้อยากที่บ้านเองได้ครับไม่ง้อใคร
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่