พลีชีพ ด้านมืดที่ไม่เคยบอกใคร แชร์ประสบการณ์ โรคนอนไม่หลับ เสพติดยานอนหลับ จนเป็นโรคจิต 16+

โลกสวยผ่านนะคะ
เราคิดมานานแล้วว่าอยากจะเล่าเรื่องนี้ออกมา   แต่ก็ทำใจลำบากเพราะมันเป็นด้านมืดที่เราเก็บไม่เคยมีใครรู้นอกจากตัวเราเอง     นี่เป็นการเล่าเรื่องครั้งแรก  อาจจะยาวหน่อยนะคะ  เพราะอยากจะเริ่มไกลหน่อยภาพจะชัด  ใครขี้เกียจอ่านข้ามไป  เริ่มใช้ยา  เลยค่ะ

เกลิ่นก่อนว่า  เราได้ผ่านเหตุการณ์นี้มา 10 ปีพอดี  มีหลายอย่างเปลี่ยนไปถาวร  ยังมีความผิดปกติทางจิตหลงเหลืออยู่  เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่คิดจะพึ่งยาแบบบ้าคลั่งเหมือนเรา

จุดเริ่มต้นของโรคนอนไม่หลับ


อาการนอนไม่หลับของเราเริ่มเป็นมาตั้งแต่ช่วงเข้าสู่วัยรุ่นประมาณประถมปลาย-มัทยมต้น   อาจเพราะฮอร์โมนต่างๆเริ่มทำงานสภาพร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นสาว  
แรงหนุนอีกอย่าที่มีส่วนมากคือประสบการร์ชีวิตในวัยเด็ก  บ้านคนจีนอยู่ในละแวกเดียวกันเกือบทั้งตระกูล  เราจะถูกเข้มงวดค่อนข้างมาก  เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องอย่างการเอาข้าวเข้าปากแต่ละครั้งก็ยังอาจมีปัญหาตามมา    ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวทุกส่วนในชีวิตจะถูกสอดส่องตลอดเวลา  

สภาพจิตของเราจะเป็นคนคิดมากมีเรื่องในหัวอยู่ตลอดเวลา  ทุกอย่างต้องคิดหน้าคิดหลังวางแผน  เรียกว่าทุกการกระทำที่ผิดพลาดจะส่งผลเสียหนักกว่าสมดุลของเหตุการณ์เมื่อเทียบกับเด็กทั่วไป  ไม่มีที่ให้ความอ่อนแอหรือความเห็นใจทั้งสิ้น  

กลางคืนปิดไฟนอนก็มีเรื่องให้คิดตลอด เป็นความเครียด ความกังวลต่อสิ่งต่างๆในแต่ละวัน   กว่าจะข่มตาให้หลับลงได้หลังจากปิดไฟก็อีกเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้น  เกือบทุกๆวันเราจะหลับโดยเฉลี่ยอยู่ราว 6 ชม./วัน +/- นิดหน่อย  โดยไม่เคยนอนกลางวัน  เราอึดอัดและกดดันกับชีวิตที่เป็นอยู่มากไม่ลำบากแต่ไม่มีความสุขเลย  **ฉันต้องหาทางออกให้ได้***

เราวางแผนย้ายโรงเรียนในมัทยมปลาย  หาทางย้ายที่เรียนไปที่ไกลขึ้นจะได้ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ   เพื่อให้ไม่มีปัญหากับที่บ้าน ( พูดง่ายๆว่าทำให้เนียนนั่นแหละ)  รร. ปัจจุบันก็ถือว่าดีอยู่แล้วเรียนมาตั้งแต่ประถม  
การจะหาข้ออ้างย้ายที่เรียนเราต้องเลือกโรงเรียนที่ไกลเกินกว่าจะไปกลับ  ดีกว่าเดิมอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศและพยายามสอบเข้าให้ได้   หลอกที่บ้านว่าได้โควต้า  ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน  Yes............ได้ไปแล้ว  รู้ว่าอนาคตต้องพึ่งตัวเองมากกว่าที่เคยแอบกลัวแต่ก็ตื่นเต้น  เปลี่ยนจากแขนยาวเป็นแขนจีบ

เราย้ายออกมาอยู่หอพัก  เป็นหอ ญ  อยู่คนเดียวเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว ที่บ้านก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้วซึ่งมันก็ดี   ชีวิตมีความสุขกว่าเดิม    แต่แอบมีกังวลบ้างว่าวันนึงเปิดห้องเข้ามาจะเจอที่บ้านมาแอบค้นของนั่งรออยู่ไหม   ตอนเลิกเรียนจะมาดักดูไหม (เคยโดน)  

กลางคืนเราต้องเดินมาเช็คกลอน 2-3 ครั้งเพราะกลัวใครเปิดเข้ามา กลัวคนมากกว่ากลัวผี   ใช้เวลาปรับตัวอยู่เป็นเดือนกว่าจะเริ่มหายระแวง  แต่อาการนอนไม่หลับของเราก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่  หลับก็ฝันเหมือนตอนอยู่ที่บ้านพอสะดุ้งตื่นก็นอนไม่หลับอีก   และแล้วความซวยก็มาเยือน

เริ่มมีปัญหา


สวัสดีจร้าฉันอายุ 16 พึ่งเข้า ม.4 แล้วฉัน ปวดท้อง จ้า   ใช่แล้วค่ะ  ปวดท้อง  ปวดเหมือนท้องเมนนั่นแหละ เป็นๆหายๆ มันทำให้เรายิ่งไม่ได้นอนเข้าไปใหญ่    และ ไม่บอกที่บ้าน  เพราะกลัวจะต้องกลับไปอยู่บ้าน  (ความคิดเด็กๆในขณะนั้นอะเนอะ )
อาการกินเวลาอยู่ไม่นานประมาณเดือนก็เริ่มหนัก  เราปวดนานปวดตลอดแล้วก็เลือดออก เหมือนประจำเดือนแต่มาเยอะมากแดงสด   สุดท้ายไป รพ. แล้วก็พบว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูกค่ะ รอไม่ได้ต้องผ่าเลยเพราะเส้นเลือดแตก  ผ่ามดลูกทิ้งเหลือแต่รังไข่  หลังจากตรวจชิ้นเนื้อก็เป็นเนื้อร้ายอีก  ต้องหาหมอตรวจมะเร็งซ้ำเป็นระยะทุก 3-6 เดือน ไปอีก 5 ปี   

พักฟื้นอยู่ 2 สัปดาห์ก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ไม่เหมือนเดิม  หลายๆอย่างเหมือนฝันร้าย เรายังไม่เคยมีแฟนและตอนนี้เป็นหมันถาวรไม่สามารถท้องได้อีกแล้ว   มีแผลใหญ่ที่หน้าท้อง  มีเรื่องให้กลุ้มใจอื่นๆอีกมากมาย    นี่คือ เรื่องที่ทำให้เริ่มมีปัญหา   ข้อดีอย่างเดียวที่ได้จากเหตุการณ์นี้คือไม่มีประจำเดือนตลอดชีวิต  

เข้าสู่อาการนอนไม่หลับอย่างหนัก


คืออาการทางกายและจิตใจที่ตามมาภายหลังผ่านตัดไปร่างกายมันมีการเปลี่ยนแปลง (+18) ทางกาย ความรู้สึกที่หัวนมกับตรงนั้นไวขึ้นมาก  ทางจิตคือเราเริ่มหมกมุ่นคิดเรื่องใต้สะดือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆมันผุดขึ้นมาเอง  พอจิตยิ่งคิดทางกายก็ยิ่งมีอาการ 

(**เราได้แจ้งอาการกับหมอตอนไปตรวจมะเร็งซ้ำหลังผ่าตัด    มันเป็นอาการเริ่มต้นโรคติดเซ็กซ์ Nymphomania  แต่หมอบอกไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด **)  

เราเก็บเรื่องพวกนี้เงียบ  เพื่อนจะรู้แค่ว่าเป็นเนื้องอกไปผ่าตัดแต่ไม่รู้เรื่องอื่นๆ  (เราให้สังคมรอบตัวเห็นเฉพาะโลกที่เป็นด้านสว่างของเรา)    จากทุนเดิมที่สมองคิดนู่นนี่ตลอดเวลาอยู่แล้ว  ภาระจากการเรียน  การรับมือทางบ้าน ทีนี้ยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปใหญ่  จินตนาการเยอะมากนอนไม่หลับ  

เวลาไปเรียนเราเริ่มเหมือนซอมบี้ เริ่มมีวูบหลับช่วงบ่าย  เพลียขนาดไหน  ตกกลางคืนก็ตาสว่างนอนไม่หลับอยู่ดี 
ออกกำลังช่วยได้บ้างแต่ก็ไม่ดีขึ้น (ไม่ได้นอนแรงไม่ค่อยมี)    

เราเริ่มหาอะไรทำตอนกลางคืนเพราะคิดว่าคงดีกว่ากลิ้งอยู่บนเตียงแล้วต้องลุกไปห้องน้ำสองรอบก่อนจะหลับ  ก็เลยซื้อจักรมาเริ่มตัดเสื้อผ้า (ชอบคอสเพลย์อยู่แล้วอยู่บ้านไม่มีโอกาศได้ทำ)  เล่นคอมบ้าง แชทบ้าง  ทำอะไรไปเรื่อยจนกว่าตาจะปิดค่อยนอน   ได้นอนเฉลี่ย 4-5 ชม./วันหรือน้อยกว่านั้น  พอสะสมหลายๆวันก็อาจหลับจริงๆสักคืนแล้วก็กลับมาเป็นวัฐจักรเดิมซ้ำๆ

เริ่มใช้ยา

เราทนต่อการนอนไม่หลับอยู่จนอายุ 17 พยายามมีสติเพื่อประคองชีวิตให้อยู่ในลู่ทาง การเรียนให้รอด เพราะมันหมายถึงอิสระด้วย
ด้วยความบังเอิญเราได้ยานอนหลับเม็ดสีเหลืองมาจำนวนนึง (รู้ทีหลังคือ Valium)   เราทนกับอาการนอนไม่หลับมานานแต่ไม่เคยนึงถึงยาเลย   

มันคือสวรรค์จริงๆทำให้เราหลับได้สนิทตั้งแต่หัวค่ำ  เหมือนปิดสวิตซ์สมอง  ไม่คิด  ไม่ฝัน  ตื่นเต็มตาสดชื่น  เรารู้ว่าเราเจอตัวช่วยแล้วพยามกินอย่างประหยัดใช้เท่าที่จำเป็น  

แต่สุดท้ายของมันก็ต้องหมดอยู่  เราเริ่มเข้าหาหมอซื่อๆเพื่อขอยา  แต่บ้าไปแล้ว  หมอที่ไหนจะจ่ายยานอนหลับให้เด็กอายุ 17 ที่มาคนเดียวแถมบอกว่าเคยใช้ยาแต่ไม่มีประวัติการรักษา  อาการนอนไม่หลับเราก็กลับมารังควานเหมือนเดิม  เราพยายามหาข้อมูลในเน็ตหาสิ่งทดแทน  ก็ซื้อยาแก้แพ้มากินมหาศาลแรกๆก็พอแทนได้แต่ไม่นานก็ดื้อยา  ......  เราเริ่มหายานอนหลับอีกครั้งและความยิ้มก็ตามมา

ติดยา

เรารู้แล้วว่าเราไม่มีทางหายาได้จากการพบแพทย์ตรงๆแน่  เราเริ่มใช้มารยา+อุบายแล้วก็หาทางจนได้แหละ   จากหน่วยงานสาธาณสุขที่ปลอดภัยและไม่ใช่หมอเป็นคนจ่าย (ขออนุญาตไม่บอกวิธี)  ได้มาเม็ดสีฟ้าเป็นยาคลายกังวลชื่อว่า Ativan  สิบกว่าเม็ด เราหาข้อมูลตัวยาจากในเน็ตก่อนที่จะกิน  และกินอย่างระมัดระวัง  การกิน 1-2 เม็ดช่วยให้ไม่คิดมากแต่ไม่ได้หลับ ต้อง 3 เม็ดถึงจะหลับ
 
เราก็ชอบยาตัวนี้มากคือถ้าเรากิน 1 เม็ดจะช่วยให้เราสงบสมองไม่ยุ่งเหยิงมา    ช่วงแรกเราใช้ช่วงกลางคืนหรือรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด  เพราะถ้ากินเอาหลับสนิทตื่นมาจะเอ๋อๆหน่อย  เราใช้วิธีกินคู่กับยาแก้แพ้ก็ได้ผลเรื่องการนอนที่ดีขึ้นตื่นมาไม่เอ๋อ  
 
หลังจากที่รับยามา 2-3 ครั้งจากหลายๆที่ เราก็ไม่ได้ประหยัดยาซะเท่าไหร่เพราะหาได้ไม่ยาก บางครั้งก็ได้ Valium มาด้วย  ยาแก้แพ้โยนทิ้งไปเลย   และก็เริ่ม ชิน กับยา  เริ่มใช้ Ativan ในช่วงกลางวันด้วยเพื่อคลายเครียด  

เวลาที่ยาออกฤทธิ์ขณะที่กำลังตื่นอยู่มันจะเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว  ความคิดจะช้าลงจะไม่ได้สนใจสิ่งต่างๆรอบตัวเท่าไหร่  เรารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทนกับอะไรเครียด ฟุ้งซ่านก็กินยา    .......   
เราจ่ายยาให้ตัวเองมาราวเทอมนึง  กินเหมือนเป็นลูกอม  จิตใจ  ความคิด นิสัยเราเปลี่ยนไป เวลาในแต่ละวันเหมือนผ่านไปเร็วขึ้น 

มีปัญหาเรื่องความจำ   ออกจากห้องมาแล้วนึกขึ้นได้ “ปิดน้ำแล้วยังหว่า” ต้องกลับขึ้นไปดู  ลงมาแล้วต้องกลับขึ้นไปใหม่เพราะกลัวลืมอย่างอื่นอีก   ตื่นมาจำวันไม่ได้  ใส่เครื่องแบบผิดวัน   จำการบ้านไม่ได้  จำนัดไม่ได้   สื่อสารกันคนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่อง   

คุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ไม่สนใจโลก  ไม่ระวังตัวหรือระแวงแบบแต่ก่อน  เผลอบ่อยนั่งหวอออกบ้างทีก็รู้นะว่าออกแต่ก็ไม่สนใจว่าใครจะมอง  ไม่ระวังคำพูดคิดอะไรรู้สึกยังไงก็พ่นออกมาทันที   ขึ้นเร็วลงเร็ว ทะเลาะกับที่บ้านบ่อย     โลกด้านสว่างที่สร้างให้คนอื่นมองเริ่มเล็กลง

ไม่ค่อยขัดใจตัวเองหรือคิดหน้าคิดหลัง  หอปิด 4 ทุ่มแต่หิวจะกินก็ต้องหาทางออกไปให้ได้  ชอบอะไรก็ซื้อมันทุกสีไม่คิดอะไรทั้งสิ้น    ใช้เงินหมดกระเป๋าจนไม่มีค่ารถ   คือมันเหมือนแค่ คิด แล้วก็ ทำ ไปตามความอยาก  ไม่กรอบ หรือ ขอบเขตอะไรดลใจที่จะขัดหรือห้ามสิ่งที่อยากจะทำ

ปลีกตัวออกจากสังคม ชอบอยู่ในโลกจินตนาการ  เริ่มทำอะไรตามจินตนาการ  วันนี้อยากใส่คอสเพลย์อยู่ห้องจินตานการว่าเป็นนั้นนี่ก็ใส่  อยากใส่ชุดหมวยไปข้างนอกก็ทำ  เลิกเรียนกลับห้องหรือไปไหนทำอะไรคนเดียวไม่อยากยุ่งกับใคร  ไม่ยัยยั้งความคิด 18+ ไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไหร่  อยู่ข้างนอกบ้างครั้งก็ปล่อยให้จินตนาการลื่นไหลไปจนเขื่อนแตกเลอะเทอะแล้วก็ตื่นเต้นดี

อาการเริ่มหนัก

การเรียนเริ่มมีปัญหา  ช่วงใกล้สอบเราพยายามไม่ใช้ยาเพราะกลัวอาการเอ๋อเบลอ  ผลคืออารมณ์เราแย่มาก ดำดิ่งมาก  ความจำก็ยังไม่ดีอยู่เรียกว่าผลข้างเคียงจากยาไม่ได้หายไป 

ชีวิตประจำวันบกพร่อง  ไม่ทำความสะอาดห้อง ล้างจาน ซักเสื้อผ้า  พอใส่หมดตู้แล้วก็ใส่ซ้ำรีดอย่างเดียวประโปรงบางทีเป็นอาทิตย์  ซักก็คืออาบน้ำทั้งชุดใส่เสื้อผ้าอาบเลยแล้วก็ตาก  บางวันไม่อาบน้ำตื่นมาค่อยรีดเสื้อแปรงฟันแล้วไปเรียน   

เริ่มมีความสุขกับสิ่งแปลกๆ  เรามีความรู้สึกว่าอยากลงโทษตัวเอง  เวลาจินตนาการว่าตัวเองทำเรื่องน่าอายหรือถูกเหยียดหยามแล้วรู้สึกดี+สะใจ   ชอบการ detox หรือสวนทวารแล้วเวลากลั้นไว้จนแตกเพราะมันดูน่าอายเละเหมือนได้ลงโทษตัวเอง

เราพยายามเก็บอาการเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้  เพื่อนก็เริ่มสังเกตเราก็ทำให้มันเข้าใจว่า อกหัก  จะได้ไม่ต้องตอบอะไรเยอะ  กลับห้องมาพออยู่ในโลกของตัวเอง  อาจร้องไห้โฮ้โดยไม่มีสาเหตุจนตาปูด   คิดอะไรไม่ออกเริ่มหัดกินเบียร์เพราะคิดว่าน่าจะดีกว่ากินยา  กระป๋องนึงก่อนนอนก็พอให้อารมณ์มันลำมุนขึ้นได้บ้างแล้วก็อยู่ในจินตนาการต่อไป     ใช้ความอดทนอย่างมากเพี่อให้ผ่านช่วงนี้ไปได้  จนสอบเสร็จถึงช่วงปิดเทอม

เราหาเรื่องไม่กลับบ้านโดยการลงเรียนพิเศษให้เยอะๆอ้างว่าเกรดตกเครียด   ที่บ้านก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่  แต่ก็ยอม  ด้วยความที่เป็นปิดเทอมจะทำตัวให้ยุ่งยังไงมันก็ว่างอยู่ดี   ดูหนังฟังเพลงเย็บผ้าอยู่ห้อง  ปิดเทอมได้ไม่กี่วันปัญหาก็เกิดคือหอจับได้ว่าเอาเหล้าเข้ามากิน  หอ ญ ค่อนข้างเข้มงวด แน่นอนเรื่องนี้ให้ใครรู้ไม่ได้โดยเฉพาะที่บ้าน  จึงชิงขอย้ายออกมีแค่เพื่อนสนิทมาช่วยย้ายคนเดียวที่เหลือจ้าง

หลังจากย้ายมาอยู่ที่ใหม่ไม่ใกลจากเดิม  เป็นหอรวมไม่มีข้อห้ามอะไรเข้าออกได้ตลอดค่าเช่าแพงกว่าเดิม  เราเลยทำงานในห้างด้วยหาเงินกับแก้ว่าง  ซึ่งเหนื่อยกว่าตอนเปิดเทอมเพราะห้างให้ใส่ชุด นร. เริ่มเรียนช่วงสายต้องแต่ตัวเหมือนไปโรงเรียนแต่ไปเรียนพิเศษเป็นตัวประหลาด เพราะปิดเทอมไม่มีใครใส่เครื่องแบบ   บ่าย 3 ทำงาน  เลิก 2 ทุ่ม  และ
เราก็กลับมากินยาเหมือนลูกอมอีก ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย  ยาก็หลายอย่างขึ้น  แล้วเราเริ่มกิ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่